BOI Chiang Mai

BOI Chiang Mai

แชร์

ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) เป็นหน่วยงานราชการภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี

Photos from BOI Chiang Mai's post 29/05/2026

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายสถาปนา พรหมบุญ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีเปิดการอบรม “เพิ่มองค์ความรู้เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตกาแฟให้เป็น Premium Coffee” ณ โรงแรมเมอร์เคียว เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการยกระดับการผลิตกาแฟให้มีมูลค่าสูง กิจกรรมหลักที่ 5 “พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการกาแฟและเชื่อมโยงการตลาด“ ได้รับเกียรติจากนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการแปรรูปกาแฟให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์กาแฟ และพัฒนาช่องทางการตลาดให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มตลาดกาแฟไทย รวมถึงโอกาสและทิศทางการเติบโตของกาแฟเชียงใหม่ในอนาคต ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้าใจด้านการตลาดสมัยใหม่ การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาภาพลักษณ์สินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตกาแฟคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบ การดูแลกระบวนการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพสารกาแฟให้ได้มาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในวงการกาแฟได้ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เทคนิค และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการกาแฟไทยในตลาดสากล

การอบรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการกาแฟของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ให้สามารถยกระดับคุณภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีความต้องการกาแฟคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมกาแฟไทยในอนาคต

Photos from BOI Chiang Mai's post 28/05/2026

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายสถาปนา พรหมบุญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 ได้เยี่ยมชมโรงงานเพื่อตรวจเปิดดำเนินการของ บริษัท โฮยา ออปติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ซึ่งประกอบกิจการผลิตเลนส์สำหรับกล้องประเภทต่างๆ ภายใต้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้านการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน

บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในหลายด้าน อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การปรับเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศเป็นระบบอัดอากาศแบบ 2 ขั้นตอน (Two-stage Compression) การติดตั้งฉนวนความร้อนในเครื่อง Press เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน และการปรับปรุงระบบหล่อเย็นในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนการดำเนินงาน

ทั้งนี้ BOI มีนโยบายส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Photos from BOI Chiang Mai's post 25/05/2026

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสถาปนา พรหมบุญ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท ทับเทวาทัพไท จำกัด ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งประกอบกิจการผลิตเมล็ดกาแฟคั่วคัดคุณภาพ โดยบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ)

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความพร้อมในการเปิดดำเนินกิจการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับ พร้อมทั้งหารือร่วมกับผู้บริหารของบริษัทฯ เกี่ยวกับแผนการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาธุรกิจในระยะต่อไป

ทั้งนี้ คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของบริษัท ตั้งแต่การรวบรวมเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้า การคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟด้วยกระบวนการต่าง ๆ อาทิ การคัดแยกหินในเมล็ดกาแฟ การคัดแยกขนาดเมล็ด การคัดแยกเมล็ดเบา การตรวจจับโลหะปนเปื้อน และการคัดแยกสีเมล็ดกาแฟ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานและกระบวนการผลิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของไทย

การให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

Photos from BOI Chiang Mai's post 25/05/2026

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 ได้เข้าร่วมกิจกรรม “NEC BIZUP LAMPANG 2026” ณ โรงแรมทรีธารา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการค้าในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้สามารถยกระดับธุรกิจและเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับเกียรติจากพาณิชย์จังหวัดลำปาง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีผู้ประกอบการ MSMEs ภาคธุรกิจชุมชน เกษตรกร และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความตื่นตัวและความสนใจในการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ

ภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ “NEC Literacy & Flagship Project Lampang” โดยผู้แทนอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการสำคัญของจังหวัดลำปาง เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “Government Support & NEC Mechanism” โดยผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งนางสาวดาริกา ทรวงแก้ว นักวิชาการส่งเสริมการลงทุนระดับชำนาญการ ได้ร่วมบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงมาตรการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ภาครัฐสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร การสนับสนุนการลงทุนในกิจการเป้าหมาย ตลอดจนแนวทางการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

พร้อมกันนี้ นายอดิศักดิ์ ปะระมะ และนางสาววลัญชญ์รัตน์ วัฒนวรรณกุล พนักงานส่งเสริมการลงทุน ได้ร่วมออกบูทประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำด้านการส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้ประกอบการภายในงาน โดยมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขอรับการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาธุรกิจ และการต่อยอดกิจการในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษเป็นจำนวนมาก

อีกทั้ง ภายในงานยังมีการบรรยายในหัวข้อ “Entrepreneur Decoded: ถอดรหัส Soft Power สู่ความได้เปรียบทางธุรกิจ” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการนำ Soft Power มาประยุกต์ใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 ในการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ ให้เข้าถึงข้อมูลด้านการลงทุน สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจอย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

Photos from BOI Chiang Mai's post 22/05/2026

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสถาปนา พรหมบุญ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานของด่านศุลกากรเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีนางบุษยา ดวงตา ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร และนางสาวอรณัญช์ มรรคถาวร หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ภาพรวมสถานการณ์การค้าชายแดน รวมถึงบทบาทสำคัญของท่าเรือเชียงแสนในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ภายหลังการบรรยายสรุป คณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมท่าเรือเชียงแสน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดนที่สำคัญของภาคเหนือ ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมทางน้ำสายหลักของแม่น้ำโขง สามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมา และสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นหนึ่งในประตูการค้าระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายและภูมิภาคภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง

ด่านศุลกากรเชียงแสนมีภารกิจสำคัญในการกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกสินค้าทั้งทางบกและทางน้ำ การอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร การจัดเก็บภาษีอากร ตลอดจนการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

สำหรับพื้นที่ความรับผิดชอบของด่านศุลกากรเชียงแสน ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอเชียงแสน อำเภอดอยหลวง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอพญาเม็งราย และอำเภอเวียงชัย รวมระยะพื้นที่พรมแดนประมาณ 68 กิโลเมตร แบ่งเป็นเขตแดนทางบก 21 กิโลเมตร และเขตแดนทางน้ำ 47 กิโลเมตร โดยมีจุดผ่านแดนและท่าเรือสำคัญหลายแห่ง อาทิ ด่านพรมแดนสามเหลี่ยมทองคำไทย–เมียนมา ด่านพรมแดนสบรวกไทย–ลาว ท่าเรือห้าเชียง 1 และ 2 จุดผ่านแดนถาวรท่าอำเภอเชียงแสน (ท่าสามล้อ) ท่าปศุสัตว์ ด่านพรมแดนท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน และจุดผ่อนปรนบ้านสวนดอก ซึ่งล้วนเป็นจุดเชื่อมโยงการค้าชายแดนและการขนส่งสินค้าที่สำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำโขง

ในด้านการขนส่งทางน้ำ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ท่าเรือเมืองมอม แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ท่าเรือวังโป่ง ประเทศเมียนมา ท่าเรือเชียงกก แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ท่าเรือสบหลวย ประเทศเมียนมา และท่าเรือกวนเหล่ย มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นท่าเรือแรกเมื่อเข้าสู่จีนตอนใต้ โดยอยู่ห่างจากท่าเรือเชียงแสนประมาณ 261.8 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางทางน้ำประมาณ 1 วัน ทำให้ท่าเรือเชียงแสนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ท่าเรือเชียงแสนถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพสูงในการรองรับการค้าชายแดนและการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางน้ำผ่านแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถรองรับปริมาณสินค้าได้จำนวนมากและช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งในกลุ่มสินค้าเกษตร วัตถุดิบอุตสาหกรรม พลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งทางถนน ลดต้นทุนเชื้อเพลิง ลดปัญหาการจราจร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ท่าเรือเชียงแสนยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการรองรับสินค้าไทยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร ผลไม้ พลังงาน สินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ท่าเรือเชียงแสนมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน การพัฒนาและยกระดับท่าเรือเชียงแสนยังส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งในด้านการจ้างงาน ธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และบริการด้านโลจิสติกส์ รวมถึงช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าท่าเรือเชียงแสนจะมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนและการขนส่งทางน้ำของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง แต่ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดและอุปสรรคหลายประการที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการขยายตัวทางการค้าในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีความผันผวนตามฤดูกาล ส่งผลให้ในช่วงฤดูแล้งเรือบรรทุกสินค้าบางประเภทไม่สามารถเดินเรือได้เต็มประสิทธิภาพ หรือจำเป็นต้องลดปริมาณการบรรทุกสินค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนด้านโลจิสติกส์และระยะเวลาในการขนส่ง

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดด้านร่องน้ำและตะกอนสะสมในบางช่วงของเส้นทางเดินเรือ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ให้สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญ คือ การขาดแคลนเครื่องจักรและอุปกรณ์สนับสนุนด้านโลจิสติกส์ภายในท่าเรือ โดยเฉพาะเครื่องมือสำคัญ เช่น เครนลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ และเครื่องเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น ซึ่งยังมีจำนวนไม่เพียงพอและไม่สามารถรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระบวนการขนถ่ายสินค้าและการตรวจสอบสินค้าบางประเภทใช้เวลานานกว่าที่ควร

ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนจำเป็นต้องเลือกไปใช้บริการด่านศุลกากรใกล้เคียงที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และระบบโลจิสติกส์มากกว่า เช่น ด่านศุลกากรแม่สาย และด่านศุลกากรเชียงของ ซึ่งสามารถรองรับการตรวจปล่อยสินค้าและการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้สะดวกและรวดเร็วกว่าในบางด้าน ส่งผลให้ท่าเรือเชียงแสนสูญเสียโอกาสในการดึงดูดปริมาณการค้าบางส่วน รวมถึงอาจกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ท่าเรือเชียงแสนยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากเส้นทางขนส่งทางบกและท่าเรือในประเทศเพื่อนบ้านที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง ทำให้จำเป็นต้องเร่งพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ ทั้งในด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ เทคโนโลยี และระบบอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการขยายตัวทางการค้าในอนาคต

นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ และกฎระเบียบด้านการนำเข้า–ส่งออกของแต่ละประเทศ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อปริมาณการค้าและการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือเชียงแสนในบางช่วงเวลา

สำหรับผลการดำเนินงานของด่านศุลกากรเชียงแสนในปี 2568 มีมูลค่าดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 10,952.12 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าสินค้าขาเข้า 2,820.93 ล้านบาท และมูลค่าสินค้าส่งออก 17,181.38 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2567 คิดเป็นร้อยละ 14.73 สะท้อนถึงแนวโน้มการขยายตัวของการค้าชายแดนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่มีต่อเส้นทางการค้าผ่านท่าเรือเชียงแสน

สินค้านำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แร่พลวง รถยนต์ใช้แล้วนำเข้ามาปรับสภาพและส่งออก ซิลิคอนแมงกานีส และครีมเทียม ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันดีเซล รถยนต์ น้ำมันเบนซิน เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำมันปาล์ม ซึ่งล้วนเป็นสินค้าสำคัญที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ

ทั้งนี้ การพัฒนาและยกระดับศักยภาพของด่านศุลกากรเชียงแสนและท่าเรือเชียงแสน ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดนของภูมิภาค รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และความร่วมมือด้านการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

Photos from BOI Chiang Mai's post 21/05/2026

เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ นายจ้าว จูผิง (Mr.Zhao Zhuping) กรรมการประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองนครเซี่ยงไฮ้ และรองผู้อำนวยการคณะกรรมการมิตรภาพต่างประเทศ พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือข้อราชการและแนวทางความร่วมมือระหว่างสองเมือง ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ นางสาวดาริกา ทรวงแก้ว และนางสาววลัญชญ์รัตน์ วัฒนวรรณกุล ผู้แทนจากศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) ได้เข้าร่วมต้อนรับและร่วมหารือในประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนร่วมกัน รวมถึงการให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ล่าสุดในการส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนจากภาคธุรกิจจีน

การหารือในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในฐานะ "เมืองพี่เมืองน้อง" (Sister Cities) ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่และนครเซี่ยงไฮ้ได้สถาปนาความสัมพันธ์ร่วมกันนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2543 นับเป็นเวลายาวนานกว่า 26 ปี โดยที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนและเจริญสัมพันธไมตรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนครเซี่ยงไฮ้และจังหวัดเชียงใหม่ให้มีความแข็งแกร่งและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกมิติ บนพื้นฐานของความผูกพันอันดีตามสโลแกน "จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

20/05/2026

📢 ขอเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์
“Business Opportunities in Industrial Maintenance, Oil & Gas Services, and Technical Solutions in Saudi Arabia”

✨ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด กระทรวงการลงทุนแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (MISA) และสภาธุรกิจซาอุดี-ไทย ขอเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมสัมมนาเพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Industrial Maintenance, Oil & Gas Services, Technical Solutions

📅 วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
🕐 เวลา 13.00 – 15.20 น. ตามเวลาซาอุดีอาระเบีย | เวลา 17.00 – 19.20 น. ตามเวลาไทย
📍 ออนไลน์ผ่าน Webinar
🗣️ บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ

📝 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่:
https://forms.gle/NKCmBoNhR28BJye19

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณณัฐชยา โทร. 02 553 8429
หรือ คุณกฤตพร โทร. 02 553 8420

20/05/2026

📣กองพัฒนาผู้ประกอบการไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ขอเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรม "ศึกษาลู่ทางการค้าการลงทุน" ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

📆ระหว่างวันที่ 17 - 20 สิงหาคม 2569
📍นำคณะเดินทางโดย คุณฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการ และคุณพลพัฒน์ นภาวรานนท์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย

📝ลงทะเบียนผ่าน link : https://forms.gle/EG7aRXRjcr42nKVk8
⏰เริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 26 มิถุนายน 2569

☎️สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
- คุณณัฐชยา โทร 0 2553 8429 อีเมล [email protected]
- คุณเปรมกมล โทร 0 2553 8164 อีเมล [email protected]

Photos from BOI Chiang Mai's post 20/05/2026

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสถาปนา พรหมบุญ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อตรวจติดตามการเปิดดำเนินการของบริษัท ธีออส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ประกอบการด้านพลังงานสะอาดที่ดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาแบบครบวงจร (Solar Rooftop) และบริการด้านบริหารจัดการพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านพลังงานทดแทน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานสะอาดของประเทศ และช่วยยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาคการศึกษา

คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจเยี่ยมสถานที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งบริษัทได้ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์รวมกำลังการผลิต 100.44 กิโลวัตต์ ช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดภายในสถานศึกษาและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว

อีกแห่งคือ โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์รวมกำลังการผลิต 178.2 กิโลวัตต์ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการต้นแบบที่สะท้อนถึงการประยุกต์ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน บริษัท ธีออส คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนรวมแล้วจำนวน 28 โครงการ โดยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่ต่าง ๆ ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคตต่อไป

Photos from BOI Chiang Mai's post 18/05/2026

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายอดิศักดิ์ ปะระมะ และนางสาววลัญชญ์รัตน์ วัฒนวรรณกุล เป็นผู้แทนศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) เข้าร่วมกิจกรรม “NEC BIZUP LAMPHUN 2026” ณ โรงแรมแกรนด์ปา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดลำพูน ซึ่งจัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้โครงการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ MSME วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นาย ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีนางสาวจุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน เป็นผู้กล่าวรายงาน

ภายในงานมีการบรรยายและกิจกรรมเสวนาที่น่าสนใจตลอดทั้งวัน โดยในช่วงเช้า มีการบรรยายหัวข้อ “NEC Literacy & Flagship Project Lamphun” โดย ผศ.ดร.สุริยะ ทองมุณี รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมทั้งการเสวนาในหัวข้อ “Government Support & NEC Mechanism” ซึ่งนายอดิศักดิ์ ปะระมะ พนักงานส่งเสริมการลงทุน ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ร่วมเสวนาและให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนของ BOI รวมถึงสิทธิประโยชน์และแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ BOI ในการสนับสนุนภาคธุรกิจและการลงทุนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายหัวข้อ “Entrepreneur Decoded: ถอดรหัส Soft Power สู่ความได้เปรียบทางธุรกิจ” โดยนางสาววาสิตา กอบธัญกิจ และนายภูริวัต บุญนัก จากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย ประกอบด้วยการบรรยายหัวข้อ “Inspiration Talk : SME ที่รอด คือคนที่สร้างตัวตนได้ และใช้ AI เป็น” โดยคุณปริวรรตน์ อรุโณทยานันท์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ moodata.me และครีเอเตอร์ช่อง YouTube “พี่ปุ้ย มูดาต้า” ต่อด้วยการบรรยายหัวข้อ “AI assistant for SMEs : AI เพื่อผู้ประกอบการรายย่อย” และกิจกรรม “AI Workshop” โดย ผศ.ดร.คึกฤทธิ์ โอสภานันต์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ พร้อมทีมวิทยากร และปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Networking & Sharing” โดยนางสาวจตุภรณ์ ทองคำอวน หัวหน้าทีมอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทีมวิทยากร

ทั้งนี้ ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 (เชียงใหม่) ยังได้ร่วมจัดบูธนิทรรศการเผยแพร่ข้อมูลสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนของ BOI เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการและผู้เข้าร่วมงาน เกี่ยวกับแนวทางการลงทุน การขอรับการส่งเสริมการลงทุน และมาตรการสนับสนุนภาครัฐสำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


อาคารแอร์พอร์ต บิซิเนส พาร์ก ห้อง 108-110 เลขที่ 90 ถนนมหิดล ตำบลหายยา อำเภอเมืองChiang Mai
Chiang Mai
50100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30