กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน  สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แชร์

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน พัฒนายุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนนโยบาย ปรับแผนงาน ประสานความร่วมมือ

Photos from กองยุทธศาสตร์และแผนงาน  สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา's post 21/04/2026

สวัสดีค่ะ วันนี้ทีมกยผ.ขออาสาพาทุกคนเดินทางสู่ดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณและวิถีคนเลี้ยงช้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ "สุรินทร์" หนึ่งใน #เมืองรองต้องลอง ที่รวบรวม ระดับตำนานไว้มากมาย บอกเลยว่า #เสน่ห์ไทย ของเมืองสุรินทร์มีเอกลักษณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้จริงๆ ค่ะ
สุรินทร์ไม่ได้มีดีแค่เรื่องช้างนะคะ แต่ยังมีปราสาทหินที่สวยงามและผ้าไหมทอมือที่ทรงคุณค่า จัดทริปมาให้เลือก 3 เส้นทาง เรียงระยะทางให้เดินทางสะดวกที่สุด ดังนี้ค่ะ

🗺️ เส้นทางที่ 1: "ตามรอยอารยธรรมขอม และขุนเขาศักดิ์สิทธิ์"
Theme: Heritage & Nature Discovery (เน้นประวัติศาสตร์และธรรมชาติ)
ปราสาทศีขรภูมิ (อ.ศีขรภูมิ): (จุดเริ่มต้น) ชมทับหลังนางอัปสราที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดในไทย สถาปัตยกรรมขอมที่งดงามราวกับมีชีวิตค่ะ
ห่างไป 37 กม. ➔ ศาลหลักเมืองสุรินทร์: เข้าตัวเมืองไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล
ห่างไป 4.7 กม. ➔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์: เรียนรู้รากเหง้าและประวัติศาสตร์ของชาวสุรินทร์ผ่านนิทรรศการที่จัดแสดงอย่างน่าสนใจ
ห่างไป 17 กม. ➔ วนอุทยานพนมสวาย: เคาะระฆัง 1,08 ใบ เพื่อขอพร และชมพระพุทธสุรินทรมงคลบนยอดเขา
ห่างไป 53 กม. ➔ ผามะนาว: ชมวิวทิวทัศน์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ
ห่างไป 36 กม. ➔ ปราสาทตาเหมือน: ชมกลุ่มปราสาทโบราณริมชายแดนที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังของอารยธรรมพันปี

🗺️ เส้นทางที่ 2: "อ้อมกอดช้างไทย และวิถีชาวกูย"
Theme: The Elephant Way (เส้นทางคนรักช้างและวัฒนธรรมท้องถิ่น)
หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง: (อ.ท่าตูม) สัมผัสความน่ารักของช้างแบบธรรมชาติ กิจกรรมอาบน้ำช้างและให้อาหารช้างอย่างใกล้ชิดค่ะ
ห่างไป 2 กม. ➔ ศูนย์คชศึกษา: ชมการแสดงความสามารถของช้างไทย และเรียนรู้การอนุรักษ์ช้างอย่างยั่งยืน
ห่างไป 1 กม. ➔ พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์: รวบรวมเรื่องราวความผูกพันระหว่างคนกับช้างที่มีมาอย่างยาวนาน
ห่างไป 3-5 กม. ➔ ลานแสดงช้างบ้านตากลาง: ชมวิถีชุมชนชาวกูย (กวย) กลุ่มคนเลี้ยงช้างดั้งเดิม สัมผัสวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์
กิจกรรม: ลองนั่งช้างชมหมู่บ้าน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากกระดูกช้างหรือหางช้างเพื่อเป็นของสิริมงคลค่ะ

🗺️ เส้นทางที่ 3: "สุรินทร์ชุดใหญ่... จากปราสาทหินสู่ถิ่นเมืองช้าง"
Theme: The Ultimate Surin (รวม 2 เส้นทางเข้าด้วยกัน เที่ยวครบจบในทริปเดียว)
Day 1 (สายใยศรัทธาและเมืองเก่า): เริ่มต้นที่ ปราสาทศีขรภูมิ ➔ ศาลหลักเมือง ➔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ ➔ ปิดท้ายวันด้วยการชมพระอาทิตย์ตกที่ วนอุทยานพนมสวาย
Day 2 (สัมผัสวิถีคนเลี้ยงช้าง): มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ➔ ศูนย์คชศึกษา ➔ พิพิธภัณฑ์ช้าง ➔ พักโฮมสเตย์กับชาวกูยเพื่อซึมซับบรรยากาศ
Day 3 (ธรรมชาติชายแดน): เดินทางลงใต้สู่ ผามะนาว ➔ ปิดทริปที่ ปราสาทตาเหมือน ก่อนเดินทางกลับค่ะ

✨ กิมมิคช่วงเทศกาลที่น่าไป:
มีนาคม – เมษายน: งานขึ้นเขาสวาย ร่วมงานบุญประเพณีเคาะระฆังและชมความงามของวนอุทยานพนมสวายในช่วงฤดูร้อนค่ะ
พฤศจิกายน: งานช้างสุรินทร์ (Highlight!) งานใหญ่ระดับโลก ชมขบวนพาเหรดช้างและโต๊ะจีนช้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พร้อมการแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตาค่ะ
ปลายปี (พฤศจิกายน-ธันวาคม): งานแสดงแสง สี เสียง ปราสาทศีขรภูมิ ชมการแสดงประวัติศาสตร์อารยธรรมขอมยามค่ำคืนที่สวยงามมากค่ะ
ตลอดปี: งานมหกรรมผ้าไหมสุรินทร์ (จัดตามวาระสำคัญ) แวะเลือกซื้อผ้าไหมลาย "ยกทอง" อันเลื่องชื่อที่สวยระดับประเทศค่ะ
🍴 อาหารเด็ดต้องลอง: "ซันเจี๊ย" (น้ำพริกเนื้อย่างสไตล์สุรินทร์), "แกงกล้วย" และอย่าพลาด "ข้าวหอมมะลิสุรินทร์" ที่หอมนุ่มที่สุดในโลกนะคะ
สุรินทร์ยังมีเสน่ห์อีกมากมายที่รอให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ

#เมืองต้องลอง #เมืองรองต้องลอง #เสน่ห์ไทย #กองยุทธศาสตร์และแผนงาน #สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สกทจสุรินทร์ #สุรินทร์ #ช้างสุรินทร์

10/04/2026

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจ้งข้ออภิปรายจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันที่ 10 เม.ย. 69

กยผ.สรุปมาให้แฟนเพจแล้วค่ะ

ด้านท่องเที่ยว

1. รัฐบาลมุ่งปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยจาก “เน้นปริมาณ” ไปสู่ “เน้นมูลค่า” โดยจะวัดความสำเร็จจากรายได้ที่เกิดขึ้น มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับ (carrying capacity) อย่างจริงจัง

2. ปรับโครงสร้างโดยให้ “การท่องเที่ยว” เชื่อมโยงกับ “วัฒนธรรม” และแยก “กระทรวงกีฬา” ออกมาต่างหาก เพื่อให้การท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับมิติทางวัฒนธรรมได้อย่างไร้รอยต่อ และทำให้งานกีฬามีความชัดเจนในการพัฒนากีฬาอาชีพและกีฬาเป็นเลิศ

3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยให้คนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างแท้จริง

4. สนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะ “เมืองน่าเที่ยว” พร้อมปรับรูปแบบการเดินทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ และรถไฟฟ้า

5. กรณี ฟรีวีซ่า มีแนวคิดปรับลดระยะเวลาเหลือ 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว หากต้องการพำนักระยะยาว สามารถขอวีซ่าประเภท DTV ได้

6. กรณี วงจรการท่องเที่ยวหยุดชะงัก และแหล่งท่องเที่ยวยังขาดงบประมาณในการพัฒนา กระทรวงมีนโยบายในการหารายได้และจัดสรรงบประมาณ เพื่อฟื้นฟูและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว

7. กรณี ภาษีเหยียบแผ่นดิน‘ ซึ่งหมายถึง กองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว หากดำเนินการได้ จะสามารถนำรายได้ไปใช้ในการจัดทำประกันคุ้มครองนักท่องเที่ยว ลดภาระด้านสาธารณสุข สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และใช้พัฒนาการท่องเที่ยวโดยไม่เป็นภาระแก่ท้องถิ่น

ด้านกีฬา
8. ปรับปรุงสนามกีฬาที่ไม่ได้ใช้งาน ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้จริง โดยจะตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

9. เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

10. กรณี การจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาแบบจ่ายตรง หากผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจ จะพิจารณาดำเนินการต่อเนื่อง

11. การจัดงานอีเวนต์กีฬาขนาดใหญ่ จะพิจารณาความคุ้มค่าเป็นหลัก

10/04/2026

สวัสดีค่ะ วันนี้ทีม กยผ.ขอพาทุกคนจัดกระเป๋าออกเดินทางไกลเลาะริมฝั่งโขงไปกับทริป "๓ จังหวัดอีสานเหนือ" ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักในความเรียบง่ายและศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ กับเส้นทาง "หนองคาย - บึงกาฬ - นครพนม" หนึ่งในเส้นทาง #เมืองรองต้องลอง ที่รวบรวม ไว้มากที่สุด บอกเลยว่า #เสน่ห์ไทย ริมโขงครั้งนี้จะเติมพลังใจให้คุณแบบเต็มอิ่มแน่นอนค่ะ
เส้นทางนี้เรียงตามลำดับการเดินทางจากทิศตะวันตกไปตะวันออก เพื่อให้คุณขับรถเที่ยวได้สะดวกและไม่ย้อนศรค่ะ

🗺️ ชื่อทริป: "มหัศจรรย์นาคา ศรัทธาแห่งสายน้ำโขง"
Theme: The Great Spirit of Mekong (เส้นทางสายมูและธรรมชาติ Unseen)
Day 1: หนองคาย... ประตูสู่เมืองบาดาล
จุดเริ่มต้น: วัดโพธิชัย (หลวงพ่อพระใส): เริ่มต้นทริปด้วยความสิริมงคล กราบพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
ห่างไป ๒ กม. ➔ พระธาตุหล้าหนอง: ชมพระธาตุกลางน้ำจำลอง และมองหาองค์จริงที่จมอยู่กลางโขง
ห่างไป ๒ กม. ➔ ตลาดท่าเสด็จ: แวะพักทานอาหารเที่ยง ชมวิถีอินโดจีน
ห่างไป ๕ กม. ➔ ศาลาแก้วกู่: ตื่นตากับสวนประติมากรรมปูนปั้นยักษ์หนึ่งเดียวในไทย
ห่างไป ๔๕ กม. ➔ วัดผาตากเสือ (อ.สังคม): ปิดท้ายวันด้วยการเดิน Skywalk ชมวิวแม่น้ำโขงรูปตัว S ที่สวยที่สุด
อาหารเด็ด: "แดงแหนมเนือง" ต้นตำรับ และ "ปลาโจกนึ่งแจ่ว" สดจากโขงค่ะ

Day 2: บึงกาฬ... มหัศจรรย์ป่าหินและแรงศรัทธา
(เดินทางจากหนองคายไปบึงกาฬ ประมาณ ๒.๕ - ๓ ชม.)
หินสามวาฬ (ภูสิงห์): ตื่นเช้ามาขึ้นหลังวาฬยักษ์ ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก
ห่างไป ๔๕ กม. ➔ วัดเจติยาราม (ภูทอก): เดินบันไดไม้ ๗ ชั้นริมหน้าผา พิสูจน์ศรัทธาและความกล้า
ห่างไป ๓๕ กม. ➔ ถ้ำนาคา (อุทยานแห่งชาติภูลังกา): ตามรอยเกล็ดพญานาคหินสุด Unseen (แนะนำจองคิวล่วงหน้านะคะ)
ห่างไป ๒๐ กม. ➔ ถนนข้าวเม่า: เดินชิลล์ริมโขงตัวเมืองบึงกาฬยามค่ำคืน
อาหารเด็ด: "ข้าวเม่าคลุก" ของดีบึงกาฬ และ "ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม" ค่ะ

Day 3: นครพนม... เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขง
(เดินทางจากบึงกาฬไปนครพนม ประมาณ ๒.๕ ชม.)
พญาศรีสัตตนาคราช (ตัวเมือง): สักการะองค์พญานาค ๗ เศียร แลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์ริมโขง
ห่างไป ๕ กม. ➔ บ้านลุงโฮจิมินห์: เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านบ้านไม้โบราณที่แสนร่มรื่น
ห่างไป ๒ กม. ➔ พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯ: ปั่นจักรยานเลียบโขงชมอาคารสไตล์ตะวันตก
ห่างไป ๕๐ กม. ➔ วัดพระธาตุพนม: ปิดทริปที่พระธาตุประจำปีวอก เสริมบุญบารมีให้ชีวิตรุ่งเรือง
อาหารเด็ด: "ปากหม้อญวน" นุ่มๆ และ "ปลาจุ่มริมโขง" รสชาติจัดจ้านสไตล์นครพนมค่ะ

🗓️ กิมมิคช่วงเทศกาลที่น่าไป
กุมภาพันธ์ (มาฆบูชา): งานนมัสการพระธาตุพนม (นครพนม) งานบุญใหญ่ที่สุดที่พุทธศาสนิกชนสองฝั่งโขงต้องมา
พฤษภาคม - มิถุนายน: งานบุญบั้งไฟ (บึงกาฬ-หนองคาย) สัมผัสความสนุกและวิถีอีสานขนานแท้
ตุลาคม (ออกพรรษา): เทศกาลไหลเรือไฟ (นครพนม) และ บั้งไฟพญานาค (หนองคาย-บึงกาฬ) เป็นกิมมิคระดับโลกที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองค่ะ
พฤศจิกายน - มกราคม: อากาศหนาวริมโขงจะฟินที่สุด เหมาะกับการปั่นจักรยานและล่องเรือชมวิวฝั่งลาวมากค่ะ
การเดินทางเชื่อมโยง ๓ จังหวัดนี้ทีมกยผ.หวังว่าจะทำให้คุณเห็นถึงความต่อเนื่องของวัฒนธรรมนาคาและวิถีโขงที่งดงาม

#เมืองต้องลอง #เสน่ห์ไทย #กองยุทธศาสตร์และแผนงาน #สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #หนองคาย #บึงกาฬ #นครพนม #ริมโขง

10/04/2026

กยผ. รายงานสดจากสภาฯ 🏛️✨

📌 สรุปประเด็นการอภิปรายนโยบาย คณะรัฐมนตรี (9 เมษายน 2569)
จากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)

ที่ประชุมได้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยวและกีฬา อาทิ

• การประเมินประสิทธิภาพของมาตรการ “วีซ่าฟรี”
• การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น
• การบริหารจัดการขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
• การแก้ไขปัญหากลุ่มทุนนอมินีอย่างเป็นรูปธรรม
• ความชัดเจนในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน เพื่อยกระดับการดูแลและคุ้มครองนักท่องเที่ยว

⚠️ นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับ
• การส่งเสริมสวัสดิการนักกีฬา
• แนวทางและความชัดเจนของแผนการควบรวมกระทรวงในอนาคต

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนานโยบายที่สมดุล ครอบคลุม และสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน




#กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
#แถลงนโยบาย2569
#นโยบายท่องเที่ยว
#นโยบายกีฬา

09/04/2026

“รมว.สุรศักดิ์” มอบนโยบาย ขับเคลื่อนท่องเที่ยว–กีฬาไทย

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานในสังกัด ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร C กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงฯ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และได้เน้นย้ำในการเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างการบริหารด้านการท่องเที่ยวร่วมกับวัฒนธรรม รวมไปถึงการจัดตั้งกระทรวงกีฬา เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกีฬามีความชัดเจน ครอบคลุม และต่อเนื่องมากขึ้น

ด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมจาก “ปริมาณ” สู่ “คุณภาพและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน” โดยขับเคลื่อนตามแนวคิด Demand Driven และกำหนดกลไกการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (Quick Win) ระยะเปลี่ยนผ่าน (Transition) และระยะปรับโครงสร้าง (Transformation) ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยอย่างครบวงจร

ขณะที่ด้านการกีฬา มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยกำหนดกรอบการพัฒนา 4 เสาหลัก ได้แก่ Sport Health, Sport Wealth, Sport Pride และ Sport Future พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ และยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสู่ระดับสากล

ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า โปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวและการกีฬาในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป

#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล #นโยบายด้านการท่องเที่ยว #นโยบายด้านกีฬา

สไลด์แถลงนโยบายรัฐบาล นายกฯอนุทิน 09/04/2026

นโยบายรัฐบาล (คณะรัฐมนตรีชุดที่ 66)

ด้านกีฬา
”พัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อโอกาสคนไทย“

สไลด์แถลงนโยบายรัฐบาล นายกฯอนุทิน 09/04/2026

นโยบายรัฐบาล (คณะรัฐมนตรีชุดที่ 66)

ด้านการท่องเที่ยว

“สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง”

1. ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ
2. พัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน (Destination Thailand)
3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์ และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลและรักษาอย่างยั่งยืน
4. สนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นโดยการสนับสนุนเมืองน่าเที่ยว
5. ยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

02/04/2026

ขอแสดงความยินดีกับ ข้าราชการดีเด่น
นายบุญญฤทธิ์ บุญญวงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
ผู้ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และยึดมั่นในประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ทุกความสำเร็จขององค์กร ล้วนมี “คนทำงานดี” อยู่เบื้องหลัง
ขอบคุณที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมและประเทศชาติ

เพราะ “ความดี” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงวันเดียว
แต่เกิดจากความตั้งใจทำหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ

#กองยุทธศาสตร์และแผนงาน #วันข้าราชการพลเรือน #ข้าราชการดีเด่น
#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

Photos from กองยุทธศาสตร์และแผนงาน  สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา's post 27/03/2026

สวัสดีค่ะ วันนี้ทีมกยผ.ขอพาทุกคนเดินทางสู่เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และศรัทธาที่เข้มแข็งอย่างจังหวัด "นครพนม" หนึ่งใน #เมืองรองต้องลอง ที่รวบรวม ไว้ทุกหัวมุมถนน บอกเลยว่า #เสน่ห์ไทย ฉบับสโลว์ไลฟ์ที่นี่ จะทำให้คุณตกหลุมรักจนอยากกลับมาซ้ำแน่นอนค่ะ
นครพนมไม่ได้มีแค่พระธาตุพนมที่สวยงาม แต่ยังมีเส้นทางจักรยานริมโขงที่ชิลล์ที่สุดในไทย จัดทริปมาให้เลือก 3 เส้นทางตามสไตล์การเที่ยว ดังนี้ค่ะ
________________________________________
🗺️ เส้นทางที่ 1: "รอยกาลเวลา สัมผัสวิถีประวัติศาสตร์ริมโขง"
Theme: History & Riverside Chill (เน้นเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความชิลล์ริมน้ำ)
• วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (อ.ธาตุพนม): เริ่มต้นรับบุญที่พระธาตุประจำปีเกิดปีวอก และพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
• ห่างไป 50 กม. ➔ บ้านลุงโฮจิมินห์ (อ.เมือง): เยี่ยมชมบ้านพักประวัติศาสตร์ของอดีตผู้นำเวียดนาม เรียนรู้วิถีชีวิตช่วงที่ท่านมาพำนักในไทย
• ห่างไป 5 กม. ➔ องค์พญาศรีสัตตนาคราช: แลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์ริมโขง สักการะพญานาคเจ็ดเศียรทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน
• ห่างไป 300 ม. ➔ สวนชมโขง: พักผ่อนหย่อนใจริมน้ำ ชมทัศนียภาพฝั่งลาวที่สวยงาม
• ห่างไป 2 กม. ➔ พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม: (แนะนำใช้เส้นทางปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขง) ชมสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมพื้นเมืองที่สวยงามทรงคุณค่า
________________________________________
🗺️ เส้นทางที่ 2: "เส้นทางสายมู เลาะเลียบโขง มุ่งสู่ภูลังกา"
Theme: Spiritual & Landmark Trail (เน้นสายมูและพิกัดถ่ายรูปยอดฮิต)
• วัดพระธาตุพนม: เริ่มต้นวันด้วยความสิริมงคลที่พระธาตุศักดิ์สิทธิ์
• ห่างไป 50 กม. ➔ องค์พญาศรีสัตตนาคราช: ขอพรโชคลาภริมฝั่งโขง
• ห่างไป 1 กม. ➔ ถนนคนเดินนครพนม: (มีวันศุกร์-อาทิตย์) เดินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและชิมของอร่อยริมน้ำ
• ห่างไป 15 กม. ➔ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3: ชมสะพานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาว (นครพนม-คำม่วน)
• ห่างไป 40 กม. ➔ พระมหาธาตุเจดีย์โฆสปัญโญศรีพนม: ชมความยิ่งใหญ่ของเจดีย์สีทองอร่ามที่ผสมผสานศิลปะหลายยุคได้อย่างลงตัว
• ห่างไป 85 กม. ➔ อุทยานแห่งชาติภูลังกา: มุ่งหน้าสู่ อ.บ้านแพง เพื่อล่องเรือชมโขงยามเย็น หรือเตรียมตัวขึ้นเขาไปชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
________________________________________
🗺️ เส้นทางที่ 3: "นครพนมชุดใหญ่ ครบเครื่องเรื่องเที่ยวและศรัทธา"
Theme: The Ultimate Nakhon Phanom (รวมไฮไลท์ 3 วัน 2 คืน เดินทางสะดวกที่สุด)
• Day 1 (ศรัทธาและประวัติศาสตร์): วัดพระธาตุพนม ➔ บ้านลุงโฮจิมินห์ ➔ พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯ ➔ ปิดท้ายวันด้วยการ ล่องเรือชมโขง ยามอาทิตย์อัสดง
• Day 2 (แลนด์มาร์คและวิถีถิ่น): ตื่นเช้ามาปั่นจักรยานริมโขง ➔ สักการะ องค์พญาศรีสัตตนาคราช ➔ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ➔ ช่วงเย็นเดิน ถนนคนเดินนครพนม
• Day 3 (ธรรมชาติและ Unseen): พระมหาธาตุเจดีย์โฆสปัญโญฯ ➔ มุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา ชมวิวภูเขาสลับซับซ้อนก่อนเดินทางกลับค่ะ
________________________________________
🗓️ กิมมิคเทศกาลและช่วงเวลาที่น่าไป
• กุมภาพันธ์ (งานนมัสการพระธาตุพนม): งานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด สัมผัสพลังศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนสองฝั่งโขง
• พฤษภาคม (ช่วงหน้าฝนต้นฤดู): ป่าที่ภูลังกาจะเขียวชอุ่มที่สุด อากาศสดชื่น เหมาะกับการปั่นจักรยานริมโขงตอนเช้าค่ะ
• ตุลาคม (เทศกาลไหลเรือไฟ): Highlight ห้ามพลาด! ชมความอลังการของเรือไฟกลางลำน้ำโขงในคืนวันออกพรรษา สวยงามจนลืมหายใจเลยค่ะ
• พฤศจิกายน - มกราคม (ฤดูหนาว): ช่วงที่อากาศดีที่สุด นั่งจิบกาแฟริมโขงชมสายหมอกบางๆ และฝั่งลาวที่ชัดเจนที่สุดค่ะ
🍴 อาหารเด็ดต้องลอง: "ปลาจุ่มริมโขง" สดๆ จากแม่น้ำ, "ปากหม้อญวน" นุ่มละมุน และ "ส้มตำถาด" รสชาติจัดจ้านสไตล์อีสานแท้ๆ ค่ะ
นครพนมเป็นเมืองที่ยิ่งอยู่ ยิ่งหลงรัก... ลองมาพักกายพักใจที่นี่ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าความสุขที่เรียบง่ายมีอยู่จริงค่ะ

#เมืองต้องลอง #เมืองรองต้องลอง #เสน่ห์ไทย #กองยุทธศาสตร์และแผนงาน #สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สกทจนครพนม #นครพนม #สะพานมิตรภาพไทยลาว #ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขง

Photos from กองยุทธศาสตร์และแผนงาน  สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา's post 24/03/2026

สวัสดีค่ะ วันนี้ทีมกยผ.พาทุกคนเดินทางสู่จังหวัดที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์และแรงศรัทธาอย่าง "บึงกาฬ" หนึ่งใน #เมืองรองต้องลอง ที่รวบรวม ระดับโลกไว้มากมาย บอกเลยว่า #เสน่ห์ไทย ฉบับอีสานเหนือที่นี่ จะทำให้คุณประทับใจจนลืมเหนื่อยแน่นอนค่ะ
บึงกาฬโดดเด่นทั้งงานประติมากรรมจากธรรมชาติและพลังศรัทธาของสายมู จัดทริปมาให้เลือก 3 เส้นทางตามความชอบ ดังนี้ค่ะ

🗺️ เส้นทางที่ 1: "มหัศจรรย์ป่าหินและสายน้ำแห่งขุนเขา"
Theme: Nature & Adventure (เน้นกิจกรรมกลางแจ้งและธรรมชาติสุด Unseen)
ถ้ำนาคา (อุทยานแห่งชาติภูลังกา): (จุดเริ่มต้น) ท้าทายแรงศรัทธาเดินขึ้นชมหินรูปร่างคล้ายเกล็ดพญานาคสุดอลังการ
ห่างไปประมาณ 8.5 กม. ➔ น้ำตกตาดกินรี: แวะพักเหนื่อยชมน้ำตกหินกินรีที่มีความสวยงามแปลกตา
ห่างไปประมาณ 40 กม. ➔ น้ำตกถ้ำพระ: นั่งเรือต่อด้วยการเดินเท้าเข้าชมน้ำตกขนาดใหญ่บนลานหินกว้าง
ห่างไปประมาณ 16 กม. ➔ น้ำตกเจ็ดสี:
ชมความสวยงามของละอองน้ำที่กระทบแสงแดดจนเกิดเป็นสีรุ้งท่ามกลางลานหินทราย
ห่างไปประมาณ 43 กม. ➔ หินสามวาฬ (ภูสิงห์): ปิดทริปด้วยการยืนบนหลัง "วาฬพ่อ-แม่-ลูก" ชมวิวแม่น้ำโขงแบบพาโนรามา
🍽 อาหารเด็ด: "ส้มตำปลาน้ำโขง" และ "ลาบปลาคัง" รสชาติจัดจ้านถึงใจค่ะ

🗺️ เส้นทางที่ 2: "ตามรอยศรัทธา และวิถีชุมชนริมโขง"
Theme: Spiritual & Life (เน้นสายมูและวิถีชีวิตชาวบึงกาฬ)
ถ้ำนาคา: เริ่มต้นเช้าตรู่ด้วยการขึ้นสักการะถ้ำนาคาเพื่อความเป็นสิริมงคล
ห่างไปประมาณ 35 กม. ➔ วัดสามัคคีธรรม (วัดนาคกี้): สักการะขอพรตามรอยความเชื่อเรื่องพญานาคในบรรยากาศที่เงียบสงบ
ห่างไปประมาณ 15 กม. ➔ วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) : เดินขึ้นบันไดไม้ 7 ชั้นที่สร้างริมหน้าผา พิสูจน์ความศรัทธาและชมวิวที่สวยจับใจ
ห่างไปประมาณ 30 กม. ➔ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต: ชมบ้านไม้เก่าที่ถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ศิลปะและแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนที่น่ารักมากค่ะ
ห่างไปประมาณ 20 กม. ➔ ถนนข้าวเม่า (ริมโขงตัวเมือง): ปิดท้ายมื้อเย็น เดินเล่นรับลมโขงและช้อปปิ้งของกินท้องถิ่น
🍽 อาหารเด็ด: "ข้าวเม่าคลุก" ของดีชื่อดัง และ "ปลาเผาริมโขง" ค่ะ

🗺️ เส้นทางที่ 3: "ที่สุดของบึงกาฬ ครบเครื่องเรื่องเที่ยว"
Theme: The Ultimate Bueng Kan (รวมไฮไลท์สำคัญในทริปเดียว)
ช่วงเช้า (สายมูและศรัทธา): เริ่มต้นที่ ถ้ำนาคา ➔ วัดนาคกี้ ➔ วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) (แต่ละจุดห่างกันประมาณ 15-35 กม.)
ช่วงกลางวัน (ธรรมชาติและสายน้ำ): เดินทางไป น้ำตกถ้ำพระ หรือ น้ำตกเจ็ดสี (ห่างจากภูทอกประมาณ 30-40 กม.) เพื่อพักผ่อนริมน้ำ
ช่วงบ่าย (Unseen บึงกาฬ): มุ่งหน้าสู่ หินสามวาฬ (ห่างไปประมาณ 50 กม.) ชมพระอาทิตย์ตกดินบนหลังวาฬยักษ์
ช่วงเย็น (วิถีถิ่น): แวะถ่ายรูปที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ➔ ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นที่ ถนนข้าวเม่า (ห่างกันประมาณ 20 กม.)

🗓️ กิมมิคเทศกาลและช่วงเดือนที่น่าไป
กุมภาพันธ์ - มีนาคม: อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับการเดินขึ้นถ้ำนาคาที่สุดค่ะ
พฤษภาคม - มิถุนายน: "เทศกาลบุญบั้งไฟ" สัมผัสความสนุกสนานและพลังศรัทธาของชาวอีสานที่มีขบวนแห่สวยงามทั่วเมื่อ
กรกฎาคม - กันยายน (หน้าฝน): เป็นช่วงที่ "น้ำตกถ้ำพระ" และ "น้ำตกเจ็ดสี" สวยที่สุด เพราะปริมาณน้ำจะมากพอให้เล่นน้ำได้ชุ่มฉ่ำและป่าไม้เขียวขจีค่ะ
ตุลาคม (ออกพรรษา): "บั้งไฟพญานาค" กิมมิคสำคัญที่ต้องมาพิสูจน์ด้วยตาตนเองริมฝั่งโขง บรรยากาศจะเต็มไปด้วยพลังศรัทธาที่น่าประทับใจมากค่ะ
พฤศจิกายน: "งานประเพณีแข่งเรือยาวไทย-ลาว" ณ ถนนข้าวเม่า ชมการแข่งเรือที่ยิ่งใหญ่และเลือกซื้อสินค้าไทย-ลาวหลากหลายค่ะ
บึงกาฬรอบนี้... รับรองว่าได้รับทั้งบุญและรูปสวยๆ กลับไปเต็มเมมโมรี่แน่นอนค่ะ

#เมืองต้องลอง #เมืองรองต้องลอง #เสน่ไทย #กองยุทธศาสตร์และแผนงาน #สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สกทจบึงกาฬ #บึงกาฬ #ถ้ำนาคา

23/03/2026

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (กยผ.) ได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน
พร้อมสนับสนุนและดำเนินการนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
โดยให้ความสำคัญทั้งการประหยัดพลังงานของภาครัฐ
ภายใต้แนวคิด "กยผ เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน"

#กยผ #กองยุทธศาสตร์และแผนงาน #สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #ประหยัดพลังงาน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Amphoe Bangkok Noi?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Amphoe Bangkok Noi
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 17:00