02/06/2026
กรมการขนส่งทางบก เตือน!! การใช้ป้ายแดงที่ระบุชื่อห้างร้าน “ผิดกฎหมาย” พร้อมแนะวิธีการตรวจสอบป้ายแดงที่ถูกต้อง
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า จากกรณี มีข้อร้องเรียนว่ามีผู้นำป้ายทะเบียนสีแดงที่มีลักษณะการระบุชื่อห้างร้านมาติดรถและนำมาใช้งานบนท้องถนน โดยกรมการขนส่งทางบกขอชี้แจงว่า ป้ายลักษณะดังกล่าวไม่ใช่ป้ายแดงที่เป็นเครื่องหมายพิเศษที่กรมฯ อนุญาตเพื่อออกให้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถแต่อย่างใด และขอเตือนผู้ที่นำมาใช้งาน เข้าข่ายใช้รถไม่จดทะเบียน มีความผิดตามมาตรา 6 (1) ประกอบมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เครื่องหมายพิเศษ (ป้ายแดง) อนุญาตให้ใช้กับรถยนต์เท่านั้น นอกจากนี้ เครื่องหมายพิเศษ (ป้ายแดง) ถือเป็นเอกสารราชการ กรมการขนส่งทางบกเตือนผู้ที่นำป้ายแดงปลอมไปติดรถ อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานปลอมเอกสารราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม มีโทษถึงขั้นจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน - 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000 -10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับ “ป้ายแดง” เป็นเครื่องหมายพิเศษที่กรมการขนส่งทางบกออกให้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถสำหรับใช้ติดรถเพื่อขายหรือเพื่อซ่อมแซมเท่านั้น ซึ่งแต่ละบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถจะมีป้ายแดงหมุนเวียน และต้องใช้คู่กับสมุดคู่มือประจำรถ อีกทั้งการใช้ป้ายแดงต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น สำหรับประชาชนผู้ซื้อรถใหม่สามารถตรวจความถูกต้องของป้ายแดงได้ โดยลักษณะของป้ายแดงจะแบ่งออกเป็นสองบรรทัด บรรทัดบนเป็นตัวอักษรบอกหมวดนำหน้าหมายเลขเครื่องหมายพิเศษ และระหว่างตัวอักษรบอกหมวดกับหมายเลขเครื่องหมายพิเศษ มีขีดตามทางยาวคั่นกลาง บรรทัดล่างเป็นตัวอักษรบอกชื่อจังหวัด นอกจากนี้ ตัวแผ่นป้ายแดงต้องมีตัวย่อนูน ขส ที่มุมด้านล่างขวา มีลายน้ำตราเครื่องหมายราชการกรมการขนส่งทางบก (รูปมาตุลีเทพบุตรขับรถเทียมม้า) ปรากฏในแผ่นป้ายทะเบียนรถ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้ใช้รถยนต์ป้ายแดงต้องจดบันทึกข้อมูลการใช้รถลงในสมุดคู่มือประจำรถเสมอ ข้อมูลดังกล่าวได้แก่ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับ ชื่อยี่ห้อรถยนต์ หมายเลขตัวรถหมายเลขเครื่องยนต์ ความประสงค์ในการใช้รถ วัน/เดือน/ปี รวมถึงระยะเวลาที่นำรถไปใช้
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้ายว่า แนะผู้ซื้อรถตรวจสอบจำนวนวันการใช้รถขณะติดป้ายแดงต้องไม่เกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ แล้วให้เร่งดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหากรณีถูกโจรกรรมซึ่งยากต่อการติดตามตรวจสอบ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับป้ายแดง หรือการจดทะเบียนรถ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
02/06/2026
🚗💨 อยากมีใบขับขี่รถยนต์…โอกาสมาแล้ว!
อบรมใบอนุญาตขับรถยนต์ “ฟรี”
จบครบภายในเสาร์–อาทิตย์ สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด!
📍 กรุงเทพฯ รุ่นที่ 1
🗓 เปิดรับสมัคร 28 พ.ค. – 26 มิ.ย. 2569
🎓 อบรมวันที่ 27 – 28 มิ.ย. 2569
📌 ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร
หลักฐานการสมัคร
-บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
-ใบรับรองแพทยสำหรับใบอนุญาตขับรถ (ฉบับจริง)
📌 ยื่นเอกสารสมัครวันทำการจันทร์ - ศุกร์
ติดต่ออาคาร 4 ชั้น 2 (กรมการขนส่งทางบก)
ร่วมเสริมความรู้ สร้างวินัยจราจร ขับขี่ปลอดภัย พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ขับขี่คุณภาพ 🚘💙
#อบรมใบขับขี่ฟรี #กรมการขนส่งทางบก #วิริยะประกันภัย #มือใหม่หัดขับ #ใบขับขี่รถยนต์ #ขับขี่ปลอดภัย
02/06/2026
กรมการขนส่งทางบก แจงชัด! ร่างกฎหมายป้ายทะเบียน EV ไม่บังคับรถเก่าเปลี่ยนป้าย พร้อมชวนประชาชนร่วมแสดงความเห็น ชูประโยชน์ด้านความปลอดภัยและสิทธิประโยชน์บนท้องถนน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประชาชนนั้น ขอชี้แจงว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้ง กรม ฯ ไม่มีการบังคับให้รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องมาเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถฯ ว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและสนับสนุนนโยบายลดมลพิษ (PM 2.5) โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ ดังนี้
1. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (จดทะเบียนใหม่) กำหนดให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน "พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง"
2. รถไฟฟ้าสาธารณะ และรถใช้งานเฉพาะทาง ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนสีเดิม แต่กำหนดให้ติด "เครื่องหมายพิเศษ" ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิม
3. รถ EV เก่าที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ (รวมถึงป้ายประมูลและป้ายขาวเดิม) โดยจะใช้เพียงการติด "เครื่องหมายพิเศษ" ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิมเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถจะมีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่ต้องแยกความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ EV ให้เห็นชัดเจนทางกายภาพ แม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลระบุประเภทพลังงานของรถแต่ละคันในฐานข้อมูลระบบอยู่แล้ว แต่การกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV มีลักษณะเฉพาะทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประโยชน์ด้านความปลอดภัยและการกู้ภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อประชาชนทั่วไป หน่วยงานกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถแยกแยะได้ทันทีด้วยสายตาว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์ระงับเหตุเฉพาะทางสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลหรือเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ในอนาคตหน่วยงานอื่นสามารถนำไปกำหนดการรับสิทธิประโยชน์อื่นจากการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทที่ชัดเจน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถบริหารจัดการและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ผู้ใช้รถ EV ได้ทันทีโดยที่เจ้าหน้าที่หน้างานไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบจากฐานข้อมูล
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎกระทรวงฉบับนี้ ได้ที่เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th หัวข้อ “การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า)” เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนอย่างแท้จริงก่อนการประกาศบังคับใช้ต่อไป
29/05/2026
“เด็กติดในรถ... เราช่วยได้!” 👦🏻🚗 เพราะความปลอดภัยของเด็กๆ เริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมและการใส่ใจ
กรมการขนส่งทางบก ชวนคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และพี่ๆ คนขับรถรับส่งนักเรียนมาร่วมกันจำและนำไปปฏิบัติตามหลัก "3 สอน 3 สเต็ป 3 ใส่ใจ" เพื่อป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
📞 หากพบเห็นเด็กติดอยู่ในรถ หรือพบรถรับส่งอันตราย แจ้งสายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 หรือสายด่วนกู้ชีพ โทร. 1669 ทันที!
#กรมการขนส่งทางบก
#เด็กติดในรถเราช่วยได้
#สายด่วน1584
#ให้ใจให้ทางให้ชีวิตให้ความสุข
29/05/2026
กรมการขนส่งทางบก ขานรับนโยบาย “พิพัฒน์” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย พลัส” ชวนผู้ประกอบการรถสาธารณะทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ ร่วมลดภาระค่าครองชีพประชาชน
กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อมุ่งลดภาระค่าครองชีพประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคมนาคมขนส่ง พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการฯ โดย ผู้ประกอบการรายเดิม ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันทีจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ขณะที่ ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์พลังงาน อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำไปที่ด้านการเดินทางซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคมนาคมขนส่ง มุ่งเป้าสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบขนส่งของประเทศให้ก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ กระทรวงคมนาคมจึงได้เร่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนในระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงการสนับสนุนดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง โดยมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ประชาสัมพันธ์เชิญชวน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะในการเข้าร่วมโครงการได้อย่างเต็มที่
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อไปว่า มาตรการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และผู้ให้บริการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยรัฐจะสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าเดินทางและบริการในอัตราร้อยละ 60 ผ่านระบบ “ถุงเงิน – เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งลดการใช้เงินสดและส่งเสริมให้ผู้ให้บริการรถสาธารณะก้าวเข้าสู่ระบบการชำระเงินดิจิทัลที่มีความโปร่งใส
ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกขานรับนโยบาย กระทรวงคมนาคม โดยขอเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ที่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้แก่
1. ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ที่มีรถประเภทดังต่อไปนี้
(1) รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER)
(2) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
(3) รถยนต์สามล้อสาธารณะ
(4) รถสองแถวรับจ้าง
(5) รถจักรยานยนต์สาธารณะ
ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีรถตู้และรถสองแถวเจ้าของรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ ท.1 - ท.4 ในส่วนของรถแท็กซี่ต้องมีบัตรประจำตัวผู้ขับรถ
2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง และรถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง
3. ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ(ไม่ประจำทาง)ประเภทนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 โดยผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าใหม่ มีดังนี้
*ผู้ประกอบการรายเดิม (เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส) สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน
“ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 *
* ผู้ประกอบการรายใหม่ (ไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ) สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย
ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกได้ประสานสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศให้จัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1584
28/05/2026
#ลานจอดรถสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
#จอดฟรี
📲 คัดสรรโปรดี 24 ชั่วโมง ที่แอป ”ปันโปร“ เท่านั้น >> https://www.punpro.com/app
🤩 เซฟค่าจอดรถ! สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เปิดให้จอดรถยนต์ฟรี 24 ชม.! จอดได้กว่า 1,600 คัน ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของสถานีเลย แต่ต้องจอดเพื่อขึ้นสายสีแดง หรือรถไฟทางไกลนะ
👉🏻 สายสีแดง : ถ้ายังไม่ได้ซื้อเหรียญโดยสาร ให้ขับไปจอดได้เลย แล้วหลังจอดให้ติดต่อประชาสัมพันธ์ว่าจะจอดฟรี 24 ชม. แต่ถ้าใครมีบัตรโดยสารอยู่แล้ว ก็ให้โชว์ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าจอดนะ
👉🏻 ส่วนคนที่นั่งรถไฟทางไกล ให้โชว์ตั๋วโดยสารให้พนักงานที่ประชาสัมพันธ์ดูก่อนเข้าจอดนะ
🚗 ขั้นตอนจอดก็ตามนี้เลย
- รับบัตรจอดรถ
- เอาบัตรจอดรถไปแตะที่เครื่องบันทึกส่วนลดตรง Paid Area ใกล้กับห้องจำหน่ายตั๋ว (สังเกตุป้ายสีแดงได้เลย)
- ระบบจะบันทึกสิทธิ์จอดฟรีสูงสุด 24 ชม.ให้ทันที
🗓️ 25 พ.ค. - 22 มิ.ย. 69
📍 ลานจอดรถชั้นใต้ดิน สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
📌 ที่มา : https://ppro.pro/4uvYJCM
#ปันโปร
#ปันโปรบอกข่าว