18/07/2026
👉 วันนี้วันดี ❤️ เปิดจองพร้อมกัน..นะครับ 📢
#พระพุทธเจ้าปางชนะมาร รุ่น #ชนะมาร 🙏
#ปางชนะมาร หรือที่นิยมเรียกอย่างเป็นทางการว่า ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปในอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนตัก พระหัตถ์ขวาวางคว่ำลงที่หัวเข่า โดยปลายนิ้วพระหัตถ์ชี้ลงที่พื้นธรณี
จัดสร้าง : #ต้อม_นครนายก
✅ ขอขอบคุณทุกๆ ยอดจอง เเละ ที่กำลังจะจอง ทุกๆ ท่าน ล่วงหน้าด้วยนะครับ 🙏
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐
18/07/2026
พรุ่งนี้พบกันครับบบ..😍😍
ณ.ที่ พระธาตุพนม  จ.นครพนม
#เหรียญพลิกชีวิต
#บารมีหลวงปู่ถิน_จันทธัมโม🙏🙏
17/07/2026
#เปิดจองพร้อมกัน 📢
💥18 กค 69 เวลา 18.00 น.💥
เหรียญ #พระพุทธเจ้าปางชนะมาร รุ่น #ชนะมาร
#ประวัติการผจญมาร: คืนก่อนที่จะตรัสรู้ พญามารวสวัตตีได้ยกทัพเสนามารมาขัดขวาง อ้างว่าบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์เป็นของตน พระพุทธองค์จึงทรงชี้พระหัตถ์ลงที่แผ่นดิน เพื่อให้แม่พระธรณีมาเป็นพยานในการสร้างบารมีมาหลายภพหลายชาติ แม่พระธรณีจึงบีบมวยผมหลั่งน้ำอุทกทาสที่พระองค์เคยสะสมไว้ ไหลท่วมพัดพากองทัพมารจนพ่ายแพ้ไป
#คติความเชื่อ: เป็นปางที่คนไทยนิยมนำมาสร้างเป็นพระประธานในอุโบสถ มีความเชื่อว่า หากได้บูชาจะช่วยปัดเป่าอุปสรรค แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง แก้ดวงตกหรือปีชง
จัดสร้างโดย : #ต้อม_นครนายก
15/07/2026
สวัสดียามเช้าครับบบ..🙏❤️
พบกันวันที่ 19 / 7 / 2569
ณ.ที่ พระธาตุพนม  จ.นครพนม
#เหรียญพลิกชีวิต
#บารมีหลวงปู่ถิน_จันทธัมโม🙏🙏
13/07/2026
พบกัน นครพนม
19 กรกฎาคม 2569 นะคะ ❤️🙏
13/07/2026
พบกัน ณ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569
13/07/2026
บารมี ท้าวเวสสุวรรณ
วัดจุฬามณี
13/07/2026
กราบ บารมีหลวงปู่เสงี่ยม วัดสุวรรณเจดีย์
จังหวัดพระนครศรีอยุทธยา อ.มหาราช 🙏
13/07/2026
ประวัติโดยย่อ หลวงปู่ฝั้น ปสาโท
วัดศรีถมอรัตน์ (หน้าผา) อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์
ศิษย์พุทธาคมสายตรง หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน , หลวงพ่อเขียน วัดถ้ำขุนเณร , หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ , หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว , หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม , หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ เป็นต้น และยังมีครูบาอาจารย์อีกมากมายหลายท่านที่หลวงปู่ได้เดินทางไปขอร่ำเรียนสรรพวิชาต่าง ๆ มาเยอะมากเกินกว่าที่จะกล่าวมาได้หมด
หลวงปู่ฝั้นท่านเป็นพระที่มีความสมถะเรียบง่าย หลีกเล้นกายอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร มากว่าเกือบศตวรรษไม่เคยยินดียินร้ายในลาภสักการะ และยศฐาบรรดาศักดิ์ เปรียบได้ดั่งพญาช้างเผือกในพงไพร
หลวงปู่ท่านได้ถือกำเนิดเกิดเมื่อ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2473 ปัจจุบันอายุ 92 ปี (ปี พ.ศ.2565) โยมบิดาชื่อนายน้อย เป็นคนจังหวัดขอนแก่น มีอาชีพเป็นนายฮ้อย ค้าขายวัวควาย ในสมัยก่อนได้เดินทางมาซื้อขายวัวควาย ที่อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้มาเจอ นางน้อย ซึ่งเป็นโยมมารดา ได้กินอยู่ด้วยกัน และได้มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 11 คน โดย หลวงปู่ฝั้น ปสาโท ท่านเป็นบุตรคนโตของครอบครัว
ในสมัยเด็ก ได้บรรพชาเป็นสามเณรบวชเรียนอยู่กับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นานถึง 7 ปี ในขณะที่บวชเป็นสามเณรติดตามหลวงพ่อเดิมอยู่นั้น เวลาหลวงพ่อเดิมปลุกเสกวัตถุมงคลท่านมักจะเรียกให้สามเณรฝั้นมานั้งด้วยเป็นประจำ ครั้นพออายุได้ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดเนินตะโก โดยได้รับฉายาว่า ปสาโท หลังจากบวชได้สักระยะเวลาหนึ่ง หลวงพ่อเดิมก็ได้มรณะภาพ ท่านจึงได้เริ่มออกเดินธุดงค์ กับพระทั้งหมด 5 รูป โดยมีหลวงพ่อสม พระวินัย พระจิต พระฝั้น อีกรูปหนึ่งท่านบอกว่าเดินไปด้วยกันไม่ไหวจึงกลับ เดินไปด้วยกัน 4 รูป
ท่านได้เริ่มจากทางจังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นทางเหนือข้ามไปฝั่งพม่า ลาว กัมพูชา หลวงปู่ฝั้นได้เดินทางรอบจนถึงกัมพูชา ติดจังหวัดสระแก้วลงภาคใต้ สุดเขตแดนสยาม และมาพักที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงนั้นมีน้ำท่วมครั้งใหญ่ ท่านจึงกลับมาพักที่แถว จังหวัดสมุทรปราการ และได้เดินทางกลับมาทางภาคกลางอีกครั้ง และได้เดินต่อไปเขตรอยต่อทางจังหวัดตาก ได้เจอกลุ่มโจรค้ายาเสพติดอาวุธครบมือ ได้ปล้นและค้นของต่าง ๆ ไป แต่ท่านก็ไม่มีของมีค่าใด ๆ และท่านก็ได้เดินทางย้อนมาทางจังหวัดกำแพงเพชรอีกหนึ่งรอบ
หลวงปู่ฝั้น ท่านได้เริ่มเดินธุดงค์ตั้งแต่อายุ 28ปี จนถึงอายุเกือบ 80 ปี และท่านก็กลับมาที่บ้านเกิดของท่านที่ จ.นครวรรค์ รวมเป็นเวลาการเดินทางช่วงชีวิตของท่าน 40 กว่าปีเศษ ๆ ท่านเล่าว่าท่านเดินไปแบบไม่มีกำหนดเดินทางตลอดเริ่มเดิน 11 โมงเช้า พักช่วง 5 โมงเย็นเพื่อปลักกลด ตอนเดินธุดงค์ท่านได้บอกว่าเจอมาเกือบหมดทุกอย่างในยุคนั้น ไม่ว่าผีสางสัตว์ร้าย การโดนลองวิชา อื่น ๆ อีกมากมาย
ท่านเล่าว่า...หลวงพ่อเดิมเคยสอนว่า จะเดินธุดงค์ ต้องดูวิชาทั้ง 16 ข้อถือเป็นหลักสำคัญ ขณะเดินธุดงค์หลวงปู่ฝั้นได้ไปร่ำเรียนวิชาที่ ประเทศลาว กับพระครูมล 1 ปี และเดินทางไปเรียนวิชาที่ถ้ำบัว ที่สปป.ลาว กับพระเกจิอาจารย์ที่นั่น และได้เดินทางกลับมาอยู่กับ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เรียนสายกรรมฐาน เป็นเวลา 5 เดือน และได้ออกเดินทางไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปพบกับ หลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่ ตอนที่หลวงพ่อคูณยังไม่ได้โด่งดัง ได้ร่ำเรียนกับหลวงพ่อคูณเป็นเวลา 3 เดือน ท่านจึงเดินทางกลับบ้านเกิด จ.นครสวรรค์ ไปหาหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง และหลวงพ่อแดง หลวงพ่อทองคำ หลวงพ่อทบ วัดพระบาทชนเเดน หลวงพ่อแก้ว หลวงพ่อกัน วัดเขาเเก้ว หลวงพ่อเขียน วัดถ้ำขุนเณร หลวงพ่อน้อย วัดหนองโพ หลวงพ่อโอน วัดโคกเดื่อ และก็มาเรียนกับหลวงพ่อไกร อ.หนองบัว ท่านจะไปร่ำเรียนในช่วงตอนออกพรรษา ท่านจะไป ๆ มา ๆ จากวัดบ้านเกิดท่าน กับไปเรียนกับพระอาจารย์ต่าง ๆ ท่านได้เล่าตอนอยู่กับหลวงพ่อทบว่าท่านสอนให้เขียนตะกรุดอย่างไร ลงแบบไหน
หลวงปู่ฝั้นบอกแบบหัวเราะไป ด้วยว่าตะกรุดหลวงพ่อทบให้เขียนเยอะ หลายดอกแท้ หลวงปู่ฝั้นได้ไปเยี่ยมหาหลวงพ่อกวย ชัยนาทอยู่บ่อยครั้ง เพราะเคยไปจำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อกวย 2 พรรษา หลวงปู่บอกว่าหลวงพ่อท่านเก่งใจดีมาก ๆ วิชาท่านเยอะ รู้จักท่านตั้งแต่สมัยเป็นสามเณรแล้ว ได้เห็นท่านมาเรียนวิชากับหลวงพ่อเดิม หลวงปู่ฝั้นได้เรียนวิชา คาถา อาคมอีกมากมายจนท่านจำไม่ได้ว่าไปเรียนกับอาจารย์ท่านใดบ้าง เพราะบอกว่าเรียนจนรับไม่ไหว ท่านอยู่และไปมาเดินทางอยู่มาหลายวัด ไม่ว่าวัดร้าง ป่าเขา สถานที่ต่าง ๆ มากมาย และท่านยังบอกว่าตอนที่ท่านเดินทางอยู่ท่านก็ได้เจอพระหรือฆราวาสเก่ง ๆ มากมายท่านก็ได้ขอร่ำเรียนจนหมด จนท่านเล่าว่าจำชื่อแทบไม่หมดที่ได้ร่ำเรียนและปฏิบัติจากในช่วงเวลานั้นมา
ท่านได้เดินทางไปมากมายหลายภูมิภาค ท่านเล่าว่าตอนกลับมายังบ้านเกิด โยมพ่อแม่และพี่น้องของท่านคิดว่าท่านตายไปนานแล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าเป็นเวลา 40 กว่าปีจะได้เจอท่าน ตอนที่ท่านได้กลับมายังบ้านเกิด ทางบ้านได้จัดพิธีตอนรับและรับขวัญให้ท่านอย่างยิ่งใหญ่ ท่านเคยดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาส สมภารวัดหนองปลาไหล เเต่เพราะชอบความสันโดษไม่ยึดติดจึงได้ขอลาออก เเล้วมาจำพรรษาวัดวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี 7 ปี ญาติโยมได้นิมนต์มาอยู่วัดเขาถมอรัตน์ อำเภอศรีเทพ จนถึงปัจจุบัน
และปัจจุบันหลวงปู่ฝั้นท่านมีอายุ 92 ปี 72 พรรษา ท่านมีสุขภาพแข็งแรงมาก ความจำเเม่นยำ สายตาดี เดินไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องเเคล่ว โปรดญาติโยมที่เเวะไปเยี่ยมกราบนมัสการขอพรท่าน ด้วยบารมีหลวงปู่ฝั้นช่วยดลบันดาลให้ศิษยานุศิษย์สุขสำเร็จสมปรารถนากันมามากต่อมากแล้ว