Koratian Renaissance - ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาเมืองโคราช

Koratian Renaissance - ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาเมืองโคราช

แชร์

AL RINNOVATORE DELLE ARTI E DELLE SCIENZE
To The Renewer of Arts and Sciences
แด่ผู้ฟื้นฟูศิลปะและวิทยาการให้รุ่งเรืองอีกครั้ง

Photos from Koratian Renaissance - ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาเมืองโคราช's post 31/08/2025

รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–โคราช: เส้นทางแห่งการฟื้นฟูการเดินทางและการพัฒนาเมือง

หลังจากที่ชาวไทยรอคอยกันมาเนิ่นนาน โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมา หรือที่เรามักเรียกกันสั้น ๆ ว่า “กรุงเทพฯ–โคราช” กำลังใกล้จะเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยตามแผนงาน เฟสแรกจะเปิดให้บริการราวปี พ.ศ. 2572 การเดินทางจะใช้เวลาเพียง 90 นาที จากเดิมที่ต้องใช้รถยนต์กว่า 3–4 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับการเดินทางของประเทศ

เส้นทางสายนี้มีระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร ออกแบบโครงสร้างทั้งทางวิ่งระดับดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์ ซึ่งถือเป็นงานวิศวกรรมขนาดใหญ่ระดับประเทศ รถไฟจะเชื่อมโยง 6 สถานีหลัก ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว นักเดินทาง และผู้ประกอบการธุรกิจ

อัตราค่าโดยสารคำนวณตามระยะทางที่ใช้บริการ เฉลี่ย 1.8 บาทต่อกิโลเมตร บวกค่าแรกเข้า 80 บาท เช่น กรุงเทพฯ–ดอนเมือง 105 บาท กรุงเทพฯ–อยุธยา 195 บาท และปลายทาง กรุงเทพฯ–นครราชสีมา ประมาณ 536 บาทต่อเที่ยว แม้ค่าโดยสารอาจสูงกว่ารถทัวร์ แต่ความสะดวก รวดเร็ว และมาตรฐานการให้บริการ ย่อมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง

ขบวนรถไฟที่จะให้บริการคือ Fuxing Hao CR300AF จากประเทศจีน รองรับความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ละขบวนมี 8 ตู้โดยสาร รวม 594 ที่นั่ง แบ่งเป็น First Class และ Standard Class เพื่อรองรับผู้โดยสารหลากหลายรูปแบบ

สิ่งที่น่าจับตาไม่เพียงแต่ความเร็ว หากแต่คือ การเชื่อมต่อระบบขนส่งในเมืองโคราช ว่าจะสามารถรองรับการเดินทางต่อเนื่องได้เพียงใด หากระบบรองรับครบวงจร รถไฟความเร็วสูงเส้นนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทั้งในกรุงเทพฯ และโคราชอย่างแท้จริง

การเดินทางที่เคยเป็นเพียงความฝัน กำลังจะกลายเป็นความจริง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ–โคราช เพียง 90 นาที อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคฟื้นฟูเมือง ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของโคราช ให้ก้าวสู่ความรุ่งเรืองครั้งใหม่

High-Speed Rail Bangkok–Korat: A Journey Towards Urban Renaissance

After years of anticipation, the Bangkok–Nakhon Ratchasima High-Speed Rail project is moving steadily closer to reality. According to the current plan, Phase I is expected to begin operation in 2029, reducing travel time to only 90 minutes from Bangkok to Korat—compared to the 3–4 hours by car. This marks a pivotal step in reshaping Thailand’s modern transportation landscape.

The line spans 250.77 kilometers, consisting of ground-level tracks, elevated structures, and tunnels—an engineering feat of national significance. Along the route, the train will stop at six key stations: Bang Sue Grand, Don Mueang, Ayutthaya, Saraburi, Pak Chong, and Nakhon Ratchasima. This design aims to serve tourists, commuters, and businesses alike.

Fares are calculated at 1.8 THB per kilometer, plus a base charge of 80 THB. For example, Bangkok–Don Mueang costs 105 THB, Bangkok–Ayutthaya 195 THB, and the full journey to Korat approximately 536 THB. While slightly higher than bus fares, the speed, comfort, and reliability are expected to redefine the travel experience.

The trains to be deployed are Fuxing Hao CR300AF, capable of speeds up to 250 km/h. Each set consists of 8 carriages with a total of 594 seats, divided into First Class and Standard Class, ensuring capacity for a wide range of passengers.

Yet, beyond speed and efficiency, the crucial question lies in urban connectivity at Korat. If local transport integration is achieved, this project could become a true “game-changer,” boosting the economy, society, and cultural exchange between Bangkok and Korat.

What was once a distant dream is now within reach. In just a few years, the phrase “Bangkok to Korat in 90 minutes” may not only symbolize faster travel, but also the beginning of a new Renaissance—reviving Korat’s role as a cultural and economic hub in the modern era.

Photos from TYT Design Studio's post 07/05/2025

อยากให้โคราชเป็นเหมือนเมืองใด ?

29/01/2025

มหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
เป็นสถานที่สำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มหาวิหารนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มีวัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติธรรม และเป็นที่ระลึกถึงคุณูปการของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ซึ่งมีความสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการดูแลรักษาเส้นทางธรรม โดยมีคุณสรพงษ์ ชาตรี ดาราภาพยนตร์ชื่อดังเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งสถาปัตยกรรมของมหาวิหารมีความงดงามและมีความสมดุลระหว่างการใช้สถาปัตยกรรมไทยกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการก่อสร้าง

ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม
1. ลักษณะการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทยดั้งเดิมและความทันสมัย: มหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ใช้สถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ โดยมีลักษณะการก่อสร้างที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน โดยเฉพาะการใช้เสาไม้และลวดลายประดับทองที่สื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์และความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้
2. พระอุโบสถขนาดใหญ่: การออกแบบพระอุโบสถมีความโดดเด่นด้วยขนาดที่ใหญ่โตและสง่างาม โดยเฉพาะหลังคาทรงสูงที่มีลักษณะเป็นมุมคว่ำ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบไทยแบบดั้งเดิมและความมั่นคงของโครงสร้าง
3. ความละเอียดในงานศิลปะ: บริเวณภายในมหาวิหารประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาและชีวิตของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ซึ่งเป็นศิลปะที่มีความละเอียดอ่อนและสะท้อนถึงความเป็นไทยอย่างเต็มที่
4. พระพุทธรูปปางมารวิชัย: ภายในมหาวิหารยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นแหล่งศาสนสถานสำหรับการปฏิบัติธรรม และเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชน
โดยรวมแล้ว มหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาไทย โดยมีกระบวนการออกแบบที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพในศิลปวัฒนธรรมไทยและความสะดวกสบายในการใช้งานร่วมกับการพัฒนาในยุคสมัยปัจจุบัน

Photos from Story of Esan's post 29/01/2025

มีตึกสไตล์นี้เยอะแยะไปหมดในตัวเมืองโคราช
หากได้รับการบูรณะคงจะสวยงามไม่ใช่เล่น ๆ เลยครับ
ร่วมกันติด hashtag
เพื่อหาความสวยงามยุคโคราชเรเนซองค์กัน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Nakhon Ratchasima?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nakhon Ratchasima