ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin

แชร์

ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศ? ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์
ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 11/02/2026

depa จัดพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 พร้อมเวทีนำเสนอผลงานโครงการดิจิทัล

7 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า จัดพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ 48 ผู้สำเร็จหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 และกิจกรรมนำเสนอผลงานของผู้เข้ารับการอบรม ส่งมอบผู้บริหารรุ่นใหม่คุณภาพ ต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้พัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ ผู้สำเร็จหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 จำนวน 48 ราย ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ก่อนที่จะร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของผู้เข้ารับการอบรมร่วมกับคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ ประธาน Digital CEO คุณโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย คุณชัยนต์ ศรีมาศ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร อดีตวุฒิสมาชิกและรองประธานคณะกรรมาธิการ กมธ. การท่องเที่ยววุฒิสภา คุณภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม อดีตปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พลโท พงษ์ศักดิ์ หมื่นกล้าหาญ องเสนาธิการทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์สุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฯลฯ

พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนะและมอบข้อเสนอแนะ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผลงาน ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่เครื่องมือเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลในอนาคต

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa กล่าวว่า หลักสูตร Digital Jumpstart มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มีความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในกระบวนการผลิตและบริการของภาคอุตสาหกรรมหลัก รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อันจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาวสืบไป

ด้านพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านวิวัฒนาการเทคโนโลยีจากยุคระบบเมนเฟรมในปี 2520 สู่ยุคดิจิทัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานและการตัดสินใจในโลกยุคใหม่ อีกทั้งได้เน้นย้ำให้ผู้สำเร็จหลักสูตรนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรและประเทศชาติ อีกทั้งยังกล่าวว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการเติบโตของ GDP ของประเทศไทยท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในภูมิภาค อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

ในการนำเสนอผลงาน ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้นำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลที่ได้รับจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน มาต่อยอดเป็นแนวคิดโครงการเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในหลากหลายมิติ โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 กลุ่มตามแกนเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก Digital Big Data นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการใช้ Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการพื้นที่ สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงข้อมูล และใช้ AI คำนวณและจัดสรรคิวการเข้าจอดรถให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น กลุ่มที่สอง Digital Automation นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ที่ล้นเมืองและต้นทุนการขนส่งขยะที่สูงเกินความจำเป็น ด้วยเครื่องย่อยสลายขยะอัตโนมัติที่ใช้ AI และเซนเซอร์ตรวจจับสภาพการย่อยสลาย เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยและสร้างมูลค่าทางสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งไปยังบ่อฝังกลบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมาคือกลุ่ม Digital Access นำเสนอแนวทางยกระดับความปลอดภัยในการสื่อสารของกองทัพในภาวะวิกฤต ผ่านแอปพลิเคชัน SAP (Security and Personnel Application) ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์บนเซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงาน ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ และสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการของผู้บังคับบัญชาให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสุดท้าย Digital Connect นำเสนอแนวทางรับมือปัญหาการขาดแคลนพยาบาลและภาระงานเอกสารที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ด้วยการใช้ AI Smartwatch ตรวจวัดสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ ร่วมกับกล้อง AI เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง และระบบประมวลผลอัตโนมัติที่บันทึกข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลดิจิทัลอย่างเป็นระบบ

depa มุ่งมั่นเสริมแกร่งผู้นำดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้บริหารรุ่นใหม่ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่สนใจเข้ารับการอบรมในหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 4 สามารถติดตามกำหนดการเปิดรับสมัครได้ที่ www.depa.or.th

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 10/02/2026

ดีป้า จัดกิจกรรม AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 7 จ.ขอนแก่น ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569, จังหวัดขอนแก่น – ดีป้า ผนึกกำลังเครือข่ายผู้ประกอบการดิจิทัลจัดกิจกรรม �AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 7 เร่งเครื่องส่งเสริม SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกรไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรม AI Transformation Roadshow ครั้งที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กิจกรรมกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในโครงการ AI Transformation โดยมี นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ นายประดิษฐ์ คงภูงา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง พร้อมผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs ภาคการผลิต การค้าและบริการ กลุ่มเกษตรแปรรูป ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงเกษตรกร ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนกลาง

นายยุทธพร กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบน โดยมี�ภาคเกษตรกรรมเป็นพื้นฐานสำคัญ ทั้งการปลูกข้าว มันสำปะหลัง อ้อย และพืชไร่เชิงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน จังหวัดมีการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่อย่างต่อเนื่องผ่านอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โลจิสติกส์ และบริการด้านการศึกษาและสุขภาพ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ซึ่งขอนแก่นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการเกษตร เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิต การตรวจสภาพพืชด้วยโดรน และการบริหารจัดการน้ำแบบอัจฉริยะ ตลอดจนการขับเคลื่อนแนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งช่วยให้จังหวัดขอนแก่นก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจสมัยใหม่ของภูมิภาคอย่างมั่นคง

ด้าน นายวาฤทธิ์ กล่าวว่า โครงการ AI Transformation มีเป้าหมายในการยกระดับความพร้อมของผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้ง SMEs ผู้ค้ารายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกร เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยการสนับสนุนของโครงการแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ การพัฒนาศักยภาพธุรกิจด้วยดิจิทัลผ่านมาตรการ d-transform สำหรับ SMEs ในสาขาการผลิต การค้า บริการ และกลุ่มเกษตรแปรรูป จำนวน 600 ราย รวมถึงการส่งเสริมการเริ่มต้นใช้งานดิจิทัลผ่านมาตรการ d-voucher สำหรับ SMEs ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกร จำนวน 15,000 ราย

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการวางรากฐานเพื่อยกระดับภาคธุรกิจด้วยดิจิทัล ทั้งผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทยด้วยกลไกบัญชีบริการดิจิทัล รวมถึงการขับเคลื่อนตามกรอบแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับคนไทย หรือ Digital Skill Roadmap ซึ่งทั้งสองแนวทางมาพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับการดำเนินโครงการ AI Transformation ดีป้า มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ค้ารายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก และเกษตรกร�ทั่วประเทศ รวม 15,600 รายสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” นายวาฤทธิ์ กล่าว

สำหรับกิจกรรม AI Transformation Roadshow จะจัดขึ้นใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ พิษณุโลก เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น และนครปฐม โดยครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 10 – 11 กุมภาพันธ์ ณ อาคาร ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนกลาง ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ Workshop เสริมสร้างความรู้และทักษะดิจิทัล พร้อมแนะแนวการจัดทำและนำเสนอโครงการเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน กิจกรรม Showcase เทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตรกรรม การส่งเสริมการขาย และการบริหารจัดการธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Provider) จำนวน 13 ราย ครอบคลุม 5 กลุ่มเทคโนโลยี ประกอบด้วย 1. เทคโนโลยีส่งเสริมการขาย 2. การเงินและจัดการบัญชี 3. ระบบดูแลธุรกิจ 4. บริหารจัดการธุรกิจ และ 5. เกษตรกรรม ในการนำเสนอเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาธุรกิจและภาคเกษตรจากผู้ประกอบการดิจิทัลชั้นนำ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลพบปะและจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแนวทางหรือโซลูชันใหม่ ๆ ในการพัฒนาและขยายศักยภาพทางธุรกิจ

ผู้ประกอบการและเกษตรกรทั่วประเทศสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ AI Transformation �ได้แล้ววันนี้ – 30 เมษายน 2569 ที่ https://aitransform.depa.or.th และติดตามข่าวสารโครงการได้ทางเพจเฟซบุ๊ก depa Thailand

09/02/2026

มีผล ตั้งแต่ มิย 2568 ครับ

ดีป้า - กรมสรรพากร ชงมาตรการภาษี 200% สำเร็จ หนุน SMEs จ่ายภาษีลดลง
เมื่อนำค่าช้อปดิจิทัลบนบัญชีบริการดิจิทัล หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า – กรมสรรพากร ร่วมผลักดันมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแปลงเป็นดิจิทัลของ SMEs สำเร็จ หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๒) พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าสำหรับค่าซื้อ หรือค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ได้รับขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล หวังกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดำเนินงาน บริหารจัดการธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๒) พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยระบุว่า ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือค่าจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัล แต่ไม่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ หรือผู้ให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลของ ดีป้า เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นการหักรายจ่ายได้ 200% โดย SMEs ที่ซื้อ-จ้างทำ-ใช้บริการผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลบนบัญชีบริการดิจิทัลสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายเพิ่มได้ ซึ่งกรมสรรพากร และ ดีป้า ประเมินว่า มาตรการนี้จะกระตุ้นให้ SMEs ไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดำเนินงาน และบริหารธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและขีดความสามารถทางการแข่งขัน อีกทั้งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยพัฒนาสินค้า ทั้งฮาร์ดแวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงบริการด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการภาษี 200% และดูผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลเพิ่มเติมได้ที่ https://short.depa.or.th/tax200

09/02/2026

ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการ AI Transformation รอบที่ 7
ตรวจสอบรายชื่อได้แล้ววันนี้ที่ https://short.depa.or.th/cpf6a

หากคุณสนใจยกระดับธุรกิจด้วย AI และดิจิทัลโซลูชัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ AI Transformation ได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2569 (หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด)
Click >>> https://aitransform.depa.or.th/home

มาร่วมกันปรับเพื่อความอยู่รอด และเปลี่ยนเพื่อเศรษฐกิจของประเทศไทยไปพร้อมกัน

#คูปองดิจิทัล #ดิจิทัลโซลูชัน"

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 06/02/2026

บรรยากาศวันที่สองของกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 เป็นไปอย่างคึกคัก

โดยมีน้อง ๆ เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp (Class of 2026) เข้ากิจกรรมกันโดยพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งในเรื่องของการเดินทาง การเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโครงการ

ก่อนที่จะบินลัดฟ้าเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดน และสัมผัสนวัตกรรม รวมถึงระบบนิเวศด้านดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกใน 9 ประเทศ



Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 06/02/2026

ดีป้า เปิดกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2
พร้อมมอบกำลังใจเยาวชนไทย ก่อนลัดฟ้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า เปิดกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp (ODOS Summer Camp Orientation Day) เตรียมความพร้อมเยาวชนไทยที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 (Class of 2026) ก่อนบินลัดฟ้าเพื่อศึกษาในสถาบันชั้นนำ และสัมผัสนวัตกรรมและระบบนิเวศด้านดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกใน 9 ประเทศ

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานเปิดกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp (ODOS Summer Camp Orientation Day) และมอบโอวาทให้กับเยาวชนไทยที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 (Class of 2026) โดยมี ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ในฐานะผู้อำนวยการโครงการกล่าวรายงาน และต้อนรับน้อง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร

ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า โครงการ ODOS Summer Camp ค่ายแห่งโอกาสภาคฤดูร้อน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับน้อง ๆ เยาวชนทุกคนได้เปิดประสบการณ์การใช้ชีวิตและการศึกษา จำนวน 19 หลักสูตรที่ได้รับการเตรียมความพร้อมในมหาวิทยาลัยชั้นนำใน 9 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ พร้อมสัมผัสนวัตกรรมและระบบนิเวศด้านดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทั้งหมดเพื่อเป็นการยกระดับความรู้และทักษะด้านดิจิทัล และสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต

“ดีป้า ขอเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ เยาวชน โดยทุกคนถือเป็นตัวแทนของประเทศไทย ดังนั้นเราต้องมีความอ่อนน้อม พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบ และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ อีกทั้งขอให้ทุกคนตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ในทุกด้าน ซึ่งโอกาสที่น้อง ๆ ได้รับถือเป็นต้นทุนที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิต การศึกษาต่อ และการทำงานในอนาคต และขอให้น้อง ๆ ทุกคนกลับมาแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้กับเพื่อนพี่น้อง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและสร้างสรรค์พลังที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมไทยและประเทศไทยต่อไป พร้อมกันนี้ ดีป้า ขอขอบคุณเพื่อนของเรา ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมถึงหน่วยงานพันธมิตร ทั้งรัฐและเอกชนที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 (Class of 2026) และเปิดโอกาสให้กับน้อง ๆ ทุกคนในครั้งนี้” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ด้าน ดร.วาริน กล่าวว่า ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 (Class of 2026) มีจำนวนทั้งสิ้น 6,496 คนจาก 895 อำเภอ โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเป็นผู้แทนอำเภอ/เขต จำนวน 928 คน และมีผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นกลุ่มเยาวชนผู้มีศักยภาพด้านดิจิทัลระดับสูงจากการแข่งขัน National Coding & AI Competition ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับประเทศภายใต้โครงการที่รัฐบาลสนับสนุนอย่าง Coding Thailand 2025: AI-Driven Future จำนวน 6 คน

“กิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับน้อง ๆ เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ทั้งในเรื่องของการเดินทาง การเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโครงการ โดยทางโครงการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ODOS Summer Camp จะเป็นการลงทุนระยะยาวในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีทักษะและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี และขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้” รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ทั้งนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp จะได้รับการถ่ายทอดข้อมูลที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตในต่างประเทศจากผู้แทนสถานทูตและหน่วยงานพันธมิตร เรียนรู้เทคนิคการถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถแบ่งปันความรู้และประสบการณ์สู่สังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับความรู้ พร้อมเปิดประสบการณ์ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และระบบนิเวศด้านดิจิทัลของไทยผ่านการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ Kubota Farm, EEC Automation Park และโครงการ Thailand Digital Valley พร้อมเยี่ยมชม AIS EEC Evolution Experience Center และ Ericson 5G Innovation & Experience Studio

กิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp แบ่งออกเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ ส่วนรอบที่สองจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของโครงการ ODOS Summer Camp ได้ทาง https://odos.thaigov.go.th/ และเพจเฟซบุ๊ก ODOS Summer Camp

06/02/2026

depa ชวนสัมผัสมหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมความเป็นญี่ปุ่นครบจบที่นี่ เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมมากมาย อัดแน่นไปด้วยความสนุก ในงาน “JAPAN EXPO THAILAND 2026" ครั้งที่ 11

ขนทัพ Character ไทย จาก depa Character Accelerator Program มาจัดแสดงผลงานพร้อมสินค้าลิขสิทธิ์ให้เลือกช้อป ไม่ว่าจะเป็น
- Fondfaun and friends
- Goki.lemondog
- Kao~hoong
- Nong Wai Nam
- Red Loving Wolf
- Switch Panda
- teté

แล้วพบกันที่บูธ Beacon3 ชั้น 1 ในงาน JAPAN EXPO THAILAND 2026 ในวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00-22.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 04/02/2026

depa เปิดหลักสูตร “Digital CEO" รุ่นที่ 9 อย่างเป็นทางการ
สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคใหม่ขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

30 มกราคม 2569 ; กรุงเทพฯ — สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ depa พร้อมด้วย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล depa เปิดการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 อย่างเป็นทางการ สานต่อภารกิจการมุ่งพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ให้มีศักยภาพด้านดิจิทัลและความพร้อมในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปสู่การปรับเปลี่ยนองค์กรในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ในการนี้ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ depa กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Thailand Digital Competitiveness” ถ่ายทอดความสำคัญของผู้นำในการเร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก พร้อมสะท้อนการปรับตัวเชิงนโยบายและการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ อีกทั้ง ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล depa เสริมภาพการส่งเสริมพัฒนากำลังคนดิจิทัล ให้สอดรับกับความต้องการและทิศทางการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชน ในหัวข้อ“Digital Transformation Leadership using AI Technology” โดย คุณแซม ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง The Capital T ต่อด้วย หัวข้อ “Frontier Transformation” โดย คุณวิไลพร ทวีลาภพันทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) เป็นหลักสูตรที่ depa ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถด้านดิจิทัลแก่ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและเอกชน ผ่านการยกระดับทักษะและองค์ความรู้ด้านดิจิทัลให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและทิศทางในอนาคต และสามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือจัดทำนโยบายตลอดจนแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยหลักสูตร Digital CEO ดำเนินการต่อเนื่องมา 8 รุ่น มีผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมหลักสูตรฯ กว่า 700 ท่าน ซึ่งเหล่าผู้บริหารสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้กับองค์กรหรือหน่วยงาน ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศต่อไปซึ่งในปี 2569 หลักสูตร Digital CEO #9 ได้รับความสนใจจากผู้บริหารภาครัฐและเอกชน 79 ท่าน เข้าร่วมหลักสูตร อาทิ พล.ท.พงษ์ศักดิ์ หมื่นกล้าหาญ รองเสนาธิการทหารบก , คุณภิญญู กำเนิดหล่ม ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพากร , คุณนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย, คุณนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย , คุณศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดี กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ , ภญ.ปาริชาติ แคล้วปลอดทุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม , คุณอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ,คุณวิศาล จิรภาพงพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครยะลา , คุณกุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) , คุณชุมศิริ ดิสถาพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย , คุณทิพวรรณ ไพศาลสุขวิทยา ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , คุณวิไลหงษ์ แซ่เจีย ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร , ดร.นริศรา รวมศิริวัฒนกุล ประธานกรรมการสถาบันกฎหมายสัญญาธรรมศักดิ์ฯ , คุณปิยนุช กลั่นสอน ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมและตรวจติดตามกิจการพลังงาน สำนักงาน กกพ. , ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล depa , คุณประเสริฐ จารุศรีพัฒน์ หุ้นส่วน บริษัท ไพร้ซวอเตอ์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด , ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา , คุณชัยจิตต์ เทหะสุวรรณรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปิโก (ไทยเเลนด์) , คุณนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด , คุณยุทธพร จิตตเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บจ.ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี , คุณภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.ปตท. , น.ต.หญิง พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช , คุณรัฐปัญญา เขียววงศ์พระจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคนิค บมจ. ลาว เทเลคอมมูนิเคชั่น , คุณราตรีมณี ภาษีผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น , คุณเข็มชาติ สังฆะคาม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ , คุณจรัสศรี พหลโยธิน รองประธาน บจ.กสิกร ซอฟต์ , คุณวรพล วีระวงศ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารโครงการ บมจ.จีเอเบิล , คุณศุภชัย วิเศษไพฑูรย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี แมตช์ จำกัด , คุณอนุกูล เย็นใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย , คุณธิฐิมา พัฒนวลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 04/02/2026

depa ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในงาน ProPak Asia Night

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพมหานคร - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เข้าร่วมงาน ProPak Asia Night งานพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้นำอุตสาหกรรมการผลิต แปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ พร้อมอัปเดตทิศทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในปี 2026

ภายในงานมีการเสวนาภายใต้ธีม “ProPak Asia – New Horizons: Connecting Processing & Packaging Ecosystems” และ “Thailand Business Outlook – 2026 Future Economy” ที่สะท้อนภาพรวมการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิติของเทคโนโลยี การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างคับคั่ง

ในโอกาสนี้ ดร.ปรีสาร ได้ร่วมเสวนาในช่วง “Thailand Food Industry Focus 2026: Innovate. Digitize. Connect.” ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ไทยด้วย นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และการเชื่อมต่อระบบนิเวศธุรกิจ พร้อมเน้นย้ำบทบาทของ depa ในการเป็นกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร.ปรีสาร กล่าวว่า depa พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ผ่าน โครงการ AI Transformation ซึ่งช่วยส่งเสริมการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลโซลูชันมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การเข้าร่วมงาน ProPak Asia Night ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ depa ในการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 30/01/2026

depa เปิดบ้านต้อนรับเลขาธิการฯ รัฐบาลฮ่องกง หารือแนวทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัล ไทย-GBA พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำอุทยานวิทย์ฯ ระดับโลก

28 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย ดร.ปรีสาร รักวาทิน และ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล และ นายหัสดินทร์ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการสินทรัพย์ depa ร่วมให้การต้อนรับ Professor D**g SUN เลขาธิการด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง พร้อมด้วยผู้บริหารสูงสุดจากองค์กรขับเคลื่อนนวัตกรรมสำคัญของฮ่องกง ได้แก่ Mr. Terry Wong, CEO of Hong Kong Science and Technology Parks Corporation (HKSTP) และ Mr. Vincent Ma, CEO of Hong Kong-Shenzhen Innovation & Technology Park (HSITP) เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยและฮ่องกง

ในการนี้ ผศ.ดร.ณัฐพล ได้นำเสนอภาพรวมภารกิจของ depa ในการขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยเน้นย้ำถึงการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านโครงการสำคัญอย่าง Thailand Digital Valley ในพื้นที่ EEC ซึ่งวางเป้าหมายเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาค (ASEAN Digital Hub) ที่รองรับการทดสอบทดลองในรูปแบบ Sandbox ทั้งเทคโนโลยี 5G และโดรนขนส่ง นอกจากนี้ ยังได้ฉายภาพกลไกการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ทั้งการพัฒนา Digital Startup ผ่านกองทุน depa Digital Startup Fund ที่ได้ร่วมลงทุนไปแล้วกว่า 200 กิจการ และการขยายตลาดภาครัฐผ่าน บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ซึ่งรวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลสัญชาติไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและมาตรการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย

ทางด้าน Professor D**g SUN ได้กล่าวชื่นชมบทบาทการดำเนินงานของ depa ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่เสมือน Angel Investor ช่วยวางรากฐาน Digital Startup Ecosystem ของไทยได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของฮ่องกงที่ต้องการเปิดประตูความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะการนำคณะผู้บริหารจากสองอุทยานวิทยาศาสตร์หลักมาร่วมหารือในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและโอกาสในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการระหว่างกัน

ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกด้านศักยภาพของฮ่องกง Mr. Terry Wong ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Hong Kong Science and Technology Parks Corporation (HKSTP) ว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่ ณ Pak Shek Kok ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีกว่า 2,400 ราย และมีบุคลากรวิจัยกว่า 14,000 คน โดยมีความโดดเด่นในการบ่มเพาะธุรกิจจนสามารถสร้าง "Unicorn" ได้ถึง 13 ราย พร้อมทั้งมีเครือข่ายนักลงทุนกว่า 1,000 ราย ที่คอยสนับสนุน Startup ในกลุ่ม Deep Tech ต่าง ๆ อาทิ HealthTech, AI, Robotics และ Smart City ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ Startup ไทยที่มองหาโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล

ขณะเดียวกัน Mr. Vincent Ma จาก Hong Kong-Shenzhen Innovation & Technology Park (HSITP) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่บริเวณพรมแดนฮ่องกง-เซินเจิ้น หรือ "The Loop" ซึ่งดำเนินงานภายใต้โมเดล "One Zone, Two Parks" พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ (Super Connector) ที่ผสานจุดแข็งด้านกฎหมายและการเงินของฮ่องกง เข้ากับศักยภาพด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของเซินเจิ้น เพื่อรองรับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่ต้องการฐานการวิจัยและการผลิตขั้นสูง

การหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมร่วมกัน โดยทาง depa และคณะผู้แทนจากฮ่องกงต่างเล็งเห็นถึงโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่าย Digital Startup และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอนาคต เพื่อช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจและยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองพื้นที่ต่อไป

Photos from ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  Dr.Nuttapon Nimmanphatcharin's post 26/01/2026

depa ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้าร่วมโครงการ AI Transformation รอบที่ 9

ตามที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้เปิดรับ SMEs เข้าร่วมโครงการ AI Transformation ภายใต้มาตรการ depa Digital Transformation Fund เพื่อยกระดับธุรกิจ SMEs ไทยให้ก้าวทันโลกดิจิทัล

พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสัญชาติไทย บนบัญชีบริการดิจิทัล โดย depa ร่วมสมทบสูงสุดถึง 200,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและทำให้การยกระดับธุรกิจด้วยดิจิทัลเป็นเรื่องง่ายขึ้น

📢 ทั้งนี้สำนักงานฯ ได้ดำเนินการพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประกาศจะแบ่งตามภูมิภาค ประกอบด้วย
✅ ภาคกลาง 10 ราย
✅️ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ราย
✅️ภาคเหนือ 1 ราย
✅ ภาคใต้ 5 ราย

SMEs ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ
1️⃣ ตรวจสอบคุณสมบัติ เป็นบริษัทสัญชาติไทย มีรายได้ไม่เกิน 600 ล้านบาทต่อปี หรือมีพนักงานไม่เกิน 300 คน
2️⃣ เลือกเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าร่วมโครงการผ่าน Catalog: https://short.depa.or.th/cSgl7
3️⃣ โหลดแอปฯ "ทางรัฐ" แล้วเลือก “โครงการ AI Transformation" พร้อมกรอกรายละเอียดที่กำหนด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
☎️ โทร: 02-026-2333 ต่อ 3204-7 และ 1312
📩 อีเมล: [email protected]

#ดีป้า

22/01/2026
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

ลาดพร้าวฮิลล์
Bangkok
10900