29/05/2026
📊 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นางสาวปทุมวดี อิ่มทั่ว อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทยประจำ FAO/IFAD/WFP พร้อมด้วยทีมสปษ.โรม เข้าร่วมการประชุม CFS Bureau and Advisory Group Meeting ณ สำนักงานใหญ่ FAO เพื่อหารือการเตรียมการประชุมคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก สมัยที่ 54 (Committee on Food Security: CFS 54) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดืิอนตุลาคม 2569 และประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงอาหารโลก
📑✒️ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการวางแผนการประชุม CFS 54 ทั้งในด้านกำหนดการและแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงการพิจารณาประเด็นสำคัญสำหรับการจัดทำรายงานของคณะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ High Level Panel of Experts on Food Security and Nutrition (HLPE-FSN) ปี 2028 เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการในระยะต่อไป รวมถึงได้ติดตามความคืบหน้าด้านงบประมาณ การดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้ CFS และกิจกรรมด้านการสื่อสารของ CFS
📌 นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปี 2026 ต่อความมั่นคงอาหารและโภชนาการ โดยประเทศสมาชิกและผู้เข้าร่วมต่างแสดงความห่วงกังวลต่อผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหาร ราคาสินค้าเกษตร และความเปราะบางของประชากรในพื้นที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือกับวิกฤตอาหารที่อาจขยายตัวในระดับโลก
22/05/2026
สำนักการเกษตรต่างประเทศจัดการประชุมพิจารณาการนำเสนอโครงการ “Development and Deployment of Advanced Digital Tools for Crop Mapping and Management”
21/05/2026
🌱✨ ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ณ กรุงโรม เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล Agricola Medal ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ให้แก่ Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดีย ณ สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
📜🪴📯 ในโอกาสดังกล่าว นาย Qu Dongyu ผู้อำนวยการใหญ่ FAO ได้มอบรางวัลเพื่อยกย่องบทบาทความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีอินเดียในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และการพัฒนาชนบท ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยนายกรัฐมนตรี Narendra Modi ถือเป็นผู้นำอินเดียคนที่สองที่ได้รับรางวัล Agricola Medal ต่อจากอดีตนายกรัฐมนตรี Manmohan Singh ซึ่งได้รับรางวัลดังกล่าวในปี 2551 โดยได้กล่าวขอบคุณ FAO และอุทิศรางวัลดังกล่าวแก่เกษตรกรอินเดีย นักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของอินเดียในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืน
👨🏻🌾🏅 ทั้งนี้ Agricola Medal ถือเป็นรางวัลสูงสุดของ FAO ซึ่งมอบให้แก่ผู้นำและบุคคลสำคัญของโลกที่มีบทบาทโดดเด่นในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร การขจัดความหิวโหย และการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยผู้ที่เคยได้รับรางวัลนี้ อาทิ ประธานาธิบดี Jacques Chirac ของฝรั่งเศส ประธานาธิบดี Jiang Zemin ของจีน สมเด็จพระสันตะปาปา John Paul II ประธานาธิบดี Hosni Mubarak ของอียิปต์ นายกรัฐมนตรี José María Aznar ของสเปน และประธานาธิบดี Johannes Rau ของเยอรมนี
🇹🇭 สำหรับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 ได้รับพระราชทานรางวัล Agricola Medal จาก FAO เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2538 เพื่อถวายการยกย่องพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาการเกษตร การบริหารจัดการดินและน้ำ และแนวพระราชดำริด้าน “การพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่มั่นคง” ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประชาคมระหว่างประเทศ
20/05/2026
Policy Recommendations to Prevent Global Food Crisis: Hormus Crisis 2026
Policy Recommendations to Prevent a Global Food Crisis | Hormuz Crisis 2026 | The Work We Do
The Strait of Hormuz has been effectively closed since February 28....
19/05/2026
📊FAO รายงานข้อมูลดัชนีราคาอาหารโลก ในเดือนเมษายน 2569
🫒🍖🍚 ดัชนีราคาอาหารโลก FAO (FAO Food Price Index: FFPI) มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 130.7 จุดในเดือนเมษายน 2569
เพิ่มขึ้น 2.1 จุด หรือร้อยละ 1.6 จากเดือนมีนาคม นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม แม้อัตราการเพิ่มขึ้นจะ
ชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีราคาน้ ามันพืช เนื้อสัตว์ และธัญพืชปรับตัวสูงขึ้นในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งช่วยชดเชย
การปรับลดลงของราคาน้ าตาลและผลิตภัณฑ์นม เมื่อเปรียบเทียบกับระดับในอดีต ดัชนี FFPI ในเดือนเมษายนยังสูงกว่าระดับ
เดียวกันของปีก่อนอยู่ 2.5 จุด หรือร้อยละ 2.0 แต่ยังคงต่ ากว่าระดับสูงสุดในเดือนมีนาคม 2565 ถึง 29.6 จุด หรือร้อยละ 18.4
🔎 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.opsmoac.go.th/rome-situation_price-preview-
🌐 https://www.opsmoac.go.th/rome-home
19/05/2026
📊สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโรมได้จัดทำรายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรในอิตาลี (Situation Report) ประจำเดือนเมษายน 2569 ประกอบด้วย
🌿 สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรในอิตาลี
🌿 สถานการณ์ด้านการเกษตรที่น่าสนใจในอิตาลี
🌿 ดัชนีราคาอาหารโลกของ FAO ประจำเดือนเมษายน 2569
🌿 การดำเนินงานตามภารกิจที่สำคัญของ สปษ.โรม
🔎 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.opsmoac.go.th/rome-situation_price-preview-
🌐 https://www.opsmoac.go.th/rome-home
18/05/2026
🇮🇹👨🏻🌾 สถานการณ์ความไม่พอใจในภาคเกษตรของอิตาลีปะทุขึ้นอีกครั้ง หลัง Coldiretti (สมาพันธ์เกษตรกรรายย่อยของอิตาลี) ระดมเกษตรกรกว่า 10,000 คน รวมตัวประท้วงบริเวณ Brenner Pass ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญระหว่างอิตาลีกับออสเตรีย เพื่อกดดันให้ European Union ทบทวนกฎการระบุแหล่งที่มาของสินค้าอาหารอย่างเร่งด่วน
📌 ประเด็นสำคัญอยู่ที่หลักเกณฑ์ final transformation หรือ การแปรรูปขั้นสุดท้าย ซึ่งเปิดช่องให้วัตถุดิบจากต่างประเทศสามารถติดฉลาก “Made in Italy” ได้ หากผ่านกระบวนการผลิตขั้นสุดท้ายในอิตาลี แม้ว่าวัตถุดิบหลักจะไม่ได้มาจากประเทศก็ตาม ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ได้แก่ มอสซาเรลลาที่ผลิตจากนมเยอรมัน ชีสจากนมฝรั่งเศส และแฮมจากหมูเดนมาร์ก แต่กลับถูกจำหน่ายในฐานะสินค้าอิตาลี
💶⚠️ Coldiretti ระบุว่า ช่องโหว่ดังกล่าวกำลังกระทบต่อเกษตรกรท้องถิ่นอย่างหนัก และอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรของประเทศสูงถึง 20,000 ล้านยูโรต่อปี ท่ามกลางต้นทุนพลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิง และปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
🍝👩🏻🍳 การประท้วงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คำว่า "Made in Italy” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายทางการค้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจด้านอาหารของชาวอิตาลี จึงทำให้ประเด็นเรื่องแหล่งที่มาของอาหารกลายเป็นวาระสำคัญทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
12/05/2026
🇹🇭🇮🇹 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโรม ร่วมจัดงานเทศกาลไทย ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างวันที่ 9–10 พฤษภาคม 2569 โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม ร่วมกับทีมประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย และประชาสัมพันธ์สินค้าไทยสู่สายตาชาวต่างชาติอย่างกว้างขวาง
🪅🥊👩🏻🍳 ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การสาธิตมวยไทย นวดไทย อาหารไทย การจัดแสดงและแจกชิมผลไม้ไทย และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากคนอิตาเลียนและนานาชาติเป็นจำนวนมาก
🥭🍴🎨 ในโอกาสนี้ สปษ.โรม ได้นำผลไม้สดคุณภาพดีจากประเทศไทย ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ เงาะ มังคุด และแก้วมังกร ผลิตภัณฑ์แปรรูป (ผลไม้อบแห้งจากดอยคำ) รวมทั้งน้ำกระเจี๊ยบ และน้ำลำไย มาแจกให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองชิม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม โดยผู้มาร่วมงานต่างชื่นชอบในรสชาติและคุณภาพของผลไม้ไทย โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ และมังคุดที่ได้รับคำชื่นชมในเรื่องรสชาติ ความหวาน และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ไทย พร้อมสอบถามถึงแหล่งจัดจำหน่ายและช่องทางการหาซื้อในประเทศอิตาลีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จุดแจกชิมผลไม้ไทย ผู้เข้าร่วมงานต่างรอชิมผลไม้อย่างหนาแน่นตลอดวัน นอกจากนี้ สปษ.โรม ยังได้แจกหนังสือ/โบรชัวร์ความรู้เกี่ยวกับผักและผลไม้ไทย รวมถึงปฏิทินสูตรอาหารไทย เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้นในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งกิจกรรมระบายสีผลไม้ไทย เพื่อให้เด็กต่างชาติได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลไม้ไทย สร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็กที่มาร่วมงานเป็นอย่างดี
🐛🧵 ขณะเดียวกัน กรมหม่อนไหมได้ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและไหมอีรี่ อาทิ เสื้อผ้า หมวก กระเป๋า และเครื่องประดับ มาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าของไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ ซึ่งได้รับความสนใจกับความประณีต งดงาม และเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทย โดยเฉพาะไหมอีรี่ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีคุณสมบัตินุ่ม สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกระแสความนิยมด้านแฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion) ในยุโรป ขณะเดียวกันเทีมงาน สปษ.โรม ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตผ้าไหมไทย ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และมียอดจำหน่ายอย่างคึกคักตลอดการจัดงาน
🪇 ตลอดระยะเวลา 2 วันของการจัดงานเทศกาลไทย มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5 พันคน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและความสนใจในวัฒนธรรมไทยในทุกมิติ ทั้งอาหาร ผลไม้ ศิลปหัตถกรรม และการแสดงทางวัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ และความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของสินค้าไทยในตลาดยุโรป
📯✨ นับเป็นความสำเร็จของ สปษ.โรม ในการร่วมจัดงานในครั้งนี้ ในการสร้างการรับรู้และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผลไม้ไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของไทย ที่สามารถสร้างความประทับใจและกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน จนผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากให้มีการนำเข้าผลไม้ไทยมาจำหน่ายในอิตาลีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพอันโดดเด่นของสินค้าเกษตรไทยและโอกาสในการต่อยอดสู่ตลาดยุโรปได้อย่างน่าจับตามองต่อไปในอนาคต