07/08/2019
งานวันรพี
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน? ตั้งอยู่ที่ : อาคาร สภ.ฝาง(เก่า) ชั้น 2 หมู่ 5 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110
เบอร์โทร : 053-451997 แฟกซ์ : 053-451997
07/08/2019
งานวันรพี
14/07/2019
#ปัญหาอยู่ที่ผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็ก
มีการแชร์ข่าววิธีการแก้การติดมือถือของเด็กๆ
ด้วยการแนะนำให้เอาอายแชร์โดวทารอบตาตอนเด็กหลับให้ดูน่ากลัว พอเด็กๆ ตื่นมาแล้วตกใจ ก็ให้บอกไปว่าเป็นจากการเล่นมือถือที่มากเกิน
วิธีการนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่พ่อแม่ 😣😣
ทำไมเด็กติดมือถือ...
👉🏾ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้ในวัยที่ยังไม่ควร
👉🏾ผู้ใหญ่ปล่อยให้เล่นไปแบบไม่เคยมีกฏ กติกา
👉🏾ไม่มีผู้ใหญ่พาไปทำอะไรที่สนุกกว่า
👉🏾ผู้ใหญ่กลัวเสียงร้องไห้ ไม่อยากขัดใจ กลัวลูกหลานไม่รัก
👉🏾ผู้ใหญ่เอามาฝึกนิสัย ให้กินข้าว ให้อาบน้ำ ให้นั่งนิ่งๆ
👉🏾ผู้ใหญ่รู้สึกสบาย... เพราะก็จะได้หันไปที่หน้าจอเหมือนๆ กัน
ปัญหาการติดหน้าจอของเด็กๆ
“เป็นปัญหาของผู้ใหญ่”
การโกหก หลอก ขู่ ทำให้เด็กๆหวาดกลัว เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
เพราะสุดท้ายพอลืมไปหรือหายกลัว เด็กก็กลับไปติดหน้าจอใหม่ เพราะปัญหาที่ผู้ใหญ่ ไม่เคยได้รับการแก้ไขหรือถูกมองเห็น
การใช้วิธีที่กล่าวมา...
เด็กหลายคน กลายเป็นเด็กหวาดระแวง หวาดกลัว ถดถอย งอแงง่าย จากความกลัวในสิ่งที่เผชิญ
ที่สำคัญ คือ เสียโอกาสเรียนรู้ที่จะอยู่กับกติกา ฝึกวินัย และฝึกการ “ควบคุมตัวเอง” ด้วยความเข้าใจในเหตุผล
เราอาจจะได้เด็กที่ไม่กล้าเล่นมือถือ (ในระยะสั้นๆ)
แต่เราอาจจะได้เด็กขี้กลัว งอแงง่าย ไปจนถึงกับ phobia
และที่เลวร้าย...
เด็กที่ “ไม่เชื่อถือผู้ใหญ่” ของตัวเอง 😣😣
อย่าทำเลยนะคะ...
ปรับที่ “ตัวเอง” ช่วยลูกเรื่องการฝึกวินัย
อาจไม่ง่าย... แต่ยั่งยืนกว่าเยอะ 😂
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้อยากให้สื่อใหญ่ๆนำเสนอสิ่งที่ได้กลั่นกรองแล้ว... เพื่อเด็กๆ
19/06/2019
#เมื่อพ่อแม่ปรับลูกก็เปลี่ยน
หมอมีคนไข้คลินิกวัยรุ่น ที่ยินดีเปิดเผยเรื่องราวมาเล่าให้ฟังค่ะ
บี (นามสมมติ) มาพบหมอ เพราะก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง ซักประวัติไป บีโตมากับความอึดอัดคับข้องใจจากการเลี้ยงดูเชิงลบ
พ่อใช้วิธีด่า แม่บ่นว่าทั้งวัน และชอบตีเวลาที่ทำผิด มียายที่ชอบพูดจาประชดประชัน วันๆ บีเลยอยากอยู่กับเพื่อนนอกบ้านและร้านเกม ซึ่งนั่นก็ยิ่งนำมาซึ่งการต่อว่ากันไม่หยุด
แม่บอกว่า บีดื้อมาก พูดไม่ฟัง บอกอะไรก็ต่อต้าน วันๆ มีเรื่องให้บ่นได้ตลอด
หมอแนะนำพ่อแม่ ว่าสิ่งที่ต้องสร้างก่อนสาย คือความสัมพันธ์อันดี ไม่ใช่ความประพฤติที่ดีของลูก อันแรกดีเมื่อไหร่ เดี๋ยวอันหลังจะดีตาม
แม่ดูเข้าใจ ตั้งใจว่าจะหยุดตี บ่นเฉพาะเรื่องที่สำคัญ และปล่อยให้ลูกเรียนรู้จากผลของการกระทำ มากกว่าการใช้คำพูดคอยควบคุม (แม่จะไม่ซักผ้าถ้าไม่เอาผ้าใส่ตะกร้า ถุงเท้าถ้าไม่ซักเองก็ไม่มีใส่ ฯลฯ) และจะใช้เวลาไปกับการทำอะไรดีๆ ด้วยกันให้มากขึ้น
ผ่านไปไม่นาน แม่บอกว่าลูกดูก้าวร้าวลดลงมาก และฟังกันมากขึ้น ล่าสุดนี่คือเรื่องที่แม่เล่าให้ฟัง
"เค้ามีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน เพราะเพื่อนมาล้อ เค้าหันไปผลักเพื่อนโทรศัพท์ตกแตกแบบไม่ตั้งใจ เค้ามาเล่าให้แม่ฟัง เมื่อก่อนแม่คงด่าแล้วก็โวยวายแบบใช้อารมณ์ ครั้งนี้แม่ตั้งสติได้ ก็ตกใจแต่ก็รับฟัง แล้วถามเค้าว่าแล้วลูกจะเอายังไง ลูกบอกว่าก็คงต้องซื้อใช้คืนเค้า แม่บอกถ้าอย่างนั้นแม่จะช่วย"
"ที่ไม่น่าเชื่อ คือเค้าเดินไปที่ห้อง แล้วก็เอาเงินในกระปุกที่เก็บไว้มาให้แม่ 6000 บอกว่าอยากช่วยแม่ แล้วก็กอดขอโทษแม่ เค้าร้องไห้ดูเสียดายเงินที่เก็บอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นแม่ก็เลยสอนเค้าไปว่าวันหลังต้องใจเย็นๆ"
"ขอบคุณหมอมากนะคะ แม่เพิ่งรู้ ว่าจริงๆ เด็กๆ เรียนรู้ด้วยการไม่ต้องตี ได้ดีกว่ามากๆเลย"
ความรักและอารมณ์สงบ ที่สร้างลูก "คิดได้"
การเลี้ยงลูก... ด้วยผลลัพธ์
การเรียนรู้ที่ลูกอาจจะซึมซับและเรียนรู้ได้ดีกว่าไม้เรียว
รักลูก... ลองใช้วิธีที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรง แต่สอนลูกให้เรียนรู้ด้วยผลลัพธ์นะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้ อาจจะสอนลูกได้ดีกว่าตีๆ ให้จบๆไปได้มากกว่าจริงๆ
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้เชื่อว่าผลแห่งความผิดพลาดที่ได้เรียนรู้และเข้าใจ อาจสอนลูกได้... ดีกว่าไม้เรียว
ปล. 1 ไม่ต้องมาเถียงกันด้วยเรื่องควรตีหรือไม่ควรตีเด็กนะ เพราะถ้าศึกษาวิธีดีๆ ได้เข้าใจ เราจะมีคำตอบให้ใจเราแล้วจริงๆ 🙂
ป.ล. 2 บทความรีรันวันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ใครยังไม่ได้อ่าน ลองอ่านดูนะคะ
17/06/2019
สมัยพุทธกาล มีพราหมณ์ผู้สงสัยในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จึงได้เข้าไปถามพระพุทธองค์ว่า..
1. อะไร คมที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า มีดที่ลับหินดีแล้ว คมที่สุด
พระพุทธเจ้าตอบว่า วาจาที่ใส่ร้ายผู้อื่น ทำร้ายหัวใจผู้อื่น คมที่สุด
2. อะไร ไกลที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า ดวงอาทิตย์ สุดขอบจักรวาล ไกลที่สุด
พระพุทธเจ้าตอบว่า อดีดที่ผ่านมาตั้งหลายกัปหลายกัลป์ ไกลที่สุด
3. อะไร ใหญ่ที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า ภูเขา โลก มหาสมุทร ใหญ่ที่สุด
พระพุทธเจ้าตอบว่า ตัณหาความทะยานอยาก ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ก่อภพก่อชาติ ใหญ่ที่สุด
4 อะไร หนักที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า หิน เหล็ก แร่ ดิน น้ำ หนักที่สุด
พระพุทธเจ้าตอบว่า คำสัญญาใดๆ ที่พูดง่ายแต่ทำยาก คำสัญญานั้นแล เป็นสิ่งที่หนักสุด
5. อะไร เบาที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า นุ่น สำลี ลม ใบไม้แห้ง
พระพุทธเจ้าตอบว่า การปล่อยวาง การรู้เท่าทันว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แบบนี้แล เบาที่สุด
6. อะไร ใกล้เราที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า พ่อแม่ ญาติ ใกล้เราที่สุด
พระพุทธเจ้าตอบว่า ความตายที่วิ่งตามเหมือนเงาตามตัวต่างหาก ที่ใกล้ตัวเราที่สุด
7. อะไร ง่ายที่สุด?
พราหมณ์ตอบว่า กิน นอน พูด หายใจ ง่ายที่สุด
พระพุทธเจ้าตอบว่า. การพูดธรรมะ แบ่งปันให้แสงสว่างแก่ผู้อื่น ง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย
พราหมณ์ได้ฟังคำตอบจากพระพุทธเจ้าแล้ว ไตร่ตรองพิจารณา โดยเหตุผลแล้ว จึงยอมมอบกายถวายตัว ยอมสมาทานศีล เป็นพุทธมามกะ และได้ดวงตาเห็นธรรมโดยทั่วกัน พร้อมกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า สัถถาเทวะมนุสสานัง พระองค์เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายโดยแท้จริง
พระพุทธองค์ตรัสว่า.. "บุคคลแม้ไม่มีทรัพย์สินเงินทองแต่ก็สามารถให้ทานกับผู้อื่นได้ด้วยสิ่งของ 5 ประการ"
1. ใบหน้าเป็นทาน : สามารถให้รอยยิ้มความสดใส
2. วาจาเป็นทาน : พูดให้กำลังใจ ชื่นชมและปลอบประโลมผู้อื่นให้มาก
3. จิตใจเป็นทาน : สามารถเปิดอกเปิดใจกับผู้อื่น ด้วยความนอบน้อมและจริงใจ
4. ดวงตาเป็นทาน : ใช้แววตาแห่งความหวังดี..ความโอบอ้อมอารีย์ให้กับผู้อื่น
5. กายเป็นทาน : สามารถใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
" วันพระ "
วันจันทร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๒
ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีกุน
วัดสิงห์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
14/05/2019
#ตอบคำถามเรื่องวัยรุ่นฟรี_ทำดีเพื่อในหลวง
-------------------
53. " ปล่อยเค้าเรียนกันเองเพราะเค้าไม่ให้พ่อแม่ยุ่งเรื่องเรียนค่ะ พวกเค้าจัดการเอง "
🔹 การจัดการตัวเอง self management คือทักษะที่สำคัญของวัยรุ่นไทย เลยนนะครับ ไม่เกี่ยงว่าเขาทำได้ดีมากเท่าที่เราต้องการไหม สำคัญตรงที่เขาต้องการดูแลและจัดการเองหรือเปล่า ลูกคุณแม่มีทักษะนี้ครับ อาจเพราะความเบื่อที่แม่บ่น หรือรำคาญ หรือคิดได้ ก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเราผ่านได้แล้ว ปล่อยไปนะครับ
54. " หรือแม่ควรบอกให้ลูกเรียนอย่างมีความสุขก็พอคะ รร ใหม่ คะแนนไม่ต้องสนใจ เรียนพิเศษถ้าไม่อยากเรียนก็ไม่ต้อง ดีมั๊ยคะ "
🔹 ถ้าทำได้แบบนี้ ก็ดีครับ คะแนนไม่ดีแต่รับผิดชอบจัดการตัวเองได้ มีความสุขระหว่างทาง ลูกแม่จะเป็นวัยรุ่นที่อีคิวดีมากคนนึง นะครับ
55. " ลูกอายุ 14 ผู้ชาย เป็นคนไม่ค่อยพูดมาก "
🔹 พูดมากหรือน้อย ไม่สำคัญนะครับ สำคัญตรงที่ว่า เขาอยากพูด กล้าพูดและกล้าบอกความจริงกับแม่สักแค่ไหน แม้ว่าเวลาที่เขาไม่ได้พูด ไม่ได้แปลว่าวัยรุ่นเขาไม่สังเกตแม่นะ เขาแอบมองกิริยา ท่าทาง ภาษากายแม่อยู่ ว่าพร้อมเปิดไหม ให้พูดได้หรือเปล่า ยิ่งเราเป็นแม่ที่พูดน้อยอยู่แล้ว อาจลองสำรวจภาษากายของตัวเองดูว่า มีบุคลิกแบบปิดโดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่าครับ
56. " บางเรื่องจะปิดเงียบไม่บอกอะไรเลย พอดีแอบเห็นข้อความที่เขาคุยกับเพื่อน "
🔹 วัยรุ่นเขาไม่ได้บอกเราทุกเรื่องหรอกครับ ไม่ต้องหวังให้เขากล้าบอกเราทุกเรื่อง แต่ขอให้บอกเรื่องสำคัญ เรื่องใหญ่ เราขอเขาได้ ถ้าความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากพอ ครับ
57. " จะมีวิธีคุยกับเขาอย่างไรดี อยากให้ลูกเปิดใจกับแม่บ้างค่ะ "
🔹 ใช้หลักฟังให้มาก พูดให้น้อย เวลาได้ยินเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจ อย่าทำเป็นไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ เวลาฟังคือฟัง ไม่ใช่ฟังเพื่อรอที่จะพูด เพื่อรอที่จะสอน วัยรุ่นเขาจับภาษากายเราเก่งมากนะครับ แม้ข้างนอกเราอาจทำเป็นฟัง แต่ในหัวเราคิดคำที่จะพูดตอบ เขาก็รับรู้ได้ ว่าเราไม่ได้ฟังเขาอย่างแท้จริง
58. " เครียดมากคะ เพราะไม่ได้เลี้ยงเองแต่แรก "
🔹ถ้าแม่พร้อมแล้ว เอามาเลี้ยงตอนนี้ ยังทันเสมอนะครับ ไม่มีอะไรสายจนเกินไปครับ
59. " เขาไม่ค่อยยอมรับอะไรจากที่เราสอน "
🔹 ยอมรับว่าเขาจะไม่ได้ดั่งใจเรา เพราะสาเหตุข้างต้น
เอาเขากลับมา เลี้ยงเขา ทำบ้านให้อบอุ่น อย่าขีดกรอบเยอะ เน้นทำบ้าน ทำตัวเราให้อบอุ่น น่าเข้าหาเข้าไว้
60. " เป็นเด็กเงียบ เก็บตัว พอไปโรงเรียนก็โดนเพื่อนแกล้งจนไม่ไปโรงเรียน "
🔹 สงสารเขา เพราะเขาคือผลกระทบ ที่เราไม่ได้เลี้ยงเขา เราไม่อยู่ พ่อเขาก็ไม่อยู่ มีบ้านใหม่ เขาไม่มีคนที่ไว้วางใจได้เลย เมื่อคนที่บอกว่ารักเขาสองคนไม่อยู่ด้วย มันจะไม่แปลกที่เขาจะถูกโลกกลั่นแกล้ง และสุดท้าย นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า เราไม่ไว้วางโลกนี้อีกแล้ว
เอาเขากลับมา อยู่กับเรา ทำอาหารอร่อยๆให้กิน ทำไม่เป็นไปฝึกทำ กอดบ่อยๆ แรกๆ จะโดนผลัก เราก็ต้องพยายามทำ เอาเขากลับมาเพื่อให้ตัวเราได้เลี้ยงเขาใหม่ ได้ให้ความรักเหมือนที่เขาควรได้รับ
ทำไปเรื่อยๆ จนเขาเริ่มรู้สึกว่า เราให้ความรักแบบไร้เงื่อนไขแล้วจริงๆ เท่านั้น เขาจะเปลี่ยนไป ครับ
(เขียนจากตำราครึ่งนึง ผมก็เคยเป็นแบบนั้น ครับ)
สุดท้ายแล้ว ไม่มีอะไรสายเกินไป
ถ้าใจเราบอกว่ามันคือเรื่องสำคัญ นะครับ
หรืออยากทิ้งคำถามไว้ให้ผมตอบ หรือ
ถ้าไม่อยากพลาดข้อคิด ทุกเช้า
เข้าที่ไลน์ทางการของผมได้ที่
https://line.me/R/ti/p/%40trainerkob
#พิชิตใจลูกวัยรุ่น
#โค้ชกบ
#ที่ปรึกษาประจำครอบครัว
#จิตวิทยาวัยรุ่น
04/05/2019
#พ่อแม่ที่ดีไม่จำเป็นต้องหลงลืมตัวเอง
“ฉันต้องเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก”
“ฉันจะต้องเลี้ยงลูกของฉันให้ดี”
หมอมองเห็นถ้อยคำเหล่านี้ลอยอยู่ในบรรยากาศ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับพ่อแม่หลายๆคน
แม้พ่อแม่จะไม่ได้พูดออกมา แต่หมอสัมผัสได้ถึงความคาดหวังที่มีในตัวเอง ว่าจะต้องเป็น “พ่อแม่ที่ดี”
การมีความตั้งใจและพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อบางครั้งถ้ามันมากเกินไป มันจะกลายเป็นสิ่งที่สร้างความกดดัน
ตรงนั้นอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีอย่างที่ตั้งใจ และผลเสียที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวพ่อแม่เท่านั้น แต่ผลไปถึงการเลี้ยงลูกด้วย
หมออยากเล่าให้ฟังถึงเรื่องคุณแม่คนหนึ่ง
คุณแม่เพิ่งมีลูกคนแรก แม้จะดีใจและมีความสุขกับชีวิตความเป็นแม่ แต่คุณแม่ก็รู้สึกว่าชีวิตของตัวเองเปลี่ยนไปอย่างยิ่ง
หลังแต่งงานไม่นาน คุณแม่ก็ท้องลูกคนแรก คุณแม่ลาออกจากงานเพื่อเตรียมตัวที่จะมีลูก ทั้งที่รักงานที่ทำอยู่ เป็นงานที่ทำรายได้และมีเพื่อนร่วมงานที่ดี งานเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวคุณแม่รู้สึกดีและภาคภูมิใจ
ในชีวิตความเป็นแม่ คุณแม่ให้เวลากับลูกเต็มที่ ชีวิตส่วนตัวเปลี่ยนไปหมด แทบไม่ได้ทำอะไรที่เคยชอบทำสมัยก่อนมีลูก ไม่ว่าจะเป็นการไปช็อปปิ้ง การออกกำลังกาย เพื่อนๆที่มักพบปะกันประจำก็ดูเหมือนหายไปจากชีวิต
คุณแม่บอกว่าเต็มใจและตั้งใจที่อยากเลี้ยงลูกให้ดี แต่ก็รู้สึกเครียดมากกับการเลี้ยงลูก อ่านหนังสือเลี้ยงลูกเยอะมาก รู้หลักการดีหมดทุกอย่าง แต่เอาไปใช้งานจริงไม่ได้เลย เพราะพอหน้างาน เวลาเกิดเหตุการณ์ เช่น ลูกดื้อ ต่อต้าน แม่ก็มักจะหงุดหงิดง่ายจนทำอะไรไม่ถูก เหมือนโกรธจนไม่มีสติ
บางครั้งลูกมีดื้อบ้าง งอแงบ้าง ซึ่งก็เป็นพฤติกรรมปกติของเด็กเล็ก แต่คุณแม่กลับมีอารมณ์มาก ตะโกนใส่ลูก ตีลูกรุนแรง ซึ่งพอทำไปก็จะรู้สึกแย่ เสียใจ แต่คุณแม่ก็ทำอีก รู้สึกว่าจัดการอารมณ์ตัวเองไม่ได้ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่ายขึ้น นอกจากอารมณ์เสียกับลูก ก็ทะเลาะกับสามีมากขึ้น
บางครั้งเราก็ปล่อยให้คำพูดที่ว่า “เราต้องเป็นพ่อแม่ที่ดี” เราอาจพูดกับตัวเอง หรือคนอื่นพูดบอกเรา
เราปล่อยให้ประโยคสั้นๆนี้ครอบงำและสร้างความกดดัน จนเครียดและไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความเป็นตัวเอง
เราลืมตัวตนที่เราดั้งเดิมที่เราเคยเป็น ไม่มีเวลาที่จะหันมาดูแลร่างกายและจิตใจของเราเอง
การเป็นพ่อแม่ที่ดีนั้น ไม่ต้องดีเลิศ แค่ดีพอดีๆ ก็โอเคแล้ว สำคัญที่สุดต้องไม่ใช่พ่อแม่ที่เคร่งเครียด กดดันตัวเอง ตรงนั้นจะส่งผลกับการปฏิบัติกับลูกได้ บางคนเผลอส่งต่อความกดดันไปที่ลูกโดยไม่ตั้งใจ
สำหรับคุณแม่ท่านนี้ที่เล่าเรื่องให้ฟัง หมอแนะนำคุณแม่ไปว่า “ถ้าพอจะฝากลูกๆไว้กับคนที่ไว้ใจ เช่น สามี ญาติสนิท คุณแม่ไปออกกำลังกายอย่างที่เราชอบบ้าง ไปตัดผมทำผมสวยๆ ไปสัก 1-2 ชั่วโมงก็ได้ ตอนนี้ลูกก็โตพอสมควร มันไม่ได้ผิดอะไรหรอกที่เราจะดูแลตัวเองบ้าง อย่าลืมว่าคุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้โอเคก่อนนะ ไม่งั้นเราจะไม่มีแรงกายแรงใจไปดูแลคนอื่น โดยเฉพาะลูกที่เรารักเป็นแก้วตาดวงใจ”
คุณแม่ใช้เวลาทำใจสักพัก สุดท้ายคุณแม่ก็ทำอย่างที่หมอบอก และก็ได้นัดเพื่อนสนิทไปทานข้าว (หลังจากไม่ได้คุยกันมานานหลายปี) ไม่นานนักคุณแม่รู้สึกว่าความเครียดน้อยลงไปพอสมควร มีแรงกายแรงใจเพียงพอที่จะกลับมาดูแลลูกได้ดีขึ้น
ชีวิตความเป็นพ่อแม่ก็ต้องมีการจัดการให้สมดุล ถ้าหย่อนหรือตึงเกินไป ก็มีปัญหาทั้งนั้น หันมายอมรับศักยภาพของตัวเราที่มีอยู่ มีความคาดหวังในตัวเองอย่างเหมาะสม ไม่ต้องคิดว่าเราต้องทำถูกไปทุกเรื่อง มันเป็นไปไม่ได้
อย่าลืมที่จะมีเวลาดูแลตัวเอง ทำอะไรอย่างที่เราชอบบ้าง
เพราะนอกจากเป็นพ่อแม่ คุณก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน นอกจากทุ่มเทความรักให้ลูก อย่าลืมเอาใจใส่ร่างกายและจิตใจของตัวเองด้วยนะคะ
#หมอมินบานเย็น
26/04/2019
ปมฝังลึกที่หลงลืมไป อาจไม่เคยสูญหายและยังมีผลกับเราอยู่? ปมหรือบาดแผล (trauma) ที่ส่งผลรุนแรงและยาวนาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ ยิ่งเกิดเมื่ออายุน้อยเท่าไร ยิ่งมักเป็นบา.....