Institute of Security Studies : ISS NSC

Institute of Security Studies : ISS NSC

แชร์

สถาบันความมั่นคงศึกษา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ Institute of Security Studies : ISS NSC

03/04/2024

In a rapidly evolving digital environment, the intersection of artificial intelligence (AI) and cybersecurity represents an important area of focus. This session aims to break down the critical role AI plays in advancing cyber threats and strengthening cybersecurity measures. Our talk will be featured in the this forum, providing micro-analysis of the need for a unified global framework for AI-related security and the importance of international cooperation is to strengthen cybersecurity defenses and emerging technologies. It will be a pre-emptive approach to ensure a better understanding of the impact of AI on cybersecurity and the global strategy needed to mitigate these emerging challenges.

We want to extend our sincere thanks to our distinguished guests, Mr. Gazmend Huskaj, Head of Cybersecurity from Geneva Centre for Security Policy, and Mr. Benjamin Ang, Head of the Centre of Excellence for National Security at the RSIS | S. Rajaratnam School of International Studies

03/04/2024

#เกร็ดความรู้

สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ของสิงคโปร์ เผยแพร่รายงานการสำรวจสถานะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2567 (The State of Southeast Asia 2024 Survey) โดยการสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 3 มกราคม ถึง 23 กุมภาพันธ์ โดยรวบรวมคำตอบจากผู้คน 1,994 คน ซึ่งแบ่งรายละเอียดประเภทของผู้ตอบแบบสอบถามดังนี้ 1) ภาคเอกชนจำนวน 33.7% 2) ภาครัฐ จำนวน 24.5% 3) สถาบันการศึกษา คลังสมอง และสถาบันวิจัย จำนวน 23.6% 4) องค์กรพัฒนาเอกชนและสื่อมวลชน จำนวน 12.7% และ 5) องค์กรระหว่างประเทศจำนวน 5.6%

รายงานฉบับดังกล่าวได้ระบุถึงข้อห่วงกังวลของผู้ตอบแบบสอบถามต่อความท้าทายที่สำคัญ 5 ประการ ดังนี้
1) การจ้างงานและภาวะเศรษฐกิจถดถอย ร้อยละ 57.7
2) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้ว ร้อยละ 57.4
3) ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ร้อยละ 47
4) ช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม ร้อยละ 44
5) ความตึงเครียดทางการทหารในพื้นที่สำคัญ เช่น ทะเลจีนใต้ ช่องแคบไต้หวัน และคาบสมุทรเกาหลี ร้อยละ 38

นอกจากนี้ ยังมีข้อค้นพบที่สำคัญจำนวน 7 ประเด็น ที่สำคัญ ดังนี้

1. การขยายอิทธิพลของจีน จีนยังคงได้รับการมองว่าเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ (ร้อยละ 59.5) และทางการเมืองและยุทธศาสตร์ (ร้อยละ 43.9) ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแซงหน้าสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่การสำรวจความเห็นตั้งแต่ปี 2019 ตลอดจนมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 8.98 จาก 11 คะแนน

2. ความกังวลต่ออิทธิพลของจีน: แม้ว่าจีนจะมีอิทธิพลเหนือกว่า แต่ก็มีความกังวลอย่างมากในหมู่ผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 73.5% แสดงความกังวลใจอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะผู้ตอบแบบสอบถามในเวียดนามและเมียนมา ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างจีนและสมาชิกบางประเทศของอาเซียน

3. ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน: อาเซียนถูกยกว่ามีอิทธิพลเพิ่มขึ้น โดยได้รับการยอมรับในความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์จากผู้ตอบแบบสอบถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเป็นผู้นำในการส่งเสริมการค้าเสรีระดับโลก และการรักษาระเบียบโลกที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 29.7%

4. การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน: การแข่งขันที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ และจีน เป็นความกังวลที่สำคัญสำหรับภูมิภาค โดยผู้ตอบสอบถามจำนวน 25% มีความกังวลว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะถูกบังคับให้เลือกข้างใดข้างหนึ่ง หากข้อพิพาททางด้านการทหารขยายตัวขึ้นเป็นความรุนแรงในบริเวณช่องแคบไต้หวัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ และจีนยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ประเทศในภูมิภาคจะเลือกหากถูกบังคับให้เลือก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของทั้งสองมหาอำนาจในภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาค

5. ความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ ลดลง: ความเชื่อมั่นในสหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจทางการเมืองและยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ลดลงจาก 31.9% (ปี 2566) เหลือ 25.8% (ปี 2567) แม้ว่าความเชื่อมั่นในสหรัฐฯ จะลดลง แต่สหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับสองที่ประเทศในภูมิภาคจะเลือกเข้าข้างหากถูกบังคับให้เลือกข้างในการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยมีคะแนนความเชื่อมั่น 22.1% นอกจากนี้ มีการแสดงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 59.0% แสดงความกังวล ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 44.2% ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีประเทศที่มองว่าสหรัฐฯ มีอิทธิพลในทางบวก โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ สิงค์โปร และเวียดนาม

6. เศรษฐกิจดิจิทัลและความเป็นเอกภาพของอาเซียน: ความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (DEFA) ได้รับการมองในเชิงบวก โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 38% เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางดิจิทัลและส่งเสริมการค้าดิจิทัลในภูมิภาค นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (46.8%) เชื่อว่าอาเซียนควรเสริมสร้างความเป็นเอกภาพและความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากมหาอำนาจต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของบทบาทนำของอาเซียนในการจัดการกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์

7. การรับรู้ของมหาอำนาจอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อประเทศและองค์กรภูมิภาคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่จีนและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้าเสรีและความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ จากผลสำรวจคะแนนเต็ม 11 เรียงตามลำดับ ได้ดังนี้

อาเซียนได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดในการเป็นผู้นำการค้าเสรีโลก โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 29.7% แสดงความเชื่อมั่นในอาเซียน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 23.5% ในปีที่แล้ว

ญี่ปุ่น เป็นพันธมิตรที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน โดยมีคะแนนเฉลี่ย 7.48 และเป็นตัวเลือกอันดับสามหลังจากจีนและสหรัฐฯ

สหภาพยุโรป มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 6.38 และเป็นตัวเลือกอันดับสี่ในการเป็นผู้นำการค้าเสรีโลก

สาธารณรัฐเกาหลี ได้รับการจัดอันดับเป็นพันธมิตรที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.71

สหราชอาณาจักร มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.52 และเป็นตัวเลือกอันดับหกในการเป็นผู้นำการค้าเสรีโลก

ออสเตรเลีย มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.51

อินเดีย เป็นพันธมิตรที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออาเซียนในระดับปานกลาง โดยมีคะแนนเฉลี่ย 5.04

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่น่าสนใจต่อคำถามที่ว่า “หากอาเซียนต้องถูกบังคับให้เลือกข้างจะเลือกฝ่ายใด” มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 50.5% เลือกจีน และจำนวน 49.5%ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จีนแซงหน้าสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปีเริ่มแบบสำรวจในปี 2563 พบว่า จีนเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามในลาว (76.3%) กัมพูชา (82.0%) และเวียดนาม (84.5%) ขณะที่สหรัฐฯ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามในฟิลิปปินส์ (83.7%) สิงคโปร์ (81.7%) และเมียนมาร์ (68.8%)

ผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่:https://www.iseas.edu.sg/wp-content/uploads/2024/03/The-State-of-SEA-2024.pdf

หมายเหตุ
คะแนนเต็ม 11 คะแนน ที่กล่าวถึงในรายงาน "The State of Southeast Asia: 2024 Survey Report" มาจากการจัดอันดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศพันธมิตรต่ออาเซียน โดยผู้ตอบแบบสอบถามในการสำรวจได้ให้คะแนนตามความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่พวกเขามองว่ามีความสำคัญ ซึ่งในการวิเคราะห์คะแนนเหล่านี้ ได้ใช้วิธีการ "rank-sum method" ซึ่งเป็นวิธีการทางสถิติที่ใช้ในการจัดอันดับและคำนวณคะแนนเฉลี่ยที่ถ่วงน้ำหนักจากคำตอบของผู้ตอบแบบสอบถามจากทุกประเทศในอาเซียน โดยมีการใช้น้ำหนัก 10% กับคำตอบของแต่ละประเทศเพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบจากแต่ละประเทศมีสัดส่วนที่เท่ากัน

#อาเซียน

02/04/2024

ISS ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจประเด็น AI และ Cybersecurity รับชมวิดีโอการสัมมนาย้อนหลัง ในหัวข้อ "อนาคต AI กับความมั่นคงทางไซเบอร์: ความท้าทายต่อประเทศไทยบนโลกแห่งความพลิกผัน"

สำหรับ Session 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจประเด็นความสลับซับซ้อนทางจริยธรรมและความท้าทายทางกฎหมายในหลักการและแนวปฏิบัติในการกำกับธรรมาภิบาลของ AI

ดำเนินการอภิปราย โดย 1) นายจิรัตต์ จิตต์วราวงษ์ ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) 2) ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และ 3) นายธิติกร ตระกูลศิริศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

01/04/2024

ISS ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจประเด็น AI และ Cybersecurity รับชมวิดีโอการสัมมนาย้อนหลัง ในหัวข้อ "อนาคต AI กับความมั่นคงทางไซเบอร์: ความท้าทายต่อประเทศไทยบนโลกแห่งความพลิกผัน"

สำหรับ Session 2 มีวัตถุประสงค์เพื่ออภิปรายบทบาทที่สำคัญของ AI ในนโยบายและยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความมั่นคงแห่งชาติ โดยเปรียบเทียบกรณีศึกษาจากต่างประเทศ ทั้งวัตถุประสงค์เชิงรุกและเชิงป้องกัน ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นในเชิงภูมิรัฐศาสตร์

ดำเนินการอภิปราย โดย 1) พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ 2) รองศาสตราจารย์ จิตติภัทร พูนขำ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

01/04/2024

ISS ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจประเด็น AI และ Cybersecurity รับชมวิดีโอการสัมมนาย้อนหลัง ในหัวข้อ "อนาคต AI กับความมั่นคงทางไซเบอร์: ความท้าทายต่อประเทศไทยบนโลกแห่งความพลิกผัน"

สำหรับ Session 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในประเด็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยเฉพาะ AI กับ Quantum ที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบและแนวโน้มการก่ออาชญากรรมในโลกไซเบอร์

ดำเนินการอภิปรายโดย 1) ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และ 2) ผู้แทน สมช.

25/03/2024

Last Call! ISS ขอเชิญผู้สนใจในประเด็นด้านเทคโนโลยี AI และ Cybersecurity ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาผ่านระบบออนไลน์ จนถึงวันอังคารที่ 26 มีนาคม เวลา 12.00 น.

Session 1 เวลา 09.30 - 10.30 ซึ่งจะเน้นการอภิปรายเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมและความท้าทายทางด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2570) พบกับ ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร อดีตผู้อำนวยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และผู้แทนกองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Session 2 เวลา 10.30 - 12.00 หัวข้อ "การแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ในความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กับความมั่นคงทางไซเบอร์" พบกับ พล.ต ธีรวุฒิ วิทยากรร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และ รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Session 3 เวลา 13.30 - 15.00 หัวข้อ "การกำกับธรรมภิบาลปัญญาประดิษฐ์บนโลกไซเบอร์" พบกับ ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ นายธิกร ตระกูลศิริศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ และนายจิรัตต์ จิตต์วราวงษ์ ที่ปรึกษากฎหมาย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ

Session 4 เวลา 15.00 - 16.30 หัวข้อ "Future Outlook: Preparing for Next-Generation Cyber Threats" พบกับแขกรับเชิญพิเศษจากต่างประเทศ โดย Mr. Gazmend Huskaj, Head of Cybersecurity จาก Geneva Centre for Security Policy (GCSP) และ Benjamin Ang, Head of the Centre of Excellence for National Security S. Rajaratnam School of International Studies จาก Nanyang Technology University.

หมายเหตุ ใน Session 4 นั้น การบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ โดยไม่มีการใช้ล่ามแปลแต่อย่างใด

ช่องทางการลงทะเบียน https://docs.google.com/forms/d/1N_kooSigwcjlKUTOutz2ROSd1bqHRCNvP5tAK_e4vcc/viewform?edit_requested=true

22/03/2024

ISS ชวนสำรวจบทความของวารสารมุมมองความมั่นคง ฉบับที่ 15 ซึ่งมีหัวข้อที่น่าสนใจให้ทุกท่านได้มาติดตามกัน อาทิ การตอบสนองต่อภาวะวิกฤต Lessons from Ukraine การบริหารวิกฤตด้านความมั่นคงปลอดภัยต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ชวนอ่านที่https://www.nsc.go.th/wp-content/uploads/Journal/NSC-Journal-15.pdf

21/03/2024

การขึ้นสู่อำนาจสมัยที่ 5 ของวลาดิมีร์ ปูติน และรัสเซียนับจากนี้?

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของรัสเซีย รอบล่าสุดที่กินเวลา 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 15 - 17 มีนาคม 2024 ที่ผ่านมา ได้ผลออกมาไม่ผิดไปจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์นัก ชื่อผู้ชนะยังคงเป็น วลาดิมีร์ วลาดิมีราวิช ปูติน ที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สมัยที่ 5 แล้ว ด้วยคะแนนแบบแลนด์สไลด์ไปถึง 88.48% ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาตินับแต่มีการเลือกตั้งเรื่อยมา และถือเป็นการได้รับเลือกครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แม้ก่อนหน้านี้รัฐธรรมนูญจะมีข้อบัญญัติให้ประธานาธิบดีรัสเซียดำรงตำแหน่งได้เพียงไม่เกิน 2 สมัยติด และในการปฏิรูปรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2020 ได้จำกัดให้ประธานาธิบดีแต่ละคนดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัย ไม่มีเว้นวรรคแล้วกลับมาเป็น ทว่าวาระที่มีอยู่ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกนับ ซึ่งทำให้วลาดิมีร์ยังมีสิทธิ์ลงสมัครเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 2 รอบ คือรอบปี 2024 และ 2030

สิ่งที่น่าสนใจหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง หาใช่การขึ้นดำรงตำแหน่งของปูตินอีกครั้ง เพราะสิ่งนี้ชวนให้ประหลาดใจน้อยที่สุดแล้ว ทว่าในการขึ้นเป็นผู้นำรัสเซียต่อจากนี้ไปอีก 6 ปี ท่ามกลางความผันผวนของความมั่นคงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่รัสเซียกำลังเผชิญหน้าทั้งในยูเครน ในแนวที่ขนาบไปกับกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต้ รวมถึงในดินแดนที่ห่างไกลออกไป เช่น สถานการณ์ในอิสราเอล-ปาเลสไตน์ สถานการณ์ในทะเลแดง และในย่านอินโด-แปซิฟิก ที่ไม่ว่าจะห่างไกลแค่ไหน รัสเซียก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมไปได้อีกแล้ว ปูตินจะกุมบังเหียนรัสเซียไปในทิศทางใด

แน่นอนว่าในระยะสั้น สิ่งที่ปูตินให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ปฏิบัติการพิเศษทางทหารที่ดำเนินไปในยูเครน สิ่งนี้ได้ถูกเน้นย้ำอีกครั้งในงานกล่าวสุนทรพจน์ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ (17 มีนาคม 2024) ที่ผ่านมา ซึ่งปูตินกล่าวถึงเป้าหมายหลัก คือ ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ปูตินซึ่งเดิมมั่นใจว่าเหตุการณ์ในยูเครนจะจบลงอย่างรวดเร็ว ทว่าในเวลานี้เข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว และปูตินต้องการยกระดับ ซึ่งอาจหมายถึงการเรียกระดมพลครั้งใหญ่อีกรอบ เพื่อทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของฝั่งรัสเซีย เนื่องจากรัสเซียได้ใช้จ่ายราคาจากปฏิบัติการครั้งนี้ไปมาก ทั้งในเชิงตัวเลขงบประมาณ รวมทั้งการที่เส้นเขตแดนระหว่างรัสเซียและนาโต้ขยายตัวขึ้นจากการเข้าเป็นสมาชิกนาโต้ของฟินแลนด์ และสวีเดน ไม่นับรวมถึงปัจจัยจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่มีตัวเลือกระหว่างโจ ไบเดน จากเดโมแครต กับโดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับบิลกัน ซึ่งนโยบายของทั้งสองคนช่างแตกต่าง แต่มีผลต่อรัสเซียโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การยกระดับปฏิบัติการทางทหาร จะนำไปสู่การปรับฐานค่าใช้จ่ายงบประมาณของประเทศที่ทุ่มมาให้การทหารมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบแตะระดับ 1 ใน 3 ของงบประมาณประเทศทั้งหมด ขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซียยังน่าเป็นห่วงจากการถูกนานาชาติบอยคอตต์มาอย่างต่อเนื่อง แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศจะคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของรัสเซียในปี 2024 ว่าสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.1 เป็นร้อยละ 2.6 ก็ตาม แต่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจระหว่างประเทศยังมองว่า รัสเซียยังมีความเปราะบางทางเศรษฐกิจหลายประการ โดยเฉพาะจากการที่รัสเซียไม่สามารถส่งออกเชื้อเพลิงได้มากนัก การพึ่งพาทางเศรษฐกิจของรัสเซียจึงเหลือตัวเลือกไม่มาก นั่นคือการหันไปหาพันธมิตรอย่างจีน อินเดีย และอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรักษาช่องทางทางเศรษฐกิจนี้ต่อไป ทว่ารัสเซียจะต้องพิจารณาท่าทีของประเทศพันธมิตรเหล่านี้อย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะการที่ประเทศเหล่านี้ก็ไม่ได้ปล่อยมือไปจาก

สหรัฐอเมริกาอย่างเต็มตัวมากนัก อาทิ อินเดียที่ยังคงกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาในทางหนึ่ง แม้กระทั่งจีนเองที่ยังปรารถนาจะรักษาความสัมพันธ์ด้านการส่งออกที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐอเมริกาและยุโรปต่อไป แม้จะมีการสู้รบในสงครามเศรษฐกิจมาอย่างหนักหน่วงตลอดมา รัสเซียจึงไม่สามารถใช้มาตรการขายเชื้อเพลิงราคาถูกเพื่อจูงใจประเทศพันธมิตรได้มากนัก ตราบใดที่พันธมิตรเองก็ยังไม่อยากตัดขาดฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรปในทางเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว ผ่านการซื้อของรัสเซียเต็มที่จนเป็นการฝ่าฝืนมติการคว่ำบาตร

ขณะที่นโยบายในประเทศ ซึ่งอาจไม่น่าสนใจเท่านโยบายต่างประเทศที่ร้อนแรง แต่ปูตินเองก็มีแผนที่จะปฏิรูปประเทศภายใต้การสั่งการของตน สิ่งที่ปูตินโฟกัสคือ ประชาชน ธุรกิจ และการทหาร ดั่งที่เคยกล่าวสุนทรพจน์ในการงานเสวนา Future Technologies Forum เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 ที่มอสโคว์ ปูตินพูดถึงแผนปฏิรูปประเทศคร่าว ๆ ของเขา โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของรัสเซีย เพิ่มผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ยา และยานพาหนะในประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งสนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ ลงทุนในประเทศ โดยเรียกร้องให้ลดภาษีสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ขณะที่การหารายได้ทางอื่น ปูตินเล็งไปที่การเพิ่มเพดานการเก็บภาษีคนรวยมากยิ่งขึ้น

ส่วนด้านสังคม ปูตินเน้นไปที่การทำให้ชาวรัสเซียมีครอบครัวขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาค่าครองชีพที่สูงทำให้ชาวรัสเซียไม่กล้ามีลูก ทำให้ประชากรรัสเซียมีแนวโน้มตายมากกว่าเกิด นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดสังคมผู้สูงอายุ และการขาดแคลนแรงงานหนุ่มสาวในอนาคต ปูตินได้ประมาณการค่าใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมใน 6 ปีต่อจากนี้ เมื่อครั้งกล่าวปราศรัยก่อนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่าจะลงทุนด้วยงบประมาณวงเงิน 11.5 ล้านล้านรูเบิล หรือ 126.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งลงทุนทั้ง ที่อยู่อาศัย แหล่งผลิตความร้อนส่วนกลาง การพัฒนาระบบสาธารณสุข พื้นที่สาธารณะ ปรับปรุงโครงสร้างคมนาคม และยกระดับการอุดมศึกษา วงเงินดังกล่าวน่าจะเป็นการชดเชยจากงบประมาณในปีที่ผ่านมา ซึ่งค่าใช้จ่ายงบประมาณทางโครงสร้างสังคมมีน้อยกว่าค่าใช้จ่ายทางการทหารไปเสียแล้ว

เส้นทางในการขึ้นเป็นผู้นำสมัยที่ 5 นั้นสดใส แต่หนทางในการบริหารรัสเซียรอบ 6 ปีนับจากนี้ ยังคงต้องเผชิญกับศึกในพร้อมศึกนอกอย่างหนักหน่วงและผันผวนไม่แน่นอน ปูตินจะนำพารัสเซียไปในทิศทางใด ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตามกันต่อไป

เนื้อหา สรพงศ์ อ่องแสงคุณ
ภาพประกอบ สรพงศ์ อ่อนแสงคุณ

หมายเหตุ เนื้อหาและข้อความเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น

Reference:
BBC, Russian election: Why Putin's fifth term as president was never in doubt, accessed on 19 March 2024, https://www.bbc.com/news/world-europe-68505228
CNBC., War, reforms and a possible successor? Here’s what we could see from 6 more years of Putin, accessed on 18 March 2024, https://www.cnbc.com/2024/03/19/russian-election-2024-what-could-putin-do-over-the-next-six-years.html
European parliament., Russia's 2024 presidential election Whatis at stake and what is not, accessed on 19 March 2024,https://www.europarl.europa.eu/RegData/etudes/BRIE/2024/760358/EPRS_BRI(2024)760358_EN.pdf
OMFIF, Russian economic ‘resilience’ is not what it seems, accessed on 19 March 2024, https://www.omfif.org/2024/02/russian-economic-resilience-is-not-what-it-seems/
Sputink, Scott Ritter: Election Results Show People Voted for Both Putin and ‘More Vibrant Russia’, accessed on 19 March 2024, https://sputnikglobe.com/20240318/scott-ritter-election-results-show-people-voted-for-both-putin-and-more-vibrant-russia--1117401801.html
Vox, Putin’s reelection puts him in a class of Russia’s longest-ruling autocrats, accessed on 19 March 2024, https://www.vox.com/world-politics/2024/3/18/24104857/putins-russia-elections-2024-results-navalny
ผู้จัดการ, รัฐบาลรัสเซียลาออกสุดช็อค รับลูก'ปูติน'เสนอปฏิรูปรัฐธรรมนูญ, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567, https://mgronline.com/around/detail/9630000004767
ทีเอ็นเอ็น, World-in-depth: วลาดิเมียร์ ปูติน: ซาร์พระองค์ใหม่แห่งรัสเซีย?, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567, https://www.tnnthailand.com/news/world/163157/?fbclid=IwAR0pczgCxJqHKTcPZU8lnROVnAO9r2pQ3vqF0h-rkla95ACMyjO9Ztb7OhM

21/03/2024

ISS ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนาเชิงวิชาการมุมมองความมั่นคง หัวข้อ "อนาคต AI กับความมั่นคงทางไซเบอร์" เพื่อรับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากผู้แทนภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในระดับแนวหน้า ต่อความท้าทายทางความมั่นคงทางไซเบอร์ภายใต้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในวันพุธที่ 27 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 - 16.30 น. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom)
สามารถลงทะเบียนฟังสัมมนาได้ตั้งแต่ วันนี้ – 25 มีนาคม 2567

ช่องทางการลงทะเบียน https://docs.google.com/forms/d/1N_kooSigwcjlKUTOutz2ROSd1bqHRCNvP5tAK_e4vcc/viewform?edit_requested=true

Photos from Institute of Security Studies : ISS NSC's post 13/09/2023

ISS ขอเชิญชวนผู้ที่มีความสนใจในประเด็น Soft Power เข้าร่วมการสัมมนาทางด้านวิชาการ หัวข้อ "การปรับมโนทัศน์ต่ออำนาจละมุนของไทยในยุคดิจิทัล: การส่งเสริมกำลังอำนาจและยุทธศาสตร์ของชาติ" ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 09.30 - 16.30 น. ผ่านระบบ Zoom และ FB Live ของทาง ISS โดยการสัมมนานี้ จะแบ่งการสัมมนาออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่

ช่วงที่ 1 เวลา 09.30 - 12.00 น. โดยมุ่งเน้นการปรับความเข้าใจเกี่ยวกับ Soft Power

ช่วงที่ 2 เวลา 13.30 - 16.30 น. โดยมุ่งเน้นการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง Soft Power, National Power และ National Strategy ในมิติความมั่นคง รวมถึงการปรับใช้แนวทาง Soft Power ในยุคดิจิทัล

หมายเหตุ: การสัมมนาในครั้งนี้จะดำเนินรายการและการอภิปรายเป็นภาษาไทย

12/09/2023

ISS ขอเชิญชวนผู้ที่มีความสนใจในประเด็น Soft Power เข้าร่วมการสัมมนาทางด้านวิชาการ หัวข้อ "การปรับมโนทัศน์ต่ออำนาจละมุนของไทยในยุคดิจิทัล: การส่งเสริมกำลังอำนาจและยุทธศาสตร์ของชาติ" ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 09.30 - 16.30 น. ผ่านระบบ Zoom และ FB Live ของทาง ISS

การจัดงานครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย ภูมิทัศน์ของอำนาจละมุน ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์กับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ รวมถึงแนวความคิดการริเริ่มแนวทางการรักษาและปกป้องผลประโยชน์ของชาติจากอำนาจละมุนของภายนอก จากผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลต่อความมั่นคงของชาติ ความเป็นไปได้ในการสร้างมาตรการเชิงนวัตกรรมเพื่อป้องกันภัยคุกคาม ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์อำนาจละมุนทางดิจิทัล

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


7th Floor, Building B Government Complex, Chaeng Watthana Road
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30