Story Banklang Lamphun สตอรี่ บ้านกลาง ลำพูน

Story Banklang Lamphun สตอรี่ บ้านกลาง ลำพูน

Share

Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Story Banklang Lamphun สตอรี่ บ้านกลาง ลำพูน, Public & Government Service, เทศบาลบ้านกลาง ต.บ้านกลาง อ.เ, .

Photos from Story Banklang Lamphun สตอรี่ บ้านกลาง ลำพูน's post 02/06/2026

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี
เดิมตั้งอยู่ ณ บ้านท่าล้อ-ศรีคำ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นสถานที่ ชาวตำบลบ้านกลาง ภาคภูมิใจและเคารพนับถือ โดยได้ร่วมมือร่วมใจดูแลพัฒนาต่อมาจาก บริษัทศิริมณี จำกัด ผู้จัดสร้าง หลังจากที่บริษัทศิริมณีได้มอบไว้ให้เป็นสมบัติของจังหวัดลำพูนแล้ว อนุสาวรีย์พระนางจามเทวีแห่งนี้ เริ่มมาจากที่บริษัท ศิริมณี จำกัด ได้จัดซื้อที่ดินในเขตหมู่บ้านหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกลาง จำนวนหลายร้อยไร่ เพื่อพัฒนาและจัดสรรขายให้แก่บุคคลทั่วไป ในนามโครงการ “คุ้มเทวี” ซึ่งทางผู้บริหารบริษัทฯ ได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อเป็นศิริมงคลกับโครงการฯและพื้นที่ จึงได้ตกลงจัดสร้างอนุสาวรีย์ของพระนางจามเทวีมาประดิษฐ์สถานไว้ ณ ที่หน้าโครงการฯ ซึ่งได้ให้ชื่อบริเวณนี้ว่า “ลานเจ้าแม่” บริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้โรงหล่อสุโขทัยเป็นผู้ดำเนินการหล่อองค์ฯ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2538 ได้อัญเชิญองค์อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี เข้าสู่เมืองลำพูน (หริภุญชัย) โดยได้นำองค์ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวีเสด็จเลียบนครหริภุญชัย (เมืองลำพูน) เสร็จแล้วก็ได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐ์สถาน ณ แท่นที่ประทับ “คุ้มเทวี” วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2538 เวลา 10.30 น. บริษัท ศิริมณี จำกัด ได้ทำพิธีมอบองค์อนุสาวรีย์และที่ดินลานเทวี ให้แก่จังหวัดลำพูน โดย นายเถกิงศักดิ์ พัฒโน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นผู้รับมอบ นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาองค์อนุสาวรีย์แห่งปฐมกษัตรีแห่งนคร หริภุญชัยก็ได้เด่นตระหง่าน เป็นศักดิ์ศรีเป็นที่เคารพบูชาของชาวตำบลบ้านกลางตลอดมา
ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2561 เทศบาลตำบลบ้านกลาง นำโดย ดร.ประสิทธิ์ จันทกลาง อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง ได้ดำเนินการก่อสร้างลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ณ ศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวีเทศบาลตำบลบ้านกลาง หมู่ที่ 2 บ้านท่าล้อศรีคำ โดยได้มีการอัญเชิญองค์อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี จากบริเวณแท่นประทับด้านหน้าคุ้มเทวีเดิม มาขึ้นประดิษฐาน ณ แท่นประทับลานอนุสาวรีย์ แห่งใหม่ ในศูนย์กีฬาและนันทนาการจามเทวีเทศบาลตำบลบ้านกลาง ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวตำบลบ้านกลาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะมีพิธีบวงสรวง กราบไหว้ขอพร องค์อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี และในวันครบรอบการสวรรคตตามปฏิทินจันทรคติ จะได้จัดพิธีบวงสรวงกราบไหว้ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของปฐมกษัตรีแห่งนครหริภุญชัยสืบมา

26/05/2026

Banklang Sports Stadium
❤️บรรยากาศยามเย็น ที่แสนจะดี มาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีกันครับ❤️

25/05/2026

ขอแสดงความเสียใจ ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ต่อครอบครัว"สินธุยา"ที่ได้สูญเสีย
นายขรรค์ชัย สินธุยา ตำแหน่ง อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง

. ขอแสดงความอาลัยยิ่ง..

20/05/2026

จากก้อนเชื้อเห็ดเล็กๆ สู่เมนูจานโปรดบนโต๊ะอาหาร 🏡 ความสุขที่สร้างได้เองในรั้วบ้าน ✨

18/05/2026

คนพูดมือใหม่ แต่เรื่องของกินของใช้... ฝีมือชุมชนเราขั้นเทพนะจ๊ะ 😎

15/05/2026

พญาปราบ แม่ทัพผู้ปราบกบฏ แห่งชุมชนพญาผาบ ตำบลบ้านกลาง

15/05/2026

ปลูกผักเอง ได้มากกว่าของกิน
แต่ได้ความสุขเล็ก ๆ ในทุกวัน 🌿💚
บ้านประตูโขง ชุมชนต้นแบบการคัดแยกขยะ ลำพูน

Photos from เทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูน's post 15/05/2026

เปิดแล้ว "BK SWIMMING POOL 2026" สระว่ายน้ำมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง อารมณ์ รวมถึงฝึกทักษะการช่วยเหลือตัวเอง และเปิดสอนให้นร.ชั้นอนุบาลถึง ป.3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านกลาง

Photos from Story Banklang Lamphun สตอรี่ บ้านกลาง ลำพูน's post 14/05/2026

เรื่องเล่าบ่าเก่า ตำบลบ้านกลาง
อนุสาวรีย์พญาปราบ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพญาผาบ หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
อนุสาวรีย์พญาปราบศัตรูพ่าย เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพญาปราบศัตรูพ่ายหรือพญาผาบ แม่ทัพใหญ่ที่ออกไปทำการรบ ปราบพวกกบฏเงี้ยวและฮ่อจนได้รับชัยชนะกลับมา ซึ่งแต่เดิมในบริเวณพื้นที่หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นที่พักของกองทัพพญาปราบฯ หรือภาษาชาวบ้านเรียกขานว่า พญาผาบ จนกลายมาเป็น ชื่อหมู่บ้านพญาผาบ หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง ในป๎จจุบัน
ประวัติพระยาปราบสงคราม (พญาผาบ)
จากการเล่าขานสืบต่อกันมา สันนิษฐานว่า พญาผาบ น่าจะเป็นไทเขิน (เงี้ยว) หรืออาจเป็นเชื้อเจ้านายสายเหนือ หรือเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญ โดยได้บวชเรียนอยู่ที่วัดสันป่าสัก ป๎จจุบันตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นได้อุปสมบท มีฉายาว่า เตจ๊ะภิกขุ ท่านเลื่อมใส มุ่งมั่นเล่าเรียนจนแตกฉาน ทั้งภาษาบาลี ภาษาขอม ภาษาอักขระพื้นเมือง แล้วเล่าเรียนไสยศาสตร์ เวทมนต์คาถาอาคมเก่งกล้า จนมีผู้คนหนุ่มๆ สมัยนั้นนิยมมาถวายตัวเป็นศิษย์มากมาย
ต่อมาสึกออกมาเป็นฆราวาส จึงมีคนเรียกนามตามฉายาว่า เตจ๊ะ หรือหนานเตจ๊ะ และด้วยความที่มีวิชาอาคมคงกระพัน มีความสามารถในการใช้อาวุธ เรื่องราวโด่งดังไปถึงเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ยุคนั้น คือ พระเจ้ากาวิโลรส มีคำสั่งให้ไปรับราชการ และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตำแหน่งแม่ทัพหลวง หรือทหารเอกของเมืองเชียงใหม่ รับใช้ปกครองดูแลบำบัดทุกข์ให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองมาตลอด ต่อมาเกิดเรื่องราวไม่สงบทางตอนเหนือตอนบนของเมืองเชียงใหม่ หรือ เขตล้านนาในดินแดนรัฐฉานของพม่า หรือพวกกบฏเงี้ยวก่อกวนอยู่เนืองๆ เจ้าครองนครเมืองเชียงใหม่จึงมอบหมายให้หนานเตจ๊ะแม่ทัพใหญ่ออกไปทำการรบปราบพวกกบฏเงี้ยวและพวกฮ่อจนได้รับชัยชนะกลับมา พระเจ้ากาวิโลรสได้เสนอความดีความชอบไปยังเมืองหลวง หรือ สยาม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระยาปราบพลมาร หรือพญาปราบสงคราม แต่ผู้คนจะเรียกท่านเป็นสำเนียงท้องถิ่น ภาษาคำเมืองว่า พญาผาบ ปราบฮ่อ นั้นเอง
ต่อมาทางการเมืองสยามจะทำการรวบรวมหัวเมือง แคว้นเขตมารวมกันจะปกครองโดยให้ขึ้นอยู่ในระบบการปกครองตามกฎหมาย ออกกฎระเบียบยกเลิกการปกครองแบบเดิมที่มีเจ้าขุนมูลนาย เจ้านครต่างๆ ให้มาเป็นการปกครองแบบให้มีเสนาหกที่ประกอบด้วย กรมมหาดไทย กรมทหาร กรมคลัง กรมยุติธรรม กรมวัง กรมนา ตอนนั้นพญาผาบได้จัดเก็บภาษี ครอบครัวใดมีการซื้อ-ขายกันก่อนเก็บเพียง 5 รูปี แต่เจ้านายที่มีอำนาจคนใหม่กับน้อยวงศ์ และทหารหลวงจัดเก็บครอบครัวละ 50 ถึง 200 รูปี ชาวบ้านที่ไม่สามารถจ่ายภาษีได้ก็ถูกจับไปทรมาน บรรดาญาติๆ เข้ามาร้องเรียนพญาผาบ ผญาผาบได้นำกำลังไปขับไล่ทหารหลวงให้ออกไปจากเขตหมู่บ้านและแคว้นจ้อมทหารที่ถูกเกณฑ์มาดูแลการเก็บภาษีรู้ดีว่าพญาผาบท่านเป็นคนเด็ดเดี่ยวพูดคำไหนคำนั้น จึงกลับไปบอกเรื่องราวให้นายเก็บภาษีฟ๎งยังความ นครเชียงใหม่ขอให้พวกเก็บภาษีลดหย่อนผ่อนปรนกันบ้าง ฝ่ายเจ้าหน้าที่จัดเก็บที่แข็งข้อ เพราะอ้างอำนาจจากส่วนกลางและเจ้านายฝ่ายเหนือที่หลงกลเห็นผิดเป็นชอบ ถึงแม้พญาผาบไปเจรจาถึงสิบครั้งสิบคราก็ตาม เหตุกลับยิ่งเลวร้ายไปเรื่อยๆ มิหนำซ้ำฝ่ายจัดเก็บภาษีได้ส่งสาส์นไปฟ้องกรมราชเลขา ที่สนามหลวงถวายข้อความเท็จทูลว่า พญาผาบ คิดแข็งกระด้าง ทำการกำเริบก่อการกบฏต่อราชบัลลังก์
พญาผาบ ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏในบัดดล ทางผู้ก่อความเดือดร้อนและเบียดเบียนชาวบ้านได้ขอกำลังไปยังกรุงสยาม พร้อมจังหวัดใกล้เคียง มีทั้งปืนไฟ อาวุธที่ทันสมัยเพื่อมาห้ำหั่นกองทัพพญาผาบ แต่ก็ยังมี เจ้าเมืองฝ่ายเหนืออีกหลายองค์เข้าใจสถานการณ์คอยช่วยเหลือพญาผาบอย่างลับๆ เพราะพญาผาบท่านเป็นบุคคลที่กว้างขวาง มีเหตุมีผลเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำนุบำรุงบ้านเมืองมาตลอด คุณความดีของพญาผาบปราบพลมารเป็นที่เลื่องลือ ทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใส และเล่าขานสืบทอดกันต่อมา

Want your business to be the top-listed Government Service?

Website