30/09/2026
⚠️ ร้านไหนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อย่าเพิ่งรีบทิ้งของเสีย !
ก่อนขนสินค้า วัตถุดิบ หรือตู้แช่ที่เสียหายไปทิ้ง 📸 อย่าลืมถ่ายรูป–วิดีโอ เก็บรายการสินค้า จำนวน และหลักฐานความเสียหายไว้ก่อน รวมถึงติดต่อฝ่ายบัญชีและบริษัทประกันเพื่อเช็กขั้นตอนให้เรียบร้อย
โพสต์นี้มีข้อมูลสำคัญที่เจ้าของร้านควรรู้ โดยเฉพาะเรื่อง การตัดสต๊อกสินค้าเสียหายและการทำลายสินค้า
ฝากแชร์ต่อให้ร้านค้าที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมกันด้วยนะคะ ❤️
📌 ข้อมูลจาก : Annabel - Your Wealth Architect
ขออนุญาตนำมาแชร์ต่อ เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครับ
ถ้าร้านคุณน้ำท่วม และกำลังจะขนของเสียไปทิ้ง ขอเวลาฉันสามนาทีค่ะ
ฉันกลัวจะเล่าเรื่องนี้ช้าไป
ถ้าคุณเพิ่งกลับเข้าไปในร้านหลังน้ำลด เปิดประตูแล้วเจอกล่องสินค้าบวม วัตถุดิบเน่า ตู้แช่พัง ฉันเดาว่าคุณคงไม่ได้คิดว่า “ไหน ขอศึกษาหลักเกณฑ์สรรพากรก่อน”
คุณคงคิดว่า “ใครก็ได้ เอาของพวกนี้ออกไปที”
เข้าใจค่ะ ถ้าเป็นร้านฉัน สาบานได้ ฉันก็คงคิดแบบเดียวกัน
แต่ก่อนเรียกรถ ขอให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อน ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แล้วนับของ
เพราะคุณรู้ว่าของเสียเพราะน้ำท่วม คนในร้านก็รู้ แต่คนที่เปิดบัญชีดูปีหน้าไม่ได้อยู่ด้วยในวันที่น้ำเข้าร้าน
เขาเห็นเพียงว่าเดือนก่อนคุณมีสินค้าอยู่ เดือนนี้สินค้าหายไป
“น้ำท่วมค่ะ” เป็นคำตอบที่จริง แต่ถ้าไม่มีรูป ไม่มีรายการของ ไม่มีคนรับรองว่าทำลายอะไรไปบ้าง คุณอาจต้องเสียเวลาอธิบายความจริงเรื่องนี้ยาวกว่าที่ควร
ฉันจึงอยากให้คุณทำเรื่องน่าเบื่อที่สุดในวันที่คุณหดหู่และไม่อยากทำอะไรน่าเบื่อเลย
สูดหายใจเข้าลึกๆค่ะ
คุณจะต้องเริ่มจาก ถ่ายสภาพร้านและร่องรอยน้ำ ก่อน ย้ายของมารวมกัน
ถ่ายให้รู้ว่ากล่องไหนมีอะไร แยกของเสียออกจากของที่ยังขายหรือใช้ได้ จดชื่อหรือรหัสสินค้า จำนวน และต้นทุนตามบัญชี ถ้ายังไม่รู้ต้นทุนตอนนั้น เออ ไม่เป็นไรค่ะ งั้นคุณจดจำนวนไว้ก่อน แล้วค่อยให้ฝ่ายบัญชีไล่จากเอกสารซื้อ
หลังจากนั้น โทรหานักบัญชีหรือผู้สอบบัญชี อย่าเพิ่งสั่งตัดสต็อกด้วยประโยคว่า “ทิ้งไปแล้ว”
ถ้าเป็นสินค้าของบริษัท
ต้องมีการตรวจสภาพและให้ผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลายค่ะคุณ สำคัญมาก
โทรให้คนที่เกี่ยวข้องจากคลังสินค้า บัญชี ฝ่ายขายหรือฝ่ายตรวจสอบถ้ามี มาร่วมดูและลงชื่อเป็นพยาน รวมถึงเชิญผู้สอบบัญชี เก็บบันทึกด้วยว่าทำลายอะไร วันไหน ที่ไหน อย่างไร ถ้ามีเอกสารจากบริษัทที่มาขนหรือกำจัดของ ก็เก็บไว้ด้วย
อ่านแล้วอย่าเพิ่งถอนหายใจใส่ฉันนะคะ ฉันรู้ว่าคุณกำลังเก็บร้านอยู่ ไม่ได้กำลังจัดงานเปิดตัวสินค้า
แต่เรื่องนี้มีรายละเอียดที่พลาดแล้วแก้ย้อนหลังยากอีกว่ะเห้ย
“ของเน่าที่เก็บไว้ไม่ได้” กับ“ของเปียกที่ยังเก็บรอทำลายได้” ใช้ขั้นตอนไม่เหมือนกัน !!! ฉันรู้ค่ะว่าคุณอยากกรี๊ดออกมาแต่กลั้นไว้ก่อน
คือ อย่างหลังมีหลักเกณฑ์ให้แจ้งสรรพากรในพื้นที่ล่วงหน้า 30 วันก่อนทำลาย ไม่ใช่เอาของทุกชิ้นขึ้นรถเที่ยวเดียวกันแล้วค่อยโทรถามนักบัญชีพรุ่งนี้
ถ้าทำลายสินค้าตามหลักเกณฑ์และพิสูจน์ได้ กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยว่าไม่ถือเป็นการขายเพื่อเสีย VAT และบริษัทสามารถตัดต้นทุนที่เหลือเป็นรายจ่ายได้ตามเงื่อนไข นี่คือเหตุผลที่ฉันจุกจิกกับรูปถ่าย รายการสินค้า และลายเซ็นเหลือเกิน
ยัง….ยังไม่จบแค่นี้ค่ะคุณ
ฉันให้คุณพักแป๊บนึง นั่งดูดอเมริกาโน่เย็นเสริมแรงไปก่อนค่ะ
ต่อมา นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ
โทรหาประกันด้วยค่ะ ก่อนซ่อม ก่อนทิ้ง ถามว่ากรมธรรม์คุ้มครองสินค้า เครื่องใช้ และน้ำท่วมอย่างไร ต้องแจ้งภายในเมื่อไร ต้องรอคนมาสำรวจไหม อย่าคิดเอาเองว่า “ซื้อประกันไว้แล้ว เดี๋ยวเขาจัดการให้”
แล้วขอให้คุณแยกตัวเลขให้ดี สินค้าที่เสีย ตู้แช่ที่พัง ค่าซ่อมร้าน และค่าสินไหม ไม่ใช่ก้อนเดียวกัน สินค้าที่ขาย 500 บาทไม่ได้แปลว่าคุณเสียต้นทุนไป 500 บาท ส่วนเงินประกันก็อย่าเพิ่งเอาตัวเลขที่หวังว่าจะได้มาหักความเสียหายเอง ให้ฝ่ายบัญชีดูตามสิทธิและเอกสารจริง
สุดท้าย อย่าพึ่งด่าฉัน 🙈 แต่ถ้าคุณยังพอมีแรง ดูเงินสดในบัญชีและบิลอีก 30 วันข้างหน้าหน่อยค่ะ น้ำหยุดยอดขาย แต่ไม่ได้โทรไปขอให้เจ้าของตึกหยุดเก็บค่าเช่าแทนคุณ เงินเดือน ค่างวด และค่าสินค้าจากคู่ค้าก็ยังมีวันครบกำหนด ถ้าเริ่มเห็นว่าไม่ไหว โทรคุยกับธนาคารหรือเจ้าหนี้ก่อนผิดนัด
ฉันรู้ว่าคนที่กำลังวิดน้ำออกจากร้านคงอยากบอกว่า “ออนอบอ ฉันเอาแค่วันนี้ให้รอดก่อน”
เอาวันนี้ให้รอดก่อนค่ะ แต่ระหว่างนั้น ถ่ายรูปและนับของไว้ ใช้เวลาไม่มากเท่าการกลับมาไล่หาหลักฐานของสิ่งที่ทิ้งไปแล้ว
ฉันเป็นห่วงเรื่องนี้จริง ๆ เพราะน้ำท่วมทำให้คุณเสียหายมากพอแล้ว อย่าให้การรีบเก็บร้านทำให้คุณต้องมาเสียเวลา เสียสิทธิ หรือเสียเงินกับเรื่องที่ป้องกันได้อีก
ถ้ารู้จักเจ้าของร้านที่กำลังจะขนสต็อกทิ้ง ส่งให้เขาอ่านก่อนรถขนขยะมาถึงนะคะ
เอาใจช่วยทุกร้านที่ประสบภัยค่ะ
ออ นอ บอ
29.09.2026