อิ่มความคิด

อิ่มความคิด

แชร์

อิ่มท้อง ไม่นานก็หิวใหม่... แต่อิ่มความคิด อุ่นใจไปตลอด

๐๐- เพจเล็กๆให้ข้อคิดดีๆ ไม่มีรายได้ไม่ขายคอร์ส เพื่อสังคมที่ดีและมีความสุขครับ -๐๐

01/04/2026

“คำถามยอดฮิต เลือกเรียน/ทำงานสายไหนดี?”
จะเลือกเรียนหรือทำงานสายไหนดี
เป็นคำถามยอดฮิตมาทุกยุคทุกสมัย
วันนี้มีคำตอบมาฝากกันครับ

สิ่งที่ช่วยได้ในการเลือก คือการตั้งคำถาม 3 ข้อ คือ
1.เราชอบงานนั้นไหม: เรามี Passion หลงไหลในงานนั้นหรือเปล่า
2.เราทำมันได้ดีไหม: ทำแล้วมีคนชมว่าเก่งว่าเยี่ยมหรือเปล่า
3.งานนั้นทำเงินได้ดีไหม: เป็นงานที่ตลาดต้องการหรือเปล่า

การจะเลือกทำสักอาชีพนึงควรมีอย่างน้อย 2 ข้อ
ถ้าโชคดีมีครบ 3 ข้อก็เพอร์เฟคเลย
แต่ถ้ามีเพียงข้อเดียว ไม่พอ แนะว่าไม่ควรทำ
ขอยก ต.ย.นะครับ

สมมติมีข้อ 1 กับ 2 เช่น ชอบวาดรูปและทำได้ดีใครๆก็ชมว่าเก่ง
แม้ขาดข้อ 3 คือรายได้ไม่ค่อยดี
แต่ก็จะมีแรงให้ทำไปยาวๆได้เพราะมีความสุขและได้รับคำชม

สมมติมีข้อ 1 กับ 3 เช่น ชอบเขียนโปรแกรมและเป็นอาชีพที่รายได้ดี
แม้ขาดข้อ 2 คือยังฝีมือไม่ค่อยดีสู้คนอื่นไม่ได้
แต่ก็จะมีแรงให้ทำไปยาวๆได้เพราะมีความสุขและรายได้โอเค

สมมติมีข้อ 2 กับ 3 เช่น เป็นคนพูดเก่งและงานนักพูดมีรายได้ดี
แม้ขาดข้อ 1 คือไม่ชอบพูดต่อหน้าคนเยอะๆ
แต่ก็จะมีแรงให้ทำไปยาวๆได้เพราะได้รับคำชมและรายได้โอเค

สังเกตว่า การมีเพียง 2 ข้อ แม้ไม่สมบูรณ์
แต่ก็เพียงพอที่จะประคองให้ทำอาชีพนั้นเลี้ยงตัวเองไปได้ตลอดชีวิต

หลายคนจบวิศวะ แท้จริงเขาก็มีแค่ข้อ 2 กับ 3
คือเผอิญหัวดีเรียนได้และรายได้มันโอเค
แต่ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้น จริงๆอาจอยากเป็นครูก็ได้
แต่สุดท้ายแค่ 2 ข้อก็เพียงพอที่เขาจะทำได้ยาว

จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่โชคดีได้ทำงานที่ครบทั้ง 3 ข้อ
แต่ที่แน่ๆ ไม่เห็นด้วยที่คนพูดว่า 'รักในสิ่งใดก็ทำไป'
เพราะมีข้อ 1 ข้อเดียว จะแฮปปี้แค่แรกๆแต่ยาวไปไม่รอดครับ

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “หยุดบ่น‘บริษัทไม่เลี้ยงคน’ เขาเลี้ยงคนที่ดี ไม่ได้เลี้่ยงทุกคน” --> https://www.facebook.com/share/p/Ge7dCfyxBSnyc5dG/
ไม่มีงานใดที่ดีที่สุดที่เหมาะสำหรับทุกคนหรอกครับ

05/03/2026

“ที่เห็นว่าเขาสุขน่ะแยกออกไหม เขามี‘ความสุข’หรือ‘สันติสุข’?”
คำว่า‘ความสุข’กับ‘สันติสุข’นี่เหมือนกันไหมนะ?
มีคำว่า‘สุข’เหมือนกัน อย่าเพิ่งไปเหมาว่าคำเดียวกัน
วันนี้จะมาเล่าความต่างให้ฟัง

จุดแรก ความสุขเกิดจากภายนอก รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
ได้ดูหนังฟังเพลงกินของที่ชอบ ก็มีความสุข
แต่สันติสุข(หรือสงบสุข) เกิดจากภายใน
เมื่อใจสงบ/เย็น/ปลอดโปร่ง ก็มีสันติสุข

อีกจุด ความสุขเกิดจากการรับ ได้สิ่งที่อยากได้ก็มีความสุข
แต่เคยไหม ขับรถอยู่ มีรถหวอพยาบาลมาข้างหลัง
เรารีบหลีกทางให้ เบี่ยงรถชิดฟุตบาทเลย จนรถหวอผ่านไป
เกิดความรู้สึกดีวูบวาบขึ้นในใจ นั่นล่ะสันติสุข!
สันติสุขเกิดจากการให้ ไม่ได้อะไร เสียเวลาด้วยซ้ำ กลับสุข

ดังนั้น เมื่อเราเห็นใครเขาสุข
ต้องแยกให้ออกก่อน ว่าเขามี‘ความสุข’หรือ‘สันติสุข’
เราคิดไปเองว่าเพราะเขามีเงินมีนู่นนี่นั่นเขาถึงมีความสุข
แต่เชื่อเถอะ ถึงเขามีสิ่งต่างๆน้อยกว่านั้น เขาก็สุขอยู่ดี
เพราะแท้จริงแล้ว เขามีสันติสุข ไม่ใช่ความสุข

กลับกัน เราเองที่หวังว่าถ้ามีนู่นนี่นั่นมากกว่านี้จะสุข
แต่เชื่อเถอะ ต่อให้มีจริงก็ไม่สุขอยู่ดี เพราะที่เราขาดคือสันติสุข
ขาดอย่างไปเติมอีกอย่าง เกาไม่ถูกที่คันมันจะหายได้ยังไง
บางคนมีทุกอย่างพร้อมสรรพกลับเป็นซึมเศร้า ไม่เห็นสุขเลย

ในทางพุทธ ขั้นสุดท้ายก่อนถึงนิพพานคือ‘สันติ’
คำนี้สำคัญจริงๆ เจอก่อนหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
ในทางคริสต์ ไบเบิ้ล ฟิลิปปี 4:7
"แล้วสันติสุขซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลาย"

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “โอมจงเงย! สิ่งสำคัญในชีวิต อยู่นอกจอทั้งนั้นเลย” --> https://www.facebook.com/share/p/hpxeDGbKZHX6mTiu/
ตั้งเป้าให้ชัด จะแสวงหา‘สุข’ไหน เพราะมันไปคนละทาง!

26/02/2026

“ดู Facebook ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นยังไง รู้แต่เขาอยากให้คนอื่นมองเขาเป็นยังไง!”
ยุคนี้เล่น Facebook กันทุกคน ก็ได้เห็นชีวิตคนอื่น
คนนั้นซื้อของใหม่ คนนี้ไปเที่ยว คนนู้นมีความรัก
เห็นแล้วก็หมั่นไส้บ้าง/อิจฉาบ้างไปตามประสา

เอ... ลองวิเคราะห์กันดูหน่อย
ที่เราเห็นใน Facebook นั้นจริงกี่ % น้ออออ
ตัวเราเองจะโพสท์สักรูป ยังแต่งแล้วแต่งอีก
ที่โพสท์ไปตรงตัวจริงกี่ % ก็ไม่รู้ คนอื่นก็คงเหมือนกัน

มันไม่ได้เรียบง่ายแบบว่าฉันเป็นยังไงก็โพสท์ไปอย่างนั้น
แต่ลึกๆในใจคือ ฉันอยากให้คนอื่นมองเห็นฉันเป็นยังไง
ก็ปรุงเสริมเติมแต่งทุกอย่างให้ดูเป็นอย่างนั้น
เป็นกระบวนการลวงโลกที่ทำกันอย่างแพร่หลาย 555

อยากดูรวย ก็หาของ+วิวหรูหราไฮโซมาถ่าย
อยากดูเป็นคนดี ก็หารูปทำบุญสุนทานมาลง
อยากดูฉลาด ก็โพสท์ข้อความเท่ห์ๆคมๆ

ใครจะไปโชว์ปัญหา/หนี้สิน/ความล้มเหลวกันล่ะเนาะ
เมื่อรู้อย่างนี้ เห็น FB เขาแล้วจะไปหมั่นไส้/อิจฉาทำไม
เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นจริงๆ เราดันไปอิจฉาบ้าเหรือเปล่า

ผลวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดบอกว่า
Social มีผลทำให้คนเป็นโรคเครียด/ซึมเศร้าได้
อืม ก็พอเข้าใจนะ เห็นใครๆชีวิตดี๊ดีย์ แล้วฉันล่ะ
ดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน จิตตกลงๆ เอาจนซึม เอาจนเศร้า

วันนี้ได้รู้ความจริงแล้ว เอาใหม่ อย่าไปใส่ใจครับ
เขาของแท้หรือของปลอม ดูกันที่ชีวิตจริงครับ อย่าดูใน Social
โบราณว่าไว้ ‘คนจนอวดโก้ คนโง่อวดฉลาด’
สังเกตดู คนมีจริงเขาไม่อวดไม่โชว์เยอะหรอกครับ

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “เราใช้เงินที่เราไม่มี ซื้อของที่ไม่อยากได้ เพื่ออวดคนที่เราไม่ชอบ!” --> https://www.facebook.com/share/p/1Mx68c6iNT/
รู้ไหมคนปรุงแต่งใน Facebook กลัวอะไรที่สุด?
เขากลัวคนอื่นรู้ว่า ชีวิตจริงเขาไม่เหมือนภาพที่สร้างไว้เลย

22/12/2025

“อยากเก่ง อย่าทำแค่ตอนที่อยากทำ แต่ต้องทำแม้ตอนไม่อยากทำด้วย!”
มนุษย์เราย่อมอยากเก่งอะไรสักอย่างนะครับ
ดนตรี กีฬา ภาษา ศิลปะ ฯลฯ
แต่มองดูตัวเอง ไหงเราไม่เก่งซักอย่าง
ได้แต่สงสัย หรือเราไม่มีพรสวรรค์หนอ?

ไม่ใช่หรอกครับ ยืนยันพรสวรรค์ไม่เกี่ยว
วันนี้มีเคล็ดลับมาฝาก การันตีเก่งแน่นอน
เริ่มจากลองมองไปที่คนเก่ง/ไอดอลเราสักคน

อยากเตะบอลเก่ง สมมติมองไปที่โรนัลโด้
แน่นอน มีช่วงที่เขาอยากเตะบอล เขาเตะทั้งวันแน่
แต่คำถามคือ ช่วงที่เขาเบื่อ คิดว่าเขาเตะบอลไหม?
คำตอบคือเตะครับ ซ้อมอย่างขมักเขม้นเหมือนเดิม

อยากเล่นกีต้าร์เก่ง สมมติมองไปที่พี่เสกโลโซ
แน่นอน มีช่วงที่เขาอยากเล่นกีต้าร์ เขาเล่นทั้งวันแน่
ถามเช่นกัน ช่วงที่เขาเซ็ง คิดว่าเขาเล่นกีต้าร์ไหม?
คำตอบคือเล่นครับ ซ้อมหนักหน่วงเหมือนเดิม

มองไปได้กับทุกคน ทุกวงการ ทุกทักษะ
คนเก่งภาษาอังกฤษ ช่วงที่ท้อก็ยังคงท่องศัพท์
คนหุ่นดี ช่วงที่ชีวิตวุ่นวายก็ยังคงออกกำลัง
คนฉลาดรอบรู้ ช่วงที่เหนื่อยก็ยังอ่านหนังสือ

พวกเทพๆเหล่านั้น เขาไม่ได้ทำเฉพาะตอนอยากทำ
แม้ตอนไม่อยากทำเขาก็ทำ จุดนี้ที่ต่างจากคนอื่น
และไอ้ที่ทำให้เขาสำเร็จ ก็คือตอนที่ไม่อยากแล้วยังทำนี่แหละ!

ใครก็เป็น ช่วงอิน อยากทำเหลือเกิน
ใครก็มี ช่วงเบื่อ ไม่อยากทำแล้ว
แต่ Value ที่สร้างความแตกต่างคือ ไม่อยากทำก็ยังทำ
จะสำเร็จจึงต้องฝืนใจ ไม่ใช่ตามใจตัวเองไปวันๆครับ

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “รู้ไหม คนที่ประสบความสำเร็จ เขามีความสุขน้อยกว่าที่เราคิดนะ” --> https://www.facebook.com/share/p/1BZ2bvgN8e/
สุดท้ายไม่แคล้วจบที่คำว่าวินัย/สม่ำเสมอ
อยากทำแล้วทำอ่ะใครก็เป็น ไม่อยากแล้วยังทำสิของแทร่!

27/11/2025

“พอชีวิตแย่โทษนั่นโทษนี่ พอชีวิตดีบอกเป็นเพราะฉันเอง!?”
เคยได้ฟังบทสัมภาษณ์พี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์
มีช่วงนึงวงไมโครดังมาก แต่ในวงดันทะเลาะกัน
พี่เต๋อผู้ปลุกปั้นไมโครขึ้นมา จึงเรียกทั้งวงเข้ามาด่า
“พวกมึงนี่แปลก ร่วมทุกข์ได้ แต่ร่วมสุขกันไม่ได้”

ด้วยวงไมโครเมื่อก่อนเล่นตามผับ รายได้นิดเดียว
ต้มมาม่าหม้อนึงแบ่งกันกินทั้งวง กินนอนด้วยกัน
จนแกรมมี่ไปเจอ ดึงมาออกอัลบั้มแล้วดังระเบิด
กลับเริ่มมีปัญหากัน ใครเด่นกว่า ใครดังกว่า

อืม นึกย้อนไป วงดังๆมีเคสแบบนี้เยอะเลย
คาราบาว, Big Ass, หินเหล็กไฟ, ฟลาย, อินคา
ตอนวงยังไม่ดัง รักกันสุดๆ เราจะไม่ทิ้งกัน
แต่พอได้ออกเทป มีทุกอย่างดังฝัน ดันมีปัญหาจนวงแตก

มนุษย์นี่ก็แปลกดีนะครับ ย้อนแย้งในตัวเอง
พอได้ดีบอกเพราะฉันเก่ง พอย่ำแย่ชี้นิ้วโทษนั่นโทษนี่
ทำงานแล้วรุ่ง บอกฉันเทพ ฉันดี ฉันวิเศษ
ทำงานแล้วแป้ก โทษหัวหน้า โทษลูกค้า โทษบริษัท

เห็นแต่ละคนที่มีกิ๊ก ก็มีตอนชีวิตดี๊ดีทั้งนั้น
งานดีเงินดี ผยองลำพองตัว ทิ้งครอบครัวไปมีคนอื่น
แต่พอชีวิตแย่ตกอับ เห็นกลับมาตายรังทุกที
พอกระจ่างชัดว่าไม่มีใครเอา ถึงย้อนมารักลูกรักเมีย

ความผยองหรืออัตตา เป็นยอดแห่งบาปทั้งปวงนะครับ
มนุษย์นี่สำเร็จไม่ได้ มีอันต้องเย่อหยิ่งจองหองทุกที
ลูกดียังบอกนิสัยเหมือนฉัน ลูกไม่ดีบอกนิสัยเหมือนเธอ 555

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “อย่าให้สิ่งนึงสำคัญจนสิ่งอื่นไม่สำคัญ ทุกสิ่งสำคัญเท่าที่มันสำคัญ!” --> https://www.facebook.com/share/p/HmoCs7jP2QUxAgi7/
แท้จริงแล้ว ทุกความสำเร็จมีองค์ประกอบอื่นอีกเยอะ
คงดีที่สุด ถ้าตอนสำเร็จให้นึกขอบคุณคนอื่น
ตอนล้มเหลวก็หาจุดโทษตัวเองเพื่อปรับปรุงครับ

30/10/2025

“ตอนเกิดนอนในเปล ตอนตายนอนในโลง คิดไปก็คล้ายกันนะ!?”
เคยได้ยินไหมครับ คำถามอะไรเอ่ย
‘อะไรเอ่ย ตอนเกิดมี 4 ขา ตอนโตมี 2 ขา ตอนแก่มี 3 ขา?’
คิดตั้งนานคิดไม่ออก เฉลยคำตอบคือ‘คน’นั่นเอง
ทารกคลาน 4 ขา โตมาเดิน 2 ขา พอแก่ใช้ไม้เท้าเป็น 3 ขา

ใครๆบอกว่าคนแก่จะกลับไปเหมือนเด็ก
เออ ก็จริงนะ พอแก่มากๆถึงจุดนึงเดินไม่ได้
นอนทั้งวัน ขยับตัวได้นิดหน่อย กลับไปเหมือนทารกเลย
เกิดมาตัวนิดเดียว โตขึ้นอ้วนท้วน พอแก่ก็กลับไปตัวนิดเดียว

นิสัยคนแก่ก็เริ่มกลับไปคล้ายเด็ก งอแงเอาแต่ใจ
คนดูแลปวดหัวมักบ่นเหมือนๆกัน หยั่งกะดูแลเด็ก
ตอนเกิดนอนในเปล มีคอกล้อม 4 ด้าน
ตอนตายนอนในโลง มีฝาล้อม 4 ด้านเหมือนกัน

สูงสุดสู่สามัญนะครับ ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง
ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งฝากลายเซ็นไว้ในสิ่งถูกสร้างต่างๆ
ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าทุกสรรพสิ่งมีรูปแบบ/มี Pattern
แม้ไม่เกี่ยวไม่ใกล้กัน แต่มีกลับรูปแบบเหมือนกัน

สิ่งที่เล็กที่สุดที่มนุษย์ค้นพบคืออะตอม
กับสิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ค้นพบคือจักรวาล
กลับมีรูปแบบเหมือนกัน คือมีอันใหญ่อันนึงอยู่ตรงกลาง
แล้วอันเล็กๆที่เหลือวิ่งวนอยู่รอบๆ

ทุกสิ่งในธรรมชาติ ดูจะสอนอะไรเราอยู่นะครับ
พระพุทธเจ้ายังต้องทิ้งวังไปอยู่ในป่า ถึงได้คำตอบของชีวิต
ชวนให้เราตั้งคำถามกัน เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
หากเราเจอคำตอบนั้น คงบรรลุวัตถุประสงค์ คุ้มที่เกิดมา

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “ถ้าพร้อมจะเชื่อ จริงแค่ 10% ก็เชื่อ ถ้าจะไม่เชื่อ ให้จริง 90% ก็ไม่เชื่อ!” --> https://www.facebook.com/share/p/5EE4cq3ddakfFBAA/
คนป่วยจึงต้องการหมอ คนมีคำถามจึงต้องการคำตอบ
หากใช้ชีวิตหนุกหนานไปวันๆคงน่าเสียดายแย่ครับ

23/10/2025

“เราใช้เงินที่เราไม่มี ซื้อของที่ไม่อยากได้ เพื่ออวดคนที่เราไม่ชอบ!”
ณ รพ.ศรีธัญญา คนไข้คนนึงยืนอยู่ตรงพุ่มไม้
เขายิ้มไปหัวเราะไปเด็ดใบไม้ใส่กระเป๋าใหญ่เลย
คนสงสัยจึงไปถามหมอว่าทำไมเขาเป็นอย่างนั้น

หมอตอบ ประวัติคือเขาอยากรวยมาก
อยากมีเงินเยอะๆมาตลอดชีวิต แต่ก็ไม่มีสักที
บ่มเพาะนานเข้าจนเป็นบ้า จบด้วยการมาอยู่ที่นี่
เขาเห็นว่าใบไม้เป็นเงินจึงเก็บใหญ่ เวรกรรม

บางครั้งคนเราในยุคปัจจุบันก็คล้ายแบบนั้นนะครับ
โซเชียลทำให้เห็นตลอดว่าคนอื่นใช้ชีวิตยังไง
เกิดการเปรียบเทียบแบบไม่มีลิมิต เห็นกันหมด

ใครซื้ออะไร บ้านเป็นไง กินอะไร เที่ยวที่ไหน
คนนั้นเราก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าด้วยซ้ำ ส่องไปด่าไป
อันไหนเรามีน้อยกว่าก็รู้สึกด้อย อยากมีเหมือนเขา
อยากได้จริงไหมก็ไม่รู้ รู้แต่ไม่มีไม่ได้ เขามีฉันต้องมี

เงินไม่มีก็ไปเอาเงินในอนาคตมาใช้
กู้บ้าง, บัตรเครดิตบ้าง, รับงานเพิ่ม, ทุจริตผิดศีลธรรมก็เอา
เพื่อได้เงินไปซื้อของนั้นที่เราก็ไม่ได้อยากได้

ได้มา ก็โพสท์อวดคนเหล่านั้นที่เราไม่ได้ชอบ
ก็โพสท์เขาอันก่อนนั้นไงที่ทำให้เราเจ็บ/รู้สึกด้อย
โพสท์เราอันนี้เผื่อจะทำให้เขาเจ็บ/รู้สึกด้อยบ้าง วู้ววว
นี่มันวงจรอุบาทว์อะไรกันครับเนี่ย!

แทัจริงแล้ว เราคือเรา เขาคือเขา ไม่เกี่ยวกันเลย
ทำไมความสุขของเราต้องไปขึ้นกับเขาด้วย
ทำไมเขามีอะไร ถึงทำเราทุกข์ได้
ทำไมต้องมีเหมือนเขา เราถึงจะสุขได้

ความสุขของมนุษย์ไม่น่ายากขนาดนั้นนะ
ไม่นับที่โพสท์กันนั้นไม่จริง/ปรุงแต่งอีกเท่าไหร่
อย่างน้อยที่สุด ถ้าส่องแล้วทุกข์ก็หยุดส่องสิ
สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “มัวสร้างภาพให้ตัวเองดูดีกว่าที่เป็น คุณกำลังทำร้ายตัวเองในอนาคต!” --> https://www.facebook.com/share/p/rDLrBntf5rrRVMF8/
ไม่เปลี่ยนวันนี้ ปลายทางไม่บ้าก็ซึมเศร้าล่ะครับ

26/09/2025

“ความไม่ยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ยอมรับซะ! แล้วเดินต่อไป”
บริษัทแห่งหนึ่งมี Sales เยอะ แบ่งกันวิ่งคนละจังหวัด
ถามว่าให้ค่ารถ Sales วิธีไหนดี ถึงจะยุติธรรมครับ?
1.ให้ทุกคนเท่ากัน
2.ให้แต่ละคนไม่เท่ากัน ตามความใกล้ไกลของจังหวัดที่วิ่ง

เลือกแบบ 1. อืม ยุติธรรมนะ ทุกคนได้เท่ากัน
แต่คนวิ่งไกลโวย ขับโคตรไกลไหงได้เท่ากัน ไม่แฟร์
เลือกแบบ 2. เออ ยุติธรรมนะ ใกล้ได้น้อย ไกลได้เยอะ
แต่คนวิ่งใกล้โวย เป้าก็เท่ากันไหงค่ารถไม่เท่ากัน ไม่แฟร์

อืม ดูจะมีเหตุผลที่รู้สึกว่าแฟร์/ไม่แฟร์ได้เสมอเนาะ
แม้บริษัทมีใจยุติธรรมเต็มร้อย ก็ต้องปวดหัว
เพราะไม่ว่าเลือกทางไหน ยังไงก็มีคนโวยว่าไม่ยุติธรรมอยู่ดี

เราโทรไปธนาคาร ก่อนวางสายก็กดให้คะแนน
พนักงานบริการดีมาก เราตั้งใจให้เต็ม 4 เลย
แต่ไม่รู้อีท่าไหน มือเผลอไปกดโดน 1 อ้าว เวร
ไม่มีกดถอย ให้คะแนนใหม่ก็ไม่ได้ จบกัน

พอสิ้นปีพนักงานคนนั้นโดนประเมินผลงาน
ก็ได้น้อยกว่าที่ควรเป็นจากที่เรากดผิดไป
เชื่อไหม ระบบเขารู้ครับว่าอาจมีลูกค้ากดผิดบ้าง
แต่เขาถือว่าทุกคนก็มีโอกาสโดนเหมือนกัน แฟร์แล้ว
มีโอกาสเจอความไม่ยุติธรรมเท่าๆกัน ก็ถือว่ายุติธรรมไปอีกแบบ 555

ฟุตบอล ยิงชนเสาชนคาน บอลไม่เป็นใจ เหมือนโชคร้าย
แต่ทุกทีมมีโอกาสเจอเหมือนกัน แฟร์แล้วครับ
ทีมมืออาชีพจึงยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของเกม สู้ต่อไป
มีแต่ทีมเหลาะแหละที่มัวโทษโชคโทษดวง
ก็แปลก ถ้าดวงจริง ทำไมสุดท้ายทีมได้แชมป์ถึงหน้าเดิมๆ

เข้าใจแบบนี้แล้ว มาเปลี่ยนมุมมองต่อโลกกันใหม่
ความไม่ยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ
ยอมรับและสู้ไป อย่ามัวหวังให้โลกยุติธรรมเต็มร้อย
สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “อะไรที่เลือกไม่ได้ ไม่ต้องคิด คิดเฉพาะที่เราเลือกได้!” --> https://www.facebook.com/share/p/4e6czZqR9WGrZLi9/
มัวแต่โทษดวง คนอื่นเขาไปถึงไหนแล้วครับ

09/09/2025

“มีหรือไม่มีคนเห็น มีผลต่อสิ่งที่เราจะทำไหมนะ?”
สมมติเรากำลังจะทำบุญในวัดแห่งหนึ่ง
หากตรงนั้นมีคนอยู่เยอะหรือไม่มีคนอยู่เลย
มีผลต่อจำนวนเงินที่เราจะทำบุญไหมเอ่ย?
จะเปลี่ยนจากแบงก์ 100 เป็นแบงก์ 20 หรือเปล่า?

หรือกำลังจะกินข้าวสักร้านนึง
สมมติถ้าเราจะไม่ถ่ายหรือโพสท์รูปอะไรเลย
จะมีผลต่อการเลือกร้านหรือเมนูที่กินไหม?
จะเปลี่ยนจากร้านหรูดูดีเป็นร้านข้างทางหรือเปล่า ?

แฟนเห็นหรือไม่เห็น มีผลที่เราจะนอกใจไหม?
ครูเห็นหรือไม่เห็น มีผลที่เราจะเก็บขยะที่พื้นไหม?
หัวหน้าเห็นหรือไม่เห็น มีผลที่เราจะอู้งานไหม?
คนเห็นหรือไม่เห็น มีผลที่เราจะกตัญญูต่อพ่อแม่ไหม?

น่าคิดนะครับ คำตอบคงแบ่งคนได้เป็น 2 แบบ
แบบ 1 มีหรือไม่มีคนเห็น ก็จะทำเหมือนเดิมไม่ต่างกัน
แบบ 2 ถ้ามีคนเห็นจะทำแบบนึง ถ้าไม่มีคนเห็นทำอีกแบบนึง
โอ้ วิถีชีวิตของคน 2 แบบนี้คงต่างกันเยอะเลย

คนแบบ 1 เป็นตัวของตัวเอง หนักแน่นมั่นคงในสิ่งที่ทำ
ไม่สร้างภาพ ไม่คาดหวัง ไม่แคร์ความเห็นคนอื่น
คนแบบ 2 ตามกระแสสังคม สุขทุกข์ขึ้นกับปากชาวบ้าน
พยายามทำทุกอย่างเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี แม้ไม่เป็นตัวเองเลย

จะทำดี ทำไมถ้าไม่มีคนเห็นถึงเปลี่ยนใจ?
จะทำชั่ว ทำไมถ้ามีคนเห็นถึงยับยั้งชั่งใจ?
สิ่งที่ถูก ทำไปถึงไม่มีคนเห็นมันก็ยังคงถูก
สิ่งที่ผิด ทำไปถึงไม่มีคนเห็นมันก็ยังคงผิด

รู้ทั้งรู้ ถึงไม่มีคนเห็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เห็น
เรากลัวมนุษย์มากกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ไงน้อ
มนุษย์ทำได้แค่ชม/นินทา/ต่อว่าเท่านั้น
แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์พาชีวิตเรารุ่งหรือร่วงได้เลย

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “รู้ทั้งรู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ เพราะไม่มีคนเห็น!?” --> https://www.facebook.com/share/p/WWxsBkTWq3Kwk1HT/
ถูกผิดดีชั่วรู้อยู่แก่ใจ ไม่ต้องสนว่ามีคนเห็นไหมหรอกครับ

08/04/2025

“เลี้ยงลูกแบบไหนดี? เน้นหัวใจ คิดถึงคนอื่น หรือเน้นสมอง เรียนเก่ง”
พ่อแม่สมัยนี้เลี้ยงลูกไม่ง่ายนะครับ
นี่ก็สำคัญ นั่นก็จำเป็น หัวหมุนกันไปหมด

ทุกวันนี้เห็นเด็กๆเรียนพิเศษกันเยอะ
จ.-ศ. เรียนทั้งวัน หลังเลิกเรียนก็เรียนพิเศษต่อ
วันหยุด ส.อา.เรียนพิเศษอีก ปิดเทอมยังเรียนพิเศษเลย
ชื่อบอกวันหยุด/ปิดเทอม ไม่เห็น‘หยุด’หรือ‘ปิด’สักที!?

เข้าใจนะครับ ที่เรียนพิเศษกันมากมาย
เพราะเนื้อหาวิชาการมันเยอะและยากขึ้น
ถ้าไม่เรียนพิเศษก็เกรดไม่ดี สอบเข้ารร.แข็งๆไม่ได้

แต่ที่น่าสนใจคือ ตัวชี้วัดสมองของเด็กมีเยอะเลย
คะแนน, เกรด, เหรียญ, เกียรติบัตร, โล่ห์, รางวัล ฯลฯ
แต่ตัวชี้วัดหัวใจของเด็กกลับแทบไม่มีเลย
น้ำใจ, เมตตา, ซื่อสัตย์, กตัญญู, ถ่อมตัว, ประหยัด ฯลฯ
ไม่โทษใครที่ไม่มีตัวชี้วัด เพราะไม่รู้จะวัดยังไงจริงๆ
เป็นปัญหาที่ทั่วโลกเจอเหมือนกัน

อยากรู้ว่าเด็กสมองดีไหม ก็ทำข้อสอบขึ้นมาวัด
แฟร์หยั่งนี้ยังมีสูตรโกง/ทางลัด ไม่เข้าใจแต่ได้คะแนนดี
แล้วอยากรู้ว่าเด็กหัวใจดีไหม จะวัดยังไงดีล่ะ
เก็บขยะได้ 1 แต้ม, ปิดไฟหลังใช้ได้ 3 แต้ม?
โห โกงง่ายเข้าไปใหญ่ ปั๊มคะแนนกันสนุกเลย

เรื่องสมองวัดง่าย เรื่องหัวใจวัดยากจริงๆครับ
รู้อย่างนี้แล้ว พ่อแม่ต้องถอยมาถามตัวเองหน่อย
เราเลี้ยงลูก ได้เน้นครบทั้งสมองและหัวใจไหม
หรือเราหลงไปตามกระแส เน้นสมองอย่างเดียว

เรียนดีแต่จิตใจห่วย โตไปจะเป็นไงนะ?
เรียนห่วยแต่จิตใจดี โตไปจะเป็นไงนะ?
มันก็สำคัญทั้งคู่เนาะ ต้องหาสมดุลดูครับ
สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “ความสบายเป็น‘ยาพิษ’สำหรับเด็ก ทำไมชอบเลี้ยงลูกให้สบายกันจัง?” --> https://www.facebook.com/share/p/2BQU83qviQV9UcG4/
ลูกเรียนเก่งเราชมใหญ่ ลูกจิตใจดีเราได้ชมไหม?
สัปดาห์นึงของลูก เราเน้นสมองกี่ชม. เน้นหัวใจกี่ชม.?

06/04/2025

“ตัวเองอย่างห่วย ดันคาดหวังจากคนอื่นซะสูง!”
สังคมปัจจุบันดูจะมีความเห็นกันเยอะจัง
รู้ไม่รู้ ก็อวดรู้มีความเห็นกันไว้ก่อน
Positive ไม่ค่อยมี Negative ทั้งนั้นเลย

ข่าวฟุตบอลไทย เห็นคุณ A มาคอมเม้นท์
‘บอลไทยเมื่อไหร่จะก้าวข้ามผ่านอาเซียนซะที’
แต่ตัว A เองยังก้าวผ่านข้ามการเมาเหล้าไปวันๆไม่ได้เลย

คุณ B เลี้ยงลูก ตั้งเป้าหมายให้ลูกชัดเจน
‘ลูกต้องเรียนเก่งๆ ได้เกรดสูงๆ ท้อปห้อง’
แต่ตัว B เองตอนเรียนเกรดอย่างห่วย บอกเพื่อนว่า
‘มาเรียนเอาความรู้เว้ย ไม่ได้เรียนเอาเกรด’

คุณ C มักมาบ่นเรื่องลูกน้องที่ออฟฟิศให้ฟัง
‘ลูกน้องไม่ได้เรื่องเลย ไม่พัฒนาตัวเอง สอนก็ไม่จำ’
แต่ตัว C เองวันๆก็ไม่เห็นพัฒนาตัวเองตอนไหน เล่นแต่มือถือ

คุณ D มีความเห็นระดับประเทศ
‘กฎหมายไทยต้องแก้ให้เข้มงวด ดูญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างสิ’
แต่แค่ที่มี D ยังฝ่าฝืนอยู่ทุกวัน แล้วเข้มขึ้นเขาจะไหวเรอะ

คิดแล้วก็ขำ มนุษย์เรานี่แปลกดี
ที่คนอื่นต้องทำนี่คาดหวังซะสูงปรี๊ด
แต่ที่ตัวเองต้องทำดันเป้าต่ำสบายๆ
อย่างนี้ 2 มาตรฐานนี่นา

ใครๆก็รู้ พูดมันง่ายกว่าทำเยอะ
คาดหวังตั้งเป้าคนอื่นจึงแสนง่าย
แต่โดนคนอื่นคาดหวังมา ไม่เคยง่ายสักที

ดังนั้น จะคาดหวังอะไรใคร ให้สมดุลกับตัวเราหน่อย
อยากให้ชีวิตคู่ดี เราก็เป็นแฟนที่ดีก่อนไหม
อยากให้สังคมดี เราก็เป็นพลเมืองที่ดีก่อนไหม
ทุกอย่างจะดี แค่เริ่มจากทุกคนทำหน้าที่ตัวเองให้ดี

สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “ถ้ามีกฎว่า‘ทำไม่ได้ห้ามพูด’ สังคมคงน่าอยู่ขึ้นเยอะ ว่าไหม?” --> https://www.facebook.com/share/p/kEXdfCxn1VifyFqm/
ปากสอนลูกว่าบุหรี่ไม่ดี แต่มือยังคีบบุหรี่อยู่เลย ใครจะฟัง
ปากดี/ดีแต่ปาก ไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้เลยครับ

04/04/2025

“รู้ไหม คนที่ประสบความสำเร็จ เขามีความสุขน้อยกว่าที่เราคิดนะ”
เปิดมือถือขึ้นมา เห็นข่าวมากมาย
นักฟุตบอลคนนั้นโคตรเก่ง เพิ่งต่อสัญญา
ศิลปินวงนี้อย่างดัง รับงานครั้งละเป็นแสน
นักพูดคนนั้นอย่างพลิ้ว คนติดตามเป็นล้าน

พอดู ก็เกิดแรงบันดาลใจ
อยากเก่ง รายได้ดี มีคนนับถือ เหมือนเขา
เพราะเขาคงจะมีความสุขสุดๆ อยากเป็นบ้าง

คำถามคือ เขามีความสุขสุดๆแบบนั้นจริงหรือ?
เราเคยได้ยินเขาบอกไหม หรือเราคิดไปเอง
ถ้าเราได้ฟังบทสัมภาษณ์คนสำเร็จมากๆแต่ละคน
จะพบว่าแท้จริงแล้ว พวกเขามีความสุขน้อยกว่าที่เราคิดนะครับ

เพราะการจะสำเร็จขนาดนั้นได้ต้องแลกด้วยอะไรมากมาย
อะไรแสนสุขที่ใครๆก็ทำ เขาต้องยอมสละไม่ได้ทำ
อะไรแสนน่าเบื่อที่ใครๆไม่อยากทำ เขาต้องทำอยู่ซ้ำๆ
เขาใช้ชีวิตต่างจากคนอื่น ไม่งั้นไม่เก่งขนาดนั้นหรอกครับ

นักฟุตบอลคนอื่นเลิกซ้อมก็เข้าผับ แต่โรนัลโด้ยังซ้อมต่อ
ศิลปินอื่นเลิกโชว์ก็ไปกินเหล้า แต่พี่ตูนไปพักผ่อน/ออกกำลัง
บางคนเลิกงานก็ไปเที่ยว แต่บางคนไปเทรนนิ่งพัฒนาตัวเอง
คนที่สำเร็จมากๆ ต้องแลกความสุขไปเพื่อได้ความสำเร็จมา

โลกนี้ก็แปลกประหลาดแบบนี้แหละครับ
มันเหมือน Paradox ที่มีความย้อนแย้งในตัวเอง
ความสุขกับความสำเร็จมันเป็นศัตรูกัน หักล้างกัน

เราคิดว่าถ้าสำเร็จเหมือนเขาคงจะสุขสุดๆ
แต่กลไกของการได้ความสำเร็จที่หวังว่าจะสุขนั้น
กลับต้องแลกด้วยการสูญเสียความสุขไปมากมาย
ตกลงมันคุ้มกันไหมเนี่ย?!

คุ้มไม่คุ้มแต่ละคนคงตอบไม่เหมือนกัน ไปชั่งเอาเอง
แต่ที่แน่ๆ คนเหล่านั้นไม่ได้สุขมากเท่าที่เราคิดนะ
สอดคล้องที่เคยคุยไปหัวข้อ “ตลกจัง คำถามที่คุณถามมา ก็เป็นคำตอบในตัวเองอยู่แล้ว!?” --> https://www.facebook.com/share/164fp3A39k/
ได้ทั้งสุขทั้งสำเร็จเต็มแม็กซ์ทั้งคู่ไม่มีจริงครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok