สวัสดิการผู้สูงอายุกรมชลประทาน

สวัสดิการผู้สูงอายุกรมชลประทาน

แชร์

กรมชลประทาน

เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำกรมชลประทาน ทั้งก่อนและหลังเกษียณอายุราชการ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการและนันทนาการต่างๆ ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ดำเนินการดดยคณะกรรมการบริหาร ตามข้อบังคับของชมรม ฯ และมติที่ประชุม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิก

Photos from สวัสดิการผู้สูงอายุกรมชลประทาน's post 14/10/2025
Photos from สวัสดิการผู้สูงอายุกรมชลประทาน's post 13/10/2025

สส.ชป.จัดทริปตามรอยพ่อ“
ในความทรงจำ ' 13 ตุลาคม 2568
“วันนวมินทรมหาราช” ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ ฯ
***********************
วันนี้(13ตุลาคม 2568) นายจรินทร์ ชูกร ประธานคณะอนุกรรมการสวัสดิการผู้สูงอายุ กรมชลประทาน (สส.ชป.) พร้อมด้วย นายชัยนรินท์ พันธ์ภิญญาภรณ์ รองประธานฯ นายพูลประโยชน์ ชัยเกียรติ คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ และสมาชิก เข้าร่วมกิจกรรมตามรอยพ่อ“ ในความทรงจำ ' 13 ตุลาคม 2568 “วันนวมินทรมหาราช”
ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ คลองหลวง ร่วมชมภาพยนตร์ 3 มิติ "เรื่องของพ่อในบ้านของเรา” ชมพระราชกรณียกิจในหลวง รัชกาลที่ 9 ชมวิถีชีวิตย้อนยุคคนไทย ชมนิทรรศการตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาล ที่ 9 ของหน่วยงานราชการ แวะเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ ของกรมชลประทาน ""รฦก..พ่อของแผ่นดิน สร้างน้ำเพื่อชีวิต" จัดโดย ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานเลขานุการกรม แวะชม ชิม ช็อป สินค้าเกษตร (สดและแปรรูป) จากเกษตรกร บริเวณอาคาร พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา รับประทานอาหารกลางวันและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

04/10/2025

^******** “สถานการณ์น้ำ” ประจำวันที่ 4 ต.ค 68 เวลา 07.00 น
1) สถานการณ์น้ำในภาพรวม
1.1 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง

1.2) จังหวัดที่ประสบอุทกภัยรวม 54 จังหวัด
-จังหวัดที่เข้าสู่ภาวะปกติ 24 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำพูน เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก กำแพงเพชร. หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ เพชรบุรี ชุมพร และภูเก็ต
-จังหวัดที่ประสบอุทกภัย 30 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เลย หนองบัวลำภู แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ปราจีนบุรี นครราชสีมา สระแก้ว ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สระบุรี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุโขทัย ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม อำนาจเจริญ อุดรธานี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อ่างทอง ยโสธร พิจิตร นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา

1.3) สถานีอุทกวิทยาที่มีระดับน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่
1) สถานี Y.16 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.63 (สูงขึ้น)
2) สถานี Y.64 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.50 m (สูงขึ้น)
3) สถานี c.35 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.86 m (สูงขึ้น)
4) สถานี c.36 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.34 m (สูงขึ้น)
5) สถานี c.67 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.69 m (สูงขึ้น)
6) สถานี c.68 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +1.70 m (ทรงตัว)
7) สถานี E.20A ชี จ ยโสธร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.71 m (สูงขึ้น)
8) สถานี T.13 ท่าจีน จ.สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.04 m (สูงขึ้น)
9)สถานี T.15 ท่าจีน สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.14 m (ลดลง)
10) สถานี M.7 มูล จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +1.35 m (ทรงตัว)
11) สถานี Kh.127 จ.อุดรธานี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.67 m (ทรงตัว)

1.4) ปริมาณฝนสะสมปี 2567 ตั้งแต่ 1 มค 67 - ปัจจุบัน เปรียบเทียบ 30 ปี((ภาพรวมน้อยกว่าค่าเฉลี่บ 30 ปี / ปี 2534 -2563 ))
-ทั้งประเทศ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ย ปกติ +100 มม คิดเป็น +8%
-ภาคเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +157 มม คิดเป็น +14%
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +105 มม คิดเป็น (+8%)
-ภาคกลาง ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +45 มม (+4%)
-ภาคตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +128 มม คิดเป็น +8%
-ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +38 มม (+4%)
-ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +50 มม (+2%)

1.5) สถานการณ์ค่าความเค็ม
-“ลุ่มน้ำท่าจีน “ สถานีปากคลองจินดา ค่าความเค็ม 0.31 กรัม/ลิตร(ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวัง สำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำบางประกง” สถานีบางแตน ค่าความเค็ม 0.06 กรัม/ลิตร (เกินเกณฑ์ (เฝ้าระวังน้ำเค็มไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร))
-“ลุ่มน้ำเจ้าพระยา” สถานีประปาสำแล ค่าความเค็ม 0.10 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณท์เฝ้าระวังทำน้ำประปา 0.25 กรัม/ลิตร มาตรฐานทำน้ำประปา 0.50 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำแม่กลอง” สถานีอัมพวา 0.13 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตร 2 กรัม/ลิตร)

1.6) ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนอ่างขนาดใหญ่ (Inflow)
- 1 พค 68 - ปัจจุบัน “อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ” น้ำไหลลง = 24,573 ล้าน ลบ.ม
- 1 พ ค 68 -ปัจจุบัน “ “อ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (4 เขื่อน)”” น้ำไหลลง = 10,866 ล้าน ลบ.ม.

2) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเก็บกัก ใน 4 เขื่อนหลักปัจจุบัน มีน้ำเก็บกัก = 21,993 (88%) และมีน้ำใช้การ 4 เขื่อน (2568) = 15,297 ล้าน ลบ ม (84%) ((น้ำใช้การวันนี้ ปี 2567 = 11,651 ล้าน ลบ.ม (64%)
-ซึ่งการระบายน้ำวันนี้ เขื่อนภูมิพลระบายน้ำ 15.0 ล้าน ลบ.ม, สิริกิติ์ 3.38 ล้าน ลบ.ม แควน้อย 15.5 ล้านลบ ม.และ ป่าสักชลสิทธิ์ 51.85 ล้าน ลบ.ม

3) ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ(อ่างขนาดใหญ่+กลาง) วันนี้ ปี 2568 = 63,487 ล้านลบ ม. (83%) ขณะที่น้ำเก็บกักทั้งประเทศ วันนี้ ปี 2567 = 57,,507 ล้าน ลบ.ม (75%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 5,980 ล้านลบ ม
-วันนี้มีปริมาณน้ำสามารถรับน้ำได้อีก 13,034 ล้าน ลบ.ม (17%) วันนี้ ปี 2568 ปริมาณน้ำใช้การ 39,538 ล้าน ลบ ม. (75%) / ปริมาณน้ำใช้การวันนี้ ปี 67 = 33,558 ล้าน ลบ ม (64%)

-ภาคเหนือ ปริมาณน้ำเก็บกัก วันนี้ ปี 2568 = 23,077 ล้านลบ ม. (89%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 19,335 ล้าน ลบ.ม (75%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 วันนี้ = 3,726 ล้าน ลบ ม.

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2568 = 8,678 ล้านลบ ม.(83%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 7,847 ล้าน ลบ.ม (75%) (ปี 68 น้อยกว่า ปี 67 วันนี้ = 831 ล้าน ลบ ม

-ภาคกลาง วันนี้ ปี 2568 = 1,227 ล้านลบ ม. (67%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคกลางวันนี้ ปี 2567 = 1,061 ล้าน ลบ.ม (58%) ; ปี 68 มากกว่า 67 = 166 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2568 = 22,704 ล้านลบ ม. (85%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2567 =22,059 ล้าน ลบ.ม (82%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 =645 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2568 = 1,835 ล้านลบ ม. (73%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2567 = 1,791 ล้าน ลบม (71%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 44 ล้าน ลบ ม.

-ภาคใต้ วันนี้ ปี 2568 = 5,967 ล้าน ลบ ม. (67%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคใต้วันนี้ ปี 2567 = 5,396 ล้าน ลบ.ม (61%) : ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 571 ล้าน ลบ ม.

@.อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก น้ำน้อย !! < = 30% จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ คลองสียัด (26%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำใช้การ 31-50% จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ กระเสียว (43%) ลำพระเพลิง (40%) บางลาง (42%) ปราณบุรี (45%) ทับเสลา (36%) ลำตะคอง (32%)

@อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำใช้การ!! มากกว่า 51%-80% (เกณฑ์น้ำดี!) รวม 8 แห่ง ได้แก่ หนองปลาไหล (76%) รัชชประภา (78%) ลำแซะ (73%) กิ่วลม (66%) แก่งกระจาน (67%) ป่าสัก (75%) น้ำพุง (71%) มูลบน (51%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก มากกว่า 81% (เกณฑ์น้ำดีมาก!) รวม 19 แห่ง ได้แก่ สิริกิติ์ (87%) น้ำอูน (90%) ห้วยหลวง (94%) แม่ม่อก (103%) วชิราลงกรณ (81%) แควน้อย (81%) แม่งัด (83%) ประแสร์ (84%) บางพระ (90%) ศรีนครินทร์ (83%) กิ่วคอหมา (82%) ภูมิพล (86%) สิรินธร (85%) ขุนด่าน ฯ (85%) แม่กวง (85%) อุบลรัตน์ (84%) ลำปาว (85%) นะบดินทร์ (94%)

@“อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ < =30% จำนวน 32 อ่างดังนี้
-อ่างภาคเหนือ < 30 % จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ < 30 % จำนวน 7 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออก < 30% จำนวน 9 อ่าง
- อ่างภาคกลาง < 30 % จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 30-50% จำนวน 43 อ่าง (จากอ่างขนาดกลางทั้งหมด 435 อ่าง)
- อ่างภาคเหนือ จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 17 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก จำนวน 2 อ่าง
- อ่างภาคกลาง จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคใต้ จำนวน 17 อ่าง

@ อ่างขนาดกลาง >50-80% จำนวน 100 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 13 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 48 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 18 อ่าง
- อ่างภาคกลาง 9 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 3 อ่าง
- อ่างภาคใต้ 9 อ่าง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง> 80-100% รวม 134 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 41 แห่ง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 69 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 12 แห่ง
- อ่างภาคกลาง 6 แห่ง
-ภาคตะวันตก 1 แห่ง
- ภาคใต้ 5 แห่ง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง > 100% รวม 139 อ่าง
-อ่างภาคเหนือ 31 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 89 แห่ง
-อ่างภาคตะวันตก 0 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออก 11 แห่ง
-อ่างภาคใต้ 2 แห่ง
-อ่างภาคกลาง 6 แห่ง

@ แผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ฤดฝน ปี /2568 (1 พค 68- 31 ตค 2568 )
- ปริมาณน้ำต้นทุน ณ 1 พค 2568 )= 19,914 ล้าน ลบ ม
- ความต้องการใช้น้ำ ฤดูฝน ปี 2568 = 31,723 ล้าน ลบ ม
- แผนจัดสรรน้ำฤดูฝน 2568 = 16,739 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 1,654 ล้าน ลบ.ม (10%)
- รักษาระบบนิเวศ= 7,254 ล้าน ลบ.ม (43%)
- เกษตรกรรม = 7,580 ล้าน ลบ.ม. (45%)
- อุตสาหกรรม= 260 ล้าน ลบ.ม (2%)

@ ผลการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ฤดูฝนใน ปี 2568 (1 พ.ค. 2568- ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 26,132 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 156 % เกินแผน 9,393 ล้าน ลบ.ม ( คิดเป็น 56%)

@ แผนการจัดสรรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฤดูฝน ปี 2568 (1 พฤษภาคม 68- 31 ตุลาคม 2568 )
-ปริมาณน้ำต้นทุน 1 พค 68 -31 ตค 68 = 6,950 ล้าน ลบ.ม
- ความต้องการน้ำฤดูฝน 2568 = 10,070 ล้าน ลบ ม.
- แผนจัดสรรน้ำ ฤดูฝน 2568 = 4,500 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 570 ล้าน ลบ.ม (13%)
- รักษาระบบนิเวศ= 1,483 ล้าน ลบ.ม (33%)
- เกษตรกรรม = 2,447 ล้าน ลบ.ม (54%)
-อุตสาหกรรม = - ล้าน ลบ ม (-%)

@ ผลการจัดสรรน้ำเจ้าพระยาฤดูฝน (1 พ.ค 68 - ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 7,719 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 173 % เกินแผน 3,217 ล้าน ลบ.ม (73%)

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ปี 2568 ทั้งประเทศ
-แผน 16.85 ล้านไร่
- ผล 15.96 ล้านไร่ (95%)
-เก็บเกี่ยว 7.51 ล้านไร่

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2568
- แผน 7.91 ล้านไร่
- ผล 7.74 ล้านไร่ (98%)
-เก็บเกี่ยว 5.95 ล้านไร่

หมายเหตุ : ข้อมูลจากศูนย์ปฎิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา

@@@@@@@@@@@@@@@@@@
จัดทำโดย: ส่วนยุทธศาสตร์, สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน
“(สรุป เป็นครั้งที่ 2,734 ครั้ง)”

03/10/2025

^******** “สถานการณ์น้ำ” ประจำวันที่ 3 ต.ค 68 เวลา 07.00 น
1) สถานการณ์น้ำในภาพรวม
1.1 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในช่วงวันที่ 3-6 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง

1.2) จังหวัดที่ประสบอุทกภัยรวม 54 จังหวัด
-จังหวัดที่เข้าสู่ภาวะปกติ 24 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำพูน เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก กำแพงเพชร. หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ เพชรบุรี ชุมพร และภูเก็ต
-จังหวัดที่ประสบอุทกภัย 30 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เลย หนองบัวลำภู แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ปราจีนบุรี นครราชสีมา สระแก้ว ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สระบุรี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุโขทัย ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม อำนาจเจริญ อุดรธานี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อ่างทอง ยโสธร พิจิตร นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา

1.3) สถานีอุทกวิทยาที่มีระดับน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่
1) สถานี Y.16 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.60 (ทรงตัว)
2) สถานี Y.64 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.48 m (สูงขึ้น)
3) สถานี c.35 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.80 m (สูงขึ้น)
4) สถานี c.36 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.26 m (ลดลง)
5) สถานี c.67 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.63 m (สูงขึ้น)
6) สถานี c.68 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +1.05 m (ทรงตัว)
7) สถานี E.20A ชี จ ยโสธร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.64 m (ทรงตัว)
8) สถานี T.13 ท่าจีน จ.สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.04 m (สูงขึ้น)
9)สถานี T.15 ท่าจีน สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.14 m (ลดลง)
10) สถานี M.7 มูล จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +1.30 m (สูงขึ้น)
11) สถานี Kh.127 จ.อุดรธานี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.72 m (สูงขึ้น)

1.4) ปริมาณฝนสะสมปี 2567 ตั้งแต่ 1 มค 67 - ปัจจุบัน เปรียบเทียบ 30 ปี((ภาพรวมน้อยกว่าค่าเฉลี่บ 30 ปี / ปี 2534 -2563 ))
-ทั้งประเทศ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ย ปกติ +100 มม คิดเป็น +8%
-ภาคเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +157 มม คิดเป็น +14%
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +105 มม คิดเป็น (+8%)
-ภาคกลาง ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +45 มม (+4%)
-ภาคตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +128 มม คิดเป็น +8%
-ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +38 มม (+4%)
-ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +50 มม (+2%)

1.5) สถานการณ์ค่าความเค็ม
-“ลุ่มน้ำท่าจีน “ สถานีปากคลองจินดา ค่าความเค็ม 0.31 กรัม/ลิตร(ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวัง สำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำบางประกง” สถานีบางแตน ค่าความเค็ม 0.06 กรัม/ลิตร (เกินเกณฑ์ (เฝ้าระวังน้ำเค็มไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร))
-“ลุ่มน้ำเจ้าพระยา” สถานีประปาสำแล ค่าความเค็ม 0.10 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณท์เฝ้าระวังทำน้ำประปา 0.25 กรัม/ลิตร มาตรฐานทำน้ำประปา 0.50 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำแม่กลอง” สถานีอัมพวา 0.13 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตร 2 กรัม/ลิตร)

1.6) ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนอ่างขนาดใหญ่ (Inflow)
- 1 พค 68 - ปัจจุบัน “อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ” น้ำไหลลง = 24,573 ล้าน ลบ.ม
- 1 พ ค 68 -ปัจจุบัน “ “อ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (4 เขื่อน)”” น้ำไหลลง = 10,866 ล้าน ลบ.ม.

2) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเก็บกัก ใน 4 เขื่อนหลักปัจจุบัน มีน้ำเก็บกัก = 21,993 (88%) และมีน้ำใช้การ 4 เขื่อน (2568) = 15,297 ล้าน ลบ ม (84%) ((น้ำใช้การวันนี้ ปี 2567 = 11,651 ล้าน ลบ.ม (64%)
-ซึ่งการระบายน้ำวันนี้ เขื่อนภูมิพลระบายน้ำ 15.0 ล้าน ลบ.ม, สิริกิติ์ 3.38 ล้าน ลบ.ม แควน้อย 15.5 ล้านลบ ม.และ ป่าสักชลสิทธิ์ 51.85 ล้าน ลบ.ม

3) ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ(อ่างขนาดใหญ่+กลาง) วันนี้ ปี 2568 = 63,487 ล้านลบ ม. (83%) ขณะที่น้ำเก็บกักทั้งประเทศ วันนี้ ปี 2567 = 57,,507 ล้าน ลบ.ม (75%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 5,980 ล้านลบ ม
-วันนี้มีปริมาณน้ำสามารถรับน้ำได้อีก 13,034 ล้าน ลบ.ม (17%) วันนี้ ปี 2568 ปริมาณน้ำใช้การ 39,538 ล้าน ลบ ม. (75%) / ปริมาณน้ำใช้การวันนี้ ปี 67 = 33,558 ล้าน ลบ ม (64%)

-ภาคเหนือ ปริมาณน้ำเก็บกัก วันนี้ ปี 2568 = 23,077 ล้านลบ ม. (89%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 19,335 ล้าน ลบ.ม (75%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 วันนี้ = 3,726 ล้าน ลบ ม.

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2568 = 8,678 ล้านลบ ม.(83%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 7,847 ล้าน ลบ.ม (75%) (ปี 68 น้อยกว่า ปี 67 วันนี้ = 831 ล้าน ลบ ม

-ภาคกลาง วันนี้ ปี 2568 = 1,227 ล้านลบ ม. (67%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคกลางวันนี้ ปี 2567 = 1,061 ล้าน ลบ.ม (58%) ; ปี 68 มากกว่า 67 = 166 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2568 = 22,704 ล้านลบ ม. (85%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2567 =22,059 ล้าน ลบ.ม (82%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 =645 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2568 = 1,835 ล้านลบ ม. (73%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2567 = 1,791 ล้าน ลบม (71%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 44 ล้าน ลบ ม.

-ภาคใต้ วันนี้ ปี 2568 = 5,967 ล้าน ลบ ม. (67%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคใต้วันนี้ ปี 2567 = 5,396 ล้าน ลบ.ม (61%) : ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 571 ล้าน ลบ ม.

@.อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก น้ำน้อย !! < = 30% จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ คลองสียัด (26%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำใช้การ 31-50% จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ กระเสียว (43%) ลำพระเพลิง (40%) บางลาง (42%) ปราณบุรี (45%) ทับเสลา (36%) ลำตะคอง (32%)

@อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำใช้การ!! มากกว่า 51%-80% (เกณฑ์น้ำดี!) รวม 8 แห่ง ได้แก่ หนองปลาไหล (76%) รัชชประภา (78%) ลำแซะ (73%) กิ่วลม (66%) แก่งกระจาน (67%) ป่าสัก (75%) น้ำพุง (71%) มูลบน (51%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก มากกว่า 81% (เกณฑ์น้ำดีมาก!) รวม 19 แห่ง ได้แก่ สิริกิติ์ (87%) น้ำอูน (90%) ห้วยหลวง (94%) แม่ม่อก (103%) วชิราลงกรณ (81%) แควน้อย (81%) แม่งัด (83%) ประแสร์ (84%) บางพระ (90%) ศรีนครินทร์ (83%) กิ่วคอหมา (82%) ภูมิพล (86%) สิรินธร (85%) ขุนด่าน ฯ (85%) แม่กวง (85%) อุบลรัตน์ (84%) ลำปาว (85%) นะบดินทร์ (94%)

@“อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ < =30% จำนวน 32 อ่างดังนี้
-อ่างภาคเหนือ < 30 % จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ < 30 % จำนวน 7 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออก < 30% จำนวน 9 อ่าง
- อ่างภาคกลาง < 30 % จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 30-50% จำนวน 43 อ่าง (จากอ่างขนาดกลางทั้งหมด 435 อ่าง)
- อ่างภาคเหนือ จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 17 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก จำนวน 2 อ่าง
- อ่างภาคกลาง จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคใต้ จำนวน 17 อ่าง

@ อ่างขนาดกลาง >50-80% จำนวน 100 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 13 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 48 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 18 อ่าง
- อ่างภาคกลาง 9 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 3 อ่าง
- อ่างภาคใต้ 9 อ่าง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง> 80-100% รวม 134 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 41 แห่ง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 69 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 12 แห่ง
- อ่างภาคกลาง 6 แห่ง
-ภาคตะวันตก 1 แห่ง
- ภาคใต้ 5 แห่ง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง > 100% รวม 139 อ่าง
-อ่างภาคเหนือ 31 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 89 แห่ง
-อ่างภาคตะวันตก 0 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออก 11 แห่ง
-อ่างภาคใต้ 2 แห่ง
-อ่างภาคกลาง 6 แห่ง

@ แผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ฤดฝน ปี /2568 (1 พค 68- 31 ตค 2568 )
- ปริมาณน้ำต้นทุน ณ 1 พค 2568 )= 19,914 ล้าน ลบ ม
- ความต้องการใช้น้ำ ฤดูฝน ปี 2568 = 31,723 ล้าน ลบ ม
- แผนจัดสรรน้ำฤดูฝน 2568 = 16,739 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 1,654 ล้าน ลบ.ม (10%)
- รักษาระบบนิเวศ= 7,254 ล้าน ลบ.ม (43%)
- เกษตรกรรม = 7,580 ล้าน ลบ.ม. (45%)
- อุตสาหกรรม= 260 ล้าน ลบ.ม (2%)

@ ผลการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ฤดูฝนใน ปี 2568 (1 พ.ค. 2568- ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 26,132 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 156 % เกินแผน 9,393 ล้าน ลบ.ม ( คิดเป็น 56%)

@ แผนการจัดสรรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฤดูฝน ปี 2568 (1 พฤษภาคม 68- 31 ตุลาคม 2568 )
-ปริมาณน้ำต้นทุน 1 พค 68 -31 ตค 68 = 6,950 ล้าน ลบ.ม
- ความต้องการน้ำฤดูฝน 2568 = 10,070 ล้าน ลบ ม.
- แผนจัดสรรน้ำ ฤดูฝน 2568 = 4,500 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 570 ล้าน ลบ.ม (13%)
- รักษาระบบนิเวศ= 1,483 ล้าน ลบ.ม (33%)
- เกษตรกรรม = 2,447 ล้าน ลบ.ม (54%)
-อุตสาหกรรม = - ล้าน ลบ ม (-%)

@ ผลการจัดสรรน้ำเจ้าพระยาฤดูฝน (1 พ.ค 68 - ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 7,719 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 173 % เกินแผน 3,217 ล้าน ลบ.ม (73%)

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ปี 2568 ทั้งประเทศ
-แผน 16.85 ล้านไร่
- ผล 15.96 ล้านไร่ (95%)
-เก็บเกี่ยว 7.51 ล้านไร่

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2568
- แผน 7.91 ล้านไร่
- ผล 7.74 ล้านไร่ (98%)
-เก็บเกี่ยว 5.95 ล้านไร่

หมายเหตุ : ข้อมูลจากศูนย์ปฎิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา

@@@@@@@@@@@@@@@@@@
จัดทำโดย: ส่วนยุทธศาสตร์, สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน
“(สรุป เป็นครั้งที่ 2,732 ครั้ง)”

02/10/2025

^******** “สถานการณ์น้ำ” ประจำวันที่ 2 ต.ค 68 เวลา 07.00 น
1) สถานการณ์น้ำในภาพรวม
1.1 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในช่วงวันที่ 1 – 6 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง

1.2) จังหวัดที่ประสบอุทกภัยรวม 54 จังหวัด
-จังหวัดที่เข้าสู่ภาวะปกติ 25 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก กำแพงเพชร. หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น นครพนม สุรินทร์ จันทบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง ตราด ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ เพชรบุรี ชุมพร และภูเก็ต
-จังหวัดที่ประสบอุทกภัย 29 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร นครราชสีมา สระแก้ว ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สระบุรี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุโขทัย ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม อำนาจเจริญ อุดรธานี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อ่างทอง ยโสธร พิจิตร นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา

1.3) สถานีอุทกวิทยาที่มีระดับน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่
1) สถานี Y.16 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.58 m (สูงขึ้น)
2) สถานี Y.64 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.45 m (ลดลง)
3) สถานี c.35 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.77 m (สูงขึ้น)
4) สถานี c.36 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.22 m (ลดลง)
5) สถานี c.67 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.62 m (สูงขึ้น)
6) สถานี c.68 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +1.04 m (ทรงตัว)
7) สถานี E.20A ชี จ ยโสธร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.57 m (ทรงตัว)
8) สถานี T.13 ท่าจีน จ.สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.04 m (สูงขึ้น)
9)สถานี T.15 ท่าจีน สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.15 m (ลดลง)

1.4) ปริมาณฝนสะสมปี 2567 ตั้งแต่ 1 มค 67 - ปัจจุบัน เปรียบเทียบ 30 ปี((ภาพรวมน้อยกว่าค่าเฉลี่บ 30 ปี / ปี 2534 -2563 ))
-ทั้งประเทศ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ย ปกติ +100 มม คิดเป็น +8%
-ภาคเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +157 มม คิดเป็น +14%
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +105 มม คิดเป็น (+8%)
-ภาคกลาง ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +45 มม (+4%)
-ภาคตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +128 มม คิดเป็น +8%
-ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +38 มม (+4%)
-ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +50 มม (+2%)

1.5) สถานการณ์ค่าความเค็ม
-“ลุ่มน้ำท่าจีน “ สถานีปากคลองจินดา ค่าความเค็ม 0.31 กรัม/ลิตร(ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวัง สำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำบางประกง” สถานีบางแตน ค่าความเค็ม 0.06 กรัม/ลิตร (เกินเกณฑ์ (เฝ้าระวังน้ำเค็มไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร))
-“ลุ่มน้ำเจ้าพระยา” สถานีประปาสำแล ค่าความเค็ม 0.10 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณท์เฝ้าระวังทำน้ำประปา 0.25 กรัม/ลิตร มาตรฐานทำน้ำประปา 0.50 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำแม่กลอง” สถานีอัมพวา 0.13 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตร 2 กรัม/ลิตร)

1.6) ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนอ่างขนาดใหญ่ (Inflow)
- 1 พค 68 - ปัจจุบัน “อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ” น้ำไหลลง = 24,573 ล้าน ลบ.ม
- 1 พ ค 68 -ปัจจุบัน “ “อ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (4 เขื่อน)”” น้ำไหลลง = 10,866 ล้าน ลบ.ม.

2) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเก็บกัก ใน 4 เขื่อนหลักปัจจุบัน มีน้ำเก็บกัก = 21,993 (88%) และมีน้ำใช้การ 4 เขื่อน (2568) = 15,297 ล้าน ลบ ม (84%) ((น้ำใช้การวันนี้ ปี 2567 = 11,651 ล้าน ลบ.ม (64%)
-ซึ่งการระบายน้ำวันนี้ เขื่อนภูมิพลระบายน้ำ 15.0 ล้าน ลบ.ม, สิริกิติ์ 3.38 ล้าน ลบ.ม แควน้อย 15.5 ล้านลบ ม.และ ป่าสักชลสิทธิ์ 51.85 ล้าน ลบ.ม

3) ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ(อ่างขนาดใหญ่+กลาง) วันนี้ ปี 2568 = 63,487 ล้านลบ ม. (83%) ขณะที่น้ำเก็บกักทั้งประเทศ วันนี้ ปี 2567 = 57,,507 ล้าน ลบ.ม (75%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 5,980 ล้านลบ ม
-วันนี้มีปริมาณน้ำสามารถรับน้ำได้อีก 13,034 ล้าน ลบ.ม (17%) วันนี้ ปี 2568 ปริมาณน้ำใช้การ 39,538 ล้าน ลบ ม. (75%) / ปริมาณน้ำใช้การวันนี้ ปี 67 = 33,558 ล้าน ลบ ม (64%)

-ภาคเหนือ ปริมาณน้ำเก็บกัก วันนี้ ปี 2568 = 23,077 ล้านลบ ม. (89%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 19,335 ล้าน ลบ.ม (75%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 วันนี้ = 3,726 ล้าน ลบ ม.

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2568 = 8,678 ล้านลบ ม.(83%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 7,847 ล้าน ลบ.ม (75%) (ปี 68 น้อยกว่า ปี 67 วันนี้ = 831 ล้าน ลบ ม

-ภาคกลาง วันนี้ ปี 2568 = 1,227 ล้านลบ ม. (67%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคกลางวันนี้ ปี 2567 = 1,061 ล้าน ลบ.ม (58%) ; ปี 68 มากกว่า 67 = 166 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2568 = 22,704 ล้านลบ ม. (85%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2567 =22,059 ล้าน ลบ.ม (82%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 =645 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2568 = 1,835 ล้านลบ ม. (73%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2567 = 1,791 ล้าน ลบม (71%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 44 ล้าน ลบ ม.

-ภาคใต้ วันนี้ ปี 2568 = 5,967 ล้าน ลบ ม. (67%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคใต้วันนี้ ปี 2567 = 5,396 ล้าน ลบ.ม (61%) : ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 571 ล้าน ลบ ม.

@.อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก น้ำน้อย !! < = 30% จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ คลองสียัด (26%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำใช้การ 31-50% จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ กระเสียว (43%) ลำพระเพลิง (40%) บางลาง (42%) ปราณบุรี (45%) ทับเสลา (36%) ลำตะคอง (32%)

@อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำใช้การ!! มากกว่า 51%-80% (เกณฑ์น้ำดี!) รวม 8 แห่ง ได้แก่ หนองปลาไหล (76%) รัชชประภา (78%) ลำแซะ (73%) กิ่วลม (66%) แก่งกระจาน (67%) ป่าสัก (75%) น้ำพุง (71%) มูลบน (51%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก มากกว่า 81% (เกณฑ์น้ำดีมาก!) รวม 19 แห่ง ได้แก่ สิริกิติ์ (87%) น้ำอูน (90%) ห้วยหลวง (94%) แม่ม่อก (103%) วชิราลงกรณ (81%) แควน้อย (81%) แม่งัด (83%) ประแสร์ (84%) บางพระ (90%) ศรีนครินทร์ (83%) กิ่วคอหมา (82%) ภูมิพล (86%) สิรินธร (85%) ขุนด่าน ฯ (85%) แม่กวง (85%) อุบลรัตน์ (84%) ลำปาว (85%) นะบดินทร์ (94%)

@“อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ < =30% จำนวน 32 อ่างดังนี้
-อ่างภาคเหนือ < 30 % จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ < 30 % จำนวน 7 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออก < 30% จำนวน 9 อ่าง
- อ่างภาคกลาง < 30 % จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 30-50% จำนวน 43 อ่าง (จากอ่างขนาดกลางทั้งหมด 435 อ่าง)
- อ่างภาคเหนือ จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 17 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก จำนวน 2 อ่าง
- อ่างภาคกลาง จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก จำนวน 3 อ่าง
- อ่างภาคใต้ จำนวน 17 อ่าง

@ อ่างขนาดกลาง >50-80% จำนวน 100 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 13 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 48 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 18 อ่าง
- อ่างภาคกลาง 9 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 3 อ่าง
- อ่างภาคใต้ 9 อ่าง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง> 80-100% รวม 134 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 41 แห่ง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 69 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 12 แห่ง
- อ่างภาคกลาง 6 แห่ง
-ภาคตะวันตก 1 แห่ง
- ภาคใต้ 5 แห่ง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง > 100% รวม 139 อ่าง
-อ่างภาคเหนือ 31 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 89 แห่ง
-อ่างภาคตะวันตก 0 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออก 11 แห่ง
-อ่างภาคใต้ 2 แห่ง
-อ่างภาคกลาง 6 แห่ง

@ แผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ฤดฝน ปี /2568 (1 พค 68- 31 ตค 2568 )
- ปริมาณน้ำต้นทุน ณ 1 พค 2568 )= 19,914 ล้าน ลบ ม
- ความต้องการใช้น้ำ ฤดูฝน ปี 2568 = 31,723 ล้าน ลบ ม
- แผนจัดสรรน้ำฤดูฝน 2568 = 16,739 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 1,654 ล้าน ลบ.ม (10%)
- รักษาระบบนิเวศ= 7,254 ล้าน ลบ.ม (43%)
- เกษตรกรรม = 7,580 ล้าน ลบ.ม. (45%)
- อุตสาหกรรม= 260 ล้าน ลบ.ม (2%)

@ ผลการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ฤดูฝนใน ปี 2568 (1 พ.ค. 2568- ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 26,132 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 156 % เกินแผน 9,393 ล้าน ลบ.ม ( คิดเป็น 56%)

@ แผนการจัดสรรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฤดูฝน ปี 2568 (1 พฤษภาคม 68- 31 ตุลาคม 2568 )
-ปริมาณน้ำต้นทุน 1 พค 68 -31 ตค 68 = 6,950 ล้าน ลบ.ม
- ความต้องการน้ำฤดูฝน 2568 = 10,070 ล้าน ลบ ม.
- แผนจัดสรรน้ำ ฤดูฝน 2568 = 4,500 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 570 ล้าน ลบ.ม (13%)
- รักษาระบบนิเวศ= 1,483 ล้าน ลบ.ม (33%)
- เกษตรกรรม = 2,447 ล้าน ลบ.ม (54%)
-อุตสาหกรรม = - ล้าน ลบ ม (-%)

@ ผลการจัดสรรน้ำเจ้าพระยาฤดูฝน (1 พ.ค 68 - ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 7,719 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 173 % เกินแผน 3,217 ล้าน ลบ.ม (73%)

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ปี 2568 ทั้งประเทศ
-แผน 16.85 ล้านไร่
- ผล 15.96 ล้านไร่ (95%)
-เก็บเกี่ยว 7.51 ล้านไร่

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2568
- แผน 7.91 ล้านไร่
- ผล 7.74 ล้านไร่ (98%)
-เก็บเกี่ยว 5.95 ล้านไร่

หมายเหตุ : ข้อมูลจากศูนย์ปฎิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา

@@@@@@@@@@@@@@@@@@
จัดทำโดย: ส่วนยุทธศาสตร์, สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน
“(สรุป เป็นครั้งที่ 2,731 ครั้ง)”

01/10/2025

^******** “สถานการณ์น้ำ” ประจำวันที่ 1 ต.ค 68 เวลา 07.00 น
1) สถานการณ์น้ำในภาพรวม
1.1 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในช่วงวันที่ 1 – 6 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง

1.2) จังหวัดที่ประสบอุทกภัยรวม 54 จังหวัด
-จังหวัดที่เข้าสู่ภาวะปกติ 25 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก กำแพงเพชร. หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น นครพนม สุรินทร์ จันทบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง ตราด ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ เพชรบุรี ชุมพร และภูเก็ต
-จังหวัดที่ประสบอุทกภัย 29 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร นครราชสีมา สระแก้ว ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สระบุรี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุโขทัย ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม อำนาจเจริญ อุดรธานี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อ่างทอง ยโสธร พิจิตร นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา

1.3) สถานีอุทกวิทยาที่มีระดับน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่
1) สถานี Y.16 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.54 m (สูงขึ้น)
2) สถานี Y.64 ยม จ.พิษณุโลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +3.41 m (ลดลง)
3) สถานี c.35 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.74 m (สูงขึ้น)
4) สถานี c.36 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.19 m (ลดลง)
5) สถานี c.67 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +2.60 m (สูงขึ้น)
6) สถานี c.68 เจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +1.0 m (ทรงตัว)
7) สถานี E.20A ชี จ ยโสธร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.52 m (ทรงตัว)
8) สถานี T.13 ท่าจีน จ.สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.06 m m (สูงขึ้น)
9)สถานี T.15 ท่าจีน สุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง +0.16 m (ลดลง)

1.4) ปริมาณฝนสะสมปี 2567 ตั้งแต่ 1 มค 67 - ปัจจุบัน เปรียบเทียบ 30 ปี((ภาพรวมน้อยกว่าค่าเฉลี่บ 30 ปี / ปี 2534 -2563 ))
-ทั้งประเทศ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ย ปกติ +88 มม คิดเป็น +9%
-ภาคเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +156 มม คิดเป็น +18%
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +156 มม คิดเป็น (+18%)
-ภาคกลาง ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +8 มม (+1%)
-ภาคตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่าง จากค่าเฉลี่ยปกติ +86 มม คิดเป็น +8%
-ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าเฉลี่ยปกติ +44 มม (+6%)
-ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ปริมาณฝนสะสม ผลต่างจากค่าปกติ +83 มม (+5%)

1.5) สถานการณ์ค่าความเค็ม
-“ลุ่มน้ำท่าจีน “ สถานีปากคลองจินดา ค่าความเค็ม 0.31 กรัม/ลิตร(ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวัง สำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำบางประกง” สถานีบางแตน ค่าความเค็ม 0.06 กรัม/ลิตร (เกินเกณฑ์ (เฝ้าระวังน้ำเค็มไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร))
-“ลุ่มน้ำเจ้าพระยา” สถานีประปาสำแล ค่าความเค็ม 0.10 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณท์เฝ้าระวังทำน้ำประปา 0.25 กรัม/ลิตร มาตรฐานทำน้ำประปา 0.50 กรัม/ลิตร)
-“ลุ่มน้ำแม่กลอง” สถานีอัมพวา 0.13 กรัม/ลิตร (ยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตร 2 กรัม/ลิตร)

1.6) ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนอ่างขนาดใหญ่ (Inflow)
- 1 พค 68 - ปัจจุบัน “อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ” น้ำไหลลง = 24,573 ล้าน ลบ.ม
- 1 พ ค 68 -ปัจจุบัน “ “อ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (4 เขื่อน)”” น้ำไหลลง = 10,866 ล้าน ลบ.ม.

2) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเก็บกัก ใน 4 เขื่อนหลักปัจจุบัน มีน้ำเก็บกัก = 20,050 (81%) และมีน้ำใช้การ 4 เขื่อน (2568) = 13,354 ล้าน ลบ ม (73%) ((น้ำใช้การวันนี้ ปี 2567 = 8,874 ล้าน ลบ.ม (49%)
-ซึ่งการระบายน้ำวันนี้ เขื่อนภูมิพลระบายน้ำ 10.06 ล้าน ลบ.ม, สิริกิติ์ 20.06 ล้าน ลบ.ม แควน้อย 10.037 ล้านลบ ม.และ ป่าสักชลสิทธิ์ 13.01 ล้าน ลบ.ม

3) ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ(อ่างขนาดใหญ่+กลาง) วันนี้ ปี 2568 = 55,560 ล้านลบ ม. (73%) ขณะที่น้ำเก็บกักทั้งประเทศ วันนี้ ปี 2567 = 48,937 ล้าน ลบ.ม (64%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 5,267 ล้านลบ ม
-วันนี้มีปริมาณน้ำสามารถรับน้ำได้อีก 20,948 ล้าน ลบ.ม (27%) วันนี้ ปี 2568 ปริมาณน้ำใช้การ 31,612 ล้าน ลบ ม. (60%) / ปริมาณน้ำใช้การวันนี้ ปี 67 = 24,988 ล้าน ลบ ม (48%)

-ภาคเหนือ ปริมาณน้ำเก็บกัก วันนี้ ปี 2568 = 20,479 ล้านลบ ม. (79%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 15,898 ล้าน ลบ.ม (61%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 วันนี้ = 4,581 ล้าน ลบ ม.

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2568 = 6,332 ล้านลบ ม.(60%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ ปี 2567 = 5,588 ล้าน ลบ.ม (53%) (ปี 68 น้อยกว่า ปี 67 วันนี้ = -41 ล้าน ลบ ม

-ภาคกลาง วันนี้ ปี 2568 = 719 ล้านลบ ม. (39%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคกลางวันนี้ ปี 2567 = 613 ล้าน ลบ.ม (33%) ; ปี 68 มากกว่า 67 = 106 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2568 = 20,933 ล้านลบ ม. (78%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันตก วันนี้ ปี 2567 =20,525 ล้าน ลบ.ม (76%) ; ปี 68 มากกว่า ปี 67 =408 ล้าน ลบ ม

-ภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2568 = 1,405 ล้านลบ ม. (53%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคตะวันออก วันนี้ ปี 2567 = 1,384 ล้าน ลบม (55%) ; ปี 68 น้อยกว่า ปี 67 = 21 ล้าน ลบ ม.

-ภาคใต้ วันนี้ ปี 2568 = 5,692 ล้าน ลบ ม. (64%) ขณะที่น้ำเก็บกักภาคใต้วันนี้ ปี 2567 = 4,929 ล้าน ลบ.ม (55%) : ปี 68 มากกว่า ปี 67 = 763 ล้าน ลบ ม.

@.อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก น้ำน้อย !! < = 30% จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ลำตระคอง (24%) คลองสียัด (18%) ทับเสลา (27%) ลำนางรอง (27%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำใช้การ 31-50% จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ มูลบน (45%) กระเสียว (40%) ลำพระเพลิง (36%) บางลาง (43%) ปราณบุรี (41%)

@อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำใช้การ!! มากกว่า 51%-80% (เกณฑ์น้ำดี!) รวม 17 แห่ง ได้แก่ หนองปลาไหล (68%) รัชชประภา (75%) ลำแซะ (59%) ศรีนครินทร์ (80%) กิ่วคอหมา (58%) กิ่วลม (70%) ภูมิพล (77%) สิรินธร (66%) แก่งกระจาน (61%) แม่กวง (68%) ขุนด่าน ฯ (74%) อุบลรัตน์ (57%) จุฬาภรณ์ (75%) ลำปาว (74%) น้ำพุง (60%) ป่าสัก (59%)

@ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาตรน้ำเก็บกัก มากกว่า 81% (เกณฑ์น้ำดีมาก!) รวม 9 แห่ง ได้แก่ สิริกิติ์ (87%) น้ำอูน (90%) ห้วยหลวง (94%) แม่ม่อก (103%) วชิราลงกรณ (81%) แควน้อย (81%) แม่งัด (83%) ประแสร์ (84%) บางพระ (85%)

@“อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ < =30% จำนวน 46 อ่างดังนี้
-อ่างภาคเหนือ < 30 % จำนวน 1 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ < 30 % จำนวน 18 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออก < 30% จำนวน 11 อ่าง
- อ่างภาคกลาง < 30 % จำนวน 5 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 30-50% จำนวน 68 อ่าง (จากอ่างขนาดกลางทั้งหมด 435 อ่าง)
- อ่างภาคเหนือ จำนวน 3 อ่าง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 35 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก จำนวน 7 อ่าง
- อ่างภาคกลาง จำนวน 5 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก จำนวน 5 อ่าง
- อ่างภาคใต้ จำนวน 13 อ่าง

@ อ่างขนาดกลาง >50-80% จำนวน 167 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 38 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 83 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 18 อ่าง
- อ่างภาคกลาง 10 อ่าง
- อ่างภาคตะวันตก 2 อ่าง
- อ่างภาคใต้ 16 อ่าง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง> 80-100% รวม 123 อ่าง
- อ่างภาคเหนือ 38 แห่ง
- อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 63 อ่าง
- อ่างภาคตะวันออก 12 แห่ง
- อ่างภาคกลาง 6 แห่ง
-ภาคตะวันตก 0 แห่ง
- ภาคใต้ 4 แห่ง

@ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง > 100% รวม 44 อ่าง
-อ่างภาคเหนือ 7 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 31 แห่ง
-อ่างภาคตะวันตก 0 แห่ง
-อ่างภาคตะวันออก 4 แห่ง
-อ่างภาคใต้ 1 แห่ง
-อ่างภาคกลาง 0 แห่ง

@ แผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ฤดฝน ปี /2568 (1 พค 68- 31 ตค 2568 )
- ปริมาณน้ำต้นทุน ณ 1 พค 2568 )= 19,914 ล้าน ลบ ม
- ความต้องการใช้น้ำ ฤดูฝน ปี 2568 = 31,723 ล้าน ลบ ม
- แผนจัดสรรน้ำฤดูฝน 2568 = 16,739 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 1,654 ล้าน ลบ.ม (10%)
- รักษาระบบนิเวศ= 7,254 ล้าน ลบ.ม (43%)
- เกษตรกรรม = 7,580 ล้าน ลบ.ม. (45%)
- อุตสาหกรรม= 260 ล้าน ลบ.ม (2%)

@ ผลการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ ฤดูฝนใน ปี 2568 (1 พ.ค. 2568- ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 21,613 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 129 % เกินแผน 4,874 ล้าน ลบ.ม ( คิดเป็น 29%)

@ แผนการจัดสรรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฤดูฝน ปี 2568 (1 พฤษภาคม 68- 31 ตุลาคม 2568 )
-ปริมาณน้ำต้นทุน 1 พค 68 -31 ตค 68 = 6,950 ล้าน ลบ.ม
- ความต้องการน้ำฤดูฝน 2568 = 10,070 ล้าน ลบ ม.
- แผนจัดสรรน้ำ ฤดูฝน 2568 = 4,500 ล้าน ลบ.ม ได้แก่
- อุปโภค-บริโภค = 570 ล้าน ลบ.ม (13%)
- รักษาระบบนิเวศ= 1,483 ล้าน ลบ.ม (33%)
- เกษตรกรรม = 2,447 ล้าน ลบ.ม (54%)
-อุตสาหกรรม = - ล้าน ลบ ม (-%)

@ ผลการจัดสรรน้ำเจ้าพระยาฤดูฝน (1 พ.ค 68 - ปัจจุบัน) ใช้ไปแล้ว 6,437 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 143 % เกินแผน 1,937 ล้าน ลบ.ม (43%)

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ปี 2568 ทั้งประเทศ
-แผน 16.85 ล้านไร่
- ผล 15.87 ล้านไร่ (94%)
-เก็บเกี่ยว 5.37 ล้านไร่

@ การปลูกข้าวฤดูฝน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2568
- แผน 7.91 ล้านไร่
- ผล 7.74 ล้านไร่ (98%)
-เก็บเกี่ยว 4.57 ล้านไร่

หมายเหตุ : ข้อมูลจากศูนย์ปฎิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา

@@@@@@@@@@@@@@@@@@
จัดทำโดย: ส่วนยุทธศาสตร์, สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน
“(สรุป เป็นครั้งที่ 2,731 ครั้ง)”

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน กทม?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

811 ถ. สามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต สามเสน
กทม
10300