องค์ความรู้การบริหารจัดการกองทุนกองทุนหมู่บ้าน

องค์ความรู้การบริหารจัดการกองทุนกองทุนหมู่บ้าน

แชร์

เผยแพร่องค์ความรู้การบริหารจัดการ?

29/03/2026

@ ปลอมลายมือชื่อประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านในใบถอนเงินและใบมอบฉันทะแล้วนำไปแสดงต่อธนาคารเพื่อถอนเงินจากบัญชีกองทุนหมู่บ้าน ใครบ้างเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4354/2567
จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม โดยจำเลยเติมข้อความ เติมจำนวนเงิน และปลอมลายมือชื่อของนายชัยโรจน์ ซึ่งเป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน ค.ในใบถอนเงินและใบมอบฉันทะของ ธนาคาร # # # สาขาปัว แล้วนำเอกสารที่ปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อธนาคาร # # # สาขาปัว เพื่อให้ธนาคาร # # # หลงเชื่อว่านายชัยโรจน์ลงลายมือชื่อในใบถอนเงินและใบมอบฉันทะ มอบอำนาจให้จำเลยมาถอนเงินจากบัญชีกองทุนหมู่บ้าน ค. และบัญชีเงินผลประโยชน์ของกองทุนหมู่บ้าน ค. เป็นเหตุให้ธนาคาร # # # หลงเชื่อและอนุมัติให้จำเลยถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีของกองทุนหมู่บ้าน ค.ไป
เมื่อความผิดเกี่ยวกับเอกสารมุ่งหมายที่จะคุ้มครองความน่าเชื่อถือของผู้ทำเอกสารและผู้ที่ถูกทำเอกสารปลอมที่ถูกนำไปใช้แอบอ้างเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ความรับผิดทางอาญาสำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมจึงอาจมีผู้เสียหายได้หลายรายแล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป
คดีนี้ลายมือชื่อที่จำเลยปลอมเป็นลายมือชื่อของนายชัยโรจน์ นายชัยโรจน์จึงถือเป็นผู้เสียหายผู้หนึ่ง นอกจากนี้การที่จำเลยนำใบมอบฉันทะปลอมและใบถอนเงินปลอมไปแสดงต่อธนาคาร # # # เพื่อขอถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของกองทุนหมู่บ้าน ค.โดยเงินดังกล่าวยังคงเป็นของธนาคาร # # # ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672 ทำให้ธนาคาร # # # ได้รับความเสียหายโดยตรง ธนาคาร # # # จึงเป็นผู้เสียหายด้วยอีกผู้หนึ่ง และการที่จำเลยปลอมลายมือชื่อของนายชัยโรจน์ในฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทนกองทุนหมู่บ้าน ค.ในใบถอนเงินและใบมอบฉันทะ แล้วนำเอกสารสิทธิปลอมดังกล่าวไปขอถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของกองทุนหมู่บ้าน ค.ที่ฝากไว้กับธนาคาร # # # เท่ากับว่าเป็นการแอบอ้างว่าใบถอนเงินและใบมอบฉันทะดังกล่าวเป็นเอกสารที่กองทุนหมู่บ้าน ค.ทำขึ้น โดยจำเลยเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิเพื่อไปเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของกองทุนหมู่บ้าน ค. อันเป็นการปลอมตัวตนของกองทุนหมู่บ้าน ค. ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากใบถอนเงินที่ระบุว่าเป็นการเบิกถอนเงินออกจากชื่อบัญชีเงินฝากของกองทุนหมู่บ้าน ค. และต่อมา ธนาคาร # # # ยินยอมให้เบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของกองทุนหมู่บ้าน ค. กองทุนหมู่บ้าน ค.ในฐานะนิติบุคคลเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหายโดยตรงจากการที่ถูกจำเลย แอบอ้างดังกล่าว จึงถือว่ากองทุนหมู่บ้าน ค.เป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมด้วย กองทุนหมู่บ้าน ค.จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย

03/05/2025

คำถาม : คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านซึ่งพ้นตำเเหน่งตามวาระ จะอ้างว่า ต้องเก็บชำระคืนเงินกู้ยืมจากสมาชิกจนครบทุกรายเเละปิดงบดุลก่อน จึงจะเรียกประชุมสมาชิกเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการชุดไหม่ได้หรือไม่

คำตอบ : ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2551 กำหนดโดยแจ้งชัดว่าคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปีและต้องมีการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งคณะกรรมการฯ ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระภายใน 30 วัน อีกทั้งระเบียบดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดให้คณะกรรมการฯ ที่พ้นตำเเหน่งตามวาระสามารถรักษาการในตำแหน่งคณะกรรมการหมู่บ้านต่อไปเพื่อทำหน้าที่ติดตามทวงถามเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจากสมาชิกคืนให้แก่กองทุนหมู่บ้านให้เสร็จสิ้นครบถ้วนก่อน จึงจะจัดให้มีการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งแทนคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านที่พ้นตำเเหน่งตามวาระได้ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขเเดงที่ อร. 173/2567)

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ :

www.admincourt.go.th

08/04/2025

คำพิพากษาศาลปกครองอุบลราชธานี คดีหมายเลขแดงที่ 359/2567 วินิจฉัยข้อกฎหมายไว้เป็นบรรทัดฐานเกี่ยวกับการเรียกประชุมใหญ่สมาชิก ดังต่อไปนี้
๑. การที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านดำรงตำแหน่งเกินกว่าวาระการดำรงตำแหน่งที่กฎหมายกำหนดตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบข้อ ๒๒ วรรคหนึ่งและวรรคห้าของระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีย่อมต้องถือว่าคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดดังกล่าวพ้นวาระการดำรงตำแหน่งทั้งคณะไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว
๒. คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง ย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกภายในกำหนดระยะเวลา ๑๕ วัน นับจากวันที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกร่วมกันพิจารณาผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นตำแหน่งตามวาระ รวมทั้งให้ที่ประชุมใหญ่สมาชิกทำการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่และมีมติรับรองคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่ที่ได้รับเลือกตามข้อ ๓๒ วรรคหนึ่ง ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
๓. การที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งไม่ยอมดำเนินการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี รวมทั้งให้ที่ประชุมใหญ่สมาชิกทำการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่และมีมติรับรองคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่ที่ได้รับการคัดเลือก ย่อมเป็นกรณีคณะกรรมการชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง จงใจละเลยต่อหน้าที่หรือจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจากการที่ได้ทำหน้าที่รักษาการชั่วคราวในตำแหน่งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านเพื่อทำหน้าที่บริหารเงินกองทุนหมู่บ้านต่อไปโดยไม่มีกำหนด
๔. การที่คณะกรรมการชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งจงใจละเลยต่อหน้าที่หรือจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นเหตุให้คณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอในฐานะผู้มีอำนาจกำกับดูแลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๑๖ วรรคสาม (๕) แห่งระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีหน้าที่ต้องมีมติสั่งการให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งต้องดำเนินการตามข้อ ๓๒ ของระเบียบดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด
๕. ผู้ที่มีอำนาจหน้าในการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิก เพื่อให้มีการคัดเลือกและรับรองคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่ ย่อมจะต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง ตามข้อ ๒๒ และ ๓๒ ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
๖. หากคณะกรรมการชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง จงใจละเลยต่อหน้าที่หรือจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยไม่ยอมจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกตามระเบียบข้อบังคับ คณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอซึ่งเป็นผู้มีอำนาจติดตามตรวจสอบ แก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งของกองทุนหมู่บ้านตามข้อ ๑๖ วรรคสาม (๕) ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ย่อมมีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องมีมติสั่งการให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเพื่อดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับ หากคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งยังคงจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ คณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอย่อมมีอำนาจหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกเพื่อให้มีการดำเนินตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่อไป
๗. การเรียกประชุมสมาชิกและจัดให้มีการประชุมสมาชิก โดยไม่ใช่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ย่อมเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ การประชุมดังกล่าวจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการประชุมใหญ่สมาชิก ซึ่งเกิดจากคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกตามข้อ ๓๓ วรรคหนึ่ง รวมทั้งไม่ใช่กรณีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งได้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญตามที่มีสมาชิกเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดที่พ้นวาระการดำรงตำแหน่งเรียกประชุมใหญ่วิสามัญตามข้อ ๓๓ วรรคสอง ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ กรณีย่อมมีผลทำให้การประชุมใหญ่และมติที่ประชุมใหญ่สมาชิก ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียกประชุมใหญ่และการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกโดยผู้ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย รวมทั้งทำให้ผลการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชุดใหม่จากมติของที่ประชุมใหญ่สมาชิกดังกล่าว ย่อมตกเป็นโมฆะหรือไม่มีผลตามกฎหมายมาตั้งแต่ต้น กรณีจึงไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยเกี่ยวองค์ประชุมของการประชุมใหญ่ครั้งดังกล่าวอีก

** ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ***
https://www.admincourt.go.th/admincourt/Casefile/admcase/document/signed/2024/pdf/2563/01201-630065-1f-671220-0000795003.pdf

17/11/2024

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567 - การสนทนาทางโปรแกรมไลน์ (LINE) เป็นการส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่ออ่านข้อความสนทนาของโจทก์และจำเลยประกอบกันแล้วย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์และจำเลยตกลงกันโดยโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินและจำเลยตกลงกู้ยืมเงินแต่ละครั้งตามจำนวนที่ระบุในโปรแกรมไลน์ (LINE) แม้ไม่มีการลงลายมือชื่อจำเลยไว้แต่เมื่อจำเลยยอมรับว่าส่งข้อความตอบตกลงการที่โจทก์จะให้กู้ยืมเงินจริง ข้อความสนทนาทางโปรแกรมไลน์ (LINE) จึงถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อของจำเลยผู้กู้ยืมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7, 8, 9 โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีได้

24/10/2024

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3015/2545 - ป.พ.พ. มาตรา 341 ไมได้กำหนดว่าการหักกลบลบหนี้จะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น เมื่อการฝากเงินของโจทก์ไว้กับธนาคารจำเลยไม่มีการกำหนดเวลาคืนเงินฝากไว้แน่นอน ต้องถือว่าหนี้เงินฝากถึงกำหนดชำระทันทีที่โจทก์ได้ฝากเงินไว้กับจำเลย และการกู้เงินและการรับฝากเงินระหว่างโจทก์และจำเลยไม่ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาไม่ให้นำหนี้ที่มีอยู่ต่อกันมาหักกลบลบกันไว้ จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำเงินฝากในบัญชีของโจทก์ไปหักกลบลบกับหนี้ที่โจทก์กู้เงินไปจากจำเลยที่ถึงกำหนดชำระแล้วได้โดยไม่ต้องไต้รับความยินยอมจากโจทก์

24/10/2024

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2537 - การรับสภาพหนี้เป็นการที่ลูกหนี้รับสภาพต่อเจ้าหนี้ว่าจะชำระหนี้ ให้ ดังนั้น การที่จำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิได้เป็นลูกหนี้ผูกพันตนเข้าชำระหนี้ให้โจทก์ จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ และแม้จำเลยทำสัญญาไว้ต่อโจทก์ว่าจะชำระหนี้ซึ่ง ค. เป็นหนี้โจทก์ให้โจทก์ก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์เจ้าหนี้ตกลงให้หนี้ของ ค. ระงับไปจึงไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ แต่การที่จำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผูกพันตนเข้าชำระหนี้ที่ ค. ค้างชำระให้โจทก์จึงเป็นสัญญาประเภทหนึ่งระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งคู่สัญญากระทำด้วยความสมัครใจ เมื่อไม่ขัดต่อกฎหมายย่อมสมบูรณ์ใช้บังคับได้ และเมื่อหนี้ตามสัญญานี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะก็ต้องใช้อายุความ 10 ปี

20/10/2024

คำพิพากษาฎีกาที่ 9776/2560 - แม้ผู้เสียหายหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสามที่ขอกู้ยืมเงิน โดยอ้างว่าได้กระทำในฐานะที่เป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้านจนเป็นเหตุให้ผู้เลียหายมอบเงินกู้ให้จำเลยทั้งสามไปตามฟ้องก็ดี แต่การให้กู้ยืมเงิน ผู้เสียหายทำสัญญาโดยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 4 ของเงินต้นในระยะเวลา5 วัน คิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 292 ต่อปี ซื่งเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3(ก)ประกอบ ป.พ.พ.มาตรา 654 ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าผู้เสียหายรับข้อเสนอของจำเลยทั้งสามโดยมีเจตนามุ่งต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของตน ถือมิได้ว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตจะถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์เป็นเหตุให้การสอบสวนไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120

20/10/2024

คำวินิจฉัยที่ 84/2566 - คดีนี้ แม้เทศบาลตำบลสุเทพ จำเลยที่ 1 นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำเลยที่ 2 จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทนิยาม ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ จำเลยที่ 3 กับกองทุนหมู่บ้านบ้านอุโมงค์ หมู่ที่ 10 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำเลยที่ 4 เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการทางปกครอง จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน แต่การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้า โดยอ้างเหตุว่า จำเลยที่ 5 ก่อสร้างอาคารร้านค้าชุมชนและอาคารบ้านพักอาศัย และถนนซอย 3 มุทิตา รุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับความยินยอม โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปล่อยปละละเลยไม่ทำตามหน้าที่ในการดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่สาธารณะอันประชาชนใช้ร่วมกัน ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ปล่อยปละละเลยไม่ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลติดตามรายงานการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองอันเป็นการกระทำละเมิด ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การสรุปได้ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ อาคารร้านค้าชุมชน และอาคารบ้านพักอาศัย และถนนซอย 3 มุทิตา ก่อสร้างบนที่สาธารณะ มิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้อุทิศที่ดินส่วนที่ก่อสร้างอาคารทั้งสองหลังและบางส่วนของถนนมุทิตาให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ดังนี้ การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งห้ากระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ การที่จำเลยทั้งห้ากระทำการตามฟ้องก็เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่หากที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะเป็นผลให้การก่อสร้างอาคารและทางพิพาทไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์เป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

20/10/2024

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5043/2566 - เงินฌาปนกิจศพของผู้ตายที่โจทก์ได้รับจากกองทุนหมู่บ้านนั้น ถือเป็นเงินจัดการทำศพผู้ตาย แม้จะเป็นเงินที่ได้มาตามสิทธิภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว หาใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ถึงแก่ความตายไม่เป็นสินทรัพย์แห่งกองมรดกก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาระเบียบประกอบรายการโอนเงินที่ระบุว่าเป็นเงินฌาปนกิจศพสงเคราะห์บ้าง สงเคราะห์ศพบ้าง ส่งเงินศพบ้าง แสดงว่าหมู่บ้านต่าง ๆ มีเจตนามอบเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือจัดการงานศพสมาชิกตามประเพณีเพื่อลดภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายจัดการศพอันเป็นการสงเคราะห์ศพ จึงต้องนำเงินดังกล่าวไปหักกับค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการจัดการศพผู้ตายก่อนตามเจตนาที่กองทุนหมู่บ้านมอบให้ หากมีค่าใช้จ่ายเหลือเท่าใดจึงเป็นหนี้กองมรดก

21/08/2024

#กองทุนหมู่บ้านเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นมาทำภารกิจของรัฐ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2567 - จำเลยเป็นกองทุนหมู่บ้านตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 โดยการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านต้องจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติดังกล่าว หรือกองทุนหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดตั้งและการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำเลยมิได้เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม ป.พ.พ. จึงมิใช่นิติบุคคลเอกชน แต่เป็นนิติบุคคลมหาชนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 วรรคสอง (1) เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มรายได้ และลดรายจ่าย หรือสำหรับส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพและสวัสดิการ หรือประโยชน์ส่วนรวมอื่นให้แก่ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง (2) เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนสำหรับประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง (3) รับฝากเงินจากสมาชิกและจัดหาทุนจากแหล่งเงินทุนอื่น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ (4)... (5)... ทั้งการดำเนินการของกองทุนหมู่บ้านต้องเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติกำหนด และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามมาตรา 29 กองทุนหมู่บ้านมีเงินและทรัพย์สินในการดำเนินการตามมาตรา 6 ได้แก่ (1) เงินที่คณะกรรมการกองทุนและชุมชนเมืองแห่งชาติจัดสรรให้ (2) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (3) เงินที่สมาชิกนำมาลงหุ้นหรือฝากไว้กับกองทุน (4) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่กองทุนหมู่บ้านได้รับบริจาคโดยปราศจากเงื่อนไขหรือข้อผูกพันใด ๆ (5) ดอกผล รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนหมู่บ้าน ทั้งนี้ มาตรา 11 บัญญัติให้เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีวัตถุประสงค์ตาม มาตรา 11 วรรคสอง โดยมาตรา 12 บัญญัติให้ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินกิจการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติประกอบไปด้วย (1) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา 31 ซึ่งโอนมาจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2544 มีฐานะเป็นองค์การมหาชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนแห่งชาติตามมาตรา 11 และกองทุนหมู่บ้านจำเลยที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 5 จึงเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อจัดทำภารกิจของรัฐในการสร้างศักยภาพและความเข็มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนและองค์กรชุมชนในหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรตอบแทน โดยเงินทุนและทรัพย์สินในการดำเนินการส่วนหนึ่งเป็นเงินอุดหนุนจากงบประมาณของรัฐ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือแม้จะมีเงินบริจาคเข้ามาด้วย เงินบริจาคดังกล่าวต้องไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพัน เนื่องจากเป็นการบริจาคเพื่อมาช่วยเหลือการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ หรือแม้จะมีทรัพย์สินในส่วนที่เป็นรายได้ เช่นดอกผลหรือประโยชน์อย่างอื่น แต่เมื่อตัวกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ ทรัพย์สินที่เป็นรายได้ของกองทุนย่อมเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
การที่มาตรา 14 บัญญัติว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ก็เพียงเพื่อไม่ให้ต้องนำรายได้ส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เพื่อความคล่องตัวทางการเงิน อันเป็นการยกเว้นหลักทั่วไปตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502
ดังนั้น เงินฝากในบัญชีเลขที่ 05067074 # # เป็นเงินที่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติจัดสรรให้จำเลยเพื่อเป็นเงินอุดหนุน จึงเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ไม่อาจยึดหรืออายัดได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1307 และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 301 (5) ส่วนเงินฝากในบัญชีเลขที่ 05067074 # # เป็นเงินที่สมาชิกของจำเลยนำมาลงหุ้นและฝากเพื่อการออมตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านเพื่อสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนและองค์กรชุมชนในหมู่บ้าน อันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ โดยจำเลยมิได้มีเจตนารมณ์ในการรับฝากเงินเพื่อหากำไรในทางธุรกิจหรือพาณิชยกรรม เงินจำนวนดังกล่าวที่ฝากไว้กับผู้คัดค้านในบัญชีของจำเลย จึงเป็นเงินของสมาชิก มิใช่เงินของจำเลยที่จะยึดหรืออายัดเพื่อบังคับคดีชำระหนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 303 และมาตรา 316

08/07/2024

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6600/2549

การที่จำเลยยักยอกเงินจัดสรรผลกำไรสุทธิที่ได้มาจากการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้าน ค. โดยคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน จึงเป็นผู้เสียหายในอันที่จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีเเก่จำเลยได้โดยถือว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ของกองทุนหมู่บ้าน ค. ซึ่งอยู่ในความครอบครองของสมาชิกเเละจำเลย การร้องทุกข์ของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านจึงเป็นการร้องทุกข์โดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

08/07/2024

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2775/2560

โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน โจทก์อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 9(2) ออกระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการบริหารกองทุนหมู่บ้านโจทก์ ซึ่งแม้ระเบียบข้อบังคับดังกล่าวข้อ 15 ระบุว่า คณะกรรมการกองทุนมีจำนวนสิบห้าคน ซึ่งสมาชิกเป็นผู้คัดเลือกมาจากจำนวนสมาชิกทั้งหมดเพื่อทำหน้าที่บริหารงานของกองทุน และข้อ 16 ระบุว่าคณะกรรมการกองทุนประกอบด้วย ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เลขานุการ เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ ผู้ตรวจสอบภายใน และกรรมการกองทุนรวมสิบห้าคน ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อ 28 ที่ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงถือว่าครบองค์ประชุม ซึ่งมิได้ระบุโดยชัดเจนว่าต้องมีกรรมการเข้าร่วมการประชุมตั้งแต่แปดคนขึ้นไปจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม จากข้อกำหนดดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำนวนของคณะกรรมการสิบห้าคนที่กำหนดไว้ในข้อ 15 และข้อ 16 ของระเบียบข้อบังคับจึงเป็นเพียงการกำหนดจำนวนของคณะกรรมการของโจทก์ไว้ในจำนวนมากที่สุดเท่านั้น หาใช่จะต้องมีคณะกรรมการเพื่อบริหารหรือดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านโจทก์ครบทั้งจำนวนสิบห้าคนตามระเบียบข้อบังคับข้อ 15
ดังนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ดำเนินงานโดยคณะกรรมการ 14 คน ประกอบกับปรากฏตามรายงานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านว่า ระเบียบวาระที่ 1 มีมติให้ดำเนินคดีฟ้องร้องเอาเงินคืนกับสมาชิกผู้ค้างชำระเงินกู้ และระเบียบวาระที่ 2 มีมติให้ บ.รองประธานกรรมการของโจทก์เป็นตัวแทนในการดำเนินคดี ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีกรรมการโจทก์เข้าร่วมประชุมจำนวน 12 คน เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการโจทก์ จึงถือได้ว่าครบองค์ประชุมแล้วตามข้อ 28 ของระเบียบข้อบังคับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านโจทก์ มติที่ประชุมของโจทก์ จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบ และกรณีไม่จำเป็นต้องมีการทำหนังสือมอบอำนาจให้ บ.ฟ้องคดีอีก เพราะการฟ้องคดีของ บ. เป็นไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการโจทก์แล้ว ดังนั้น เมื่อมีการโต้แย้งสิทธิและทำให้กองทุนหมู่บ้านโจทก์ได้รับความเสียหาย การที่ บ.ฟ้องคดีจึงถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดีในนามของโจทก์และเป็นการชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok Yai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok Yai