01/06/2026
ครูรัก(ษ์)ถิ่น
เพจนี้สำหรับสื่อสารผู้เกี่ยวข้องและสนใจในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น
01/06/2026
30/05/2026
30/05/2026
29/05/2026
29/05/2026
เมื่อ “เสียงของครู” ถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูล
และข้อมูลถูกใช้เป็นฐานสำคัญในการออกแบบนโยบาย 💡📚
ในวันที่ครูจำนวนมากต้องใช้เวลาไปกับเอกสาร งานประเมิน และภารกิจนอกห้องเรียนมากกว่าการเตรียมการสอน “เสียงสะท้อนจากครู” 👩🏫👨🏫 กำลังถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของระบบการศึกษาไทย
ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงข้อมูลจากรายงานผลวิจัยการสำรวจภาระงานครู ซึ่งจัดทำโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จากกลุ่มตัวอย่างครูในสังกัด สพฐ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน และกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ครูกว่า 47.7% เห็นว่าภาระงานเอกสารและงานประเมิน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการสอน ขณะที่กว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) ได้
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อมูลในรายงานวิจัย แต่คือเสียงสะท้อนจากครูผู้ปฏิบัติงานจริง ที่ชี้ให้เห็นว่า ภาระงานที่ไม่จำเป็นและการประเมินที่ซ้ำซ้อน กำลังดึงเวลาของครูออกจากสิ่งสำคัญที่สุด คือการดูแลและพัฒนาผู้เรียนในห้องเรียน
งานวิจัยจาก กสศ. จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาระของครู และสนับสนุนการออกแบบนโยบายลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวทาง “Work Smart” เพื่อคืนเวลาให้ครูกลับไปอยู่กับนักเรียนมากขึ้น
โดยในปีงบประมาณ 2570 กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการยกเลิก “โครงการสถานศึกษาสีขาว” รวมถึงยกเลิกการประเมินในอีก 6 โครงการและกิจกรรมที่มีลักษณะซ้ำซ้อน ได้แก่
🔹 กิจกรรมการประเมิน ITA ออนไลน์
🔹 กิจกรรมการประเมินโรงเรียนคุณธรรม 4–5 ดาว
🔹 โครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามกรอบประเมินระดับนานาชาติสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
🔹 โครงการยกระดับ OBEC Channel
🔹 โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน
🔹 โครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย
เพราะการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ได้เริ่มต้นจากการช่วยเหลือเด็กเพียงปลายทางเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการทำให้ระบบการศึกษาสนับสนุนครู โรงเรียน และผู้เรียนได้อย่างตรงจุด
เมื่อครูมีเวลามากขึ้น
เด็กก็มีโอกาสได้รับการดูแลมากขึ้น
และห้องเรียนก็มีโอกาสกลับมาเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้อย่างแท้จริง 💚
กสศ. จะเดินหน้าพัฒนาข้อมูล งานวิจัย และองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยเห็นปัญหาจริง ตอบโจทย์จริง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
📌 อ่านรายละเอียด
▪️ผลสำรวจภาระงานครูโดย กสศ. สู่ข้อเสนอรัฐบาลใหม่
https://www.facebook.com/share/p/16UuYtW9Tm/
▪️วิกฤตครูโรงเรียนเล็ก แบก "งานสอนมาราธอน" สูงกว่ามาตรฐาน
https://www.eef.or.th/news-170126/
▪️ศธ. เคาะแล้ว! เดินหน้า “Work Smart” ลดภาระครู
https://moe360.blog/2026/05/27/work-smart27052026/
#ลดภาระครู
#ความเสมอภาคทางการศึกษา
#กสศ
27/05/2026
ปี 2568 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกและประเทศไทย ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและแปรปรวน และโครงสร้างประชากรที่กำลังหดตัวอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ประเทศไทย และคนไทยยังคงติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง และกับดักความยากจนข้ามรุ่น
จึงอาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต (perfect storm) ที่ทับซ้อนกันทั้งวิกฤตด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับครัวเรือน รวมทั้งปัญหาความท้าทายเชิงโครงสร้างที่เกิดจากปัจจัยทั้งระดับชาติ และนานาชาติซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามอย่างจริงจังต่อทิศทางการพัฒนาคนเพื่อการพัฒนาให้ประเทศไทยออกจากวิกฤตซ้อนวิกฤตดังกล่าว และสร้างโอกาสแก่ประชากรทุกกลุ่มให้สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาและได้รับประโยชน์จากการเจริญเติบโตของประเทศไทยอย่างเสมอภาคและยั่งยืน
ในบริบทเช่นนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ทำหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศในการฝ่าวิกฤตความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยมุ่งสร้าง “โอกาสใหม่” ผ่านการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่ยึดข้อมูลองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกันเชิงระบบเป็นฐาน
สาระสำคัญของบทบาท กสศ. ในห้วงการเปลี่ยนผ่านนี้ คือ การเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ให้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ กสศ. ได้บูรณาการฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากหลายหน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมเด็กและเยาวชนหลายล้านคน ผสานกับงานวิจัยและนวัตกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อพัฒนาเป็นองค์ความรู้เชิงนโยบายที่พร้อมนำไปใช้ ข้อมูลจึงไม่ใช่เพียงหลักฐานประกอบการตัดสินใจ หากแต่เป็นเข็มทิศที่ช่วยให้ประเทศสามารถชี้เป้าปัญหา ออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างแม่นยำและยืดหยุ่น ภายใต้ข้อจำกัดของโลกยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างไม่อาจสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง กสศ. จึงมุ่งยกระดับการทำงานจากความร่วมมือเชิงโครงการไปสู่ “การสร้างระบบนิเวศแห่งความเสมอภาค” ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างเป็นเจ้าของร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ การทำงานบนฐานข้อมูลและเป้าหมายร่วมได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถขยายผลกระทบจากการช่วยเหลือเฉพาะราย ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบและเชิงนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในนามของคณะกรรมการบริหาร ผมขอยืนยันว่า กสศ. จะยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบด้านทุนมนุษย์ของประเทศอย่างโปร่งใส คล่องตัว และยึดหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นฐานในการตัดสินใจ เราจะใช้ข้อมูล องค์ความรู้ และพลังความร่วมมือ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกระบบการศึกษา สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
เพราะในท้ายที่สุด ความเสมอภาคทางการศึกษาไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสังคม หากแต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ ในการเสริมสร้างความมั่นคง ขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย
ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.
รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/EEF-AnnualReport-2568.pdf?fbclid=IwY2xjawSDSzBleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFoeWVYbkhSaVowa1hHMlhnc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHh97GVI-0wgZ0JuA7keumt6N2-UDoIhps0UESvA3dJ-cCLMRC7YTYBQul6yz_aem_EQp0wMEyu31mzz7QW70xeg
#กสศ
#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#รายงานประจำปี
27/05/2026
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
#ครูรักษ์ถิ่นรุ่นที่2
ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนโรงเรียนบ้านป่าไร่เหนือ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ครูเดชดนัย วทันย์พนากุล อย่างสุดซึ้งกับการจากไปของบุคลากรที่มีคุณภาพของโรงเรียนในครั้งนี้ด้วยอุบัติเหตุเมื่อเช้าวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
ขอแจ้งกำหนดการตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านป่าไร่เหนือ
กำหนดฌาปนกิจ วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ สุสานวัดป่าไร่เหนือ
27/05/2026
ไม่ต้องรออัศวินขี่ม้าขาว เพราะ “พระเอก-นางเอก” ของการเปลี่ยนแปลงคือ “ครูและ ผอ.” 🎯
...
🗣นายอรรถพล บัวทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางเจริญ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับหัวใจของการจัดการศึกษาไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน โดยหยิบยกแนวคิดของ เดวิด แมคเคลแลนด์ (David McClelland) อาจารย์ทางด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ชี้ให้เห็นว่า สมรรถนะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการทำงานที่ดีกว่าเชาน์ปัญญา (Intelligence) เพราะเห็นได้ว่าผู้ที่เรียนเก่งอาจไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานเสมอไป แต่ผู้ที่สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ มีทักษะในการทำงาน เช่น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสารมักประสบความสำเร็จสูง เนื่องจากสามารถประยุกต์ใช้หลักการ วิธีการ และคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ตนมีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่องานที่ทำ
🎯สอดคล้องกับการศึกษาไทยที่มุ่งปรับตัวและให้ความสำคัญกับเรื่อง “สมรรถนะ” ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของคุณภาพผู้เรียน แต่หากพูดถึงการเปลี่ยนแปลงการศึกษาและการจัดการศึกษาเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ ครูและผู้อำนวยการโรงเรียนอาจนึกถึงเรื่องระดับนโยบายที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเป็นอย่างมาก กลับกันหากเริ่มต้นด้วยการชวนครูคิด เห็นถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และการศึกษาแบบเดิมที่ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ครูลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพราะต่างเห็นความเชื่อมโยงที่ตนทำ อาทิ โครงการ Project Approach หรือแผนการสอนเดิมซึ่งมีประโยชน์อยู่แล้ว เพียงปรับและต่อยอดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การเรียนรู้ของเด็กก็จะนำไปสู่การเกิดสมรรถนะได้เช่นเดียวกัน
🏫ฉะนั้นแล้ว พระเอกและนางเอกของการเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่ส่วนกลางหรือนโยบาย แต่คือ ผอ.โรงเรียนและคุณครู ที่ต้องมีความกล้าที่จะเปลี่ยนตารางสอน เปลี่ยนวิธีคิด และเริ่มลงมือทำเพื่อลูกศิษย์โดยไม่ต้องรออัศวินขี่ม้าขาว
#รวมพลังขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง #กสศ #การศึกษาฐานสมรรถนะ
26/05/2026
“เด็ก..ถึงแม้เขาพิการ แต่เขาสามารถที่จะเรียนได้ แล้วก็ทำงานได้ เขาสามารถดูแลตัวเองได้ทั้งหมด อยากให้ผู้ปกครองเปิดโอกาสให้เด็กเขาใช้ชีวิตให้เต็มที่ แล้วเราก็อยู่ข้างหลังคอยสนับสนุน”
✨ ครูต้อย ‘วิไลลักษณ์ ศรีวิชัย’
ครูชำนาญการ วิทยาลัยเทคนิคบางแสน
สำหรับครูต้อย เด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่ใช่ “ภาระ” ของใคร แต่คือคนที่มีศักยภาพ มีความฝัน และสามารถเติบโตไปสู่การมีอาชีพ มีรายได้ และดูแลตัวเองได้ หากได้รับ “โอกาส” ที่เหมาะสม
ครูต้อยดูแลนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ของ กสศ. ที่วิทยาลัยเทคนิคบางแสน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษหลากหลายประเภท ได้เรียนต่อระดับ ปวส./อนุปริญญา พร้อมพัฒนาทั้งทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิต เพื่อก้าวสู่การทำงานและการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมั่นใจ
“ผู้ปกครองไม่ควรเก็บเด็กไว้ที่บ้าน เพราะยิ่งเด็กได้ออกมาเรียนรู้ ฝึกงาน และใช้ชีวิตร่วมกับสังคมมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเติบโตและพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น”
📌อ่านบทสัมภาษณ์เต็ม https://www.eef.or.th/article-210526-2/
…
จากการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ กสศ. คือทุนการศึกษาที่ “เปลี่ยนงบประมาณรัฐ” ให้กลายเป็นรายได้และความมั่นคงของเยาวชนในระยะยาว
โดยทุก 1 บาทภาษี ที่รัฐลงทุนให้ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ให้ผลตอบแทนหลังเรียนจบ ปวส. มากถึง 4.134 บาท
#กสศ #ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง #ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ #วิทยาลัยเทคนิคบางแสน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา อาคาร เอส. พี. ชั้น 13 ถ. พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
Bangkok
10400
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 16:00 |
| อังคาร | 09:00 - 16:00 |
| พุธ | 09:00 - 16:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 16:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 16:00 |
