31/05/2026
📢 มีเครื่องกำเนิดรังสี อย่าลืมส่งผลตรวจความปลอดภัย
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ขอแจ้งผู้ครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี ทั้งประเภทที่ต้องขอรับใบอนุญาตและประเภทแจ้งการครอบครอง (ยกเว้นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุข) ต้องจัดส่งเอกสารผลการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานที่ ปส. กำหนด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสาร เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและมาตรฐานการกำกับดูแลทางรังสีของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
29/05/2026
⚛️ S M R
SMR - พลังงานแห่งอนาคตที่ไทยต้องร่วมพัฒนา ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ
เมื่อวานผมได้มีโอกาสไปเยือน Asia Centre สถาบันคลังสมอง (Think Tank) ชั้นนำของฝรั่งเศสที่กรุงปารีส ซึ่งทำงานด้านยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และพลังงานเอเชียมากว่า 20 ปี
ผมได้หารือกับคณะทำงาน รวมถึง OTRERA บริษัท Deep Tech สัญชาติฝรั่งเศสที่ Spin-off จากสำนักงานพลังงานปรมาณูฝรั่งเศส (CEA) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์โมดูลขนาดเล็กบนรากฐาน R&D ที่สั่งสมมากว่า 50 ปี
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก ความผันผวนด้านราคา ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) และเป้าหมาย Decarbonization เราจึงไม่อาจมองข้ามพลังงานทางเลือกใหม่อย่าง SMR (Small Modular Reactor) ได้
SMR คืออะไร?
คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล กำลังผลิตไม่เกิน 300 MW ต่อโมดูล (ราว 1 ใน 3 ของแบบดั้งเดิม) ผลิตและประกอบสำเร็จจากโรงงานก่อนนำไปติดตั้ง
เทคโนโลยีนี้ปลอดภัยกว่าโรงไฟฟ้าทั่วไป เพราะออกแบบให้ตัดความเสี่ยง Meltdown ก่อสร้างเร็ว ยืดหยุ่นสูง ปรับเพิ่ม-ลดกำลังผลิตได้ตาม Demand เลือกขนาดติดตั้งได้ตามพื้นที่ และไม่ปล่อยคาร์บอน
แต่สิ่งที่ผมย้ำชัดเจนในวงหารือคือ หาก SMR จะมาสู่ประเทศไทย ต้องมาด้วย 3 หลักการนี้เท่านั้น
ปลอดภัย - ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
ยั่งยืน - ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว
คนไทยมีส่วนร่วม (Tech Transfer) - เราต้องเป็นผู้ร่วมพัฒนาและก่อสร้าง ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อเทคโนโลยี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วน โครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบ (Testing Infrastructure) ซึ่งจะเป็นพื้นที่ให้คนไทยเข้าไปมีบทบาทได้อย่างเต็มที่ และจะกลายเป็น "โรงงานผลิตปริญญาเอก" บ่มเพาะนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และวิศวกรรุ่นใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เราจะร่วมกันสำรวจความร่วมมือในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ในอนาคตอันใกล้นี้
ผมจะนำความคืบหน้ามาอัปเดตให้ทุกคนได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องครับ
29/05/2026
✅️ปรมาณูเพื่อสันติ ยกระดับระบบเตือนภัยอัจฉริยะนิวเคลียร์และรังสี “EPR Smart Plan” เชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real Time เพิ่มประสิทธิภาพรับมือเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับระบบเตรียมความพร้อมและตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ผ่านการพัฒนาระบบ “EPR Smart Plan” ระบบเตือนภัยอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลและติดตามสถานการณ์แบบ Real Time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นางสาวธนวรรณ แจ่มสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เขตภาคตะวันออก และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านพลังงานปรมาณู กล่าวเปิดโครงการ “เพิ่มศักยภาพระบบการเตรียมความพร้อมและตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี” ณ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมีผู้แทนจากสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสี เข้าร่วมการอบรมกว่า 50 คน
นางสาวธนวรรณ กล่าวว่า ระบบ EPR Smart Plan ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างเป็นระบบ สามารถแสดงข้อมูลภูมิสารสนเทศของสถานประกอบการ รองรับการแจ้งเหตุ รายงานสถานการณ์ ติดตามข้อมูล และประเมินสถานการณ์ได้แบบ Real Time ช่วยให้การสื่อสาร การประสานงาน และการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานประกอบการ ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์และรังสีของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติใช้งานระบบจากสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งเหตุ การบันทึกข้อมูล การรายงานสถานการณ์ ไปจนถึงการติดตามและประเมินผลในระบบ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมนำไปประยุกต์ใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง
ปส. มุ่งพัฒนาระบบเตรียมความพร้อมและตอบสนองเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือสถานการณ์ทางนิวเคลียร์และรังสี ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมว่าประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลและบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพร้อมรับมือทุกสถานการณ์อย่างยั่งยืน
28/05/2026
☢️ปรมาณูเพื่อสันติ เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์ “หมอรุ่งเรือง” ชูมาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส ปลอดภัย รองรับเทคโนโลยีอนาคต✅️
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการอบรม “โครงการทบทวนและปรับปรุงพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมราชาบุระ จังหวัดราชบุรี โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ปส. เข้าร่วมกว่า 90 คน เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และยกระดับศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายแพทย์รุ่งเรือง เปิดเผยว่า การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติถือเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ รวมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ ให้สามารถดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักสากล ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์และรังสีที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการทบทวนปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดในการบังคับใช้พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจน ทันสมัย และสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ
ภายในโครงการได้รับเกียรติจาก นางสาววราลัย อ่อนนุ่ม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารหลักสูตร สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมบรรยายและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยกร่างและปรับปรุงกฎหมายตลอดจนการแลกเปลี่ยนกรณีศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสีได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ปส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากฎหมาย การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และการยกระดับระบบการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศเป็นไปตามมาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีอย่างสันติ มั่นคง และยั่งยืนต่อไป
27/05/2026
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
กระทรวง อว. ขอแสดงความยินดีกับ
✨นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ
เนื่องในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ⚛️
27/05/2026
🔬✨ ชวนรู้จัก “ห้องปฏิบัติการทางรังสี” ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)
📌 Get to Know ห้องปฏิบัติการทางรังสีของ ปส.
เพราะ “ความปลอดภัยทางรังสี” คือเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด 💙
#สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ #ห้องปฏิบัติการทางรังสี #ความปลอดภัยทางรังสี
24/05/2026
📍อยู่ต่างจังหวัด หากต้องการคำแนะนำด้านนิวเคลียร์และรังสี ติดต่อ ปส. ได้ที่ไหน?
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มี “ศูนย์ปรมาณูเพื่อสันติประจำภูมิภาค” กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์และรังสีใกล้ชิดประชาชน ⚛️
หน้าที่หลักของศูนย์ฯ ได้แก่
✅ ตรวจสอบสถานที่ใช้รังสีให้ปลอดภัย
✅ เฝ้าระวังและตรวจวัดรังสีในสิ่งแวดล้อม
✅ ให้คำปรึกษาและความรู้เบื้องต้นแก่ประชาชน
✅ เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
"ปรมาณูเพื่อสันติ กำกับการใช้ สร้างความมั่นใจ ปลอดภัยอย่างยั่งยืน"
23/05/2026
🇹🇭☢️ประเทศไทยโดย สนง.ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. โชว์ความพร้อมด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ บนเวทีความร่วมมือ RCA ครั้งที่ 48 ณ อินเดีย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการแพทย์ สิ่งแวดล้อม และบุคลากรสู่มาตรฐานโลก
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยนางสาวอัมพิกา อภิชัยบุคคล รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ในฐานะผู้แทนของประเทศไทย (National RCA Representative: NR) พร้อมด้วย ดร.ยุทธนา ตุ้มน้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานปรมาณู ในฐานะผู้ประสานงานของประเทศไทย (National RCA Focal Person) และนางสาวแทนชนก พูนชัย นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ในฐานะผู้ช่วยประสานงานของประเทศไทย (National Liaison Assistant: NLA) เข้าร่วมการประชุม The 48th Regional Meeting of the National RCA Representatives (48th NRM) ระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย
การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีความร่วมมือประจำปีภายใต้กรอบความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Cooperative Agreement for Research, Development and Training Related to Nuclear Science and Technology for Asia and the Pacific: RCA) ซึ่งมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมรวม 22 ประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของภูมิภาคให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาระดับนานาชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญทั้งในเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ โดยนางสาวอัมพิกา ได้ร่วมหารือ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ RCA ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการพัฒนาในหลากหลายสาขา อาทิ การแพทย์และสาธารณสุข การเกษตร สิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ การประชุมปีนี้ยังมุ่งเน้นการวางกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือของภูมิภาคในอนาคต ทั้งการพิจารณาโครงการความร่วมมือเชิงวิชาการระดับภูมิภาค ประจำปี ค.ศ. 2028 – 2029 และการจัดทำกรอบโปรแกรมความร่วมมือเชิงวิชาการระดับภูมิภาค ระยะปี ค.ศ. 2030 – 2035 (Regional Programme Framework: RPF) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของภูมิภาคให้ตอบสนองต่อความท้าทายด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพในอนาคต
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ทางการแพทย์ ผ่านการนำเสนอความก้าวหน้าโครงการ RAS6114 “Enhancing Regional Capacity in Theranostics Pharmaceuticals and Quality of Clinical Nuclear Medicine Services” ซึ่งประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าโครงการ (Lead Country) ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปี ค.ศ. 2026 – 2029 โดยมี ดร.พุทธิพรณ์ เจริญพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการ สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์สู่ระดับสากล
การเข้าร่วมประชุมของประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับประชาคมภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในอนาคต
23/05/2026
🌍 ชวนทุกคนรู้จัก SMR (Small Modular Reactor) หรือ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก” เทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง ⚛️
ด้วยจุดเด่นด้านความปลอดภัยสูง ใช้พื้นที่น้อย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น SMR จึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของพลังงานสะอาดแห่งอนาคต 🌱⚡
22/05/2026
☢️ปรมาณูเพื่อสันติ เดินหน้าเปิดยุทธการฝึกเข้มรับมือภัยนิวเคลียร์–รังสี เสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่ภูมิภาค สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ รก.เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบหมายให้นายภานุพงศ์ พินกฤษ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบทางนิวเคลียร์และรังสี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมและฝึกซ้อมเกี่ยวกับการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี สำหรับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมเวลาดี อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อยกระดับความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านนิวเคลียร์และรังสีได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและสังคมโดยรวม
นายภานุพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งทางการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร การวิจัย และการศึกษา ซึ่งแม้จะอยู่ภายใต้มาตรฐานและมาตรการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่การเตรียมความพร้อมด้านการตอบสนองเหตุฉุกเฉินยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ปส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงจัดการฝึกอบรมและการฝึกซ้อมในครั้งนี้ขึ้น
การฝึกอบรมครั้งนี้ ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของรังสี การป้องกันอันตรายจากรังสี การปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี การใช้เครื่องมือวัดรังสีและอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณรังสี การเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและการประเมินสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ รวมถึงแนวทางการจัดทำแผนเผชิญเหตุด้านนิวเคลียร์และรังสีระดับจังหวัด ตลอดจนเสริมสร้างการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมการจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินและซักซ้อมขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการสั่งการ การประสานงาน และการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินในระดับพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉิน ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมกว่า 50 คน
ปส. ยังคงมุ่งมั่นกำกับดูแลความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีให้กับประชาชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง