14/06/2023
เมื่อวันก่อน ผมอ่านข่าวเกี่ยวกับการตรวจสอบการจัดซื้อ “ระเบิดร่อน”ของกองทัพอากาศ ซึ่งว่าที่ ส.ส.ใหม่ป้ายแดงของพรรคก้าวไกลได้นำมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่า ตัวท่านได้ทราบข่าวและเห็นเอกสาร การเร่งตรวจรับการจัดซื้อจัดจ้าง “ระเบิดร่อน” ที่ซื้อมาจากประเทศเกาหลี โดยไม่ผ่านกระบวนการรับรอง หรือ Certified ว่าสามารถใช้งานกับอากาศยานของกองทัพอากาศได้หรือไม่!
โดยในสัญญาระบุเงื่อนไขเพียงว่า สามารถติดตั้งบนอากาศยาน แต่ไม่เขียนว่าต้องใช้งานกับอากาศยานของ ทอ. รุ่นใดบ้าง อีกทั้งการจัดซื้อครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นความต้องการของหน่วยผู้ใช้
เพียงแต่ผู้มีอำนาจในอดีตมีความต้องการจัดซื้อให้ได้ โดยตัดงบประมาณโครงการต่างๆที่หน่วยผู้ใช้งานแต่ละหน่วยที่มีความจำเป็น เพื่อสนองความต้องการของตนเองในการจัดซื้อครั้งนี้ โดยไม่สนใจว่าสามารถใช้งานกับอากาศยานของกองทัพอากาศได้หรือไม่!
ข้อกล่าวหานี้รุนแรงไม่น้อยทีเดียว เพราะถ้าเป็นจริงก็ถือว่ามีการทุจริต!
แต่โฆษกกองทัพอากาศท่านก็ออกมาชี้แจงในทันทีว่า กองทัพอากาศ โดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้ดำเนินการจัดซื้อชุดอุปกรณ์นำวิถี และเพิ่มระยะลูกระเบิดอากาศ (Guidance-Extended Range Kits) ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งกับระเบิดอากาศขนาด 500 ปอนด์ ให้เป็น “ระเบิดร่อน” ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการใช้กำลังทางอากาศจากระยะไกลได้อย่างแม่นยำ (Stand-off/Precision) ด้วยระบบนำวิถี โดยระบบดาวเทียมบอกตำแหน่งและระบบนำวิถีด้วยแรงเฉื่อย ซึ่งถือว่าเป็นการวางแผนจัดซื้อตามอัตราอาวุธภาคอากาศ สำหรับเตรียมความพร้อมในการป้องกันประเทศ
ท่านโฆษกฯ กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดซื้อชุดอุปกรณ์นำวิถีและเพิ่มระยะลูกระเบิดอากาศ (Guidance-Extended Range Kits) ได้ระบุในเงื่อนไขการจัดซื้อว่า ต้องผ่านการรับรองการใช้งานกับเครื่องบินขับไล่แบบ F-16, F-5 และ T-50 จากหน่วยงานภาครัฐซึ่งรับผิดชอบด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารของประเทศผู้ผลิต และการจัดซื้อได้ดำเนินการครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ตลอดจนคำสั่งและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจรับพัสดุด้วยความรอบคอบตามเงื่อนไขที่ระบุในข้อตกลงการจัดซื้อทุกประการ
ผมเห็นการตรวจสอบของ ว่าที่ ส.ส. และการชี้แจงของโฆษกกองทัพอากาศในทันทีทันควันแล้วก็ดีใจครับ เพราะถือเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคการเมือง ต้องช่วยกันตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ เป็นการทำงานแทนประชาชนที่เสียภาษี และภาครัฐเองก็ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อความโปร่งใส หากทั้ง 2 ฝ่ายทำตามหน้าที่โดยบริสุทธิ์ใจ ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือประเทศชาติและประชาชนนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม พออ่านเรื่องดังกล่าว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการตรวจสอบในสมัยสภาที่แล้ว เพราะผมทำงานในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน
เราได้ทำการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศจำนวน 4 โครงการ มูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งต่อมา คณะกรรมาธิการฯลงมติว่า มีพฤติกรรมในการจัดซื้อจัดจ้างส่อไปในทางมิชอบ และได้ส่งรายงานของคณะกรรมาธิการไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานแล้ว
บอกตามตรง! ผมอยากให้กองทัพอากาศออกมาชี้แจงชัดๆเหมือนเรื่องระเบิดร่อนนี้เช่นกันว่า ปัจจุบันทั้ง 4 โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนไหน เพราะถ้าเป็นโครงการที่จัดซื้อจัดจ้างแบบถูกต้อง ทอ.จะได้ดำเนินการต่อไป แต่ถ้าไม่ถูกต้อง ก็อยากทราบว่า พบใครที่กระทำความผิดหรือไม่ และท่านได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดเหล่านั้นอย่างไร
หรือท่านทั้งหลายรู้ว่าโครงการต่างๆนั้นไม่ถูกต้อง แต่พร้อมใจกันนิ่งเฉย และยังปล่อยให้ตัวการสำคัญออกมารับผิดชอบโครงการใหม่ๆต่อไปอีกโดยไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ผู้รับผิดชอบสูงสุดของกองทัพ ย่อมถูกครหาว่าช่วยกันปกปิดความผิดเพื่อสืบทอดอำนาจกันต่อไป และย่อมส่งผลร้ายให้กับกองทัพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายผมขอสะท้อนสิ่งที่ได้ยินมาจากเพื่อนพ้องน้องพี่ในกองทัพอากาศ และหวังว่าคงไม่ใช่เรื่องจริง เพราะหากผู้บริหารระดับสูงยังนิ่งเฉยเพื่อปกปิดความผิดให้ใครบางคน และปล่อยปละละเลยให้อำนาจคนเลวไปทำงานทุจริตแบบโจ๋งครึ่มอย่างนี้ แรงกระเพื่อมในกองทัพจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และจะเกิดความแตกแยกขึ้นอย่างกว้างขวาง ซึ่งถ้ายังไม่ยอมแก้ไข เชื่อได้เลยว่า ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่ส่อไปในทางมิชอบ จะหลั่งไหลออกมาอีกหลายเรื่อง และสุดท้ายชื่อเสียงของ ทอ. จะถูกทำลายจนป่นปี้อย่างแน่นอน
รีบช่วยกันแก้ไขกันดีกว่าครับ ใครกำลังทำอะไรก็รู้ๆกันอยู่ ถ้านิ่งเฉยปล่อยกันไปแบบนี้ หากถูกสภาฯตรวจสอบ สุดท้ายคนที่เสียหายที่สุดก็คือ “กองทัพอากาศ” ของเราครับ
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
08/06/2023
เมื่อวานนี้มี #ตัวแทนประชาชน
ไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนใหญ่ 2เรื่องครับ
เรื่องแรก ว่าที่ สส.เท่าพิภพฯ จากพรรคก้าวไกล ได้ไปพบกับผู้บริหาร บจก.บุญรอดบริวเวอรี่ เพื่อพูดคุยขอคำแนะนำจากพี่ใหญ่แห่งวงการเบียร์ ในการที่จะทำให้ภาครัฐ สนับสนุนกิจการคราฟเบียร์ของประชาชน
เรื่องที่2 คือ บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย กัลฟ์ ฟ้องพรรคไทยสร้างไทย และ 2ผู้สมัคร สส.ของพรรคฯ 100ล้านบาท จากการแถลงข่าวเรื่องค่าไฟแพง
————-
เรื่องแรก บริษัทบุญรอดฯ ได้ประกาศยินดีสนับสนุนให้พี่น้องประชาชน ให้สามารถผลิตเบียร์รายย่อยได้อย่างมีคุณภาพ และถูกกฎหมาย โดยได้ก่อตั้ง “อิสระ อะคาเดมี” (ISARA Academy) ร่วมกับชมรมผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ไทย (Thai Brewer Association) จัดอบรมให้กับประชาชนที่สนใจผลิตเบียร์เอง
ทุกคนทราบดีว่า การกระทำเช่นนี้ อาจทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทฯต้องลดลง แต่การเปิดเสรีนั้น จะสนับสนุนการท่องเที่ยว, การขายสินค้าชุมชน และสามารถสร้างงานสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนโดยรวม ได้อย่างมหาศาล
ต้องแสดงความขอบคุณ พี่ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารรุ่นใหม่ของเบียร์สิงห์ ที่ได้กรุณาแสดงความจริงใจ ในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ
————-
ส่วนเรื่องการฟ้องร้องของบริษัทพลังงานนั้น ขอยกตัวอย่างกรณีที่ผมได้พูดถึงบริษัทซีพี ซึ่งอาจตกเป็นจำเลยของสังคม กรณีฝุ่น PM2.5 บนเวทีดีเบต โดยผมได้พูดว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นบุคคลที่3 ไม่ได้อยู่ในวงสนทนาต่างๆ ที่พูดถึงเขา โดยที่ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงตอบโต้
กรณีนี้ ทางบริษัทได้ออกแถลงการชี้แจงอย่างทันท่วงที ยืนยันว่าบริษัทมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ถึงที่มาของแหล่งผลิตของซีพี โดยการประกอบกิจการของบริษัท ไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อมใดๆทั้งสิ้น
ที่สำคัญคือ คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ด้วยการได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับผมโดยตรง และยืนยันว่า CP ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก และได้ปฏิบัติตามหลักการ BCG โดยเคร่งครัดเสมอมา ซึ่งผมต้องขอขอบคุณบริษัท CP และคุณสุภกิตฯ ประธานบริษัทไว้ ณ โอกาสนี้
—————-
เรื่องการฟ้องร้องกันแบบนี้
ผมเชื่อว่าประเทศไทย ในยุค #สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง
ที่มี #กลิ่นความเจริญ ปกคลุม ทั้งนายทุนใหญ่, ภาคประชาชน, ภาครัฐ
ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือนักการเมือง
ควรที่จะหันหน้ามาคุยกัน ครับ
จากท่าทีของบริษัทพลังงาน ที่ได้ฟ้องร้องนักการเมืองหลายครั้ง รวมถึงประชาชนที่ได้พูดจาพาดพิงบริษัท ในวงเงินเป็น 100ล้านบาทนั้น อาจถูกมองว่า เป็นผลดีต่อผู้ที่มีส่วนได้เสีย เพราะคนทั่วไปจะกลัวการขึ้นศาล กลัวการฟ้องร้องเรียกเงินจำนวนมาก ทำให้ไม่กล้าที่จะพูดถึงเรื่องค่าไฟแพงกันแบบเปิดเผยมากนัก
แต่ข้อเสียคือการฟ้องในลักษณะนี้ ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกในใจของประชาชน ที่ไม่เข้าใจว่าค่าไฟที่แพงแบบก้าวกระโดดในทุกวันนี้ มันเกิดขึ้นจากการบริหารงานห่วยๆของภาครัฐ, จากการสัมปทานผลิตไฟฟ้าของภาคเอกชน, จากการแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมือง ที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น, หรือมันถูกต้องแล้วที่ค่าไฟจะต้องแพงแบบนี้กันแน่
“ซึ่งข้อเสียแบบนี้ จะทำให้ความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน ของคนไทยทุกกลุ่ม โดยเฉพาะระหว่างภาครัฐ-คนรวย-ประชาชนตาดำๆ ห่างไกลกันออกไปเรื่อยๆเรื่อยๆ”
ในมุมมองผมเห็นว่า ระหว่างนายทุนรายใหญ่ ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปของประเทศ กับพี่น้องประชาชนอีก 60 กว่าล้านคนทั่วประเทศ รวมถึงนักการเมืองที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน ทุกคนจำเป็นต้องอุปโภคบริโภค สินค้าและเป็นลูกค้าของนายทุนทุกท่านอยู่แล้ว การเจรจาพูดคุยให้เข้าใจกัน น่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ครับ
หากทางบริษัทกัลฟ์ฯ จะเปิดโอกาสให้น้องๆที่พรรคทั้ง 2คนที่โดนฟ้อง ได้เข้าไปพูดคุยโดยได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงให้สื่อมวลชนทั้งหลาย ที่เป็นกระบอกเสียงแทนพี่น้องประชาชน ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าไฟ ที่แพงขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ได้เข้าใจในการประกอบกิจการของบริษัทว่าไม่ได้เอาเปรียบภาครัฐหรือพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ผมว่าจะเป็นผลดีต่อทั้งภาครัฐภาคประชาชน และต่อบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากภาครัฐด้วยครับ
หากทางบริษัทรับข้อเสนอนี้ และยินดีที่จะพูดคุย เช่นเดียวกับที่บริษัทซีพี และเบียร์สิงห์ได้ทำมาก่อน ผมเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและสนับสนุนในทุกกิจการของบริษัท ซึ่งเรายอมรับกันดีว่า กิจการของเจ้าสัวและนายทุนทุกคน มีส่วนสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ
ผมเชื่อมั่นว่า การเปิดใจกว้างรับฟังซึ่งกันและกัน จะเป็นการลดข้อขัดแย้งของคนทุกกลุ่มในประเทศ เป็น #กลิ่นไอของความเจริญ ที่มาถึงประเทศไทยอย่างแท้จริงครับ
02/03/2023
สำนักงานปราบโกง ไทยสร้างไทย จี้ “ประยุทธ์-กสทช.” แจงปมส่อทุจริตประมูลวงโคจรดาวเทียม ชี้อาจฮั้วประมูล-เอื้อนายทุน คนไทยเสียประโยชน์หรือไม่?
🔥 “ผู้การป๊อป” ลุยตรวจสอบเบาะแสส่อทุจริตการประมูลวงโคจรดาวเทียม 🔥
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง (สปก.) พรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวเบาะแสส่อทุจริตการประมูลวงโคจรดาวเทียมที่ กสทช. ดำเนินการเมื่อเดือนมกราคม 2566 และมีบริษัทที่ชนะการประมูลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้การดำเนินการจะดูเหมือนว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ. กสทช. แต่เมื่อ สปก. ได้ตรวจสอบเชิงลึก กลับพบกับความไม่ชอบมาพากลหลายประการ ซึ่งอาจเป็นหลักฐานนำไปสู่การกระทำทุจริต ประพฤติผิดมิชอบก็ได้ สปก. จึงขอถามไปยัง “คณะกรรมการ กสทช.” และนายกรัฐมนตรี ให้ตอบข้อสงสัย ดังต่อไปนี้
📍เหตุใดจึงมีวิธีประมูลเพียงวิธีเดียว-ไม่เปิดกว้าง ส่อฮั้วประมูล ถามแรงเอื้อเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ 📍
1. เหตุใด กสทช. จึงต้องออกประกาศหลักเกณฑ์ให้ใช้วิธีการประมูลวงโคจรดาวเทียมเป็นวิธีการเดียวและเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลวงโคจรดาวเทียมจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด? ทั้งที่กฎหมายเปิดกว้างและไม่ได้บังคับให้ใช้เฉพาะวิธีการประมูล แต่สามารถใช้วิธีการอื่นที่อาจดีกว่าวิธีการประมูลก็ได้ เช่น วิธีการจัดสรรให้กับหน่วยงานของรัฐโดยตรง เป็นต้น เพราะกรณีการจัดสรรตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมแตกต่างกับวิธีการประมูลคลื่นความถี่ที่กฎหมายบังคับให้ใช้วิธีการประมูลวิธีเดียวเท่านั้น
2. การประมูลดังกล่าวเป็นการเปิดกว้างให้บริษัทต่างๆ เข้ามาแข่งขันราคากันอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ? เพราะบริษัทที่เข้าแข่งขันซึ่งมีเพียง 3 บริษัท และอาจแบ่งกันชนะการประมูลด้วย ซึ่งในวงการต่างรู้ดีว่าเป็นของใครบ้าง นำมาสู่ข้อสงสัยต่อมาว่าได้มีการเคาะราคากันอย่างจริงจังหรือไม่ ? หรือเป็นเพียงแค่การจัดฉากให้เห็นว่ามีการประมูลตามหลักเกณฑ์เท่านั้น ? เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น การประมูลวงโคจรดาวเทียมย่อมไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ หรือการจัดการประมูลครั้งนี้อาจทำขึ้นเพื่อเอื้อเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ ?
3. บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศ และเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ แต่ไม่ได้เข้าแข่งขันในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมที่บริษัทเอกชนเข้าประมูล ทั้งที่ตำแหน่งดังกล่าว เป็นตำแหน่งที่สามารถนำไปแสวงกำไรได้มากที่สุด ดังนั้นจึงอยากสอบถามไปยังผู้รับผิดชอบใน NT ว่า เมื่อบริษัทพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจดาวเทียม ทำไมจึงไม่เข้าแข่งขันในการประมูลวงโคจรที่ดีที่สุด แต่กลับไปประมูลวงโคจรอื่นที่มีมูลค่าต่ำ และยังไม่ชัดเจนว่าประมูลมาเพื่อนำไปประกอบธุรกิจอะไร ?
4.การกำหนดราคาขั้นต่ำที่ กสทช. ใช้เป็นมาตรฐานในการประมูลครั้งนี้ได้คำนึงถึงความมั่นคง และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างไรบ้าง และราคาขั้นต่ำที่อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริง มีความเหมาะสมและยุติธรรมหรือไม่อย่างไร?
🔥 ถามประยุทธ์แรง ! มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการประมูลวงโคจรครั้งนี้หรือไม่ เพราะไม่เคยเรียก กสทช. เข้าไปชี้แจงเลยแม้แต่ครั้งเดียว 🔥
5. เหตุใดคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจึงไม่เคยเรียก กสทช. ไปชี้แจงแสดงเหตุผลเรื่องการบริหารจัดการวงโคจรดาวเทียมว่าควรใช้วิธีประมูลหรือใช้วิธีการจัดสรรให้กับหน่วยงานของรัฐแทน? หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองมีประโยชน์ทับซ้อนกับการประมูลครั้งนี้หรือไม่?
6. มีการกล่าวอ้างว่า หากไม่รีบจัดให้มีการประมูลจะทำให้เสียสิทธิ์การจองตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม เพราะจองไม่ทันนั้น แต่ในความเป็นจริง ถ้าจัดสรรให้กับหน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็สามารถจองตำแหน่งวงโคจรได้ทันทีเช่นกัน
📍 ผู้การป๊อป จี้ “ประยุทธ์-กสทช.” ปกป้องทรัพยากรของชาติเพื่อคนส่วนรวม เตรียมติดตามการประมูลอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องผลประโยชน์คนไทย 📍
น.อ.อนุดิษฐ์ กำชับว่า สำนักงานปราบโกง พรรคไทยสร้างไทย เรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจน เพื่อความโปร่งใส และเพื่อความสบายใจของพี่น้องคนไทยว่าทรัพยากรของชาติถูกบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตอบ หรือตอบไม่ตรงคำถาม หรือไม่มีเหตุผลชี้แจงที่เหมาะสม สปก. จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจะนำข้อมูลเชิงลึกมาเปิดเผยให้คนไทยทั้งประเทศได้ทราบต่อไป
27/02/2023
ผู้การป๊อป จี้ กสทช. แจงปมประมูลวงโคจรดาวเทียม!
โดยน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
ผ.อ.สำนักงานปราบโกง
อังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 9.30 น.
ที่นี่.... สำนักงานปราบโกง
03/02/2023
“สำนักงานปราบโกง ไทยสร้างไทย แฉสัญญารัฐส่อเอื้อเอกชน ทำค่าไฟแพง คนเดือดร้อนทั้งประเทศ จี้แก้ไขโดยด่วน”
🔥 สปก. ชี้ คนไทยต้องจ่ายค่าไฟแพงเกินความเป็นจริง เพราะรัฐบริหารผิดพลาดหรือไม่! 🔥
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง หรือ ผอ.สปก. และ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย ได้แถลงข่าวความคืบหน้า กรณีการตรวจสอบค่าไฟฟ้าแพงว่า ปัจจุบันคนทั่วไปจ่ายค่าไฟฟ้าอยู่ที่ยูนิตละเกือบ 5 บาท (รวมค่า FT) แต่ถ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรมยิ่งต้องจ่ายแพงขึ้นไปอีก หากดูจากการบริหารต้นทุนการผลิตของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. และ ราคาไฟฟ้าที่เราซื้อมาจาก สปป.ลาว จะเห็นว่าราคาที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ในขณะนี้แพงเกินกว่าความเป็นจริงไปมาก
📌 ค้นเอกสาร พบพิรุธ ทำคนไทยจ่ายค่าไฟแพง รัฐตั้งสำรองไฟฟ้าสูงเกินจริงหรือไม่ ถ้าใช่อาจส่อเอื้อนายทุนใหญ่ 📌
เมื่อลงไปดูในรายละเอียดของต้นทุนพบว่ามีการรวมมูลค่าของ #ค่าพร้อมจ่าย ที่เกิดจากสัญญาของรัฐจูงใจเอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเข้าไปด้วย เฉพาะปี 2565 มีมูลค่าสูงถึง 26,000 ล้านบาท สืบเนื่องจากรัฐมีแผนในการสำรองไฟฟ้าสูงเกือบ 60% ของความต้องการไฟฟ้าจริง
สปก. จึงตั้งข้อสังเกตว่าสัญญาดังกล่าวอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือไม่ ขณะนี้มีโรงงานผลิตไฟฟ้าของเอกชนไม่ต่ำกว่า 6 โรงที่ กฟผ. ต้องจ่ายเงิน “ค่าพร้อมจ่าย” ทั้งๆ ที่โรงงานดังกล่าวไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาเลยแม้แต่วัตต์เดียว
📍 แฉ คนไทยโดน “ดูดเงิน” จากความผิดพลาดของรัฐ คนไทยกำลังโดนขูดรีดเงินไปให้นายทุนหรือไม่ ! 📍
ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ 33,000 เมกะวัตต์ แต่ผู้มีอำนาจไปจ้างเอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อเป็นกำลังสำรองสูงถึงประมาณ 53,000 เมกะวัตต์ หรือเกือบ 60% ซึ่งต้นทุนทั้งหมดถูกผลักมาให้ประชาชนรับผิดชอบซึ่งรวมไปถึง “ค่าพร้อมจ่าย” ที่ กฟผ. ไปจูงใจเอกชนมาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้ กฟผ.
โดยมีเงื่อนไขว่าเอกชนต้องพร้อมขายไฟฟ้า ตามจำนวนที่ กฟผ.แจ้งซื้อได้ทันที ดังนั้นเงื่อนไขตามสัญญาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนในประเทศไทยต้องจ่ายเงินทันทีทุกครั้งที่เปิดสวิตซ์ไฟ เสียบปลั๊กเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มันจะดูดเงินออกจากระเป๋าสตางค์ของท่าน โดน “ไฟดูด” แบบนี้ถึงเราจะไม่ตาย แต่เราจะจน
🔥 #ผนงรจตกม ค่าไฟแพง คนไทยโดนขูดเลือดขูดเนื้อ แต่รัฐกลับนิ่งเฉย 🔥
ค่าไฟฟ้าแพงแบบนี้ แทนที่รัฐบาลจะสั่งการให้คู่สัญญาคือ กฟผ. เปิดการเจรจากับภาคเอกชนเพื่อขอปรับลดหรือยกเลิก “ค่าพร้อมจ่าย” เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนกลับอยู่นิ่งเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และที่สำคัญเมื่อประชาชนเดือดร้อน และ สังคมตั้งข้อสงสัยว่ารัฐกำลังดำเนินการเอื้อเอกชนหรือไม่ กฟผ.ต้องนำสัญญาและสูตรคำนวณ “ค่าพร้อมจ่าย” มาเปิดเผย ให้ประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริงเพื่อความโปร่งใส เพราะหากเกิดความไม่เป็นธรรม ก็ถึงเวลาแล้วที่ผู้รับผิดชอบจะต้องรีบแก้ไข มิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 56 วรรค 3
📌 ตัดสินใจพลาดซ้ำ ! นำก๊าซอ่าวไทยไปให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซจากต่างชาติ ซึ่งมีราคาสูง ส่งผลให้ต้นทุนผลิตไฟแพงขึ้น คนไทยใช้ไฟแพงขึ้น 📌
สถานการณ์ค่าไฟแพงขณะนี้อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากราคา LNG ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีปัญหาด้านการสำรวจก๊าซในอ่าวไทยที่ล่าช้า ประกอบกับ ปตท. นำ ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เข้าสู่อุตสาหกรรมปิโตรเลียม แทนที่จะนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ป้อนให้โรงงานผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้ กฟผ. ต้องปรับสัดส่วนการใช้ก๊าซจากอ่าวไทยลดลง และเลือกที่จะนำเข้า LNG จากต่างประเทศที่มีราคาแพงเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนราคาการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
การตัดสินใจที่ผิดพลาดนี้ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าไฟแพงโดยไม่จำเป็น ทำให้ภาระตกอยู่กับประชาชนแต่ผลประโยชน์กลับตกอยู่กับอุตสาหกรรมบางประเภท ซึ่งไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 (2) ที่บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องจัดให้มีการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และ ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน
สปก. จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทบทวน และแก้ไขกรณีค่าไฟแพงนี้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ สปก. จะติดตามการแก้ปัญหาของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากยังนิ่งเฉย สปก.จะเดินหน้าตรวจสอบไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลัง ที่คอยขูดเลือดขูดเนื้อคนไทย และกระชากหน้ากากไอ้โม่งเหล่านั้นมาเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป
#สำนักงานปราบโกงไทยสร้างไทย
01/02/2023
[ประกาศสงครามคอร์รัปชัน]
ภารกิจแรกเดินหน้าสำนักงานปราบโกง
ขอบคุณเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ประกาศสงครามกับคอร์รัปชัน เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดีกว่าให้ลูกหลาน
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศสงครามกับคอร์รัปชัน คนโกงต้องติดคุก! พร้อมสวมเสื้อ ‘ผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง’ ของพรรคไทยสร้างไทยให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร และอดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ น.ต.ศิธา ทิวารี - Sita Divari เลขาธิการพรรค และ สุพันธุ์ มงคลสุธี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และประธานที่ปรึกษา สปก.
📍สำนักงานปราบโกง (สปก.) หรือ Corruption Eradication Commission (CEO) 
มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชันตั้งแต่รากฐานคือ ประชาธิปไตยที่ถูกคลุมด้วยเสื้อเผด็จการ ด้วยการช่วยพรรคไทยสร้างไทยรณรงค์สร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ร. พร้อมทั้งเปิดโปงเบาะแสการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการผู้มีอำนาจ เช่น การคอร์รัปชันเชิงนโยบาย เช่น การทุจริตจากข้าราชการระดับสูงตามต้นแบบทางการเมืองลงมาถึงข้าราชการตัวเล็ก ค่าไฟฟ้าที่รัฐสะสมไฟไว้มากเกินไปจนประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแสนแพงกับสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
การหาประโยชน์จากใบอนุญาตอนุมัติต่างๆ การเก็บส่วยจากผู้ประกอบการและนักลงทุนทำลายเศรษฐกิจประเทศ การทุจริตในกองทัพโดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์?
เรา #ต้องร่วมมือกัน ทำให้ #กองทัพ กลับมาเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน เป็นกองทัพที่ใสสะอาด ปราศจากคอร์รัปชัน เป็นกองทัพที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างแท้จริง


ทุกวันนี้ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perception Index : CPI) ประเทศไทยเพียง 33 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 110 จาก 180 ประเทศ ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย วันนี้เราจะทวงคืนศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชนกลับคืนมา
ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดต่อและแจ้งเบาะแสร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชัน ผ่านระบบปกป้องและป้องกันผู้แจ้งเบาะแสผ่านเบอร์ 090-980-9888 หรือไลน์ หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘ สำนักงานปราบโกง พรรคไทยสร้างไทย’
30/01/2023
#ทรงอย่างแบด #โกงอย่างบ่อย
ไทยสร้างไทยขอนำทัพเอาจริง!
เปิด #สำนักงานปราบโกง เตรียมรื้อทุจริต เอาคนผิดมาลงโทษ!
พร้อมสวมเสื้อผู้อำนวยการฯ ให้สมาชิกพรรคคนใหม่ จะเป็นใคร?
31 มกราคมนี้เจอกัน
#สปก #ไทยสร้างไทย #เดินหน้าปราบโกง