02/02/2018
จากปัญหาการขาดแคลนกำลังพล ตม.สนามบิน ที่เป็นข่าวไปเมื่อกลางปี 60 จนนำไปสู่การแก้ปัญหาเร่งด่วน จากทางรัฐบาล และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ในการเปิดรับสมัครบุคคลภายนอกสอบคัดเลือกเข้ามารับราชการ ตม.สนามบิน โดยเร่งด่วน
พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม.เผยว่า เมื่อวันพฤหัสที่ 1 ก.พ.2561 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้เรียกประชุม ผู้ผ่านการสอบคัดลือกและได้รับการบรรจุมาดำรงตำแหน่งในสังกัด บก.ตม.2 หรือ ตม.สนามบิน ทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ จำนวน 254 นาย ที่ห้องประชุมสนามบินสุวรรณภูมิ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ต้องผ่านการทดสอบทั้งข้อเขียน ทดสอบร่างกาย ภาษา และสุขภาพจิต ในช่วงเดือนธันวาคม 2560
การรับ จนท.ตม.ใหม่ ครั้งนี้ เป็นการรองรับการขยายตัวของปริมาณผู้เดินทางผ่านเข้าออกประเทศทางสนามบิน ที่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 20 -15 % ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิ มีการเดินทางเข้าออกประเทศถึงปีละประมาณ 42 ล้านคน และเชื่อว่าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 50 ล้านคนในปี 2561-2562 อันเป็นผลจากนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนในไทย และเชื่อว่า จะสามารถรองรับการขยายตัวหลังกาเปิดการเชื่อมโยงสนามบินหลัก 3 แห่งคือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา ในปี 2565 ตามนโยบาย เขตเศรษฐกิจตะวันออก หรือ EEC
พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ เห็นความสำคัญ ของกำลังพลใหม่ในฐานะที่เป็นความหวังของการเป็นประตูของประเทศที่เข้มแข็ง ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม.โดยเฉพาะการเร่งพัฒนาทักษะ ด้านการสกัดกั้นบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นภัยคุกคามที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณผู้โดยสาร เนื่องจากไทยจะกลายเป็น Aviation Hub หรือศูนย์กลางการบินสำคัญของภูมิภาคอาเซียน
หลังจากนี้ ตม.ใหม่ทุกนาย จะเข้ารับการฝึกทักษะงานตำรวจพื้นฐานที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจที่ลำปาง และกลับมารับการฝึกเกี่ยวกับงานทักษะ ตม.ที่ ศูนย์ฝึกอบรม ตม. เพื่อสามารถลงมือทำงานได้ทันในช่วงกลางปี 2561 นี้ต่อไป
31/01/2018
สืบ ตม. 2 รวบอีก ! ! อิหร่านสวมพาสสปอร์ตผ่านไทย
----------------------------------------------------------
สืบสวน ตม.2 สนองนโยบายเข้มความมั่นคง รวบสาวอิหร่านสวมพาสสปอร์ตอังกฤษคาสุวรรณภูมิ ก่อนบินไปลอนดอนหลังเฝ้าติดตามจากภูเก็ต พบหวังใช้ไทยเป็นทางผ่าน หลังเคยจับกุมมาแล้วหลายราย
พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2561 พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จิตติ สามทอง ผกก.ฝ่าย สืบสวน บก.ตม.2 เฝ้าติดตามบุคคลต้องสงสัยใช้หนังสือเดินทางอังกฤษในชื่อ Ms Mary Catherine Newland เข้าประเทศไทยที่จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.2561 และเดินทางจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 31 ม.ค.2561 โดยเที่ยวบิน PG270 เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ ทางฝ่ายสืบสวน บก.ตม.2 จึงได้นำกำลังเข้าไปตรวจสอบและจับกุมตัว จากการขยายผลจนทราบว่า บุคคลดังกล่าวชื่อจริงคือ Ms Darya Sheida สัญชาติอิหร่าน อายุประมาณ 26 ปี ได้รับสารภาพว่าได้เดินทางจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และ แวะรับพาสปอร์ตใน Ms Mary Catherine Newland จากประเทศทางแถบยุโรปตะวันออก โดยซื้อพาสปอร์ตในราคาประมาณ 1,300 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 40,300 บาท) ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยใช้หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นการใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นเพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม เพื่อหวังประโยชน์แอบแฝง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ใช้หนังสือเดินทางปลอม ซึ่งเป็นเครื่องมือของอาชญากรรมสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะการก่อการร้าย หรือ การก่ออาชญากรรมประเภทธุรกรรมทางการเงินเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ทั้งนี้ เพียงแค่เดือนแรกของปี ฝ่ายสืบสวน บก.ตม.2 ได้มีการจับกุมชาวต่างชาติที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมรูปแบบต่างๆในการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรถึง 3 ราย
ประกอบกับทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ให้ความสำคัญในมาตรการกำกับดูแลชาวต่างชาติที่มีลักษณะเสี่ยงต่อภัยคุกคามเป็นพิเศษในช่วงนี้ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงเพิ่มมาตรการคุมเข้มดังกล่าว โดยเป็นนโยบายของ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม.
ทาง สตม. จึงถือโอกาสนี้เตือนประชาชนที่เดินทางให้ระมัดระวังการลักทรัพย์หนังสือเดินทาง โดยเฉพาะขณะขึ้นเครื่อง หรือเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพในการนำหนังสิอเดินทางไปใช้ จำหน่าย ให้กับกลุ่มผู้ลี้ภัย หรือ กลุ่มอาชญากรต่างๆ
26/01/2018
ตม. รวบ 3 ไนจีเรีย หลังขยายผลจากหญิงไทยที่ถูกจับกุมขณะลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น ผ่านสนามบินนาริตะ ยึดยาอีแบบใหม่ลักษณะคล้ายซิมการ์ด
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธพงษ์ วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลจับกุมนายจัสติน ชีโดยี ยูซุควู/นายเดเลน กาวดิชิ ยูซุควู และนาย โอควอร์ สตีเฟ่น โดนเยม่า ชาวไนจีเรีย ผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าวที่อาศัยอยู่เกินเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี พร้อมยึดของกลาง ยาอี น้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม ประมาณ 2,700 เม็ด ซุกซ่อนในตู้ไปรณีย์ โคเคน และกัญชาอย่างละประมาณ 8 กรัม รถยนต์1 คัน และกล่องพัสดุจัดส่งจากประเทศเบลเยี่ยม
สำหรับการจับกุมดังกล่าวตำรวจระบุขยายผลจากที่ทางการญี่ปุ่นสามารถจับกุมหญิงไทย ที่ลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศผ่านสนามบินนาริตะได้ก่อนหน้านี้ โดยขยายผลจนสืยทราบว่าเป็นขบวนการเดียวกันซึ่งชาวไนจีเรียมีหน้าที่สั่งการให้หญิงไทยเหล่านี้ลักลอบนำเข้าประเทศญี่ปุ่นแบบกองทัพมด ส่วนยาอีที่ยึดได้จากชาวไนจีเรียพบว่าเป็นลักษณะใหม่ที่เป็นสี่เหลี่ยมคล้ายซิมการ์ด ซึ่งจะมีการประสานข้อมูลไปทั้งญี่ปุ่นและเบลเยี่ยมด้วยเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ระบุอีกว่าเป็นหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จะต้องเข้มงวด ตั้งแต่ต้นทางด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้น
ที่มาข่าว : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=837952
04/01/2018
ตม.สุวรรณภูมิ รวบสองผัวเมียขณะบินเข้าประเทศตามหมายจับลวงแรงงานไทยลอยแพคาสนามบิน ขยายผลพบหมายจับยักยอกเพิ่มอีกคดีอ้างภาคเสธ โดนหลอกจากนายหน้าก่อนส่งดำเนินคดีพิษณุโลก
เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย จาก พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 รองโฆษก สตม. ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ด่านตม.สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ จับกุมนางสุกัญญา สายวงศ์ หรือ รัตนปภากร อายุ 31 ปี และ นายปรเมษฐ์ บุญดง หรือ รัตนปภากร อายุ 37 ปี โดยทั้งสองเป็นบุคคลจามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก กระทำความผิดฐาน “กับพวก ได้ร่วมกันหลอกลวงคนงานให้สมัครเดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อันเป็นเท็จ โดยได้เรียกรับเงินค่าใช้จ่ายและค่าบริการจัดหางานจากคนหางานเป็นเงินจำนวนคนละ 15,000-123,000 บาท และไม่สามารถจัดส่งคนหางาน ไปทำงานต่างประเทศได้และไม่ยอมคืนเงินให้กับคนหางาน”
การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ด่านตม.สุวรรณภูมิ นำโดย พ.ต.อ.จิตติ สามทอง ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 และ พ.ต.ต.ทศพร ต้นสุวรรณ์ สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 พบข้อมูลบุคคลตามหมายจับ ปรากฎในระบบฐานข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า พบว่า มีบุคคลตามหมายจับ ชื่อ นางสุกัญญา สายวงศ์ หรือ รัตนปภากร เดินทางเข้าประเทศจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY670 จึงเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม. 2 ทราบ และสั่งการให้ขยายผลบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่อาจมารอรับภายในสนามบิน
จากการขยายผล พบว่ามีนายปรเมษฐ์ บุญดง หรือ รัตนปภากร มารอรับบริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้น ทั้งสองให้การภาคเสธและอ้างว่า ตนถูกว่าจ้างจากผู้หญิงชื่อ “พิมภา” ให้หาแรงงานที่ประสงค์ไปทำงานที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยเรียกเก็บเงินคนละประมาณ 15,000-123,000 และตนได้มอบเงินทั้งหมดให้ผู้หญิงชื่อพิมภาไปเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่าต่อมาแรงงานทั้งหมดถูกลอยแพ และไม่สามารถติดต่อนายหน้าชื่อพิมภาได้
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ยังพบว่านายปรเมษฐ์ รัตนปภากร ยังมีหมายจับ ศาลจังหวัดอุทัยธานี ข้อหายักยอกทรัพย์
การดำเนินการดังกล่าว เป็นผลจากการเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบ สกัดกั้น บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการหลองลวงแรงงานโดยผิดกฎหมาย รวมตลอดจนถึงการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศทุกรูปแบบ ตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของทางรัฐบาล
นอกจากนั้น ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอแจ้งเตือนมายังพี่น้องแรงานงานคนไทยและต่างชาติ ให้ระมัดระวังกลุ่มขบวนการจัดหางานที่อาจหลอกลวงแรงงานไปทำงานต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือ ประเทศแถบตะวันออกกลาง และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า จากนั้นปล่อยลอยแพที่สนามบิน ทั้งต้นทางและปลายทาง รวมถึงอาจถูกหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ให้ใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย หรือบังคับให้มีการค้าประเวณี ดังที่เคยตกเป็นข่าวในอดีต ซึ่งผู้ที่สนใจจะไปทำงานต่างประเทศ ควรศึกษา ตรวจสอบข้อมูล นายหน้า หรือบริษัทจัดหางานจากกระทรวงแรงงานเสียก่อน
28/12/2017
กองกำกับสืบ ตม.สุวรรณภูมิ จับแขกแฝงตัวนักท่องเที่ยวลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน
----------------------------------------------------------
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ของ จนท.ตม.สนามบิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2561 ในห้วงวันที่ 20 ธ.ค.2560 – 15 ม.ค.2561 โดยเน้นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และขอให้ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกันในการอำนวยความสะดวกประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติ และเฝ้าระวังภัยแทรกแซงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น แถวยาว รวมไปถึงการลักเล็กขโมยน้อย ให้ทุกภาคส่วนบูรณาการด้านการข่าวเร่งด่วนผ่านกลุ่มไลน์เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ ตม.และหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะพร้อมใจกันทำหน้าที่ในฐานะประตูหลักของชาติ ในการคัดกรอง และดูแล การเข้าออกประเทศ ให้ทุกอย่างในช่วงสำคัญนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยที่สุด
พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม. 2 กล่าวว่า กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ,เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ทอท. ในการลาดตระเวน สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยความอุ่นใจ จนนำมาสู่ผลการจับกุมชาวอินเดียลักทรัพย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
วันที่ 27 ธ.ค.60 ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม. 2 พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รอง ผบก.ตม.2 พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.2 นำทีมโดย พ.ต.อ.จิตติ สามทอง ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 พ.ต.ท.หญิง อภิรดี ปราสาททรัพย์รอง ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 พ.ต.ต.ทศพร ต้นสุวรรณ์ สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 พร้อมพวก ได้จับกุมตัว นายอกาวัล ประชันท์ (MR.AGARWALPRASHANT) อายุ 42 ปี เกิด 16 /06/1975 เชื้อชาติอินเดีย สัญชาติอินเดีย ถือหนังสือเดินทางประเทศอินเดีย เลขที่ H9024815 ออกให้เมื่อ 20/05/2010 หมดอายุ 19/05/2020 ฐานความผิด “ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานหรือรับของโจร,เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 1062/2560 ลง 27 ธ.ค.2560
พฤติการณ์โดยย่อ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2560 เวลาประมาณ 08.45 น. นายอภิชา ศรีสันติสุข อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผู้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ว่าได้ลืมกระเป๋าเงินไว้บริเวณจุดตรวจค้น 4 และได้สูญหายไป ทรัพย์สินที่สูญหาย เป็นเงินสด จำนวน 25,000 บาท, บัตรเครดิตธนาคารต่างๆ จำนวน 3 ใบ , ใบอนุญาตขับขี่,และเอกสารต่างๆ ต่อมา พงส. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังสุมรปราการ เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ดังกล่าว และในวันนี้ จากการประสานงานร่วมกับสายการบินสืบทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางกลับมาจากเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสารการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG282 เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมและนำตัวส่ง สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พบบุคคลต่างด้าวต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสมายังสายด่วน 1178 หรือ 02-134-0303 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
27/12/2017
ตม.ชี้แจงซิมบาบเว ในสนามบิน ขอลี้ภัย รอผล UN
สืบเนื่องจากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุค โพสรูปจนเกิดเป็นกระแสกรณีพบเด็กชาวซิมบาบเว ตกค้างอยู่ในสนามบินนานเกือบ 3 เดือน ดังที่เป็นข่าวทางสื่อต่างๆนั้น
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทาง พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม.และโฆษก บก.ตม.2 แจ้งว่าได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วพบว่า เป็นกรณีที่ นาย Muvadi Rodrick พร้อมครอบครัวชาวซิมบาบเว เป็นผู้ใหญ่ 4 คน (ชาย 2 หญิง 2) และเด็กจำนวน 4 คน (ชาย 3 หญิง 1 ) วัยตั้งแต่ 2 ,6,7 และ 11 ขวบ เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในการดูแลของสายการบิน ในเขตอาคารผู้โดยสาร ชั้นใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จากการตรวจสอบ ทราบว่า ชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าว เดินทางเข้าประเทศไทยช่วง เดือนพฤษภาคม 2560 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และต่อมาได้มาขอเดินทางออกที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อ วันที่ 23 ตุลาคม 2560 โดยสารการบินยูเครน เพื่อเดินทางไปเมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งต้องแวะผ่านลำที่เมืองเคียฟ ประเทศยูเครน ซึ่งทางสายการบินพบว่า ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวไม่มีวีซ่าเข้าประเทศสเปน จึงปฏิเสธการขึ้นเครื่อง และสายการบินได้พาคนต่างชาติกลุ่มนี้มาพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อยกเลิกการเดินทาง แต่พบว่าผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวมีสถานะ อยู่เกินกำหนด over stay ในไทยถึง 5 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับแล้วไม่สามารถให้กลับเข้าประเทศได้ จึงได้ดำเนินการตามกฏหมายคนเข้าเมือง ให้สายการบินยูเครน รับตัวผู้โดยสารดังกล่าว กลับประเทศ ซิมบายเว ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิด
แต่ปรากฏว่า ทางผู้โดยสาร ไม่ยินยอมเดินทางกลับซิมบาบเว เนื่องจากเกรงอันตรายจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ ต่อมาในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 กลุ่มผู้โดยสารนี้ได้ซื้อตั๋วเดินทางไปยังประเทศมอลนิโทเรีย โดยผ่านประเทศยูเครน -สเปน-มอนนิโทเรีย เมื่อกลุ่มผู้โดยสารนี้ได้ขึ้นเครื่องจากสุวรรณภูมิ ไปถึงประเทศยูเครนแล้ว แต่ไม่สามารถเดินทางต่อจากประเทศยูเครนไปยังสเปนได้ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ผู้โดยสารกลุ่มนี้จึงได้ถูกส่งตัวจากยูเครนกลับมายังสุวรรณภูมิโดยกลุ่มผู้โดยสารนี้ยังคงอยู่ในการดูแลของสายการบิน จากนั้นทางผู้โดยสารได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยไปยัง UN และทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับสำเนาหนังสือของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถึง อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ มีใจความสำคัญสรุปว่า กลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าว เป็นผู้ที่ได้รับการลงทะเบียนผู้แสวงหาที่ลี้ภัย และมีความเสี่ยงประสบภัยในประเทศมาตุภูมิ ซึ่งทาง UN กำลังดำเนินการในขั้นตอนผู้ลี้ภัยอยู่ โดยยังคงอยู่ในการดูแลของสายการบินเยี่ยงผู้โดยสารปกติ และไม่ได้ควบคุมในห้อง Detention room ของสายการบินเช่นเดียวกับชาวต่างชาติที่ถูกปฏิเสธผลักดันกลับประเทศแต่อย่างใด
จากการติดตามความคืบหน้า ทราบว่า ทาง UN ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล สัมภาษณ์ เพือดำเนินการตามกระบวนการผู้ลี้ภัย โดยคงจะมีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมต่อไป
26/12/2017
"สตม.เปิดธีม รักแรกพบ!! รับปีใหม่ "
สตม. เด้งรับปีกระตุ้นท่องเที่ยวไทยของรัฐบาล เปิดธีม "รักแรกพบ!!"หรือ Love at first sight by Thai Immigration !! รับเป้าหมายนักท่องเที่ยวปี 2561 โต 5% 34 ล้านคน
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 เวลา 16.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้เดินทางมาเป็นประธานพิธีปล่อยแถวข้าราชการตำรวจ ตม., ตร.ท่องเที่ยว, ตร.สภ.สุวรรณภูมิ, จนท.การท่าฯ, สายการบิน ทหาร และภาคเอกชน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อกระตุ้นและแสดงความพร้อมของหน่วยงานต่างๆในการเตรียมการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว คาดว่า จะมีถึงวันละ 150,000 ถึง 170,000 คน โดยจะมีการร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ ตั้งแต่การจัดเที่ยวบินให้เหมาะสม เพื่อจะรองรับจำนวนผู้โดยสารสูงสุดในรอบชั่วโมงของการท่าฯ การประชาสัมพันธ์และดูแลผู้โดยสารของสายการบิน การตรวจสัมภาระบุคคลของฝ่าย รปภ.การท่าฯ รวมถึงพิธีการตรวจคนเข้าออกราชอาณาจักรของ ตม.
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 เผยว่า ปีนี้ ในส่วนของ สตม.ได้จัดธีม " รักแรกพบ" หรือ " Love at first sight by Thai Immigration" ขึ้น เพื่อรองรับปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทย ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนในปี 2561 เหตุผลเนื่องจาก จนท.ตม.มีบทบาทเสมือนเป็นประตูหลักของประเทศ และทำหน้าที่ "ผู้ให้การต้อนรับแขกคนแรก" และ "ผู้ส่งแขกคนสุดท้าย"ในนามคนไทยทั้งประเทศ ให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นแขกที่สร้างรายได้ของประเทศ ทาง บก.ตม.2 จึงได้จัดทำแผนรองรับช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีการดำเนินการสำคัญ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตานักท่องเที่ยวและนักลงทุนในการเดินทางเข้าออกประเทศภายใต้กรอบกฎหมายและหลักความมั่นคง โดยการจัดกำลังพลจากด่าน ตม.ทั่วประเทศ เสริมการปฏิบัติในทุกสนามบิน โดยเฉพาะ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง นอกจากนี้ได้มีการเตรียมช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto channel) สำหรับผู้โดยสารคนไทย โดยติดตั้งที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 32 ช่องตรวจ (ขาเข้า 16 ช่องตรวจ,ขาออก 16 ช่องตรวจ) ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 8 ช่องตรวจ (ขาเข้า 4 ช่องตรวจ,ขาออก 4 ช่องตรวจ) ทั้งนี้ มีช่อง Auto channel สำหรับคนสัญชาติสิงคโปร์ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 4 ช่องตรวจ จัดอาสาสมัครภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาจีน จากการท่าฯ เพื่อช่วยตรวจความเรียบร้อยของเอกสารการเดินทางก่อนเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง และได้มีการจัดช่อง priority สำหรับ เด็ก คนชรา ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ ตลอดจนเปิดสายด่วน 1178 เพจ และเว็บไซต์ เพื่อตอบข้อสงสัยแก่นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ เกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ นอกจากนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการของ ตม.เพื่อแสวงหาความร่วมมือและสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนทางสื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ นสพ. วิทยุ และ สื่อออนไลน์ ตลอดจน ป้าย สิ่งพิมพ์ที่ด่าน ตม.
2. ส่วนสร้างความมั่นใจ แก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุน ตลอดจนสังคมไทย ในการสกัดกั้นคัดกรอง ไม่ให้มีบุคคลที่เป็นภัยคุกคามทุกรูปแบบ เข้ามาก่อความไม่สงบเรียบร้อยและเป็นภัยต่อบรรดานักท่องเที่ยวและสาธารณะชนในประเทศ โดยเด็ดขาด โดยมีการดำเนินการสำคัญคือ ประสานข้อมูลโต๊ะข่าวร่วมกับหน่วยข่าวความมั่นคง วิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์บุคคลเฝ้าระวังเที่ยวบินเป้าหมาย โดยเฉพาะการสกัด จับกุม กลุ่มลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มค้ายาเสพติด และกลุ่มค้ามนุษย์ นอกจากนี้ สตม.ยังได้มีการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. เพื่อรองรับการประมวลผลที่รวดเร็วมากขึ้น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีการตรวจและจัดเก็บข้อมูลชีวภาพ แบบลายนิ้วมือ finger print มาใช้ในปี 2561 เพื่อช่วยตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินของบุคคลต้องห้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ฯ เผยว่า จะมีการปฏิบัติควบคู่กับการกวาดล้างอาชญากรรมภายในประเทศด้วย
การปฏิบัติดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ที่คาดหวังให้ สตม.ทำหน้าที่ ประตูของประเทศที่มีความเข้มแข็งในมิติความมั่นคง และการอำนวยความสะดวก รองรับความสงบเรียบร้อยของชาติ และการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี ต่อไป
ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวมีข้อสงสัย หรือต้องการทราบขั้นตอนการปฏิบัติใดๆ เกี่ยวกับ ตม. สามารถติดต่อสายด่วน สตม. 1178 ได้ตลอดเวลา
14/12/2017
รหัสไวไฟ สนามบินสุวรรณภูมิ และ สนามบินอื่นๆรอบโลก รวมไว้ใแผนที่เดียว
การรอเวลาในสนามบิน โดยเฉพาะนักเดินทางที่รอเปลี่ยนเครื่องโดยไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้และออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ไม่ได้ เป็นสิ่งที่ทรมานสุดๆ ปัญหานี้จะหมดไปจากแผนที่สุดแจ่มที่รวมเอา Wi-Fi Password ของแต่ละสนามบินเอาไว้ วิศวรคอมพิวเตอร์ นาม Anil Polat เข้าใจดีในปัญหาข้างต้น เขาถึงได้สร้าง Google Map ที่รวมเอา Password Wi-Fi ของสนามบินต่างๆรอบโลกเอาไว้ แถมยังเปิดให้คนทั่วไปเข้าไปดูได้ด้วย ใจดีสุดๆ แผนที่ของนาย Polat ที่เขารวม Password Wi-Fi ไว้นี้ มีประโยชน์มากๆ แถมเขายัง Update Password อยู่เสมออีกด้วย ซึ่งถ้าคุณอยากใช้งาน ก็แค่ คลิก ที่สนามบินในประเทศที่ต้องการ ก็จะได้รับข้อมูล ชื่อ และ รหัส wifi ถ้าสนามบินไหนมีการเข้าที่ต้องเข้าหลายขั้นตอน เขาก็ยังบอกวิธีเข้า แถมยังแนะนำจุดที่สัญญาณไวไฟแรงที่สุดของสนามบินนั้นๆอีกด้วย สุดยอดจริงๆ
บอกลา โรมมิ่ง สุดแพง หรือ Hot Spot สัญญาณสุดห่วยไปได้เลย แค่มีแผนที่นี้ (ขอขอบคุณ Anil Polat สำหรับแผนที่ดีๆ)
Wireless Passwords From Airports And Lounges Around The World
Updated Dec 13, 2017 *You can contribute to this map by commenting here: http://bit.ly/2d13csJ *Offline version of this map, WiFox: iOS http://apple.co/2b7BatI - Android: http://bit.ly/2dDeaaN
27/11/2017
" ตม.จับมือ AOT ตื่นตัว!! เตรียมพร้อมเปิดแผนรับหยุดยาวปีใหม่ "
ผู้บริหาร ตม.2 จับมือ ผู้บริหาร AOT เตรียมรับมือผู้โดยสารปีใหม่หยุดยาว คาดเหยียบแสนแปด ต่อวัน ป้องกันวัวหายล้อมคอก นักท่องเที่ยวล้นสนามบิน !!
วันที่ 27 พ.ย.2560 พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รรท.ผบก.ตม.2 พร้อมด้วย นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วย ผู้บริหาร บก.ตม.2 และ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทุกฝ่าย ได้ร่วมหารือ เพื่อเตรียมการรับสถานการณ์ ปริมาณผู้โดยสารเดินทางเข้าออกประเทศทางสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง.. ที่คาดว่า จะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึงราววันละ 180,000 คน หรือประมาณร้อยละ 15 เมื่อเทียบการเดินทางในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา
เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ในสถานะประตูของอาเซียน Gateway of ASEAN ประกอบกับเชื่อว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะมีการเดินทางเข้าออกไทยจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการทำงานบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ไม่ให้เกิดปัญหาตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆในช่วงอดีตที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญในการหารือคือ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการเข้าออกประเทศ ตั้งแต่ ขาเข้าประเทศในเรื่อง การ landing ของเครื่อง ซึ่งมีวิทยุการบิน การท่าฯรับผิดชอบการกำหนดหลุมจอด และการจำกัด Slot การลงจอดตาม Infrastructure ของระบบงานภาคพื้น ตลอดจนป้ายสัญลักษณ์ชี้ทาง ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ตั้งแต่ก้าวลงสนามบิน จนถึงทางเข้าโถง ตม.ขาเข้า ที่มีการบริหารพื้นที่ในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ให้รวดเร็ว การจัดเจ้าหน้าที่ ยืนใช้ไมค์ลอยออกอากาศชี้แจงแนะนำ และการ Mornitor ภาพสด โซนว่างทางเลือก..หน้าโถงทางเข้า ตม.ของ AOT รวมถึงการจัดเสริมกำลังพลของ ตม. ทั้งขาเข้าขาออก นอกจากนั้น จะได้งหารือกับสายการบินในการเปิด check in ก่อนเวลาล่วงหน้าสำหรับขาออก เพื่อไม่ให้เกิดความคับคั่งสะสมของปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางในเวลาเดียวกัน รวมถึงการแก้ไขปัญหาความหนาแน่นจุดตรวจค้นบุคคล หรือที่เรียกกันว่า X-ray ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ฝ่าย รปภ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย
ที่สำคัญ ยังได้ร่วมกันตรวจพื้นที่ เพื่อ scan จุดที่ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข ทางกายภาพ โดยกำหนดแนวทางทั้งระยะเร่งด่วนในเดือน ธ.ค.-ม.ค. และระยะยาวในช่วงปี 2561 ซึ่งจะมีการขยายพื้นที่ช่องตรวจ ตม.ให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี ในส่วนของ ตม.2 ทาง พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ฯ ได้เรียกประชุม รอง ผบก.-สว.ในสังกัด เพื่อกำหนดมาตรการกำชับ ด้านงานความมั่นคง ซึ่งเป็นภารกิจหลักของ งาน ตม.โดยเฉพาะกลุ่มสัญชาติเฝ้าระวัง ที่อาจอาศัยโอกาสแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เข้ามาในประเทศไทย หรือใช้ไทยเป็นทางผ่าน เพื่อก่อความไม่สงบ หรือก่อเหตุอาชญากรรม ต่างๆ ในช่วงเทศกาล ซึ่ง เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร และ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น รรท.ผบช.สตม. ที่กำชับไม่ให้ ด่าน ตม.ทุกแห่ง มีจุดอ่อน รูรั่ว ของเหล่าภัยคุกคามต่างๆ โดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ ทาง บก.ตม.2 และ AOT ตลอดจนกลุ่มสายการบิน จะได้ร่วมกันเปิดแผนอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลฯ ราวกลางเดือนธันวา เพื่อสนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว และภารกิจด้านความมั่นคง ของทางรัฐบาล ต่อไป
14/11/2017
“เมื่อคนไทยทิ้งทัวร์เกาหลี ตม.พูดแบบนี้?”
'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เปิดใจไกด์ทัวร์ ปมคนไทยลักลอบทำงานเกาหลี โทรข้ามแดนต่อสายผีน้อย
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มาร่วมพูดคุยกับไกด์ทัวร์เกาหลี กับประเด็นชาวไทยลักลอบเข้าไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้จำนวนมาก ซึ่งจากสถิติพบบางกรุ๊ปมีจ...