Thai National AGRIS Centre
รวบรวมและให้บริการสารสนเทศด้านการเกษตรของประเทศไทย
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการประสานงานกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและการเกษตรต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์สนเทศทางการเกษตรแห่งชาติ (Thai National AGRIS Centre) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2523
27/05/2026
🌾 “ข้าว” ที่เรารับประทานทุกวัน อาจมีเรื่องราวด้านสุขภาพซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด!
ขอเชิญผู้สนใจร่วมเปิดมุมมองใหม่เรื่อง “ข้าวและสุขภาพ” ในงานเสวนา
One Health ข้าวสุขภาพ : จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ
พบกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งการแพทย์ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม สุขภาพ และศิลปะแห่งรสชาติอาหาร ที่จะมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การวิจัยในห้องปฏิบัติการ การพัฒนาพันธุ์ข้าว นวัตกรรมสุขภาพ ไปจนถึงจานอาหารของผู้บริโภค
📅 วันที่ 23 มิถุนายน 2569
🕘 เวลาเสวนา 09.00 – 12.00 น.
🕖 ลงทะเบียน/รับเอกสาร 07.00 – 09.00 น.
📍 ภายในงาน THAILAND RESEARCH EXPO & SYMPOSIUM 2026
ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
✨ เข้าร่วมฟรี! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
ลงทะเบียนได้ที่: https://researchexporegistration.com/register
📌 หมายเหตุ: เมื่อเข้าสู่ระบบลงทะเบียน กรุณาเลือกวันที่ 23 มิ.ย. 2569 และเลือกหัวข้อประชุมที่ 38
มาร่วมค้นหาคำตอบว่า “ข้าวสุขภาพ” จะเชื่อมโยงชีวิต สุขภาพ และอนาคตอาหารไทยได้อย่างไ
"ข้าว" ที่เราทานทุกวัน มีความลับต่อสุขภาพซ่อนอยู่มากมาย? มาร่วมเจาะลึกการบูรณาการองค์ความรู้ตลอดห่วงโซ่ จากห้องปฏิบัติการสู่จานอาหารของผู้บริโภค ในหัวข้อการเสวนาเรื่อง "One Health ข้าวสุขภาพ : จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ"
พบกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศ ที่จะมาร่วมเปิดมุมมองใหม่เรื่อง "ข้าวและสุขภาพ" แบบครบวงจร ทั้งในมิติของการแพทย์ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และศิลปะแห่งรสชาติอาหาร!
พบกับวิทยากรสุดพิเศษทั้ง 2 ช่วง :
ช่วงแรก
• ศ. พล.ต. นพ. ราม รังสินธุ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
• ศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
• ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ (Modgut – Valor Health: Healthcare Solution in Thailand)
• รองศาตราจารย์ ดร.อนุศักดิ์ เกิดสิน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
• ดำเนินการเสวนาโดย: รศ.ดร.ศิวเรศ อารีกิจ - ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ช่วงสอง
• คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด
• คุณชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ - Thai Rice Hub
• คุณภานุภน บุลสุวรรณ (เชฟแบล็ค) - ร้านแบล็คคิช
• ดำเนินการเสวนาโดย ศ. ดร. ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
____________________________
📅 รายละเอียดการจัดงาน:
• วันที่: 23 มิถุนายน 2569
• เวลาลงทะเบียน/รับเอกสาร: 07.00 – 09.00 น.
• เวลาเสวนา: 09.00 – 12.00 น.
• สถานที่: ภายในงาน THAILAND RESEARCH EXPO & SYMPOSIUM 2026 (มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
งานนี้เข้าร่วมฟรี! ลงทะเบียนด่วนตอนนี้ (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)
คลิกลิงก์เพื่อลงทะเบียน : https://researchexporegistration.com/register
***📌NOTE: การลงทะเบียน: เมื่อเข้าระบบแล้ว - กรุณาเลือกวันที่ 23 มิ.ย. 2569 และ เลือกหัวข้อประชุมที่ 38 !!!! ****
#2026
27/05/2026
ช่วงนี้สภาพอากาศร้อน มีฝนตก และบางพื้นที่มีฝนตกหนัก
เตือนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ โดยเฉพาะในระยะ ติดผลจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้เฝ้าระวังการระบาดของ หนอนเจาะขั้วผล ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญที่ทำให้ผลลิ้นจี่ร่วงและเสียคุณภาพ
หนอนชนิดนี้จะเริ่มเข้าทำลายตั้งแต่ลิ้นจี่ติดผลได้ประมาณ 1 เดือน ไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ในช่วงผลยังเล็ก ผีเสื้อจะวางไข่บริเวณปลายผล เมื่อหนอนฟักออกมาจะเจาะเข้าไปกัดกินภายในผล โดยภายนอกอาจไม่เห็นร่องรอยความเสียหาย แต่เมื่อผ่าผลดูจะพบรอยทำลาย ทำให้ผลไม่สามารถเจริญเติบโตต่อได้และร่วงหล่น
เมื่อลิ้นจี่มีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักผลมากขึ้น และช่อผลเริ่มโค้งลง ผีเสื้อมักวางไข่บริเวณใกล้ขั้วผล จึงมักพบหนอนหรือมูลหนอนบริเวณขั้วผล ผลที่ถูกทำลายในช่วงนี้จะร่วงง่าย หรือแม้ไม่ร่วงก็อาจเสียคุณภาพโดยที่มองจากภายนอกไม่ชัดเจน หากสังเกตใกล้ขั้วผลอาจพบรูเล็ก ๆ ซึ่งเป็นรอยที่หนอนเจาะออกมาเพื่อเข้าดักแด้ภายนอก
แนวทางป้องกัน
📌เก็บรวบรวมผลลิ้นจี่ที่ร่วงหล่นบริเวณโคนต้น ซึ่งเกิดจากการทำลายของหนอนเจาะขั้วผล แล้วนำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดแหล่งสะสมของศัตรูพืช
🔻สำรวจและเก็บดักแด้ของหนอนเจาะขั้วผลที่พบบนใบ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน แล้วนำไปทำลาย
✅ หากพบการระบาด ให้พ่นสารฆ่าแมลงตามคำแนะนำ เช่น
อิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
หรือ คาร์บาริล 85% WP อัตรา 45 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงผลเริ่มพัฒนาและใกล้เก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันความเสียหาย ลดผลร่วง และรักษาคุณภาพผลผลิตลิ้นจี่ให้ได้มาตรฐาน.
27/05/2026
ผักเกล็ดหิมะ หรือ Ice Plant เป็นผักมูลค่าสูงที่กำลังได้รับความสนใจในตลาดสุขภาพและร้านอาหารพรีเมียม จุดเด่นคือใบและลำต้นมีเกล็ดใสคล้ายหยดน้ำค้าง มีรสเค็มอ่อน ๆ เนื้อกรอบฉ่ำน้ำ นิยมรับประทานสดกับสลัด ซูชิ ซาชิมิ หรืออาหารทะเล
รูปร่างหน้าตาแปลกตา...แถมยังมีเกล็ดใสคล้ายหยดน้ำค้างเกาะอยู่ทั่วต้น นี่คือ “ผักเกล็ดหิมะ” พืชที่หลายคนกำลังตั้งคำถามว่า มันคืออะไร แล้วทำไมถึงกลายเป็นพืชทำเงินกิโลกรัมละหลายร้อยบาทได้
ผศ.ดร.ชัยรัตน์ บูรณะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเกษตรนวัตและการจัดการ ได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตพืชและนวัตกรรมการเกษตร ผู้ต่อยอดและพัฒนา “ผักเกล็ดหิมะ” หรือ Ice Plant พืชมูลค่าสูงที่ได้รับความสนใจในตลาดสุขภาพอยู่ในระดับหนึ่ง
พร้อมสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จนสามารถสร้างรายได้เสริมให้สมาชิกในเครือข่ายเฉลี่ยราว 30,000-50,000 บาทต่อเดือน
อ่านเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_337677
#ผักเกล็ดหิมะ #พืชมูลค่าสูง #เทคโนโลยีชาวบ้าน
27/05/2026
มะเขือเทศเชอร์รี่เป็นพืชที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตดี และเหมาะกับการปลูกในกระถาง แต่ในช่วงฤดูฝนผู้ปลูกควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากความชื้นสูงอาจทำให้เกิดโรคทางใบ เช่น โรคใบไหม้ ใบจุด และราสนิมได้ง่าย จึงควรหมั่นตรวจดูต้น ใบ และผลอย่างสม่ำเสมอ หากพบใบล่างที่แน่นทึบหรือใบที่เป็นโรค ควรตัดแต่งออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดการสะสมของความชื้น และช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรค
การให้น้ำควรรดบริเวณโคนต้นหรือจากด้านล่าง ไม่ควรรดให้โดนใบโดยตรง เพราะอาจเพิ่มความชื้นและทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย หากมีฝนตกต่อเนื่องควรลดปริมาณการให้น้ำลง นอกจากนี้ ในช่วงอากาศชื้นควรช่วยผสมเกสรโดยเขย่าต้นเบา ๆ เพื่อให้ติดผลดีขึ้น และควรบำรุงต้นด้วยธาตุอาหารที่เหมาะสม เช่น แคลเซียมและโพแทสเซียม เพื่อช่วยให้ต้นแข็งแรง ผลสมบูรณ์ มีรสชาติดี และทนทานต่อโรคในช่วงฤดูฝนได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลดีๆ จาก ผศ.ดร.ปริยานุช จุลกะ
ปลูกมะเขือเทศเชอรี่หน้าฝน🌦️🌧️🌨️
ต้องระวังอะไรบ้าง 🤔🧐
ผศ.ดร.ปริยานุช จุลกะ มีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ
27/05/2026
อี-มาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศเกาหลีใต้ แก้ปัญหากล้วยสุกพร้อม ๆ กันจนกินไม่ทัน ด้วยการนำกล้วย 6 ลูกที่ระยะความสุกแตกต่างกันมาเรียงใส่แพ็คจำหน่ายในชื่อ กล้วยวันละลูก
กล้วยลูกแรกสุกงอมเต็มที่และพร้อมรับประทานในวันนี้ ลูกถัดไปสุกน้อยกว่าเล็กน้อย ลูกถัดจากนั้นยังคงแข็งอยู่ จนกระทั่งถึงปลายแถว กล้วยลูกสุดท้ายมีสีเขียวสดใส และจะสุกงอมท้ายที่สุด
✨ ไอเดียดี ๆ ในการขาย #กล้วย เผื่อร้านค้าหรือซูปเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่เกษตรกรไทยที่ปลูกเองขายเองจะลองนำไปทำดูบ้าง
🟡 เมี่อ 🛒 อี-มาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศเกาหลีใต้ แก้ปัญหา “กล้วย” สุกพร้อม ๆ กันจนกินไม่ทัน แบบกล้วย ๆ ด้วยการนำกล้วย 6 ลูกที่ระยะความสุกงอมแตกต่างกันมาเรียงใส่แพ็ค จำหน่ายในชื่อ "กล้วยวันละลูก"
กล้วยลูกแรกสุกงอมเต็มที่และพร้อมรับประทานในวันนี้ ลูกถัดไปสุกน้อยกว่าเล็กน้อย ลูกถัดจากนั้นยังคงแข็งอยู่ จนกระทั่งถึงปลายแถว กล้วยลูกสุดท้ายมีสีเขียวสดใส และจะสุกงอมท้ายที่สุด
🍌 เรียกว่าผู้บริโภคค่อย ๆ กินได้แบบไม่รีบ ไม่มีเหลือทิ้ง ซื้อแล้วคุ้ม! น่าลอง น่าเอาเยี่ยงทีเดียว
📌 ที่มา: Things You Don't Know
#เกษตรกรก้าวหน้า #สรรหามาฝาก #กล้วย #กล้วยหอมทอง #ชาวสวน
27/05/2026
ระวัง โรคใบจุดสีเทา(เชื้อรา Pestalotiopsis palmarum) ในมะพร้าว
ระวัง โรคใบจุดสีเทา(เชื้อรา Pestalotiopsis palmarum) ในมะพร้าว
สภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนตก และฝนตกหนักมากบางพื้นที่ (ภาคใต้) เตือนผู้ปลูกมะพร้าว ในระยะ ยังไม่ให้ผลผลิต ให้ผลผลิตแล้ว รับมือโรคใบจุดสีเทา(เชื้อรา Pestalotiopsis palmarum)
อาการเริ่มแรกเกิดจุดเล็ก ๆ บนใบ ต่อมาขยายใหญ่เป็นแผลสีเทา ขอบแผลสีน้ำตาล มักพบมีสีเหลืองล้อมรอบ บริเวณแผลพบจุดเล็ก ๆ สีดำซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อสาเหตุโรค หากอาการรุนแรงแผลจะขยายทำให้ใบไหม้ และใบแห้งตาย
แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคตัดส่วนที่เป็นโรค นำไปทำลายนอกแปลงปลูก
2. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น แมนโคเซบ 80% WP อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอโรทาโลนิล 75% WP อัตรา 10 – 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์เบนดาซิม 50% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิต
27/05/2026
กรมส่งเสริมการเกษตรเชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปีเพาะปลูก 2569/2570 เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน และรักษาสิทธิ์ในการรับความช่วยเหลือหรือมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
สรุปประเด็นสำคัญ
กรมส่งเสริมการเกษตรขอให้เกษตรกร ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ประจำปีเพาะปลูก 2569/2570 เพราะฐานข้อมูลนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ในการวางแผนพัฒนาภาคการเกษตร การช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง รวมถึงการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ เช่น ประกันภัยพืชผล หรือมาตรการสนับสนุนจากรัฐ
เกษตรกรสามารถแจ้งข้อมูลได้ 2 ช่องทางหลัก คือ
แจ้งผ่านระบบออนไลน์
ผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook ทั้ง iOS และ Android หรือผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน
แจ้งกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พิรุณราช ผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกม.
ช่วงเวลาที่ควรแจ้งข้อมูล
เกษตรกรควรแจ้งข้อมูล หลังเพาะปลูกแล้ว 15 วัน โดยกำหนดระยะเวลาแตกต่างกันตามชนิดพืช ดังนี้
ประเภทพืช ระยะเวลาแจ้งข้อมูล
ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังโรงงาน หลังเพาะปลูก 15–60 วัน
พืชไร่ หลังเพาะปลูก 15–30 วัน
ไม้ผลและไม้ยืนต้น แจ้งปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดปี
ข้อควรระวัง
หากเกษตรกร ไม่ปรับปรุงข้อมูลติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี สถานภาพในระบบทะเบียนเกษตรกรจะสิ้นสุดลง อาจทำให้เสียสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติ และพลาดโอกาสเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ
นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เกษตรกรควรระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ โทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือส่งลิงก์หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร
เริ่มฤดูกาลผลิตใหม่ ชวนเกษตรกรทั่วประเทศขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรปีเพาะปลูก 2569/2570 รักษาสิทธิ์ รับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างครบถ้วน
กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ประจำปีเพาะปลูก 2569/2570 เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน และรักษาสิทธิ์ในการรับมาตรการสนับสนุน รวมถึงความช่วยเหลือต่าง ๆ จากภาครัฐได้อย่างครบถ้วน
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ทั้งนี้ ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นข้อมูลสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ในการวางแผนพัฒนาภาคการเกษตร การกำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร รวมถึงการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างตรงจุด รวดเร็ว และทั่วถึง โดยเฉพาะในกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือการเข้าร่วมโครงการประกันภัยพืชผล กรมส่งเสริมการเกษตร ได้อำนวยความสะดวกให้เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลได้หลายช่องทาง ได้แก่
1.แจ้งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์
เกษตรกรสามารถแจ้งข้อมูลการเพาะปลูกหรือปรับปรุงข้อมูลด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook รองรับทั้งระบบ iOS และ Android รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน
2.แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่
สามารถติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พิรุณราช รวมถึงแจ้งผ่านผู้นำชุมชน และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ได้เช่นกัน
สำหรับระยะเวลาในการแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรนั้น เกษตรกรควรแจ้งหลังเพาะปลูกแล้ว 15 วัน โดยแบ่งตามประเภทพืช ดังนี้
🚩ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังโรงงาน แจ้งหลังเพาะปลูก 15–60 วัน
🚩พืชไร่ แจ้งหลังเพาะปลูก 15–30 วัน
🚩ไม้ผลและไม้ยืนต้น สามารถแจ้งปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดปี
เกษตรกรควรแจ้งปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อยืนยันตัวตน และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช รวมถึงการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรไม่มาปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี สถานภาพในระบบจะสิ้นสุดลงทันที ซึ่งอาจส่งผลให้เสียสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีประสบภัยพิบัติด้านพืช และพลาดโอกาสเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ขอให้เกษตรกรโปรดระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หากมีผู้ใดโทรศัพท์หรือส่งข้อความหลอกให้กดลิงก์ ขอข้อมูลส่วนตัว หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคารแก่บุคคลอื่น
โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตรเท่านั้นหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือเว็บไซต์กรมส่งเสริมการเกษตร
#ขึ้นทะเบียน #ทะเบียนเกษตรกร #ปีเพาะปลูก #ภาครัฐ #รักษาสิทธิ์ #รับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ #ฤดูกาลผลิตใหม่ #เกษตรกร
27/05/2026
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน
ฉบับที่ 1 (79/2569)
(มีผลกระทบในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569)
Contact the business
Website
Opening Hours
| Monday | 08:30 - 16:30 |
| Tuesday | 08:30 - 16:30 |
| Wednesday | 08:30 - 16:30 |
| Thursday | 08:30 - 16:30 |
| Friday | 08:30 - 16:30 |
