21/08/2024
🚨ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย "ฮั่วเซ่งเฮง" ไม่มีเปิดให้ลงทุนหุ้นทองคำ🚨
ย้ำอีกครั้ง มุขประจำเหล่ามิจฉาชีพ❗
1.ดึงดูดความสนใจด้วยข้อเสนอที่ดูน่าสนใจ
โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย เช่น ที่เสนอการลงทุนที่ได้กำไรสูงในระยะเวลาสั้น ๆใช้แบรนด์หรือชื่อเสียงของบริษัท/ร้านทองที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมารับรอง
การติดต่อและการสร้างความน่าเชื่อถือ
2.ติดต่อเหยื่อผ่านข้อความในแอปพลิเคชันสนทนา (เช่น Line, Facebook Messenger) สร้างความน่าเชื่อถือโดยการแสดงผลกำไรหรือการคืนเงินเล็กน้อยในขั้นแรก ๆ
การหลอกให้ลงทุนเพิ่ม
3. ชักชวนให้ลงทุนเพิ่มโดยใช้ผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหน้าเป็นแรงจูงใจ อ้างกติกาหรือเงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้เหยื่อต้องโอนเงินเพิ่ม การหลอกให้โอนเงินซ้ำๆ จนหมดตัว
4. อ้างว่ามีค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการเพิ่มเติมที่ต้องจ่ายก่อนถึงจะได้รับเงินทั้งหมด หลอกให้เหยื่อโอนเงินจนหมดบัญชี หรือแม้กระทั่งยืมเงินจากคนอื่นเพื่อมาลงทุน ปิดการติดต่อและหายตัวไป
⛔หลังจากได้รับเงินทั้งหมดแล้ว มิจฉาชีพจะบล็อกการติดต่อและปิดเพจ หรือเปลี่ยนชื่อบัญชีใหม่ทันที เหยื่อไม่สามารถติดต่อได้อีกและรู้ตัวว่าถูกหลอก⛔
กลโกงมิจฉาชีพ
📛 เปิด FACBOOK เพจปลอมโพต์เชิญชวนลงทุนง่ายกำไรดี
📛 ช่่วงแรกได้ผลตอบแทนดีและหลอกให้ลงทุนเพิ่ม
📛 สุดท้ายติดต่อเพจไม่ได้สูญเงินฟรี
จุดสังเกต
🔰ลงทุนน้อยกำไรสูง เสี่ยงที่จะโดนหลอก
🔰อ้างให้ลงทุนเพิ่ม ถึจะเอาเงินออกได้
🔰ไม่ควรโอนงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล
🔰เพจสร้างมาไม่นาน มีผู็ตดตามน้อย
#ตำรวจไซเบอร์ #หลอกลงทุน #หลอกลงทุนหุ้นทองคำ #ฮั่วเซ่งเฮง ดูน้อยลง
19/08/2024
ตำรวจไซเบอร์ช่วยเหลือแม่ลูก 3 หลังโดนหลอกเปิดบัญชีม้า
ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 เวลา 10.00 น. มารดาของ นางสาวพลอย อายุ 58 ปี เข้ามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.1 ว่าบุตรสาวถูกหลอกไปทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในลักษณะเป็นพนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย นางสาวพลอย ได้แอบติดต่อทางแชท LINE ว่าตนโดนหลอกจากการได้ลงข้อมูลตัวเองไว้ในเพจเฟซบุ๊กหางาน และมีนายหน้าติดต่อจ้างตนไปทำงานและให้เปิดบัญชีธนาคารไว้ 3-5 บัญชี เพื่อใช้รับเงินค่าทำงาน แต่เมื่อไปทำงานจริงกลายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งขณะที่มารดาเข้ามาพบพนักงานสอบสวน นางสาวพลอย ไม่สามารถกลับมาได้ เนื่องจากถูกกักขัง อยู่ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว
ต่อมาหลังจากสอบปากคำให้การมารดาของ นางสาวพลอย นั่น พ.ต.ท.เฉลิมพล จุมปูอา หัวหน้าพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.1 ได้ทำการอายัดบัญชีธนาคาร ทั้งหมด 4 บัญชีของ นางสาวพลอย ที่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ยึดไว้ เพื่อให้ระงับธุรกรรมทางการเงิน จนขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ ต้องพาตัว นางสาวพลอย ข้ามมาฝั่งไทย
เพื่อติดต่อธนาคาร ทั้งนี้ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภรฐโชติ จำหงษ์ ผกก.3 บก.สอท.1 ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ให้เฝ้าระวังในพื้นที่อรัญประเทศ จนสามารถ พบ นางสาวพลอยอยู่บริเวณใกล้ๆห้างสตาร์พลาซ่า อรัญประเทศ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 11.00 น. จึงได้เข้าช่วยเหลือ นางสาวพลอย
และเมื่อบ่ายวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1,พ.ต.อ. ศุภรฐโชติ จำหงษ์ ผกก. 3 บก.สอท.1 และ พ.ต.ท.เฉลิมพล จุมปูอา หัวหน้าพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวน ได้นำตัว นางสาวพลอย หลังถูกหลอกไปเป็นเครื่องมือของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสแกนใบหน้าในการทำธุรกรรมในการใช้บัญชีของตน หรือเรียกว่าถูกหลอกไปเป็น “บัญชีม้า” กลับมาพบกับครอบครัว พร้อมด้วยความยินดีและซาบซึ้งในการทำงานของตำรวจไซเบอร์ในครั้งนี้ที่สามารถช่วยนางสาวพลอย ออกมาจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างปลอดภัย
#ตำรวจไซเบอร์ #บัญชีม้า #สแกนหน้า #แก๊งคอลเซ็นเตอร์
18/08/2024
เจอแล้วแจ้ง !!!
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสมิจฉาชีพ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เล็งเห็นภัยมิจฉาชีพที่งัดหลากกลลวงมาเพื่อใช้หลอกลวงพี่น้องประชาชน ซึ่งในหลายกลลวงเหล่านั้น มีการปลอม สวมรอย เป็นบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเข้าใจผิด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการส่ง SMS ปลอม เพื่อลวงให้กดลิงก์ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ที่แฝงไวรัส หรือมัลแวร์อีกด้วย และจากสถิติของศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบว่า ใน 1 วัน จะมีคนไทยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ไม่ต่ำกว่า 1,000 คดี ซึ่งมีมูลค่าเสียหายเฉลี่ยอยู่ที่ 116,681 บาทเลยทีเดียว
18/08/2024
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเจ๊ปุ้ย สมุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามหมายจับดีเอสไอ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.บุญญิสาฯ ในความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงาน การเอาคนลงเป็นทาสหรือมีลักษณะคล้ายทาส และการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯ“
สถานที่จับกุม ละแวกซอยนวลจันทร์ 20 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก ประมาณต้นปี พ.ศ.2565 นายโจ้ (นามสมมติ) เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ถูกชักชวนให้ไปทำงานที่บ่อนคาสิโนที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งภายหลังเมื่อเหยื่อเดินทางไปทำงานแล้ว เหยื่อได้ถูกบังคับให้เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้อื่นผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ให้ร่วมลงทุน โดยขบวนการดังกล่าวจะมีชาวต่างชาติเป็นหัวหน้าคอยควบคุมสั่งการ ซึ่งในระหว่างที่ทำงานเหยื่อจะไร้ซึ่งอิสรภาพและถูกบังคับให้ทำงาน โดยมีทั้งชาวไทยและเวียดนามถูกบังคับให้ทำงาน อีกทั้งหากใครไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย ก็จะถูกให้อดอาหาร ไปจนถึงทำร้ายร่างกาย
ภายหลังเมื่อเหยื่อขอเดินทางกลับประเทศไทย จะมีหัวหน้าคุมพนักงานคอลเซ็นเตอร์ชาวไทย เรียกเก็บเงิน เหยื่อจึงได้ขอให้ทางบ้านหาเงินมาจ่ายให้ จนสามารถกลับประเทศไทยได้ในที่สุด จากนั้นเหยื่อจึงได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยืนยันตัวบุคคลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ซึ่งพบว่ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมีการแบ่งหน้าที่กันหลอกลวงกันเป็นขบวนการ เริ่มจากการฝึกสอนการหลอกลวง มีฝ่ายไอทีทำระบบหลอกลวง ฝ่ายคอยควบคุมดูแลพนักงานคอลเซ็นเตอร์ และมีพนักงานคอลเซ็นเตอร์ชาวไทยส่วนหนึ่งที่สมัครใจไปทำงาน
ภายหลังทางกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งรับผิดชอบคดีนี้ จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นมี น.ส.บุญญิสาฯ เป็นผู้ร่วมขบวนการ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน
กระทั่งล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ติดตามจับกุม น.ส.บุญญิสาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับภายหลังจากที่ผู้ต้องหาเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย จากนั้นจึงได้นำตัวส่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., , พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ต.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.ท.วุฒิพงษ์ สุพรรณชนะบุรี, ร.ต.ท.ภูธร ทองทวี รอง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ดำเนินการ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน
#แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #อั้งยี่ #ตำรวจสอบสวนกลาง ดูน้อยลง
18/08/2024
🔥แดดร้อนให้เอามือบัง โดนหลอกโอนตังค์ให้ยื่นมือมา🔥
‼️วิธีสังเกต แก๊งโรแมนซ์สแกม อ้ายคนหลอกลวง ภัยร้ายไซเบอร์‼️
1. เข้าไปดูโปรไฟล์ว่ามีข้อมูลน่าเชื่อถือเพียงใด เปิดใช้งานบัญชีโซเชียลมานานแล้วหรือไม่
2. เพราะคนน่ารักมักใจร้าย จึงต้องดูโปรไฟล์ว่าคนที่คุยด้วยหล่อ สวย รวย เกินจริงหรือไม่
3. คุยสักพักมักจะชอบให้ความหวังอยากส่งของให้ โดยอ้างขอเงินค่าส่งของ
4 .มีการสร้างเรื่องราวให้เห็นอกเห็นใจ ทำตัวให้น่าสงสาร น้ำตาลอาบยาพิษชัดๆ
5 .สุดท้าย❗️ หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้มิจฉาชีพ แล้วบังคับห้ามบอกเรื่องราวความสัมพันธ์ของคุณกับเขา โถ กะเฮาแค่คนคุย เฮ็ดทุกอย่างกะคือแฟน แต่บ่มีสิทธิ์ควงแขนเปิดโตเป็นคนของใจ
🍹จะหน้าร้อนหรือหน้าไหน ก็อย่าเปิดใจให้พวกหลอกลวง
😍ร้อนรัก ร้อนใจ แต่ต้องไม่รีบร้อนโอนเงิน
---- "ไม่เชื่อ ไม่กลัว ไม่โลภ ไม่โอน" ----
18/08/2024
ข้อมูลสถิติจากศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ประเด็นคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ จำนวน 108,383 ครั้ง
2. หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงาน จำนวน 38,669 ครั้ง
3. หลอกให้กู้เงิน จำนวน 35,121 ครั้ง
4. หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จำนวน 23,545 ครั้ง
5. ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (คอลเซ็นเตอร์) จำนวน 21,482 ครั้ง
18/08/2024
ดีอี เตือน อย่าแชร์ ข่าวปลอม “แอปฯ ทางรัฐ แสดงข้อมูลเครดิตบูโร บัญชีติดหนี้ ใบสั่งจราจร ข้อมูลโดนฟ้องศาล หลังลงทะเบียน 10,000 บาท” ชี้เป็นข้อมูลเท็จ สร้างความสับสนให้สังคมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “แอปฯ ทางรัฐ แสดงข้อมูลเครดิตบูโร บัญชีติดหนี้ ใบสั่งจราจร ข้อมูลโดนฟ้องศาล หลังลงทะเบียน 10,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “ปชช. ที่สมัครบัญชีผ่านแอปฯ ทางรัฐไม่ได้ จะไม่สามารถลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง
18/08/2024
ดีอี ย้ำ! "นายก เศรษฐา" อนุมัติ พนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย 💢 เป็นข่าวปลอม 💢
ดีอี เตือน หยุดปล่อยข่าวปลอม นายกฯ เตรียมอนุมัติบ่อนกาสิโน เปิดเว็บพนัน ถูกกฎหมาย เสียภาษี 30% เพิ่มรายได้เข้าประเทศ ย้ำ! ไม่จริง อย่าแชร์อาจเป็นการสร้างเรื่องเท็จหวังให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ทำลายชื่อเสียงรัฐบาล
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลในประเด็นนายกรัฐมนตรี เตรียมแผนอนุมัติบ่อนกาสิโนเว็บพนันถูกกฎหมาย เสียภาษีให้รัฐบาล 30% เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้เข้าประเทศนั้น ทางกระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปยังกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นข้อมูลเท็จ ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้มีการเตรียมแผนอนุมัติ หรือการดำเนินนโยบายเปิดบ่อนกาสิโน/เว็บพนันถูกกฎหมาย เสียภาษี 30% ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด
22/07/2018
บรรยากาศงาน และพิธีเปิดนิทรรศการวิทยานิพนธ์ Whale Done
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561