02/06/2026
นายกรัฐมนตรี ร่วมยินดีโอกาสครบรอบ 80 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐอิตาลี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ สะท้อนความสัมพันธ์ไทย-อิตาลีที่แน่นแฟ้น
วันนี้ (2 มิ.ย. 69) เวลา 18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐอิตาลี และการครบรอบ 80 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐอิตาลี โดยมี นายเปาโล ดีโอนีซี (H.E. Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
งานเลี้ยงรับรองในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับอิตาลี ซึ่งจะครบรอบ 158 ปี โดยมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในหลายสาขา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศให้เติบโตและก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต
02/06/2026
นายกฯ อนุทิน เปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
วันนี้ (2 มิ.ย. 69) เวลา 17.00 น. ที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน" เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ บริษัทสยามพารากอนดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และทุกภาคส่วน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในศุภมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีความปีติปราโมทย์เป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมชุมนุมพร้อมเพรียงกันในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน" เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย โดยทรงอุทิศพระวรกายในการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ของราษฎรทุกภูมิภาคของประเทศ ตลอดจนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ดำรงอยู่เป็นศรีสง่าแห่งชาติไทย
"การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ระหว่างวันที่ 2-7 มิถุนายน 2569 ในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้ชื่นชมพระบารมี และเรียนรู้พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าผ่านสื่อการจัดแสดงต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและพระจริยาวัตรอันงดงาม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ประชาชนในการร่วมมือร่วมใจกันทำความดีเพื่อสังคม และประเทศชาติต่อไป" นายกรัฐมนตรี กล่าว
31/05/2026
"นายกฯ อนุทิน" นำพุทธศาสนิกชนทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยว "วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่" เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาควบคู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ประชาชน
วันนี้ (31 พ.ค. 69) เวลา 10.30 น. ที่วัดถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อร่วมพลังศัทธาสมทบทุนปรับปรุง และสร้างพุทธศาสนสถาน ภายในวัดถ้ำเสือ โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เข้าร่วม โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เป็นประธานสงฆ์ รวมยอดเงินอนุโมทนาผ้าป่าสามัคคีจากทุกภาคส่วน 8,101,818.99 บาท
โอกาสนี้ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนายคณิต ชูช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เข้าร่วมกว่า 2,000 คน
ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึง ได้ร่วมรับชมการแสดง "รำวงเมืองกระบี่" จากกลุ่มสตรีอำเภอเมืองกระบี่ แล้วเดินเข้าสู่ศาลาการเปรียญ เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สมโภชผ้าป่า ถวายพุ่มผ้าป่า โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมให้ "วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่" ซึ่งเป็นสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญและมีชื่อเสียงของภาคใต้และประเทศไทย ได้เป็นศาสนสถานที่เหมาะสมในการประกอบศาสนพิธีและกิจของสงฆ์ควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืนให้ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยในระหว่างการสมโภชผ้าป่า ท่านเจ้าคุณพระเทพวชิรากร ได้ให้พรแก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้บริหารราชการแผ่นดินประสบความสำเร็จตลอด 4 ปี เพื่อสร้างความผาสุกให้กับประเทศชาติและประชาชนด้วย
นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ได้ออกหน่วยศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ทั้งการรับเรื่องร้องทุกข์ การสอบถามข้อมูล การดูแลน้ำดื่มจากการประปาส่วนภูมิภาค การสำรองระบบไฟฟ้าโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการดูแลความปลอดภัยประชาชนโดยกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกระบี่ที่ 1 และกองบังคับการหน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านจังหวัด
29/05/2026
นายกฯ ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่ง ชื่นชมบทบาทขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–เนเธอร์แลนด์ พร้อมต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
วันนี้ (29 พ.ค.69) เวลา 15.30 น. นายแร็มโก โยฮันเนิส ฟัน ไวน์คาร์เดิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในโอกาสอำลาตำแหน่งก่อนพ้นหน้าที่ ยืนยันความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ขอบคุณรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ที่ให้การสนับสนุนการจัดโครงการ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ณ กรุงเฮก สะท้อนถึงมิตรภาพและความเข้าใจอันดี
เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์กล่าวว่า ไทยและเนเธอร์แลนด์มีความใกล้ชิดและร่วมมือในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งนักลงทุนชาวเนเธอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ชิป เทคโนโลยีขั้นสูง และโลจิสติกส์ พร้อมชื่นชมศักยภาพของไทย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเสถียรภาพทางการเมือง และหวังขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายกฯ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมยินดีต้อนรับนักลงทุนจากเนเธอร์แลนด์และสหภาพยุโรป โดยปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเต็มที่ รวมถึงเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ซึ่งจะช่วยยกระดับสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
28/05/2026
ไทย–เวียดนาม เดินหน้ายกระดับสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ครบ 50 ปี “Growing Together” พร้อมลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับสำคัญ ครอบคลุมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษา และอุตสาหกรรมการบิน ขณะที่ “อนุทิน” ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเร็ววัน พร้อมผลักดันยุทธศาสตร์ “3 Connect” เชื่อมโยงซัพพลายเชน เศรษฐกิจท้องถิ่น และพลังงานสีเขียว
เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือสำคัญระหว่างไทยและเวียดนาม จำนวน 4 ฉบับ
ความร่วมมือดังกล่าวประกอบด้วย แผนปฏิบัติการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนาม ปี 2569–2574, ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ, โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Center) ที่สนามบินอู่ตะเภา ระหว่าง EECO กับ Vietjet Group และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์เวียดนาม กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภายหลังพิธี ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน” สะท้อนมิตรภาพและการพัฒนาร่วมกันของทั้งสองประเทศตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
นายอนุทินกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางความร่วมมือระยะยาวระหว่างไทยและเวียดนามให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและเวียดนามเห็นพ้องในการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาออนไลน์สแกม การทำประมงผิดกฎหมาย และการป้องกันไม่ให้มีการใช้ดินแดนของอีกฝ่ายเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง
ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศเห็นร่วมกันว่าจำเป็นต้องประสานความร่วมมือใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมสนับสนุนบทบาทภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่ระดับ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากปัจจุบันที่อยู่ราว 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนายอนุทินระบุว่า “ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม”
นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันแนวทาง “3 Connect” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันร่วมกัน ทั้งการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมอนาคต การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงด้านพลังงานสีเขียว เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยฝ่ายไทยแสดงความพร้อมในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรกับเวียดนาม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ด้านนายโต เลิม กล่าวชื่นชมบทบาทของไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจและการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาค พร้อมยืนยันว่าเวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กับไทย และพร้อมร่วมมือเพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน
ผู้นำเวียดนามยังเห็นพ้องกับไทยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักการตาม UNCLOS 1982 พร้อมชื่นชมไทยและกัมพูชาที่ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง และเตรียมกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาอีกครั้ง
ในช่วงท้าย นายโต เลิม ได้เชิญนายอนุทินเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไป เพื่อสานต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ที่ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าจะร่วมกัน “เติบโตไปด้วยกัน” ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของภูมิภาค.
28/05/2026
ไทย–เวียดนามแน่นแฟ้น! นายกฯ ต้อนรับ “โต เลิม” เยือนไทยอย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับความร่วมมือรอบด้าน
วันนี้ (28 พ.ค.69) เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมนำประธานาธิบดีเวียดนามร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ภายหลังพิธีต้อนรับ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือกลุ่มเล็ก แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระดับโลก พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการยกระดับความร่วมมือระหว่างไทย - เวียดนามในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคง และความร่วมมือระดับภูมิภาค ก่อนเข้าสู่การหารือเต็มคณะ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ต่อไป