สำนักงานกฎหมาย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

สำนักงานกฎหมาย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักงานกฎหมาย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, หน่วยงานราชการ, Nakhon Ratchasima.

19/12/2023

สำนักงานกฎหมาย ขอความร่วมมือบุคลากรในสังกัด มทร.อีสาน และประชาชน ผู้รับบริการ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกหน่วยงาน ตอบแบบสอบถามการดำเนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

24/04/2020

👉วันนี้นำประสบการณ์การเตรียมสอบอัยการของท่านกษิดิศ มธุรส อัยการผู้ช่วย รุ่น 59 (สนามเล็ก)ผู้สอบผ่านข้อเขียนอันดับที่ 10 มาแนะนำระหว่างที่อัยการเลื่อนสอบ เพื่อเป็นแนวทางครับ...👏👏

#บันทึกไว้ครั้งหนึ่งกับการได้ดำรงตำแหน่งพนักงานอัยการ
✍...ปีนี้มีการเปิดสอบทั้งอัยการและศาลหลายสนาม ผมอยากจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ของผมบ้าง ผมว่าคนส่วนใหญ่ก็ได้พูดเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ วิธีการอ่านหนังสือกันไปเยอะมากๆอยู่แล้ว ผมจึงอยากมาเสนอข้อคิดดีๆกับเด็กนิติอย่างผม ต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ใช่คนเก่ง สอบมาก็หลายรอบมาก เฉียดไปเฉียดมา คะแนนผ่านเกณฑ์แต่เรียกไม่ถึงบ้าง เคยนั่งร้องไห้คนเดียวก็บ่อยตอนทราบคะแนน แต่ผมก็ยังฝ่าฟันมายืนตรงจุดนี้ได้ ซึ่งข้อคิดของผมขอสั้นๆ 5 ข้อพอ ดังนี้.....
👉1.คนใกล้ตัวสำคัญเสมอ💕💕
เรื่องของคนรอบกายใกล้ตัว คนจะคิดว่าเด็กนิติอย่างเราอ่านหนังสืออย่างเดียวไม่ต้องสุงสิงกับใครก็ได้ แต่จริงๆแล้วการมีเพื่อนให้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด มาถกฎีกากัน มีแฟนให้กำลังใจ มีพ่อแม่คอยเคียงข้าง มันก็เป็นปัจจัยสำคัญในการลงมือทำอะไรซักอย่าง คำว่าคนรอบกายนั้นก็อาจจะไม่ได้หมายความแต่เฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ยังรวมถึงเพจฎีกาตามเฟสบุ๊คต่างๆที่พวกท่านๆเหล่านักกฎหมายล้วนสละเวลานำฎีกาที่น่าสนใจมาแชร์แบ่งปันความรู้กันทั้งนั้น ดังนั้นที่ผมจะสื่อให้เห็นก็คือ คนใกล้ตัวและสิ่งรอบตัวมีผลสำคัญไม่น้อย ซึ่งสิ่งนั้นล้วนเป็นปัจจัยที่จะเข้ามาผสมให้เราทำอะไรซักอย่างให้สำเร็จ ฉะนั้นขอให้เราให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นให้มากๆ
👉2.ความพยายามเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น🏋️‍♂️🏋️‍♂️
คนส่วนใหญ่รวมทั้งผมมักคิดว่า หากเราไม่ล่ะความพยายามซักวันเราก็ประสบความสำเร็จ ถ้าเราตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนักทุกวัน สุดท้ายซักวันปลายทางแห่งฝันก็จะมาถึงเราเอง ซึ่งผมก็ยอมรับและเชื่อเช่นนั้น แต่ชีวิตเด็กนิติบางคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ บางคนต้องทำงานไปด้วย เวลาอ่านหนังสือแทบจะไม่มีหรือบางคนมีทุนเดิมจากครอบครัวอยู่แล้วอ่านหนังสืออย่างเดียวก็ยังสอบไม่ได้ซักทีก็มี เหตุผลเพราะ “ความพยายามเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอให้ประสบความสำเร็จ” มันต้องมาพร้อมๆกับวาสนาบุญบารมีด้วย ซึ่งมันจะส่งผลสอดรับกันอย่างดี ฉะนั้น เด็กนิติอย่างเราต้องหมั่นทำบุญ สวดมนต์แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรอยู่เสมอ ตัวผมทำทุกวันใครไม่เชื่อผมเชื่อ!!!
👉3.เลือกทางเดินโดยใช้หัวใจ ชอบทางไหนไปทางนั้น..💗💗💗
ก็เหมือนกับเราเลือกดูหนังซักเรื่อง แล้วเราชอบ ไม่ว่าเราจะนำกลับมาเปิดดูอีกกี่ครั้งมันก็ไม่เบื่อ ที่ผมจะสื่อก็คือก็เหมือนกับการที่เราหยิบหนังสือกฎหมายขึ้นมาอ่าน เราควรจะหาเล่มที่เราชอบ หรือท่านอาจารย์ผู้เขียนที่เราชื่นชอบ อ่านแล้วเราชอบและเข้าใจมันมากที่สุด เพราะเราจะอยากหยิบมันมาอ่านอีกเรื่อยๆไม่เบื่อ ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกเล่มหรืออ่านตามพวกที่เขาประสบความสำเร็จเขาแนะนำกัน บางคนอ่านเยอะมาก อ่านทุกเล่ม อ่านทุกชีท มีอะไรอ่านหมด สุดท้ายมันเยอะไป สมองคนเรามันมีลิมิต แต่ข้อดีของการอ่านหมดคือไม่ว่าข้อสอบจะออกอะไรมาเราก็ทำได้ แต่อย่าลืมเราจะจำมันได้มั้ยที่เราอ่านมา ผมจึงอยากจะบอกว่า หาสิ่งที่เราชอบให้เจอแล้วอยู่กับมัน จะทำให้เรามีความสุข
👉4.กำจัดโรคแห่งความล้มเหลวให้ได้.🕴
กำจัดความอ่อนแอที่เราพยายามบอกตัวเองว่าเราไม่พอที่จะทำมันให้สำเร็จได้ กำจัดข้ออ้างต่างๆนาๆ เช่นงานฉันก็ต้องทำ การมีครอบครัว ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่จะตัดโอกาสเราให้ไม่ประสบความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับการมีวินัยและการจัดสรรเวลาต่างหาก กำจัดโรคภัยและการดูถูกตัวเองซึ่งพวกสิ่งเหล่านี้ผมมองว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างที่เรานำมันมาใช้เพื่อตัดความสำเร็จของเราอย่างสิ้นเชิง ให้เราบอกตัวเองว่า เราเก่งและแข็งแรงพอที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก และอย่าลืมเราเด็กนิติไม่ควรอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว เราควรต้องหมั่นออกกำลังกายและทำให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรบอยู่เสมอ ซึ่งผมออกกำลังกายเกือบทุกวัน
👉5.สร้างมโนภาพแห่งความสำเร็จ.👨‍⚖👨‍⚖
ผมคนหนึ่งจะคิดเสมอเวลาผมขับรถผ่านศาล ผ่านสำนักงานอัยการ ผมคิดว่าซักวันนึงผมจะเข้าไปทำงานที่นั้น ตอนผมเป็นทนายผมจะมองท่านอัยการและบัลลังค์ท่านผู้พิพากษาอยู่เสมอ เชื่อว่าซักวันเราจะต้องไปยืนตรงจุดนั้นให้ได้ หรือโต๊ะหนังสือก็จะมีรูปคนที่เป็นแรงบันดาลใจมาตั้งไว้เสมอ ผมจึงอยากจะบอกว่าให้ท่านนักล่าฝันทั้งหลายสร้างมโนภาพและจินตนาการว่าสักวันหนึ่งเราจะประสบความสำเร็จเราจะไปยื่นอยู่ที่ปลายยอดเขา แม้มันจะสูงและไกล แม้มันจะถึงเป็นคนสุดท้าย แต่เมื่อมันมาถึงเราจะภูมิใจกับมันเอง แต่เราต้องอย่าลืมลงมือทำด้วยนะ
🎉🎉วันนี้ผมมาถึงปลายทางที่ฝันไว้แล้ว การสอบเข้ามาเป็นพนักงานอัยการว่ายากแล้ว การดำรงตน ครองตนและอำนวยความยุติธรรมนั้นยากยิ่งกว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
👏👏 ปล.สุดท้ายนี้ ขอให้นักล่าฝันที่กำลังเตรียมตัวสอบทุกท่านอย่าทิ้งความฝัน แล้วมาเจอกันที่สำนักงานอัยการนะครับ องค์กรอัยการยังขาดคนคอยช่วยทำงานอีกมากครับ😊😊 #ท่านโบ๊ท #อัยการหล่อบันดาลใจ

Photos from สำนักงานกฎหมาย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน's post 07/08/2018

สำนักงานกฎหมายเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวางพวงมาลาถวายราชสักการะกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย เนื่องในวันรพี ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์ ด้านหน้าศาลอุทธรณ์ ภาค 3 #7/08/61

26/11/2016

โทรศัพท์แจ้งการลาป่วยต่อผู้บังคับบัญชาไม่ใช่เป็นการเสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๒/๒๕๕๙

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การลาป่วยของข้าราชการของผู้ฟ้องคดีไม่จำเป็นต้องใช้แบบฟอร์มใบลาป่วยเท่านั้น ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือขอส่งใบรับรองแพทย์ที่ผู้ฟ้องคดีระบุถึงการลาป่วยด้วยอาการไข้หวัดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาล และมีหนังสือชี้แจงสาเหตุที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้มาลงชื่อปฏิบัติงานยื่นต่อผู้บังคับบัญชา ครอบคลุมวันลาทั้งหมดและเพียงพอสำหรับการพิจารณาเรื่องการลาป่วยของผู้ฟ้องคดีได้แล้วนั้น เห็นว่า ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง ของระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนดว่า ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาป่วยเพื่อรักษาตัว ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่ในกรณีจำเป็น จะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการได้ ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีโทรศัพท์แจ้งการลาป่วยต่อผู้บังคับบัญชาไม่ใช่เป็นการเสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ลาป่วยเพื่อรักษาตัวตามความประสงค์ของผู้ฟ้องคดีได้ จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการลาป่วยเพื่อรักษาตัวตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง ของระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทั้งนี้ เมื่อผู้ฟ้องคดีไม่ได้มาลงชื่อปฏิบัติราชการและไม่ได้ยื่นใบลาดังกล่าว นับต่อเนื่องกันไปทุกวันรวมทั้งวันหยุดราชการที่อยู่ในระหว่างวันนั้นด้วยแล้วจำนวน ๑๖ วัน ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้ละทิ้งหน้าที่ราชการในคราวเดียวกันเป็นเวลา
เกินสิบห้าวันตามนัยมาตรา ๘๕ (๓) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑

23/11/2016

การที่เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 ไม่ได้กำหนดให้อธิการบดีมาจากการเลือกตั้งของบุคลากรในมหาวิทยาลัย แต่กลับไปกำหนดให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยเพียง 29 คนเป็นผู้มีสิทธิเลือกอธิการบดีโดยตรงได้นั้น ก็อาจคงเป็นเพราะเหตุผลด้วยว่า บุคคลที่สมควรจะดำรงตำแหน่งอธิการบดีในมหาวิทยาลัย นอกจากจะต้องเป็นบุคคลที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ ทั้งในด้านวิชาการ และการบริหาร แล้ว นั้น "ที่สำคัญที่สุดต้องเป็นบุคคลที่มีการทำงานที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรในมหาวิทยาลัยนั้นๆ" หาได้จำเป็นต้องเป็นบุคคลที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยชื่นชอบแต่อย่างใด เพราะบางครั้งสิ่งที่เราชื่นชอบและคิดว่าดีก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุดในองค์กรแห่งนี้ก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นที่มาที่ รัฐออกกฎหมายให้กรรมการสภามาจากผู้ทรงที่มีความรู้และประสบการณ์หลายๆด้าน เพื่อมาช่วยพวกเราในการทำหน้าที่คัดเลือกอธิการบดีที่เหมาะสมที่สุดกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อที่จะนำพามทร.อีสานไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

Photos 25/04/2016

หลักพยานซัดทอด

1พยานซัดทอด

หมายถึง

1เป็น ถ้อยคำของบุคคลที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด(น่าจะหมายถึงผู้ใช้ ตัวการผู้สนับสนุน)ที่ให้การปรักปรำเป็นผลร้ายเเก่ผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน
เเละ
2โดยอาจเป็นพยานบอกเล่า ประจักษ์พยาน

2 ถ้าพยานซัดทอดเกิดขึ้นโดยชอบเเละได้มาโดยชอบ ก็ร้บฟังเป็นพยานหลักฐานได้เพราะไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟัง(ฎ3611/28,968/29,4512/30)(น่าจะมาจากหลักที่ว่า ถ้าไม่มีกฎหมายห้ามสามารถทำได้)

3 ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานซัดทอด ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย
เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน (หลักม227/1)

“ทปสท.”มีมติกลับไปใช้เปิดเรียนตามเดิม 25/04/2016

“ทปสท.”มีมติกลับไปใช้เปิดเรียนตามเดิม ผลวิจัยเปิดภาคเรียนตามอาเซียน ระบุชัดส่งผลกระทบอย่างมาก ไม่เห็นด้วยร้อยละ 86.33 ทปสท.มีมติกลับไปใช้เปิดเรียนตามเดิม ชี้กำหนดเปิดภาคเรียนเป็นอำนาจสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง

22/04/2016

ข้อพิจารณากฎหมายค้ำประกันและจำนอง
http://www.jla.coj.go.th/doc/data/jla/jla_1456302939.pdf

www.jla.coj.go.th http://www.jla.coj.go.th/doc/data/jla/jla_1456302939.pdf

19/10/2015

คำถาม เหตุใดพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา(สายสนับสนุน) จึงไม่สามารถมาเป็นสภาคณาจารย์และข้าราชการได้ ??????
คำตอบ สำนักงานกฎหมายเชื่อว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่คาใจของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา (สายสนับสนุน) หลายๆคน ใน มทร.อีสาน นี้ ในวันนี้ สำนักงานกฎหมายจะมาให้คำตอบและความเห็นในเรื่องนี้ ดังนี้
- สรุปเข้าใจง่ายๆ คำว่า สภาคณาจารย์และข้าราชการ ประกอบด้วยบุคคลอยู่ ๒ กลุ่ม คือ ๑.กลุ่มคณาจารย์ประจำ และ ๒.กลุ่มข้าราชการ
๑.กลุ่มคณาจารย์ประจำ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ให้ความเห็นว่า คณาจารย์ประจำนั้น ไม่ได้มีการระบุเฉพาะว่าจะต้องเป็นข้าราชการฯ หรือไม่ ดังนั้น คำว่าคณาจารย์ประจำจึงมีเจตนารมณ์มุ่งหมายให้หมายความถึงบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนและประจำอยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ ดังนั้น คณาจารย์ประจำในกลุ่มนี้ จึงหมายถึงข้าราชการ(สายวิชาการ) และ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา (สายสนุบสนุน)
๒. กลุ่มข้าราชการ สำหรับกลุ่มนี้ (สกอ.) เห็นว่า คำว่าข้าราชการเป็นคำเฉพาะที่หมายความถึงแต่ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ที่มิได้เป็นคณาจารย์ประจำ (สายสนับสนุน) เท่านั้น ไม่สามารถแปลความขยายไปถึงพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา (สายสนุบสนุน) ได้ ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาเป็นสภาคณาจารย์ประจำและข้าราชการ ได้ จึงมีได้แต่เฉพาะ ๑.ข้าราช และพนักงาน (สายวิชาการ) และ ๒. ข้าราชการ (สายสนับสนุน) เท่านั้น
- จากความเห็นของ สกอ.ดังกล่าว สำนักงานกฎหมายไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่า เจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมายที่ต้องการให้มีสภาคณาจารย์และข้าราชการในมหาวิทยาลัยฯ ก็เพื่อต้องการให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยฯได้มีสิทธิแสดงความมีส่วนร่วมในการพัฒนาและปกป้องผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งหากเรากีดกันไม่ให้สิทธิแก่พนักงาน(สายสนับสนุน) ในการให้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนามหาวิทยาลัยฯ ในฐานะกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการแล้ว สำนักงานกฎหมายเห็นว่าย่อมไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการให้มีสภาคณาจารย์และข้าราชการในมหาวิทยาลัยฯ อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันนี้ ข้าราชการ (สายสนับสนุน) ในมทร.อีสานก็เหลือเพียงไม่กี่สิบคน แต่ในทางกลับกันพนักงาน(สายสนับสนุน) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึงจำนวนสี่ร้อยกว่าคนและในอนาคตย่อมจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งหากปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวยังคงอยู่ต่อไป ย่อมส่งผลต่อการพัฒนามทร.อีสาน ในระยะยาวอย่างแน่นอน
- ปัจจุบันนี้ปัญหาในเรื่องของสิทธิพนักงาน (สายสนับสนุน) เกี่ยวกับประเด็นการเข้ามาเป็นสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานคงจะได้คำตอบกันว่า แท้จริงแล้ว พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา (สายสนับสนุน) จะสามารถได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นสภาคณาจารย์และข้าราชการ ตามมาตรา ๒๒ แห่ง พรบ.มทร. พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้หรือไม่ หากผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นอย่างไรสำนักงานกฎหมายจะรีบแจ้งให้ทุกท่านทราบอีกครั้งนึง

12/10/2015

ผู้ฟ้องคดีอ้างในคำฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำใบมอบอำนาจให้พนักงานอัยการดำเนินคดีปกครองแทนจนคดีถึงที่สุด โดยมิได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร การมอบอำนาจดังกล่าวจึงถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้น พนักงานอัยการผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีสิทธิและไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ถูกฟ้องคดี ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า มาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่าตราสารใดไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนและขีดฆ่าแล้ว และมาตรา 121 บัญญัติว่า ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ บุคคลผู้กระทำการในนามของรัฐบาล องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไทย วัดวาอาราม และองค์การศาสนาใด ๆ ในราชอาณาจักรซึ่งเป็นนิติบุคคล อากรเป็นอันไม่ต้องเสีย ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีโดยอธิการบดีมหาวิทยาลัย ได้จัดทำใบมอบอำนาจให้พนักงานอัยการดำเนินคดีปกครองจนถึงที่สุด และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงด้วย ซึ่งพรบ.มหาวิทยาลัย บัญญัติว่า ให้อธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย มีอำนาจและหน้าที่บริหารกิจการของมหาวิทยาลัย เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป อธิการบดีจึงเป็นผู้แทนของผู้ถูกฟ้องคดี (มหาวิทยาลัย) ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ ถือเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรตามมาตรา 121 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6 ที่ว่าด้วยอากรแสตมป์ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.269/2558)

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Nakhon Ratchasima?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

Nakhon Ratchasima
30000