29/05/2026
จากกี่ทอผ้าสู่รายได้ในวัย 72 ปี สะท้อนศักยภาพแรงงาน
ผู้สูงอายุที่ยังคงสร้างคุณค่าให้ชุมชน
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา
คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นำโดยนางนงลักษณ์ ก้านเขียว เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมอาชีพของชุมชน โดยเฉพาะการทอผ้าพื้นถิ่นซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมายาวนาน และได้รับ
การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์
ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผลิตผ้าขาวม้า 9 เส้นเปลี่ยนสี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 9 และเป็นผ้าขาวม้าที่ได้รับการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา ในด้านความพิเศษกว่าผ้าขาวม้าทั่วไป ผ้าทอจากฝีมือของกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านเขาเต่า ได้รับการพัฒนาให้มีลวดลายและโทนสีที่ร่วมสมัย และมี
การพัฒนาผ้าทอยกดอกลายเต่า ลายสีทิศ และลายดอกเกศ ที่เน้นถึงจุดเด่นของชุมชมและจังหวัด ผ้าทอและผลิตภัณฑ์จากเส้นฝ้ายธรรมชาติที่ผ่านการขัดมัน ไม่มีขนและมีความมันวาวเหมือนไหม ทำให้ดูแลรักษาง่ายและสวมใส่สบาย ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่าฯ ยังได้เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ในการทอผ้าให้กับนักเรียนในชุมชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเข้าชมการทอผ้า
จากการสัมภาษณ์คุณยายอายุ 72 ปี ซึ่งประกอบอาชีพทอผ้ามากว่า 20 ปี เล่าว่า การทอผ้าเป็นงานที่ต้องอาศัยความตั้งใจ ความชำนาญ และความละเอียดในทุกขั้นตอน โดยในช่วงแรกของการประกอบอาชีพ ได้รับค่าจ้างทอผ้าผืนละ 40 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ผืนละ 100 บาท
คุณยายทำงานทอผ้าตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 นาฬิกา จากการทำงานทำให้คุณยายมีรายได้เฉลี่ยวันละ 300 บาท
เรื่องราวของคุณยายจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของผู้สูงอายุที่ยังคงมีศักยภาพในการทำงาน มีบทบาททางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและชุมชน และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า หากมีการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับวัย ทักษะ และบริบทพื้นที่ ผู้สูงอายุสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มอาชีพชุมชนในการสร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ทักษะเดิมในการประกอบอาชีพอย่างเหมาะ ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเห็นควรสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับช่องทางการตลาด และการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านเขาเต่าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป
#วุฒิสภา
#สว
#แรงงานผู้สูงอายุ
#บ้านเขาเต่า
28/05/2026
กมธ.แรงงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่ประจวบฯ ชื่นชม "ผลไม้กระป๋องประจวบ" ต้นแบบยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ชูโมเดลเด่น จ้างงานผู้สูงวัย จัดสภาพแวดล้อมปลอดภัย พร้อมตั้งสหกรณ์ช่วยแรงงานปลอดหนี้
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ช่วงเวลา 15.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นำโดย
นางนงลักษณ์ ก้านเขียว เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ บริษัท ผลไม้กระป๋องประจวบ จำกัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงานของสถานประกอบการด้านอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การบริหารจัดการแรงงาน การส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ
และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมกับแรงงาน
บริษัท ผลไม้กระป๋องประจวบ จำกัด เป็นสถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
โดยมีผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรดเข้มข้น และว่านหางจระเข้ ซึ่งมีกระบวนการผลิตตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การล้าง การปอกเปลือก การตัดแต่ง การคัดเลือก การบรรจุ การปิดฝา การบ่มผลิตภัณฑ์ การติดฉลาก การบรรจุกล่อง ตลอดจนการขนส่งและส่งออกสินค้า สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสถานประกอบการในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ และเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้รับทราบแนวทางการจัดระบบนิเวศการทำงาน
ของบริษัทฯ โดยเฉพาะการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงาน เช่น การจัดให้มีเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงาน การจัดทำพนักพิงสำหรับแรงงานที่ต้องยืนปฏิบัติงาน การใช้อุปกรณ์ช่วยยกและเคลื่อนย้ายสินค้า รวมถึงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานประกอบการ เพื่อให้แรงงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และสอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละช่วงวัย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานโดยได้จัดตั้ง “สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ผลไม้กระป๋องประจวบ” เพื่อช่วยเหลือแรงงานด้านเศรษฐกิจ ลดปัญหาหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ตลอดจนส่งเสริมให้แรงงานสามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และมีความมั่นคงทางการเงินมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแลแรงงานควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับกระบวนการผลิต โดยมีการใช้แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงาน การใช้อาคารบอยเลอร์กะลาปาล์ม และการจัดระบบบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตผ่านบ่อบำบัดหลายจุด รวมถึงการนำน้ำที่ผ่านการจัดเก็บไปใช้ประโยชน์ในการรดน้ำต้นไม้ภายในโรงงาน
#วุฒิสภา
#สว
#ผลไม้กระป๋อง
#สัปรดกระป๋อง
28/05/2026
กมธ.แรงงาน วุฒิสภา เปิดเวทีพัฒนาแรงงานสูงวัย หนุนผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคมม 2569 คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จัดการสัมมนา เรื่อง การพัฒนาแรงงานด้านในสังคมผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทย และผลกระทบต่อภาคแรงงานในอนาคต เพื่อสร้างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และด้านกฎหมายในการพัฒนาแรงงานในสังคมผู้สูงอายุ และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการด้านผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยในเวลา 09.30 นาฬิกา นายนิรุตติ สุทธินนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา และนางนงลักษณ์ ก้าานเขียว เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้กล่าวรายงาน
การสัมมนา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้รับเกียรติจากพันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับคณะกรรมาธิการและผู้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้
นายนิรุตติ์กล่าวในช่วงเปิดการสัมมนาตอนหนึ่งว่า คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ให้ความสำคัญกับแรงงานในทุกระดับและทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแรงงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการทำงานมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และยังสามารถมีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของสถานประกอบการและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภายหลังเกษียณอายุงานแล้วก็ตาม การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพและมีความพร้อมสามารถทำงานต่อได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ ความรู้ และทักษะที่สั่งสมมา ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการมีงานทำและรายได้หลังวัยเกษียณ ทั้งนี้ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นประเด็นสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำลังแรงงานวัยทำงานโดยรวมลดลง และกระทบต่อภาคแรงงานและภาคอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ คณะกรรมาธิการจึงเห็นความจำเป็นในการศึกษาหาแนวทางรองรับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างรอบด้าน
การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอข้อมูลในประเด็นการพัฒนาแรงงานในสังคมผู้สูงอายุ ได้แก่ นายนรภัทร ลีธีระโชติ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นายกริชรัตน์ ก้อนเทียน เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นายจำเริญ วราภรณ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นางเยาวดี อุดไธสง จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ฉัตรแก้ว เภาวิเศษ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เป็นผู้ดำเนินรายการอภิปราย เพื่อให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครอบคลุมทั้งมิติเชิงนโยบาย กฎหมาย การจัดหางาน การพัฒนาทักษะ และแนวทางการส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ
นางเยาวดี วิทยากรกล่าวว่า การดำเนินภารกิจส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากในพื้นที่ ผ่านนโยบาย “หมุนวัยเก๋า” ที่มุ่งส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานให้ผู้สูงอายุมีงานทำ มีรายได้ และมีความภาคภูมิใจในตนเอง ควบคู่กับการดำเนินงานเชิงรุกโดยลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเปราะบางในอำเภอหัวหิน ปราณบุรี และพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ตอนล่าง ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังมีทักษะ ศักยภาพ และประสบการณ์ที่สามารถนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพได้ ทั้งในภาคเกษตรกรรม เช่น สับปะรด การรับจ้างทั่วไป รวมถึงการประกอบอาชีพอิสระหรือรับงานไปทำที่บ้าน เพื่อให้สอดคล้องกับภาระครอบครัวและการดูแลบุตรหลาน ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้อง อาทิ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงโอกาสการทำงานที่เหมาะสม อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงทางรายได้ และรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จะนำข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้ ไปประกอบการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาแรงงานในสังคมผู้สูงอายุ โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพได้รับโอกาสในการทำงานที่เหมาะสมต่อไป
#วุฒิสภา
#แรงงาน
#สว
#แรงงานผู้สูงอายุ
27/05/2026
เปิดต้นแบบบ้านหนองกา ชุมชนเข้มแข็งสร้างอาชีพผู้สูงอายุ กมธ.แรงงานเก็บข้อมูลต่อยอดเชิงนโยบาย
ช่วงบ่ายวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นำโดยนางนงลักษณ์ ก้านเขียว เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานแบเพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ชุมชนบ้านหนองกา หมู่ที่ ๗ ตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยมีนายสถาพร ก้อนเมฆ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราณบุรี นายธนชัย คงกะเรียน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านหนองกา พร้อมด้วยคณะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของชุมชน
ชุมชนบ้านหนองกาเป็นชุมชนที่ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการพัฒนาหมู่บ้าน
โดยดำเนินงานตามแผนธุรกิจชุมชน เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้และสถานที่ศึกษาดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง วิถีชีวิตชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสตรีอาสาพัฒนา และกิจกรรมด้านอื่น ๆ ที่สะท้อนถึงความเข้มแข็งของชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชุมชนบ้านหนองกามีสินค้าชุมชนหลากหลายประเภท ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ภายในชุมชน อาทิ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองกา กลุ่มสมาชิกชุมชนบ้านหนองกา กลุ่มไม้กวาดทางมะพร้าว และกลุ่มเยาวชนวิทยาลัยการอาชีพ เป็นต้น โดยการรวมกลุ่มดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านหนองกาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ออกจากบ้าน เข้าร่วมกิจกรรม พบปะสังสรรค์ และมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยในพื้นที่มีผู้สูงอายุประมาณหนึ่งร้อยกว่าคน และมีผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นประจำประมาณ 48 คน ทั้งนี้ การดูแลผู้สูงอายุของชุมชนมิได้มุ่งเน้นเฉพาะด้านอาชีพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ การออกกำลังกาย และการสร้างพื้นที่ทางสังคมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ ชุมชนยังได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมอาชีพร่วมกับหน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้และฝึกสอนทักษะอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุและคนในชุมชน กิจกรรมที่ดำเนินการ เช่น การทำตุ๊กตาหมี การทำกระเป๋า การทำผลิตภัณฑ์จากวัสดุในชุมชน การทำไม้กวาด การปลูกผักสวนครัว และการแปรรูปผลผลิตต่าง ๆ โดยผู้สูงอายุสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวัน ถ่ายทอดให้แก่ครอบครัวหรือพัฒนาต่อยอดเป็นรายได้เสริมตามความถนัดและศักยภาพของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้รับฟังข้อเสนอแนะจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีความประสงค์จะพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการยกระดับบรรจุภัณฑ์ของอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ผู้สูงอายุจัดทำอยู่เพื่อเพิ่มมูลค่าสร้างความน่าสนใจ และเสริมศักยภาพในการจำหน่ายสินค้าให้แก่ชุมชน การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ชุมชนบ้านหนองกาเป็นชุมชนที่มีแนวทางการพัฒนาครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ อาชีพ และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีบทบาท มีพื้นที่ในการใช้ความรู้ความสามารถ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่า อันเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น
#วุฒิสภา
#สว
#บ้านหนองกา
#แรงงานผู้สูงอายุ
27/05/2026
กมธ.แรงงาน ลงพื้นที่บ้านสารภี ศึกษาต้นแบบพัฒนาทักษะผู้สูงอายุ สร้างงาน–สร้างรายได้
ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา นำโดยนางนงลักษณ์ ก้านเขียว เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน
พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน คนที่หก วุฒิสภา นางประไม หอมเทียม รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ นางสาวจารุณี. ฤกษ์ปราณี โฆษกคณะกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี จังหวัดสมุทรสงครามเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาด้านแรงงานในสังคมผู้สูงอายุ โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการมีงานทำ การส่งเสริมรายได้ การเสริมสร้างทักษะอาชีพ และการใช้ศักยภาพของผู้สูงอายุให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจโดยรวม
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานที่น้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและสร้างอาชีพ โดยมีนายสุชล สุขเกษม เป็นผู้ก่อตั้งและริเริ่มการเลี้ยงไก่ชิงช้าสวรรค์ ซึ่งเป็นรูปแบบการเลี้ยงที่ใช้พื้นที่เพียง 6 เมตร และพัฒนาพื้นที่ 1 ไร่ให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันศูนย์ดังกล่าวมีฐานการเรียนรู้จำนวน 60 ฐาน อาทิ การเลี้ยงกุ้งในตะกร้า การเลี้ยงปลาในร่องสวน แก๊สชีวภาพ การเลี้ยงกบและปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์ น้ำส้มควันไม้ ไก่หลุม เป็ดหลุม และการแปรรูปไข่เค็มรสต้มยำ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาทักษะอาชีพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างรายได้จากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ทั้งนี้ นายสุชล สุขเกษม กล่าวว่า ศูนย์ได้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำและมีรายได้ ผ่านกิจกรรมอาชีพที่เหมาะสม เช่น การทำไข่เค็มรสต้มยำ ซึ่งได้รับองค์ความรู้จาก กศน. รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่เค็มรสกาแฟและรสกะเพรา การผลิตน้ำยาล้าง และน้ำยาปรับผ้านุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวมข้อมูลและการสัมภาษณ์เชิงลึกของคณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนาด้านแรงงานในสังคมผู้สูงอายุ ภายใต้คณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ การเสริมสร้างทักษะที่เหมาะสมกับวัยและศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนารูปแบบอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
#วุฒิสภา
#สว.
#แรงงาน
#บ้านสารภี
26/05/2026
การประชุมคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา
เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา
ณ อาคารรัฐสภา
#สว.
#วุฒิสภา
#แรงงาน
22/05/2026
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี นำโดย พันตำรวจโท สุริยา บาราสัน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พร้อมด้วยกรรมาธิการ และคณะได้เดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์การจ้างแรงงาน การให้สวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ณ บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด (ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสแบรนด์ เมกาเชฟ) ภาพรวมของการดำเนินงานด้านสวัสดิการ มาตรฐาน และการจัดการความยั่งยืนขององค์กร
1. องค์กรมีความมุ่งมั่นให้ทุกครัวทั่วโลก ต้องมีผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างน้อย 1 อย่าง
โดยเน้นผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสระดับพรีเมียม ปลอดภัย และใส่ใจสุขภาพ เช่น น้ำปลาแท้สูตรลดโซเดียม ร้อยละ30 ซีอิ๊วขาวปราศจากกลูเตน (Gluten Free) ซอสหอยนางรมแท้ และผลิตภัณฑ์ทางเลือกอย่างซอสเห็ดหอมสำหรับวีแกน โดยไม่มีการเติมผงชูรสและสารกันบูด
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ จ. สมุทรปราการ และมีโรงงานผลิตพื้นที่ 117 ไร่ (พื้นที่ใช้งาน 30 ไร่) อยู่ที่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี
2. ด้านทรัพยากรบุคคลและสวัสดิการแรงงาน (Human Resources & Welfare)
ข้อมูลพนักงาน ณ พ.ค. 2569 โรงงานมีพนักงานรวม 197 คน แบ่งเป็นสัดส่วนหญิง ร้อยละ 55 และชาย ร้อยละ 45
บริษัทมีนโยบายจ้างงานคนในพื้นที่ โดย ร้อยละ 80 ของพนักงานมาจากชุมชนรอบโรงงาน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในท้องถิ่น
สวัสดิการที่ครอบคลุม พนักงานได้รับสวัสดิการที่ดี เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (จดทะเบียน ก.ย. 2568) ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ ตรวจสุขภาพประจำปี โบนัสประจำปี เงินช่วยเหลือพิเศษ (งานแต่ง งานบวช งานศพ) เบี้ยขยัน และเงินเกษียณ
จากการสำรวจค่าใช้จ่ายพนักงาน พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อเดือน (รายวัน 13,664 บาท / รายเดือน 22,420 บาท) มีความสอดคล้องและเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ
3. มาตรฐานคุณภาพและแรงงาน (Standards & Certifications)
ความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลครบถ้วน ได้แก่ GHP, HACCP, ISO 22000:2018, ISO 9001:2015 และ BRCGS
มาตรฐานแรงงานและจริยธรรม ผ่านการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001 / TLS 8001:2020 ระดับพื้นฐาน) และการตรวจประเมินด้านจริยธรรม Sedex SMETA
4. ความปลอดภัย พลังงาน และสิ่งแวดล้อม (EHS & Sustainability)
ความปลอดภัย (Safety) มีการบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยตรวจสอบระบบไฟฟ้า หม้อไอน้ำ และสถานีแก๊ส LPG เป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งมีการฝึกอบรมระงับอัคคีภัยให้พนักงาน
พลังงานทดแทน (Renewable Energy)
ใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) ในการผลิตไอน้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้ถ่านหินลงได้ บริษัทมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) กำลังการผลิตติดตั้ง 522.50 kWp
ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment) มีระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Stabilization Pond (40-60 ลบ.ม./วัน) ระบบดักจับฝุ่นละออง PM 2.5 (Cyclone และ Scrubber) ก่อนปล่อยออกสู่ประทศ และมีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
5. ความรับผิดชอบต่อสังคมและรางวัลแห่งความสำเร็จ (CSR & Awards)
การดูแลชุมชน เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนรอบข้าง เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก มอบของสนับสนุนให้โรงพยาบาลนายายอาม และดำเนินโครงการ "ถังขยะเปียกลดโลกร้อน" ร่วมกับชุมชน
รางวัลและความภาคภูมิใจ
ได้รับคัดเลือกเป็นสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2568
และได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานประกันสังคมในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ด้านส่งเสริมความปลอดภัย และสร้างการรับรู้งานประกันสังคม
ได้รับเกียรติบัตร/โล่เกียรติยศจากกระทรวงแรงงาน ในการร่วมป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงการเป็นสถานประกอบการ "แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง"
กล่าวโดยสรุป บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศทั้งในแง่คุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ควบคู่ไปกับการดูแลสวัสดิการพนักงานอย่างครบถ้วน การลงทุนในพลังงานสะอาด การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
22/05/2026
วันนี้ (22 พ.ค. 69) เวลา 10.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี นำโดย พันตำรวจโท สุริยา บาราสัน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พร้อมด้วยกรรมาธิการ และคณะได้เดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์การจ้างแรงงาน การให้สวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ณ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
บริษัทประกอบธุรกิจชำแหละตัดแต่งและแปรรูปสุกร โดยครอบคลุมการบริหารจัดการในทุกมิติ ดังนี้ :
1. ด้านโครงสร้างกำลังคนและความหลากหลาย (Human Resources & Demographics) ปัจจุบันมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 438 คน แบ่งเป็นพนักงานหญิง ร้อยละ 56 และชาย ร้อยละ 44 ส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานรายวัน (ร้อยละ 80) และรายเดือน (ร้อยละ 20) พนักงานประกอบด้วยชาวไทย ร้อยละ 76 เมียนมา ร้อยละ 17 และกัมพูชา ร้อยละ 7
2. ด้านการบริหารเวลาทำงานและสวัสดิการ (Working Conditions & Welfare)
เวลาทำงานและวันหยุด จัดการทำงานเป็น 2 กะ สัปดาห์ละไม่เกิน 48 ชั่วโมง มีเวลาพัก 1 ชั่วโมง/วัน มีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดประเพณี 16 วัน และวันหยุดพักผ่อนประจำปี 6-12 วันตามอายุงาน
สวัสดิการที่โดดเด่น นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐาน (ประกันสังคม เงินทดแทน และค่ารักษาพยาบาล) บริษัทยังมีการ ปรับปรุงสิทธิการลาคลอดบุตร เป็นลาได้ 120 วัน (ได้รับค่าจ้าง 60 วัน) มีสิทธิลาพักเลี้ยงดูบุตรเพิ่มเติม รวมถึง สิทธิให้สามีสามารถลาช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วัน
นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษาสำหรับบุตรพนักงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
3. ด้านมาตรฐานแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ (Labor Standards & Relations) โรงงานได้รับรองแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) และผ่านโครงการโรงงานสีขาว (ระดับ 1) ประจำปี 2567
นโยบายความเป็นธรรม ประกาศชัดเจนว่า "บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บเงินจากลูกจ้าง" ในการรับเข้าทำงาน มีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการฯ ที่มีตัวแทนจากหลากหลายสัญชาติเข้าร่วม
และมีช่องทางรับข้อร้องเรียนผ่านกล่องแดง รวมถึงสายด่วน Labour Voices Hotline โดยหน่วยงาน LPN ที่สามารถสื่อสารได้ถึง 3 ภาษา (ไทย เมียนมา กัมพูชา และลาว) มีการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินผ่าน "โครงการปลดหนี้สร้างสุข" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร
4. ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Safety & Occupational Health) ตั้งเป้าหมาย อุบัติเหตุขั้นหยุดงานต้องเป็น ร้อยละ 0 มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ครอบคลุมทุกระดับรวม 11 คน และมีการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ที่ได้มาตรฐานครบถ้วน เช่น ถุงมือเหล็กกันบาด หมวกนิรภัย แว่นตากันสารเคมี และรองเท้าเซฟตี้ มีแผนการอบรมประจำปีอย่างต่อเนื่อง เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การซ้อมแผนฉุกเฉินอัคคีภัย และการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
5. ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management) ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ SBR (Sequencing Batch Reactor) โดยนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วมารีไซเคิลใช้รดน้ำต้นไม้ ล้างรถ และเลี้ยงปลา รวมถึงมีการทำ Biogas
การปฏิบัติตามกฎหมาย มีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ มีการส่งน้ำไปวิเคราะห์คุณภาพ และจัดทำรายงานส่งหน่วยงานรัฐ (ทส.1 และ ทส.2) เป็นประจำทุกเดือน มีการคัดแยกขยะที่ชัดเจน (ขยะเปียก ขยะทั่วไป และขยะรีไซเคิล) และมีการจัดการกากอุตสาหกรรม/ของเสียโดยส่งมอบให้บริษัทที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายนำไปกำจัด
ภาพรวมขององค์กรแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลพนักงานในทุก ๆ มิติ ตั้งแต่สวัสดิการพื้นฐาน ความปลอดภัย ไปจนถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานสากลและการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
22/05/2026
***คณะกรรมาธิการ การแรงงานวุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)***
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. พันตำรวจโท สุริยา บาราสัน รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา คนที่สอง นำคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) โดยมี ดร.วิสุทธิ์ หนูงาม ผู้จัดการฝ่ายบริหารจัดการโรงแยกก๊าซและกิจการเพื่อชุมชน ให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ เพื่อดำเนินงานตามพันธกิจของคณะกรรมาธิการในฐานะเป็นองค์กรนิติบัญญัติ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงานในทุกมิติ รวมถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ซึ่งในอนาคตอาจมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมหรือปรับปรุงทั้งฉบับ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่า การลงพื้นที่จริงเพื่อรับฟังเสียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคแรงงานทั้งด้านการจ้างงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและด้านการประกันสังคม โดยการแสดงความคิดเห็นหรือการให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมาธิการเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาจากผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งฝ่ายที่เป็นผู้ประกอบการและฝ่ายผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน ว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง อาทิเช่น เวลาทำงาน วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้างมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ หรือมีปัญหาในทางปฏิบัติอย่างไร และเห็นด้วยหรือไม่กรณีกำหนดให้การให้การจ้างงาน
ในสถานประกอบการให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ ยกเว้นลักษณะการจ้างงานที่มีความเฉพาะซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักของนายจ้าง หรือการกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปีในอัตราไม่น้อยกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ประกาศโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรืออัตราเงินเฟ้อตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ตามแต่ว่าอัตราใดมากกว่า รวมถึงการกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีสิทธิลาเนื่องจากมีประจำเดือน เดือนหนึ่งไม่เกินสามวันโดยไม่ถือเป็นวันลา หรือกรณีนายจ้างต้องกำหมดให้มีสถามที่ที่เหมาะสมและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกจ้างสามารถให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงาน และกรณีกำหนดให้ลูกจ้างลาไปดูแลครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่พำนักอยู่ในโรงพยาล ปีละไม่เกินสิบห้าวันทำงาน เหล่านี้เป็นต้น
ตลอดจนรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการจ้างแรงงาน การให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้เชิญที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาและเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา ร่วมเดินทางด้วย
22/05/2026
อนุจัดหางาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ KEPCO ญี่ปุ่น เสริมแนวทางจ้างงานผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ อาคารรัฐสภา
มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา
#สว
#คณะกรรมาธิการ
#แรงงาน