Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน

Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน

Share

เว็บไซต์ในพื้นที่และการท่องเที่ยว

Photos from Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน's post 29/05/2026

“คืนชีวิตให้ทะเลสงขลา จากกิ่งเล็กใต้ทะเล…สู่ภารกิจ ย้ายปลูกปะการัง ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม”

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรทางทะเลที่กำลังเผชิญความเสื่อมโทรม “ปะการัง” ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล กำลังได้รับการฟื้นคืนอีกครั้ง ผ่านภารกิจวิจัยที่ผสานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมให้กับทะเลไทย

ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้จัดการฝ่ายด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้ดำเนินโครงการวิจัย “ย้ายปลูกปะการังบนโครงสร้างปะการังเทียม” ได้นำทีมลงพื้นที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและเพิ่มพื้นที่แนวปะการังอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทัพเรือภาคที่ 2 LayTrang Diving และคณะการจัดการสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีการวางแผนและกำหนดมาตรการความปลอดภัยอย่างรัดกุม ก่อนเริ่มภารกิจ ณ จุดลงเรือโรงสีแดง ภารกิจภาคสนามเริ่มต้นในช่วงเช้า ทีมนักดำน้ำลงปฏิบัติการในรอบแรก บริเวณเกาะแมว เพื่อคัดเลือกกิ่งพันธุ์ปะการังที่มีความสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ทีมเก็บวัดคุณภาพน้ำได้ดำเนินการวางทุ่นบนโครงสร้างปะการังเทียม และเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อนำไปวิเคราะห์ ต่อเนื่องในช่วงบ่าย ทีมนักดำน้ำปฏิบัติภารกิจในรอบที่สองและสาม เพื่อย้ายปลูกกิ่งพันธุ์ปะการังลงบนโครงสร้างปะการังการย้ายปลูกปะการังในครั้งนี้ ยังมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว เนื่องจากปะการังถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด เมื่อปะการังกลับมาเจริญเติบโต จะส่งผลให้จำนวนสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น เกิดความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้าน ที่จะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำที่มากขึ้น รวมถึงสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต ซึ่งจะสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ใช่เพียงการฟื้นฟู “ปะการัง” แต่คือการฟื้นคืน “ความสมดุลของทะเล” และ “คุณภาพชีวิตของผู้คน” ที่พึ่งพิงทรัพยากรทางทะเลอย่างแท้จริง

หมายเหตุ:
การจับ เคลื่อนย้าย หรือกระทำการใด ๆ ต่อปะการังโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โครงการนี้เป็นงานวิจัยที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และดำเนินการภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

#ทะเลไทยยั่งยืน #ย้ายปลูกปะการัง #ปะการัง #สงขลา #ทะเลใต้ #ซีพีอาสา

Photos from Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน's post 25/05/2026

“ซั้งยางพาราหนึ่งจุด…เปลี่ยนทั้งทะเล และชีวิตคน ผนึกพลังสร้างซั้งบ้านปลา ฟื้นทะเลไทย ยกระดับชีวิตชุมชนชายฝั่งยั่งยืน”

“ซีพีผนึกกำลังภาครัฐ-ชุมชน ฟื้นฟูทะเลปัตตานี ผ่านกิจกรรมสร้างซั้งบ้านปลา หนุนระบบนิเวศและเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน”

สำนักปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้จัดการฝ่ายด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกิจกรรม “สร้างซั้งบ้านปลาและเก็บขยะชายหาดบ้านบางราพา” ภายใต้โครงการ “ซีพีร้อยเรียงความดี ทะเลไทยยั่งยืน” ณ ชายหาดบางราพา ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผ่านการจัดทำ “ซั้งบ้านปลา” ทั้งในรูปแบบวัสดุยางพาราและวัสดุธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือเชิงนิเวศที่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มแหล่งอาศัย แหล่งหลบภัย และแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำวัยอ่อน ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในธรรมชาติ ลดแรงกดดันจากการทำประมงเกินขนาด และเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว

ในเชิงระบบนิเวศ ซั้งบ้านปลามีส่วนช่วยฟื้นฟูความสมดุลของห่วงโซ่อาหารใต้ท้องทะเล โดยเอื้อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก อาทิ แพลงก์ตอน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบนิเวศ ก่อนพัฒนาไปสู่การเพิ่มจำนวนของปลาเล็กและปลาเศรษฐกิจในลำดับต่อไป อันจะนำไปสู่การฟื้นคืนความหลากหลายทางชีวภาพและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลโดยรวม ควบคู่กันนี้ ยังมีการดำเนินกิจกรรมเก็บขยะชายหาด เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเลที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศ โดยการลดปริมาณขยะที่ตกค้างในพื้นที่ชายฝั่ง ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การดำเนินงานให้ความสำคัญกับ “การมีส่วนร่วมของชุมชน” เป็นหัวใจหลัก โดยเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านและคนในพื้นที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การออกแบบ การจัดทำ การวาง และการดูแลรักษาซั้งบ้านปลา ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากร และนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาชีพให้แก่ชุมชนในระยะยาว ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคชุมชน ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการจะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ รัตนเรืองสี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 ประธานพิธี ร่วมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประมงจังหวัด ประมงอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้นำชุมชน และชาวประมงพื้นบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ในระยะต่อไป โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการต่อยอดการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายพื้นที่จัดทำซั้งบ้านปลา การติดตามและประเมินผลเชิงนิเวศ การลดปริมาณขยะทะเล และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ให้แก่ชุมชนและเยาวชน เพื่อสร้างรากฐานของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างสมดุล และนำไปสู่ความยั่งยืนของทะเลไทยในอนาคต

#ทะเลไทยยั่งยืน #ซั้งบ้านปลา #ฟื้นฟูทะเล ื่อความยั่งยืน #ซั้งยางพารา

Photos from Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน's post 20/05/2026

เราอาจเป็นรุ่นสุดท้าย…ที่ได้ช่วยพะยูน
เริ่มต้นที่จันทบุรี…ปลูกหญ้าทะเลวันนี้
เพื่อวันที่พะยูนกลับมา

หญ้าทะเลหายไป พะยูนก็หายตาม
มีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่คนไทยรู้จักดี แต่น้อยคนจะรู้ว่ากำลังหายไปจากน่านน้ำไทย พะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเล กินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก ถ้าหญ้าทะเลหมด พะยูนไม่มีที่อยู่ ไม่มีอาหาร และในที่สุด ก็ไม่มีพะยูน นั่นคือเหตุผลที่มีผู้คนจากหลายภาคส่วนมายืนอยู่ริมชายหาดเจ้าหลาว ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พร้อมกล้าหญ้าทะเลในมือ แม้ที่นี่…จะยังไม่ใช่แหล่งอาศัยหลักของพะยูนในวันนี้

แต่ทุกคนกำลังเชื่อในสิ่งเดียวกัน เราสามารถเริ่มต้นสร้างมันได้” ด้วยสองมือที่ถือกล้าหญ้าทะเล โดยเฉพาะ “กุ้ยช่ายทะเล”ที่กำลังถูกนำมาปลูกลงสู่ผืนทรายใต้น้ำ นี่ไม่ใช่แค่การปลูกพืช แต่มันคือการ “ปลูกระบบนิเวศ” ปลูกความหวัง และปลูกโอกาสให้ชีวิตเล็ก ๆ ใต้ทะเลได้กลับมาอีกครั้ง
ทำไมหญ้าทะเลถึงสำคัญ หญ้าทะเลไม่ได้มีไว้เพื่อพะยูนเพียงอย่างเดียว แต่คือระบบนิเวศทั้งระบบที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ มันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำหน้าที่กรองน้ำทะเลให้ใส ดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกต่อพื้นที่เท่ากันถึงหลายเท่า และยังเป็นอาหารให้กับสัตว์ทะเลอีกนับร้อยชนิดเมื่อหญ้าทะเลเสื่อมโทรม สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่พืช แต่คือห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านที่พึ่งพาทะเลผืนนี้มาตลอดชีวิต 5,000 ต้น ใน 2 ปี มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับสำนักปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล เครือเจริญโภคภัณฑ์ และจิตอาสาจากธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้งภาคตะวันออก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ลงมือปลูกหญ้าทะเลที่นี่มาแล้ว 2 ปีติดต่อกัน ปี 2568 ปลูกไป 3,000 ต้น บางต้นรอด บางต้นไม่รอด นั่นคือบทเรียนจากธรรมชาติที่ไม่มีในตำราไหน ปี 2569 ลดจำนวนลงเหลือ 2,000 ต้น เพราะสภาพอากาศและคุณภาพน้ำในปีนี้ไม่เอื้ออำนวย การตัดสินใจปลูกน้อยลงแต่ถูกเวลา ดีกว่าปลูกมากแล้วสูญเปล่าพร้อมกับการปลูก ยังมีเด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศมาร่วมลงมือทำด้วย เพราะการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ แต่เริ่มจากเด็กที่เข้าใจว่าทะเลมีคุณค่า สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขการปลูก คือแผนระยะถัดไป มูลนิธิฯ วางแผนล้อมคอกพื้นที่ปลูกทั้งเดิมและใหม่ เพื่อให้หญ้าทะเลที่ลงทุนปลูกไปได้รับการปกป้องจากกระแสน้ำและกิจกรรมมนุษย์ ควบคู่กับการขยายโครงการสู่การจัดการขยะมรสุมและขยะชายฝั่งบริเวณหาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนโครงการ เพราะปลูกหญ้าทะเลโดยไม่จัดการขยะ เหมือนปลูกต้นไม้ในห้องที่ไม่มีอากาศ

การอนุรักษ์ทะเลไม่ใช่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์หรือหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียวมันเป็นเรื่องของทุกคนที่เคยกินปลา เคยเหยียบทราย เคยมองทะเลแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอยู่ตรงนั้น 5,000 ต้นที่ปลูกลงไปในสองปีอาจดูเป็นตัวเลขเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่หญ้าทะเลที่สูญหายไป แต่มันคือสัญญาณว่ายังมีคนเลือกที่จะทำ แม้จะรู้ว่ามันยาก และบางต้นก็อาจไม่รอด ทะเลไม่ได้ขอให้เราทำมาก แค่ขอให้เราไม่หยุดช่วยกัน

#หญ้าทะเล #พะยูน #จันทบุรี #ทะเลไทยยั่งยืน #ซีพีร้อยเรียงความดี #จิตอาสาทะเล

Photos from Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน's post 14/05/2026

POV: เมื่อคุณยังไม่รู้จักปลากุเลาเค็ม
บ้านเกาะยาว 🫵 นั่นแหละปัญหา แฮร่

ปลาเค็มที่ชาวประมงตากใบ นราธิวาส เริดๆเลยหละ
ติดแกรมสุดๆ จับเอง เค็มเอง แปรรูปเอง
ด้วยภูมิปัญญาสปาบ้านทุ่ง Wellness ปลากุเลา

ไม่มีโรงงาน ไม่มีสารกันบูด มีแค่ความตั้งใจ 💪
รสชาติ? กลมกล่อมจนต้องหยุดคิดว่า
"ทำไมข้าวหมดก่อนปลา" เอ๋า !!! 😅

📦 S 636 บาท · M 715 บาท · L 799 บาท
🚚 ส่งฟรีนะ ไม่ได้พิมพ์ผิด

พรีออเดอร์ 14 พ.ค. นี้ รีบหน่อยนะ
ของมีจำกัด เพราะทำมือทุกชิ้น ⏳
#ปลากุเลาเค็ม #ตากใบ #ของดีบอกต่อ #ชุมชนประมง

Photos from Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน's post 13/05/2026

ซีพี จับมือผู้ว่านราธิวาส เดินหน้าร่วมปกป้อง
ทรัพยากรทางทะเลชายแดนใต้

ณ ห้องประชุมจังหวัดนราธิวาส ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้จัดการฝ่ายด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำทีมลงพื้นที่ตรงกับ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเมืองนราธิวาส นายอำเภอตากใบ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเล สำนักงานประมงจังหวัด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ โดยจังหวัดนราธิวาสมีแนวชายฝั่งทะเลยาวกว่า 160 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมงพื้นบ้านที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวประมงมาหลายชั่วอายุคนซึ่งทรัพยากรทางทะเลที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์ และยังต้องขับเคลื่อนปัญหาเรื่องขยะทะเล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่สำคัญกว่านั้น คือชุมชนชายฝั่งที่นี่ยังขาดโอกาสด้านรายได้ที่มั่นคง และต้องการความมั่นใจว่าทะเลที่พวกเขาพึ่งพามาตลอดชีวิตจะยังอยู่กับพวกเขาต่อไป โดยมีการแลกเปลี่ยนระหว่างภาคเอกชนที่มีองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนทางทะเล กับภาครัฐที่รู้จักพื้นที่และชุมชนดีที่สุด เนื้อหาหลักของการหารือครอบคลุม 3 แกนสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ยั่งยืน การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกับรายได้ชาวประมง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนชายฝั่งอย่างเป็นระบบจุดเริ่มต้นที่สำคัญ การที่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหน่วยงานด้านทรัพยากรทางทะเลทุกภาคส่วนมานั่งร่วมโต๊ะในวันเดียวกัน คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า นราธิวาสพร้อมขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมผนึกความร่วมมือที่สร้างจากการรับฟังแนวความคิดเสียงสะท้อนจากชุมชน ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคชุมชน เพื่อให้ทะเลนราธิวาสยังคงเป็นแหล่งทำมาหากินและแหล่งชีวิตของคนในพื้นที่ต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน ทะเลนราธิวาสยังรอการดูแล

#นราธิวาส #ทะเลไทยยั่งยืน #ซีพีร้อยเรียงความดี #ชายฝั่งใต้ #ประมงพื้นบ้าน

Photos from Seacosystem เพื่อทะเลไทยยั่งยืน's post 13/05/2026

ซีพี - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ผนึกกำลัง ดำน้ำ เก็บขยะ ดูแลปะการังเทียม คือชีวิตของชาวประมง จ.สงขลา

ปะการังเทียมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านของปลา กลับถูกขยะปิดทางเข้าจนสัตว์น้ำเข้าไม่ได้ ไม่มีที่หลบภัย ไม่มีที่วางไข่ และเมื่อปลาหายไป รายได้ของชาวประมงพื้นบ้านก็หายตามไปด้วย โดย ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้จัดการฝ่ายด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และซีพีอาสา ลงพื้นที่หาดม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ไม่ใช่เพื่อดูปัญหา แต่ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 เทศบาลเมืองม่วงงาม และนักดำน้ำจิตอาสาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ทุกคนสวมชุดดำน้ำ จับถุงเก็บขยะ แล้วดำดิ่งลงไปสู่พื้นทะเลด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน
ทำไมปะการังเทียมถึงมีความสำคัญ ปะการังเทียมไม่ได้มีไว้สวยงาม แต่มีไว้เพื่อเป็นระบบนิเวศเทียมที่ช่วยฟื้นฟูชีวิตใต้ทะเล
สัตว์น้ำใช้มันเป็นที่หลบภัยจากผู้ล่า ใช้ขยายพันธุ์ และใช้เลี้ยงลูกอ่อน แต่เมื่อขยะจมทับสะสมรอบๆ โครงสร้างเหล่านี้ มันกลายเป็นกำแพงล่องหนที่ปิดกั้นทุกอย่าง ระบบนิเวศหยุดทำงาน ปลาหายออกไปหาที่อื่น และชาวประมงที่พึ่งพาพื้นที่นี้ก็จับปลาได้น้อยลงทุกปี โดยไม่รู้สาเหตุว่าอะไรเปลี่ยนไป การเก็บขยะออกจากแนวปะการังเทียมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทำความสะอาด แต่คือการเปิดสวิตช์ให้ระบบนิเวศกลับมาทำงานอีกครั้ง เมื่อทะเลฟื้น ชีวิตก็ฟื้นตาม

ผลลัพธ์ที่แท้จริงของงานนี้ไม่ได้อยู่ใต้น้ำ แต่อยู่บนฝั่ง เมื่อปะการังเทียมสมบูรณ์ขึ้น ปลากลับมา ชาวประมงพื้นบ้านสงขลาจับปลาได้มากขึ้น รายได้กลับมา ครอบครัวมั่นคงขึ้น และชุมชนชายฝั่งที่เคยพึ่งพาทะเลมาตลอดชีวิตก็ยังพึ่งพาได้ต่อไป นั่นคือความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่คำสวยงามในรายงาน ทะเลสงขลาไม่ได้ฟื้นเพราะแค่โชคดี แต่เพราะมีคนเลือกที่จะดำลงไปช่วยมัน

#ทะเลไทยยั่งยืน #ดำน้ำเพื่อทะเล #ปะการังเทียม #สงขลา #ม่วงงาม #ซีพีร้อยเรียงความดี

12/05/2026

ไข่เจี๊ยวใบมะรูม หรอยแรงงง 🤣

รีวิวล่องเรือกอและ
ทาน “นาสิอีแดกำปง”
สัมผัสธรรมชาติและเสน่ห์ท้องถิ่น ที่ บาราโหม จ.ปัตตานี

สนใจติอต่อเพจ Barahom Barzaar ได้เลย



#ล่องเรือกอและ
#เที่ยวปัตตานี
#นาสิอีแดกำปง
#เที่ยวไทย
#ทะเลไทยยั่งยืน

11/05/2026

หนูขอได้มั้ย? 'ฝาขวด' ที่พี่ทิ้ง 👀🌊

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน 'ประติมากรรมฝาผนังจากฝาขวดน้ำ' บ้านพังสาย จ.สงขลา โดยเก็บสะสมฝาขวดน้ำพลาสติกทุกชนิดทุกสี ที่ 'แห้ง' และ 'สะอาด'

ส่งไปที่ ธนาคารขยะชุมชนบ้านพังสาย
เลขที่ 88/1 หมู่ 7 ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา 90190
โทร. 08 1479 8413

#ฝาขวด
#ขยะทะเล
#ทะเลไทยยั่งยืน

#ซีพีร้อยเรียงความดี

08/05/2026

"ความจริงจากปากชาวประมง
เบื้องหลังการฟื้นฟูทะเลที่คุณอาจไม่เคยรู้!"
เรื่องเล่าจาก นายธีรวุธ เจ๊ะเหล็ม
สมาคมประมงพื้นบ้านหัวไทร

Want your business to be the top-listed Government Service?

Website