ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

แชร์

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ห้ามโพสข้อความที่จะนำความเสียหาแก่ผู้อื่น หรือห้ามโพสข้อความที่ไม่เหมาะสมต่างๆ

Photos from ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค's post 05/06/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. บุกโกดังอาหารเสริมแมกนีเซียม สวมเลข อย. ปลอม ขายออนไลน์ ยึดของกลาง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท


พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อย. ทำการสืบสวนจนพบสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในเขตลาดกระบังพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อ VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC มีการนำเลขสารบบอาหาร (อย.) ของผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ ซึ่ง อย. ได้ออกข่าวเตือนผู้บริโภคแล้วโกดังดังกล่าวและตรวจยึดของกลาง ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC จำนวน 1,127 ชิ้น
2. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่มีเลขจดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทยและแสดงฉลากไม่ครบถ้วนถูกต้อง เช่น
ครีมนวดผม ยาสีฟัน แผ่นมาส์กหน้า ครีมทามือ จำนวน 13,438 ชิ้น
3. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ ยี่ห้อ VTEAY POMEGRANATE GLUTA จำนวน 329 ชิ้น


รวมตรวจยึดของกลาง รวมจำนวน 14,894 ชิ้น มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังสินค้าดังกล่าวผู้เช่าเป็นชาวจีน ทำการโฆษณาจำหน่ายสินค้าปลอมผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ โดยลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และนำมาจัดเก็บที่โกดังเก็บสินค้าดังกล่าว เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย เมื่อมีการสั่งซื้อจะทำการบรรจุลงกล่องส่งให้ลูกค้า มียอดขายประมาณวันละ 3,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี


อนึ่งจากการตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC เบื้องต้น พบฉลากระบุปริมาณแมกนีเซียม (Magnesium) 600 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามคำแนะนำให้บริโภค 1 วันคือ 350 มิลลิกรัม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นยา ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510


เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
- ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือ
ทั้งจำทั้งปรับ
2. พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
- ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562
- ฐานขาย “ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ไม่มีใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

04/06/2026

อย. ร่วมกับ สสจ.-สบส. ตรวจเข้มคลินิกทั่วประเทศ สกัดฟิลเลอร์-ยาเถื่อน- เครื่องสำอางนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ย้ำใช้ของเถื่อน-ปลอมโทษหนักถึงขั้น “สั่งปิดและติดคุก”
อย. ผนึกกำลัง สสจ. และ สบส. ลุยตรวจเข้มคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศ หลังพบการร้องเรียน
ใช้ยาและฟิลเลอร์เถื่อน ย้ำผู้ประกอบการต้องใช้ผลิตภัณฑ์ถูกกฎหมาย พร้อมแนะผู้บริโภคใช้หลัก "3 เช็ก" ตรวจสอบคลินิก แพทย์ และผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการเพื่อความปลอดภัย

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้มตรวจคลินิกทั่วประเทศ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนบ่อยครั้งเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ทั้งยา เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ โดยพบว่า มีคลินิกบางแห่งแฝงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลขทะเบียน ลักลอบนำเข้า หรือเป็นยาปลอม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายผู้รับบริการ เช่น ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ลดน้ำหนัก ยาชาชนิดฉีดและทาก่อนทำหัตถการ โบท็อกซ์ กลูตาไธโอนชนิดฉีด ผลิตภัณฑ์อ้างเป็นสเต็มเซลล์ กลุ่มฟิลเลอร์ Meso Fat เครื่องสำอางที่ลักลอบนำมาฉีด เครื่องเลเซอร์ลักลอบนำเข้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด อักเสบ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างผิว เกิดพังผืดและก้อนแข็งใต้ผิวหนังหรือเป็นแผลเป็นเรื้อรังได้ ทั้งนี้ คลินิกต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้กับผู้รับบริการจากผู้รับอนุญาตที่ถูกต้องเท่านั้น และขอแนะนำประชาชนใช้หลัก 3 เช็ก ก่อนเข้ารับบริการ ได้แก่ 1. เช็กสถานพยาบาล ต้องมีใบอนุญาตสถานพยาบาลแสดงหน้าคลินิก 2. เช็กแพทย์ ตรวจสอบชื่อรูปภาพและใบประกอบวิชาชีพให้ตรงกับผู้ให้บริการ 3 เช็กผลิตภัณฑ์ ต้องขอดูตัวกล่อง มีฉลากภาษาไทย เช็กเลขทะเบียนหรือเลขอนุญาตผลิตภัณฑ์จาก Line: หรือแอปพลิเคชันหมอพร้อม

หากพบการกระทำผิด กรณีใช้ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีขายยาปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000บาท กรณีขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเปิดคลินิกให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ
ทั้งจำทั้งปรับ และหากดำเนินการโดยผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ (หมอกระเป๋า) จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา https://oryor.com/media/newsUpdate/media_news/3515?fbclid=IwY2xjawSN2W5leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFIQXhVbWhCOEhRSFNwUWxIc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmjRHS8KGKuFYFk1SXHCmzo036csdPoeyibMaFQm1bSllbPM2eFx-RWiY2Ev_aem_IZBtEmwwtcuXkMV7Sokn6g

02/06/2026

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพร
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน ผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 - 5 มิ.ย.69

ที่เว็บไซต์
https://wellwishes.royaloffice.th/home/index/53

29/05/2026

อย. ห่วงใยผู้บริโภค ไม่แนะนำให้ใช้ทองคำเปลว หรือผงทองคำ ใส่ในอาหาร
อย. ไม่แนะนำให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำตกแต่งหรือใส่ในอาหาร ชี้ไม่มีประโยชน์หรือคุณค่าทางโภชนาการใด ๆ หากเป็นทองคำเปลวหรือผงทองคำที่ไม่บริสุทธิ์อาจเสี่ยงปนเปื้อนโลหะหนัก เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แนะควรหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่พบมีการนำทองคำเปลวหรือผงทองคำมาใช้ในการตกแต่งหรือใส่ในอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์ขนมอบ (bakery product) และขนมหวาน (confectionery) เพื่อเพิ่มความหรูหรา และสร้างมูลค่าให้อาหารนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยในการใช้วัตถุตกแต่งอาหารเพื่อความสวยงาม ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก สำหรับอาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุที่ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนจำหน่าย อย. ไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเปลวหรือผงทองคำเป็นส่วนประกอบของอาหาร ส่วนอาหารที่ปรุงเพื่อจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค แม้จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตจาก อย. แต่ อย. ไม่แนะนำให้นำทองคำเปลวหรือผงทองคำมาใช้ตกแต่งอาหาร เนื่องจากไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการ และอาจมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยหากเป็นทองคำที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการบริโภคแผ่นทองคำเปลวที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่แน่ใจในความปลอดภัย หากพบเห็นผลิตภัณฑ์อาหารใดที่สงสัยว่าไม่มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ปลอดภัยในการบริโภค สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 Line: Email: [email protected] หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

ที่มา https://oryor.com/media/newsUpdate/media_news/3517?fbclid=IwY2xjawSDjdBleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFyampZSGlLbHlLa3dlc2hhc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHnayDNaXJc8YRhtzgRPFHmvg5iKflbFuNyUlCmKN1Dp7DZy0Xkg2mH5_X2cQ_aem_YQBmvCg7ukcLE_OvhRzPbw

27/05/2026

อย. ออกประกาศรองรับนวัตกรรมไมโครนีดเดิล สร้างความเชื่อมั่นเครื่องสำอางไทย


อย. เดินหน้าสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องสำอาง โดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีไมโครนีดเดิล (Microneedle) ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ควบคู่กับการสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและแข่งขันได้ในระดับสากล

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีไมโครนีดเดิลถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำพาสารสำคัญเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจในอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้วัสดุและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขรองรับการใช้เครื่องสำอางที่มีไมโครนีดเดิล ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยอนุญาตให้ใช้แผ่นแปะไมโครนีดเดิล“ชนิดเข็มละลายได้ (Dissolving Microneedle Patch) ที่มีความยาวเข็มไม่เกิน 100 ไมโครเมตร (100 ไมครอน)” ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับ เหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมัยใหม่ และต้องแสดงข้อความคำเตือนและข้อควรระวังบนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น

ที่มา https://www.fda.moph.go.th/news/news1662569/

Photos from ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค's post 21/05/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ร่วม อย. ทลายคาเฟ่บังหน้า ซุกโบท็อก-ฟิลเลอร์เถื่อน ส่งขายคลินิกทั่วประเทศ ยึดของกลางกว่า 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท


พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ทำการสืบสวนจนทราบว่า มีร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม อาทิ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยาชา วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ


ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยา ซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม ดังนี้
1. เครื่องมือแพทย์กลุ่มฟิลเลอร์ สารเติมเต็ม ทั้งประเภทที่จดทะเบียนถูกต้องแต่จำหน่ายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และประเภทที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hyaluronic Acid ยี่ห้อต่าง ๆ เช่น Neuramis, Restylane, Juvederm, e.p.t.q. และ Rejuran
2. ยาที่มีทะเบียนตำรับยาและยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เช่น Botox, Nabota, Aestox, Hutox, Xeomin และ Mounjaro รวมถึงยาชาแบบครีม (Lidocaine) และวิตามินสำหรับฉีดผิว (Cindella, Luthione)
3. อุปกรณ์อื่น ๆ ได้แก่ สติกเกอร์ชื่อร้านสำหรับแปะหน้ากล่องพัสดุ และกล่องพัสดุเตรียมส่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย


รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 ชิ้น, ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 249 ชิ้น, เครื่องมือแพทย์มีทะเบียน จำนวน 337 ชิ้น, ยามีทะเบียน จำนวน 133 ชิ้น และอุปกรณ์อื่น ๆ จำนวน 57 ชิ้น รวมจำนวน 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท


จากการสืบสวนทราบว่า ผู้จำหน่ายประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามควบคู่กับร้านกาแฟ และรับว่าใช้ชื่อคลินิกของตนเองเป็นช่องทางการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว แล้วนำมาเก็บไว้ที่ร้านกาแฟ
โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ให้พนักงานร้านกาแฟแพ็กสินค้า จัดส่งผ่านไรเดอร์และขนส่งเอกชน กระจายสินค้าให้กับคลินิกเสริมความงามในพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัดกว่า 50 แห่ง โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
- ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Photos from ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค's post 20/05/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. ทลายแหล่งซุกเครื่องสำอางจำแลง ใช้ผิดวิธีส่งขายคลินิกฉีดเสริมความงาม ยึดของกลางมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนติดตามจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จนนำมาสู่การตรวจค้น จำนวน 2 จุด ดังนี้
1. สถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ ในพื้นที่ ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหา โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นำหมายค้นศาลแขวงพระนครเหนือ เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่นำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ นคร ตรวจยึดของกลาง ได้แก่
1. กล่องบรรจุภัณฑ์ Neoderm Advance Concentrate Repair Serum จำนวน 1 กล่อง
2. กล่องบรรจุภัณฑ์ Neowhite จำนวน 1 กล่อง
3. กล่องบรรจุภัณฑ์ Neoclear Ultra Clear Spot Serum จำนวน 1 กล่อง
4. ของเหลว บรรจุในขวดไวอัล จำนวน 465 ขวด


2. สถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ ภายในบ้านพักอาศัย พื้นที่หมู่ที่ 17 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยในวันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงได้ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำหมายค้นของศาลอาญาตลิ่งชัน เข้าตรวจค้นสถานที่นำเข้าและจำหน่าย ตรวจยึดของกลาง ดังนี้

2.1. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอไวท์ (Neowhite) บูสเตอร์ ไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม (Booster Whitening Serum) จำนวน 149 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอเดิร์ม (Neoderm) แอดวานซ์ คอนเซนเทรท รีแพร์ เซรั่ม (Advance Concentrate Repair Serum) จำนวน 145 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอเคลียร์ (Neoclear) อัลตรา เคลียร์ สปอต เซรั่ม (Ultra Clear Spot Serum) จำนวน 188 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ Glossy Glow Rejuvenating Advance Serum จำนวน 133
กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ PANDORA Utimate Contouring จำนวน 127 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ N Plus UP New Plus Up Booster Serum จำนวน 8 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบรรจุขวดไวอัล จำนวน 19,306 ขวด
2.2. ยาฉีด ไม่มีทะเบียน จำนวน 100 ชิ้น
2.3. เครื่องมือแพทย์ ประเภท ฟิลเลอร์ ที่ไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 240 ชิ้น
2.4. ฉลากผลิตภัณฑ์ และแผ่นพับโฆณา จำนวน 14,592 ชิ้น


ตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 20,521 ชิ้น ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 100 ชิ้น เครื่องมือแพทย์ จำนวน 240 ชิ้น รวมถึงฉลากและแผ่นพับโฆษณา จำนวน 14,592 ชิ้น รวมจำนวน 35,453 ชิ้น มูลค่ากว่า 22,00,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.

Photos from ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค's post 19/05/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. ทลายโกดังซุกยาย้อมผมมรณะ อ้างสารสกัดธรรมชาติ ลวงขายออนไลน์ ทำแพ้รุนแรงน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น


สืบเนื่องจากที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมยี่ห้อ ฟาแจซ (FAJAZZ) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในโฆษณาพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าเป็น “ยาย้อมผมสมุนไพร ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไร้สารเคมี” แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับแล้วแพ้รุนแรงบริเวณหนังศีรษะเกิดอาการบวม แดง และมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มจนนอนไม่ได้ และกระทบต่อใช้ชีวิตประจำวันเมื่อตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขจดแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด


พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บุกทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายสินค้ายาย้อมผมเถื่อนไร้เลขจดแจ้งรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น


โดย นายศรีวิชัย กล่าวอ้างว่า เมื่อหลายเดือนก่อนมี "หญิงชาวจีน" มาติดต่อว่าจ้างให้ตนทำหน้าที่คอยแพ็คสินค้าและส่งให้ลูกค้าชาวไทยตามออเดอร์ของร้านค้าออนไลน์ใน TikTok ที่ใช้ชื่อร้านว่า “Fajazz-TH” โดยหญิงชาวจีนอ้างว่าเป็นสินค้าทั่วไปที่ได้มาตรฐาน ทันทีที่ปรากฏข่าวว่ามีผู้ใช้แล้วแพ้รุนแรง ตนตกใจและพยายามติดต่อเจ้าของร้านชาวจีน แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย และปัจจุบันร้านค้าดังกล่าวปิดหนีไป โดยตนเป็นเพียงผู้รับจ้างเก็บและแพ็คสินค้าชั่วคราวเท่านั้น

จากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันกลุ่มนายทุนผู้นำเข้าหรือผู้ขายสินค้าเถื่อนที่ไม่มีการจดแจ้ง มักใช้โมเดล "กระจายความเสี่ยง" โดยการนำสินค้าไปฝากไว้ตามโกดังต่างๆ ให้คนไทยแพ็คส่งสินค้าแทน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและการจับกุมโดยตรงของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
1. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Photos from ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค's post 16/05/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม กรมปศุสัตว์, อย. ,ปศุสัตว์สมุทรปราการ ทลายโรงงานยารักษาสัตว์เถื่อน นำเข้ายาเถื่อน-ผสมแป้งอัดเม็ดเพิ่มกำไร ส่งขายออนไลน์ มูลค่า กว่า 1 ล้านบาท

พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ., เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์, เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่ง ม.7 ต.บางเมือง อ.เมือง จังหวัดสมุทรปราการ พบ นายทรงพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่และนำการตรวจค้น ผลการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ของกลาง ดังนี้

​1. ผลิตภัณฑ์ยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Emune บรรจุในกล่องพร้อมขาย ขนาดต่าง ๆ ได้แก่ ขนาด 20 มล., 30 มล., และ 40 มล. รวมจำนวน 83 ชิ้น
​2. ผลิตภัณฑ์ Emune ยังไม่ได้บรรจุกล่อง จำนวน 117 ชิ้น
​3. เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต เช่น เครื่องตอกเม็ดยา เครื่องผนึกฝาไวอัล ถาดนับยา เครื่องเป่าลมร้อนและสารเคมีสำหรับใช้ผลิต
4. บรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดเปล่า 550 ชิ้น ฝาจุกสำหรับปิด 740 ชิ้น รวมถึงฉลากและบรรจุภัณฑ์จำนวน 4,690 ชิ้น

รวมตรวจยึดของกลางเป็นยาสัตว์ยี่ห้อ Emune ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 83 ชิ้น รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต ส่วนผสม ฉลากและบรรจุภัณฑ์ มูลค่าของกลางกว่า 1,000,000 บาท

จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดไม่ได้เพียงแค่ลักลอบนำเข้ายารักษาโรคสัตว์เถื่อนมาขายผ่านเพจ "Emune Thailand" และ เว็บไซต์ https://www.emunefip.com เท่านั้น แต่ยังใช้วิธี "ลดต้นทุน-อัปกำไร" ด้วยการนำยาที่ลักลอบนำเข้ามาและผสมเพิ่มเอง โดยยาชนิดน้ำจะผสมน้ำเปล่า ส่วนยาชนิดเม็ดจะนำมาผสมแป้งแล้วอัดเม็ดใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าให้มากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ซึ่งการผลิตเพื่อขายยาสัตว์ดังกล่าว ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย อาจมีส่วนผสมอันตรายที่ส่งผลเสียต่อร่างกายสัตว์ ไม่ได้ผลเชิงการรักษา เนื่องจากกระบวนการผลิตมักไม่ถูกสุขลักษณะและไม่มีการควบคุมปริมาณ
ตัวยาสำคัญที่ชัดเจน

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
1. ฐาน “ผลิต ขาย หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจาก
ผู้อนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ฐาน “ผลิต ขาย ยาที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้” ระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ฐาน “โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ที่อยู่


อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชั้น 12 เลขที่ 1106 ถ. พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
Bangkok
10900