Thai Trade Center - Miami

Thai Trade Center - Miami

Share

Thai Trade Center-Miami is part of the Department of International Trade Promotion, Royal Thai Government. We help Thai entrepreneurs to expand the market.

Our mission is to facilitate Thai entrepreneurs for Thai product and service promotion in US.

05/22/2026
05/21/2026

ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมออนไลน์เพื่อพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ภายในงาน Americas Food & Beverage Show ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ณ Miami Beach Convention Center เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ

รับฟังการประชุมในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 9:30 น. - 11:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

Photos from Thai Trade Center - Miami's post 05/19/2026

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ได้จัดกิจกรรม “Thai SELECT Day – Atlanta’s New Gateway for Authentic Thai Cuisine” เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ ร้าน Bangkok Station เพื่อส่งเสริมการรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และประชาสัมพันธ์ร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในเมืองแอตแลนตาและเมืองใกล้เคียง

โดยมีเป้าหมายผลักดันเมืองแอตแลนตาให้เป็นเมืองรองศักยภาพสำคัญในการเผยแพร่อาหารไทยรสชาติไทยแท้สู่ผู้บริโภค ตลอดจนเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ในการเผยแพร่เอกลักษณ์อาหารไทยและวัฒนธรรมไทยในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ รวมถึงขยายโอกาสทางการค้าให้กับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. สุริยา จินดาวงษ์ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร Thai SELECT ให้แก่ร้านอาหารจำนวน 14 ร้าน และร่วมสาธิตการปรุง “ผัดไทยห่อไข่” และมีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการร้านอาหาร บริษัทผู้นำเข้าสินค้าอาหารไทย สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการไทยจากบริษัท Singha Beer และบริษัท Eastland Food Corporation เข้าร่วมงานและนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มไทย เพื่อส่งเสริมการรับรู้สินค้าไทยและสร้างโอกาสทางการค้าในเมืองแอตแลนตา ซึ่งถือเป็นตลาดเมืองรองศักยภาพสำคัญอีกแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ

อีกทั้ง ยังมีการให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น WSB-TV Atlanta เพื่อจัดทำสกูปข่าวด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ครอบคลุม 55 เมืองในรัฐจอร์เจีย เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารไทยและส่งเสริมการรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โดยตั้งเป้าหมายผลักดันเมืองแอตแลนตาให้เป็นเมืองรองแห่งใหม่ในการเผยแพร่ Soft Power ด้านอาหาร วัฒนธรรม และสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ

ร้านอาหารไทยที่ได้รับเกียรติบัตร Thai SELECT ภายในงาน ได้แก่

1. Bangkok Station
2. Nahm Fine Thai Cuisine
3. Paya Thai Kitchen
4. Nan Thai Fine Dining
5. Woodstock Thai Eatery
6. L’thai Organic Cuisine & Wine Bar
7. Siam Thai Restaurant
8. Banana Leaf Thai Restaurant and Bar
9. Tuk Tuk Thai Food Loft
10. Tipsy Thaiger
11. Pru Thai Kitchen & Bar
12. 26 Thai Kitchen & Bar (Buckhead)
13. 26 Thai Kitchen & Bar (Alpharetta)
14. Pink Lotus Thai Restaurant

นอกจากนี้ภายในเมืองแอตแลนตา และเมืองอื่นๆในรัฐจอเจียร์ยังมีร้านอาหารไทยที่ได้รับตรา Thai SELECT อีกมากมาย โดยสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.thaiselect.com

Photos from Royal Thai Embassy, Washington D.C.'s post 05/18/2026
Photos from สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย's post 05/14/2026
Photos from ร้านเด็ด อเมริกา - Landed America's post 05/14/2026

Thai Select Day – Atlanta’s New Gateway for Authentic Thai Cuisine✨

จอร์เจียและเซาท์แคโรไลนาผ่านกฎหมายกำกับสินค้ากุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ 05/14/2026

📌 รายงานข่าวเด่นประจำสัปดาห์ : "จอร์เจียและเซาท์แคโรไลนาผ่านกฎหมายกำกับสินค้ากุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ”📌

มลรัฐจอร์เจีย (Georgia) เป็นพื้นที่ล่าสุดที่ได้ดำเนินการผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับสินค้ากุ้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีการจำหน่ายในสถานประกอบการบริการอาหาร (Food Service Establishment) เอกชนทุกแห่งในจอร์เจีย ให้หลังความพยายามในการผลักดันร่างกฎหมายระดับมลรัฐ (House Bill) HB 117 มาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว จนกระทั่งการลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าวจากปลายปากกาของผู้ว่าการมลรัฐฯ โดยถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในการรับมือกับการขยายตัวของตลาดสินค้าอาหารทะเลนำเข้า ซึ่งเข้ามาเบียดเบียนสินค้าอาหารทะเลจากท้องถิ่น แม้ว่าจอร์เจียจะไม่ได้ขึ้นชื่อสำหรับอาหารทะเล หรือเป็นมลรัฐซึ่งผลิตสินค้าอาหารทะเลรายใหญ่ของสหรัฐฯ ก็ตาม
การผ่านร่างกฎหมายในการกำกับสินค้ากุ้งที่มาจากต่างประเทศครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการถูกตรวจพบความผิดปกติของสินค้ากุ้งนำเข้าที่ถูกสวมรอยจำหน่ายเป็นสินค้ากุ้งท้องถิ่นมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดสำหรับผู้บริโภคสินค้ากุ้งซึ่งบางส่วนอาจต้องการเลือกซื้อ หรือเลือกรับประทานสินค้ากุ้งในประเทศ และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมและธุรกิจกุ้งในสหรัฐฯในวงกว้าง ทำให้เกิดข้อเรียกร้องในการออกมาปกป้องสินค้ากุ้งท้องถิ่นในประเทศ ซึ่งกฎหมายในระดับมลรัฐสามารถเฉพาะเจาะจงได้ถึงระดับร้านอาหารและสถานประกอบการทั่วไป ในการขีดเส้นกั้นของสินค้ากุ้งนำเข้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน จอร์เจียได้กลายมาเป็นมลรัฐลำดับที่ห้าในสหรัฐฯ ที่ได้มีการผ่านและบังคับใช้กฎหมายการกำกับสินค้ากุ้งที่มาจากต่างประเทศ หรือในลักษณะใกล้เคียงกัน ให้หลังมลรัฐอลาบามา (Alabama) หลุยส์เซียนา (Louisiana) มิสซิสซิปปี (Mississippi) และเท็กซัส (Texas) โดยจอร์เจียถือเป็นมลรัฐชายฝั่งตะวันออก ที่แรกที่ได้ดำเนินการกำกับและควบคุมการบิดเบือนการโฆษณาสินค้ากุ้งที่จำหน่ายภายในมลรัฐของตนเอง ทั้งนี้ ในรายละเอียดของข้อบังคับการแสดงข้อมูลกำกับสินค้ากุ้งที่จำหน่ายในแต่ละมลรัฐนั้นมีความเข้มข้นแตกต่างกัน อาทิเช่น อลาบามา ที่ไม่เพียงให้แสดงข้อมูลว่าเป็นสินค้ากุ้งนำเข้าหรือไม่ แต่ให้ระบุด้วยว่าเป็นกุ้งเลี้ยง (Farm-Raised) หรือกุ้งจับจากธรรมชาติ (Wild-Caught) หรือ มิสซิสซิปปี้ ซึ่งข้อบังคับลักษณะเดียวกันนั้นไม่ครอบคลุมเพียงสินค้ากุ้ง แต่ครอบคลุมสินค้าอาหารทะเลทุกชนิดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการผ่านกฎหมายในระดับมลรัฐเพื่อบังคับใช้การกำกับสินค้ากุ้ง/อาหารทะเลที่มาจากต่างประเทศจะเป็นเทรนด์ที่นิยมทำตามกัน เนื่องจากในเวลาเดียวกันนี้ สภาแห่งมลรัฐเซาท์แคโรไลนา (South Carolina) ได้มีการผ่านร่างกฎหมายระดับมลรัฐ HB 4248 ไปบางส่วนแล้วเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้ แต่จากเค้าโครงร่างกฎหมายล่าสุดในการกำกับสินค้ากุ้งที่จำหน่ายในพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าจะมีการบังคับให้แสดงประเทศแหล่งนำเข้าสินค้ากุ้ง (Country of Origin) ครอบคลุมทั้งสินค้ากุ้งสด และผลิตภัณฑ์จากกุ้งอื่น ๆ ด้วย ซึ่งหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาทุกขั้นตอนแล้ว จะทำให้เซาท์แคโรไลนาเป็นอีกหนึ่งมลรัฐซึ่งไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้าอาหารรายใหญ่ และจะเป็นมลรัฐลำดับที่หกของสหรัฐฯที่ได้ผ่านกฎหมายดังกล่าว

📌 อ่านเพิ่มเติม :

จอร์เจียและเซาท์แคโรไลนาผ่านกฎหมายกำกับสินค้ากุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ เนื้อหาสาระข่าว: มลรัฐจอร์เจีย (Georgia) เป็นพื้นที่ล่าสุดที่ได้ดำเนินการผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับสินค้ากุ.....

ดิสนีย์เล็งเพิ่มวิดีโอสั้น พร้อมทุ่มลงทุนสร้างผลงานเรื่องใหม่ 05/14/2026

📌 รายงานข่าวเด่นประจำสัปดาห์ : "ดิสนีย์เล็งเพิ่มวิดีโอสั้น พร้อมทุ่มลงทุนสร้างผลงานเรื่องใหม่”📌

ภายใต้การบริหารของ Josh D’Amaro ซีอีโอคนใหม่ Disney จะยังคงเดินหน้ารุกคอนเทนต์แบบสั้นๆ ต่อไป ควบคู่กับการลงทุนทั้งในผลงานที่มีลิขสิทธิ์ (IP) ใหม่ๆและแฟรนไชส์เดิมของบริษัท ภายใต้การกำกับดูแลด้านคอนเทนต์ของ Dana Walden ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของบริษัท

ในการแถลงผลประกอบการของดิสนีย์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการแถลงข่าวครั้งแรกของ D’Amaro หลังได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอ เขาระบุว่า Disney ได้เริ่มนำระบบวิดีโอแนวตั้ง (vertical video) เข้ามาใช้งานบน Disney+ แล้ว รวมถึงในแอป ESPN โดยแม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่บริษัทพบว่าสามารถ "ช่วยดึงดูดให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมกับเนื้อหา (Engagement) ได้ลึกซึ้งขึ้นมาก"

นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังได้นำวิดีโอจากกลุ่มนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ (Creator) อย่าง Predator และ Lilo & Stitch มาลงในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของบริษัทฯ พร้อมเตรียมขยายแนวทางดังกล่าวต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดย D’Amaro ระบุว่า Disney ให้ความสำคัญอย่างมากเรื่อง "พยายามนำผลงานแบบมีลิขสิทธิ์ (IP) ของเราให้ไปปรากฏอยู่ทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ในรูปแบบที่สอดคล้องกับกลุ่มผู้ชม"

“นี่คือพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเรามีผู้ชมขาประจำจำนวนมหาศาลที่ผูกพันอย่างเหนียวแน่นกับแบรนด์ แฟรนไชส์ และตัวละครของเรา และพวกเขาต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์เหล่านี้ในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึง Gen Alpha ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ล่าสุดในแฟนคลับของ Disney” D’Amaro กล่าวถึงยุทธศาสตร์ภาพยนตร์สั้นของบริษัท

เขาย้ำอีกว่า Disney จะเดินหน้าพัฒนาแนวทางดังกล่าวต่อไป พร้อมผลักดันให้ผลงานแบบมีลิขสิทธิ์ (IP) ของบริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละแพลตฟอร์ม

ในภาพรวมของยุทธศาสตร์คอนเทนต์ภายใต้การนำของ D’Amaro และ Dana Walden ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ (Chief Creative Officer) ของบริษัทนั้น Disney จะยังคงลงทุนในแฟรนไชส์หลักที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกันก็พร้อม “รับความเสี่ยงเชิงสร้างสรรค์” เพื่อพัฒนาแบรนด์และแฟรนไชส์ใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยเขายกตัวอย่าง Zootopia ว่าเป็นแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพในการต่อยอดการลงทุน ขณะที่ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ของ Pixar อย่าง Hoppers อาจกลายเป็นผลงานแบบมีลิขสิทธิ์ (IP) ใหม่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต

"เรามุ่งเน้นลงทุนใน IP ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ สร้างความผูกพันกับแฟนๆ และสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างยาวนาน" D’Amaro กล่าว

ภายหลัง Dana Walden เข้ารับตำแหน่งใหม่ Disney ยังได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเกมให้อยู่ภายใต้กลุ่มเดียวกับธุรกิจสตรีมมิ่ง ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ของบริษัท โดย D’Amaro ระบุว่า การรวมโครงสร้างดังกล่าวจะช่วย “เร่งกระบวนการตัดสินใจ” และทำให้องค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมชื่นชม Walden ว่าสามารถบริหารองค์กรคอนเทนต์รูปแบบใหม่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สิ่งที่เรากำลังทำต่อจากนี้ คือเราได้รวมศูนย์การบริหารจัดการรายการโทรทัศน์ทั้งหมดไว้ภายใต้กลุ่มบริการแบบ DTC (Direct-to-Consumer) ภายใต้ Disney Entertainment ดังนั้น การจัดวางผังรายการสำหรับ Disney+ และ Hulu จึงดำเนินการจากศูนย์กลางเดียวกัน พร้อมทั้งบริหารการกำหนดช่วงเวลาการเผยแพร่ (windowing) และการนำคอนเทนต์ไปออกอากาศบนช่องโทรทัศน์แบบดั้งเดิม (linear TV) อย่างเหมาะสม เพื่อขยายฐานการเข้าถึงผู้ชมและเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้สูงสุด นอกจากนี้ บริษัทยังได้ผนวกรวมธุรกิจเกมเข้ามาอยู่ภายใต้ Disney Entertainment ด้วยเช่นกัน และการกระทำเช่นนี้จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการโปรโมตแฟรนไชส์ข้ามสื่อ และใช้เกมเพื่อต่อยอดการเล่าเรื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนา IP ใหม่ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ Dana กำลังพยายามเข้ามาดูแลให้มั่นใจได้ว่าทุกการตัดสินใจด้านคอนเทนต์ ของเรา ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการจัดจำหน่าย จะเป็นไปเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ชมขาประจำ และสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับแบรนด์ของเราให้จงได้” D’Amaro กล่าวปิดท้าย

📌 อ่านเพิ่มเติม :

ดิสนีย์เล็งเพิ่มวิดีโอสั้น พร้อมทุ่มลงทุนสร้างผลงานเรื่องใหม่ Credit: ภาพจากคลังสื่อสาธารณะของ Disney (https://press.disneyplus.com/about/logos?image_id=connected_devices_lockup_9092753f) เนื้อหาสาระข่าว: ภายใต้การบริหารของ Josh D’Amaro ซีอ...

Want your business to be the top-listed Government Service in Miami?

Click here to claim your Sponsored Listing.

Location

Telephone

Address


6100 Waterford District Drive, Ste 100
Miami, FL
33126

Opening Hours

Monday 9am - 5pm
Tuesday 9am - 5pm
Wednesday 9am - 5pm
Thursday 9am - 5pm
Friday 9am - 5pm