28/09/2026
กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานเดียวในญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีอำนาจประกาศเตือนภัย การสั่งอพยพเป็นอำนาจและหน้าที่ของส่วนราชการท้องถิ่น
(1) กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวงที่ดินคมนาคมและสาธารณูปโภค ภายใต้ “กฎหมายงานด้านอุตุนิยมวิทยา” มีหน้าที่ป้องกันภัยพิบัติ เพิ่มความปลอดภัยด้านการคมนาคม ส่งเสริมสวัสดิการสาธารณะประโยชน์เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม
(2) หน้าที่หลักๆได้แก่การเฝ้าดูและพยากรณ์ปรากฎการณ์ธรรมชาติตลอดเวลา พร้อมแจ้งให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
- การเฝ้าดูภัยพิบัติครอบคลุมจากใต้ฝุ่น พายุฝน แผ่นดินไหว สีนามิ ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ และประกาศเตือนให้ประชาชนรับรู้
- รายงานพยากรณ์อากาศประจำวัน รายสัปดาห์ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน
- บำรุงรักษาเครือข่ายในการตรวจวัด เช่นดาวเทียม เครื่องตรวจวัดน้ำฝน เครื่องวัดระดับแผ่นดินไหว เครื่องตรวจจับภูเขาไฟที่จัดตั้งไว้ทั่วประเทศ
- เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมโลก สำรวจสภาวะโลกร้อนในระยะยาว เช่นปรากฎการณ์แอลนีโย ฯลฯ
(3) เพื่อความเชื่อมั่นต่อข้อมูลและเพื่อรับผิดชอบต่อการป้องกันสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยามีอำนาจเด็ดขาดดังนี้
- เพื่อป้องกันความสับสน กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นองค์กรเดียวที่สามารถประกาศเตือนภัยพิบัติ องค์กรเอกชนไม่มีสิทธิ์ประกาศเตือนภัยตามลำพัง
- บริษัทพยากรณ์อากาศเอกชนจะประกาศการพยากรณ์อากาศได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากกรมอุตุนิยมวิทยาแล้วเท่านั้น
- ลงทะเบียน “นักพยากรณ์อากาศ” ที่ผ่านการสอบใบอนุญาตจากรัฐบาล หากกระทำผิดก็จะลบออกจากทะเบียน
- สงวนสิทธิ์ในการกำหนดมาตรฐานการใช้เครื่องวัดหรืออุปกรณ์ใดๆในการตรวจวัดต่างๆ
(4) มีเครื่องตรวจวัดระดับน้ำฝนติดตั้งทั่วประเทศทุกๆ 17km รวมทั้งสิ้น 1,300 จุด ในจำนวนดังกล่าว 840 จุดสามารถตรวจจับทิศทางและความเร็วของลม อุณหภูมิและความชื้นโดยอัตโนมัติ และในพื้นที่ๆมีหิมะปกคลุมหนาจำนวน 330 แห่งก็สามารถวัดระดับการทับถมของหิมะได้ด้วย
(5) มีจุดวัดแผ่นดินไหว 670 จุดทั่วประเทศ และหากรวมจุดวัดของหน่วยงานในสังกัดส่วนราชการท้องถิ่น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ด้านภัยพิบัติด้วยแล้ว จะมีหน่วยวัดรวมทั้งสิ้น 4,368 จุดที่ทำงานร่วมกันภายใต้ระบบเดียวกันแบบ real time ของกรมอุตุนิยมวิทยา
(6) การประกาศและเตรียมพื้นที่อพยพเป็นหน้าที่ของส่วนราชการท้องถิ่น ภายใต้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และคำแนะนำจากกรมอุตุนิยมวิทยาผ่าน 3 รูปแบบ
- “สายตรง” จากกรมอุตุนิยมวิทยาไปยังส่วนราชการท้องถิ่น เมื่อเกิดสถานการณ์อันตราย หัวหน้าหน่วยในพื้นที่นั้นๆจะโทรศัพท์ “สายตรง” ไปยังผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการท้องถิ่นนั้นๆ แจ้งให้ทราบว่าจะเกิดฝนตกหนัก ฯลฯ “ภายใน…..ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศเตือน”
- ก่อนประกาศให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาส่วนราชการท้องถิ่นโดยตรง เพื่อช่วยให้การประกาศอพยพเป็นไปอย่างราบรื่น
- กรมอุตุนิยมวิทยาอาจจัดส่งทีมงานสนับสนุนการเตรียมรับภัยพิบัติ (JATT: Japan Meteorological Agency Emergecy Task Team) ไปช่วยส่วนราชการท้องถิ่นในกรณีที่เป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่ ทีมงานจะเข้าไปประจำเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงและคอยประกาศเตือนให้ทันเวลา เพื่อที่ส่วนราชการท้องถิ่นจะได้ประกาศอพยพได้ทันเวลา หรือเริ่มฟื้นฟูความเสียหายได้จากเมื่อไร เป็นต้น
- ร่วมมือกันประกาศเตือนประชาชน ท่ามกลางสภาพล่อแหลมอันตราย ตัวแทนจากกรมอุตุนิยมวิทยาจะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการท้องถิ่นประกาศอพยพเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเชื่อมั่น
(7) การประกาศแจ้งเตือนภัยพิบัติจะถูกแบ่งให้เข้าใจง่ายเป็น 5 ระดับ เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้ถูกต้อง
ระดับ 5 : รีบหาที่ปลอดภัยโดยเร็ว
ระดับ 4 : อพยพทุกคน
ระดับ 3 : อพยพผู้สูงอายุ (ใช้เวลามากกว่าคนทั่วไป)
ระดับ 2 : ตรวจตราช่องทางอพยพ (เช่นเช็คสถานที่อพยพ ดูเส้นทางใน Hazard map เป็นต้น)
ระดับ 1 : เฝ้าระวัง (ติดตามข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ)
(8) หน่วยงานสำคัญในการแจ้งเตือนภัยพิบัติอีกแห่งคือ NHK ซึ่งถูกจัดให้เป็น “องค์กรสาธารณะ” มีหน้าที่แจ้งข้อมูลข่าวสารภัยพิบัติทั่วประเทศ
- NHK มีหน้าที่ต้อง “รายงานภัยพิบัติ” ทันทีไม่ว่าเวลาใด ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ NHK จะหยุดออกอากาศรายการปกติ เปลี่ยนมารายงานภัยพิบัติเชื่อมโยงกับกรมอุตุนิยมวิทยา และผ่านเน็ตเวิร์คของ NHK ทั่วประเทศ ผู้ประกาศก็จะย้ำเตือนให้ประชาชนอพยพด้วยคำพูดและโทนการพูดที่ฝึกซ้อมกันมาอย่างดี
- ผู้ประกาศ NHK จะถ่ายทอดข้อมูลที่ได้รับจากกรมอุตุนิยมวิทยาโดยเร็ว และแม่นยำทุกคำ
- NHK จะคอยรายงานข้อมูล Lifeline (น้ำ ไฟ น้ำดื่ม ขนส่งสาธารณะ อาหาร ฯลฯ)
- จุดแข็งของ NHK คือไม่มีโฆษณาตลอด 24 ชั่วโมง มีกล้องอัตโนมัติของตัวติดตั้งมากกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ สามารถถ่ายทอดสถานการณ์สดได้ มีสถานีโทรทัศน์ ภาคพื้นดิน 2 สถานี BS อีก 2 สถานี วิทยุ AM, FM, Internet Broadcast ฯลฯ
—————————-
* เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปล่อยให้เพจประชาชนคนใดคนหนึ่งมาแจ้งเตือนอพยพ ฯลฯ การบูรณาการข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่สำคัญยิ่ง