กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม

แชร์

กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม - Ministry of Industry, Thailand

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 30/05/2026

ก.อุตฯ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำไทย-เวียดนาม สานสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี ทางการทูต

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพต้อนรับ ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยมิตรภาพอันอบอุ่น โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความผูกพันทางประวัติศาสตร์ และการใช้ "อาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว" เป็นสะพานเชื่อมโยงประชาชนทั้งสองประเทศ ประธานาธิบดีเวียดนามได้ชื่นชมพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทย และแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรมและการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน

การจัดงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยและเวียดนามทางด้านการทูตในมิติเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อกระชับความร่วมมือแบบทวิภาคี เพื่อร่วมสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 30/05/2026

“วราวุธ” สั่งลุยปราบสินค้าไร้มาตรฐานถึงที่สุด ชี้กระทบชีวิตประชาชน-บั่นทอนอุตสาหกรรมไทย
เร่งยกระดับมาตรฐานรับกติกาโลกใหม่

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตรวจเยี่ยมสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พร้อมมอบนโยบายเข้ม เดินหน้ากวาดล้างสินค้าไม่ได้มาตรฐานทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างจริงจัง พร้อมเร่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย เพื่อรับมือกติกาการค้าโลกใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กำลังทวีความรุนแรง

นายวราวุธกล่าวว่า สมอ. ถือเป็น “Backbone” สำคัญของประเทศ เพราะการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงเรื่องคุณภาพสินค้า แต่หมายถึง “ความปลอดภัยของชีวิตประชาชน” และ “ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ท่ามกลางสถานการณ์ที่สินค้าด้อยคุณภาพทะลักเข้ามาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และช่องทางนำเข้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก

“สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ทางเศรษฐกิจ แต่กำลังคุกคามชีวิตประชาชนโดยตรง รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นแหล่งระบายสินค้าคุณภาพต่ำ และผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด” นายวราวุธกล่าว

พร้อมยกกรณีเด็กนักเรียนจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิตจากการถูกไฟช็อตระหว่างใช้ไดร์เป่าผมที่ไม่ได้มาตรฐานว่า เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจที่สะท้อนผลกระทบของสินค้าด้อยคุณภาพอย่างชัดเจน และยืนยันว่า สมอ. ต้องเร่งกวาดล้างสินค้าอันตรายออกจากตลาด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังเน้นย้ำว่า ภายใต้นโยบาย “ONE MIND” ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ สมอ. เร่งผลักดันมาตรฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะมาตรฐานด้าน Cyber Security สำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก อาทิ CBAM, Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ทันต่อกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น

“วันนี้สงครามการค้าโลกไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคา แต่แข่งขันกันที่มาตรฐาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความยั่งยืน หากไทยปรับตัวไม่ทัน ภาคอุตสาหกรรมไทยจะเสียเปรียบในเวทีโลก” นายวราวุธกล่าว

ด้านนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ. พร้อมขานรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเร่งผลักดันให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบควบคุมภายในปี 2570 ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ EV รวมถึงมาตรฐานทดสอบการชนด้านหน้าและด้านข้างของยานยนต์

นอกจากนี้ ยังเร่งผลักดันมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ “มอก.62443” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคอุตสาหกรรมไทย รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและโรงงานอัจฉริยะ

สำหรับมาตรการปราบปรามสินค้าด้อยคุณภาพ สมอ. ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมุ่งเป้าสินค้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงก์ และเหล็กเส้นก่อสร้าง พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบตั้งแต่ผู้นำเข้า โกดังสินค้า ร้านจำหน่าย ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและสกัดสินค้าคุณภาพต่ำออกจากตลาดไทยอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกัน สมอ. ยังเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายและระบบอนุญาตให้ทันสมัย โดยใช้แนวทางบริหารความเสี่ยงเป็นเกณฑ์ เพื่อยกระดับระบบมาตรฐานไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการปกป้องผู้บริโภค สนับสนุนผู้ประกอบการไทย และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

29/05/2026

จากเคยซื้อน้ำทุกวัน
ลองเปลี่ยนมา “เติมน้ำใส่กระบอก” ทุกวันดู

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 29/05/2026

“พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์” ติดตามความก้าวหน้าฟื้นฟูหุบกะพง–ห้วยทรายใต้ ด้าน วราวุธ ระบุ พร้อมหนุน เพิ่มสถานีชาร์จ EV ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน จาก SME D Bank เงินทุนดีพร้อม กองทุน ก.อุตฯ

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมคณะ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเร่งขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระราชดำริ โครงการพัฒนาหุบกะพง จ.เพชรบุรี โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร.ต.อ.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ ข้าราชการจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก ภาคเอกชน พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานในท้องถิ่น เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

โครงการพัฒนาหุบกะพง จ.เพชรบุรี เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้ และพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่ยั่งยืน โดยในที่ประชุมได้รับฟังความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ รายงานความคืบหน้าตามที่เกี่ยวข้อง ทั้งการก่อสร้าง การปรับปรุง การจัดการระบบต่างๆ รวมไปถึงการรักษาดูแล เพื่อให้โครงการมีการดำเนินงานที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามพระราชดำริ และรับทราบถึงแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ และพื้นที่ก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเร่งขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระราชดำริให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเส้นทางและโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงชุมชนรอบพื้นที่ ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมดำเนินการขยายเขตระบบไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์บริเวณสถานีสูบน้ำลำห้วยใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาพื้นที่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมประสานงานกับกระทรวงพลังงานให้การสนับสนุนสถานีชาร์จ EV ส่วนมิติของการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนจะยึดแนวทางการต่อยอดผลผลิตเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ประกอบด้วยการให้การอบรมและให้คำปรึกษาเชิงลึก สนับสนุนเครื่องจักร อุปกรณ์ศูนย์ไอทีซีและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เช่นการแปรรูปขั้นสูง หน่อหน่อไม้ฝรั่งพร้อมทาน สับปะรดผง และสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เล่าเรื่องราวโครงการพระราชดำริ เงินทุนจาก SME D Bank เงินทุนดีพร้อม และกองทุนของกระทรวงอุตสาหกรรม ทดลองตลาดผ่านเครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาสู่ตลาดออนไลน์

29/05/2026

ก.อุตฯ ร่วมยินดี 50 ปี นสพ.ประชาชาติธุรกิจ

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมาย นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ โดยมี นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจร่วมต้อนรับ ณ อาคารมติชน ชั้น G เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 28/05/2026

รมว.อุตสาหกรรม ร่วมงาน Thailand–Viet Nam Business Forum ย้ำ แนวทางรัฐบาล “เศรษฐกิจไทย–เวียดนาม เติบโตไปด้วยกัน” ชู “มิตรภาพ” สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

กรุงเทพฯ - 28 พ.ค.69 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมเดอะริทซ์ - คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำความสัมพันธ์ของไทยและเวียดนามที่พัฒนาจาก “มิตรภาพ” สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” พร้อมระบุว่า ทั้งสองประเทศเป็นประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจุดสำคัญคือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกัน

ทั้งนี้ ไทยและเวียดนามต่างเร่งสร้าง “New Engines of Growth” ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมสีเขียว พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสุขภาพ โดยนายกฯ เชื่อมั่นว่า หากทั้งสองประเทศเชื่อมโยงศักยภาพเข้าด้วยกัน ไทยและเวียดนามจะไม่ใช่เพียง “ฐานการผลิต” ของภูมิภาค แต่จะเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของอาเซียน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเน้นย้ำอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม คือ “ภาคเอกชน” พร้อมยืนยันว่า ไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุน มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีการปรับปรุงกฎระเบียบ และศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ด้านประธานาธิบดีเวียดนาม ยืนยันสนับสนุนการลงทุนระหว่างไทย–เวียดนามในทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ ตามที่ตั้งเป้าไว้ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 28/05/2026

”สป.อุตฯ“ ลุยปั้นทีมผู้ตรวจประเมิน SOP ปูทางสู่องค์กรดิจิทัล 4.0

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาสมรรถนะผู้ตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงาน ตามคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” เพื่อให้คณะกรรมการผู้ตรวจประเมิน SOP ซึ่งเป็นตัวแทนที่มีความรู้ความเข้าใจระบบงานจากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้รับความรู้เทคนิคการตรวจประเมิน ตลอดจนการพัฒนาแนวทางการกำกับ ติดตาม และประเมินผล เพื่อรักษาและพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ณ โรงแรมอักษร ระยอง เดอะ ไวทัลลิตี้ คอลเล็คชั่น จังหวัดระยอง

ผู้ช่วยปลัดฯ เตมีย์ กล่าวว่า การปรับปรุงพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ อีกทั้งจะได้พัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดสู่รูปแบบดิจิทัลในการพัฒนาสู่ระบบราชการ 4.0 ต่อไป ซึ่งกระบวนการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญทางกลยุทธ์ในการยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ สร้างความโปร่งใส และตอบสนองประชาชน ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “One MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องการหลอมรวมพลังของทุกหน่วยงานในสังกัดเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงฯ

ในปัจจุบัน สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.)ได้นำแนวทาง PMQA 4.0 มาใช้โดยดำเนินการอนุมัติและประกาศใช้ SOP ครบถ้วนแล้ว 116 กระบวนงาน คิดเป็นร้อยละ 100 ตามแผนปี 2567 - 2569 ​นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานไปแล้ว 70 กระบวนงาน (ร้อยละ 60) โดยมีแผนที่จะตรวจประเมินต่อเนื่องในปี 2569 จำนวน 24 กระบวนงาน และในปี 2570 อีกจำนวน 22 กระบวนงาน เพื่อให้ครบถ้วนตามเป้าหมาย

28/05/2026

จากขวดพลาสติกใช้แล้ว
สู่ “เสื้อรักษ์โลก” ที่ใส่ได้ทุกวัน

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 28/05/2026

วราวุธ-รมว.อุตสาหกรรม ร่วมคณะนายกฯ ต้อนรับ เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มุ่ง สานสัมพันธ์ไทย - เวียดนาม ยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ

ทำเนียบรัฐบาล – 28 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (His Excellency Mr. To Lam, General Secretary of the Central Committee of the Communist Party of Viet Nam and the President of the Socialist Republic of Viet Nam) และนางโง เฟือง ลี ภริยา (Mrs. Ngo Phuong Ly) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดยทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้นำเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และภริยา ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนเชิญเข้าสู่ตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลาง พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาล และชมของที่ระลึก ณ ห้องสีงาช้าง ก่อนจะร่วมกันหารือข้อราชการและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระดับโลก พร้อมทั้งยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะยกระดับความร่วมมือระหว่างไทย - เวียดนามในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคง และความร่วมมือในระดับภูมิภาค

สำหรับคณะผู้บริหารระดับสูงของไทยที่เข้าร่วมต้อนรับ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ขณะที่ฝ่ายเวียดนามมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ Mr. Nguyen Duy Ngoc สมาชิกกรมการเมือง เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประธานคณะกรรมาธิการจัดการองค์กรส่วนกลาง Mr. Phan Van Giang รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม Mr. Luong Tam Quang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ Mr. Trinh Van Quyet เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคฯ และประธานคณะกรรมาธิการส่วนกลางด้านสารนิเทศ การศึกษาและการระดมมวลชน Mr. Nguyen Thanh Nghi เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคฯ และประธานคณะกรรมาธิการส่วนกลางด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ Mr. Le Hoai Trung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ Mr. Ngo Van Tuan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mr. Le Manh Hung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และ Mr. Vu Hai Quan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมการหารือในครั้งนี้ด้วย

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 28/05/2026

“วราวุธ” หารือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ชู ไทยฐานผลิตยานยนต์สมัยใหม่ของภูมิภาค

กระทรวงอุตสาหกรรม - 27 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นายคริสเตียน เชลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายมาร์ค เบอร์เกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และคณะเข้าพบ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสรับตำแหน่งรัฐมนตรี และหารือทิศทางและนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของกระทรวงอุตสาหกรรมในสภาวะความท้าทายของเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยมี นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายนรุณ สุขสมาน รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องรับรอง 2 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

นายวราวุธ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเปิดกว้างกับทุกเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งการเข้าพบครั้งนี้ นายคริสเตียน ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ของภูมิภาคต่อไป

“ปัจจุบันสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัวลง และหลายค่ายมีความกังวลต่อความสามารถในแข่งขันกับรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากสงครามการค้า และมาตรการกีดกันภาษีของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้มีสินค้าส่งออกมาประเทศไทยแทน ดังนั้น เพื่อรักษาฐานการผลิต และเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ผลักดันมาตรการป้องกัน และใช้โอกาสขับเคลื่อนเพิ่มใช้ชิ้นส่วน หรือ กระบวนการผลิตในประเทศ โดยหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรม และประเทศไทย” นายวราวุธ กล่าว

สำหรับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นผู้ผลิตรถยนต์ในตลาดพรีเมียม มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 120 ปี โดยเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่เริ่มลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศไทยในปี 2561 ภายใต้โครงการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV3) โดยต้องมีการผลิตชดเชยการนำเข้าภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

Photos from กระทรวงอุตสาหกรรม's post 27/05/2026

"วราวุธ" ปาฐกถาพิเศษ ในงาน Bangkok Post Economic Forum ยกระดับ อุตสาหกรรมไทย เติบโตยั่งยืน ชู ESG มาตรฐานสากล

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Global Shockwaves: Thailand’s Survival Blueprint” ในงาน Bangkok Post Economic Forum 2026 จัดโดยหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม ประธานกรรมการบริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ และมี นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมด้วย ณ ห้องเวิลด์ บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

นายวราวุธ กล่าวในตอนหนึ่งว่า โลกกำลังเผชิญ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" (Polycrisis) ทั้งวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสิ่งแวดล้อม และสภาพทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงวิกฤตโลกร้อน ก็เป็นอีกวิกฤตหนึ่ง ที่ทำให้การดำเนินชีวิตลำบากยิ่งขึ้น โดยเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ได้ให้ความเห็นว่า ทุกประเทศต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาโลกร้อน และต้องดำเนินการตามพันธกรณีที่มีอยู่ภายใต้ Paris Agreement ซึ่งประเทศไทยก็ต้องดำเนินการตามพันธกรณีดังกล่าว โดยจะมีการบังคับใช้ในเรื่อง ESG ย่อมาจาก Environment (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งเราควรเน้นที่การให้ “คน” เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน

โดยที่รัฐบาลได้วางแนวนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหา ประเด็นแรกคือสร้างอุตสาหกรรมที่เป็น SME ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ยกระดับให้มีมูลค่าสูง และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ประเด็นที่ 2 เรื่องของเศรษฐกิจในอนาคต สร้างเศรษฐกิจที่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และรักษามาตรฐาน ESG ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ประเด็นที่ 3 เรื่องของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมนำเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต พร้อมการให้ความสำคัญกับแรงงานคน ประเด็นที่ 4 คือความร่วมมือกันในหลายภาคส่วน และประเด็นสุดท้ายก็คือการเร่งรัดที่จะดำเนินการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ ของประเทศ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเรื่องของการใช้กระบวนการทางการทูต และความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

นายวราวุธ กล่าวว่า ได้มอบนโยบาย ONE MIND ให้กับกระทรวงอุตสาหกรรม หมายถึง การทำงานร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งภายในกระทรวงและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีนโยบาย 4 เสาหลัก ก็คือ เสาหลักแรก เรื่องของการรับฟังความเห็นประชาชน โดยที่จะสร้างระบบที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามาให้ความเห็น ร้องเรียนได้ในระบบเดียวกัน และสามารถที่จะตรวจสอบและติดตามข้อร้องเรียน พร้อมแก้ไขปัญหาของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ภายในระบบเดียว
เสาหลักที่ 2 ก็คือ การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ด้วยการยกระดับคุณภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้กับ SME รายเล็ก รวมไปถึงดูแลผู้ผลิตรายใหญ่ด้วย เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตไปด้วยกัน และเน้นในเรื่องของอุตสาหกรรมการเกษตรให้มีมูลค่าสูง อุตสาหกรรมอาหารอัจฉริยะ อุตสาหกรรมสมุนไพรและสุขภาพ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และการให้ความสำคัญในเรื่อง Green Industry
เสาหลักที่ 3 การปรับกระบวนการและกฎระเบียบหรือกฎหมาย ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมดูแลในเรื่องของ พ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชน ตลอดจนจัดทำระบบในเรื่องของการติดตามตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้มีมาตรฐานสากล โดยเฉพาะมาตรฐาน OECD ซึ่งประเทศไทยวางแผนที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD ในไม่ช้านี้

และเสาหลักที่ 4 คือความคาดหวังที่จะให้เกิดขึ้น ได้แก่ การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ การช่วยเหลือ SME ผ่านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ธนาคาร SME D Bank ซึ่งเป็นธนาคารภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้อนุมัติวงเงินกู้ไปถึง 9,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจของประเทศถึง 40,000 ล้านบาท และสุดท้ายคือเรื่องเมืองคาร์บอนต่ำ และการซื้อขายคาร์บอน ที่จะดำเนินการในเขตนิคมอุตสาหกรรมนำร่องที่มาบตาพุด และแหลมฉบัง โดยร่วมมือกับธนาคารโลกพร้อมแพลตฟอร์ม ในการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพ โดยในส่วนนี้จะเป็นโชว์เคสที่จะนำเสนอในที่ประชุม World Bank กับ IMF ในเดือนตุลาคมนี้

“ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางปัญหาวิกฤตโลกข้างต้น ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทยในทุกภาคส่วน เราไม่เพียงแต่จะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แต่จะสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานของเราด้วย” นายวราวุธ กล่าว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


กระทรวงอุตสาหกรรม 75/6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400