สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา และเครือข่าย RCE ประเทศญี่ปุ่น
ร่วมเรียนรู้ Cordially invite you to join “How to apply for RCE NETWORK” การพัฒนาต้นแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้และการขยายภาคีเครือข่ายสู่เครือข่ายระดับสากล
Innovative Teacher - ครูนวัตกร
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Innovative Teacher - ครูนวัตกร, หน่วยงานราชการ, สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 75/47 ถ. พระราม 6 ซอยโยธี, Bangkok.
ประชาสัมพันธ์ข่าวสารและกิจกรรม โครงการพัฒนายกระดับครูกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สู่ครูนวัตกร เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
06/06/2026
ขอเชิญเข้าร่วม พิธีเปิดโครงการฯ และชมนิทรรศการโครงการการขับเคลื่อนศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาค เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา สู่ นวัตกรชุมชน ด้วยฐานองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)
พื้นที่ภาคเหนือ
ในวันที่ 15 - 17 มิถุนายน 2569
ณ โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
--------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับครูนวัตกรหรือเมืองแห่งการเรียนรู้ ได้ที่
Fan page : Innovative Teacher - ครูนวัตกร
Tiktok : https://www.tiktok.com/
#ครูนวัตรกร #ชุมชนแห่งการเรียนรู้ #อว #กระทรวงอว #กรมส่งเสริมการเรียนรู้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #ครูนวัตกร #อว
อว. ผลักดันจนสำเร็จ กับการพัฒนาครู สกร. สู่การเป็นครูนวัตกร
เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน จาก “Local สู่ Global”
เกิดการเรียนรู้ที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม พื้นที่ภาคเหนือ
ขอเชิญเข้าร่วม พิธีเปิดโครงการฯ และชมนิทรรศการโครงการการขับเคลื่อนศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาค เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา สู่ นวัตกรชุมชน ด้วยฐานองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พื้นที่ภาคเหนือ ในวันที่ 15 - 17 มิถุนายน 2569
ณ โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการพัฒนายกระดับครูกรมส่งเสริมการเรียนรู้สู่ครูนวัตกร พื้นที่ภาคเหนือ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อบูรณาการทรัพยากรและองค์ความรู้ด้าน อววน. ในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สู่การเป็น "ครูนวัตกร" ที่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อยอดการสร้างกําลังคนที่มีศักยภาพในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ภายในงานพบกับกิจกรรม
ชมบูธนิทรรศการผลงานต้นแบบชุมชนนวัตกรรม "ม่อนล้านโมเดล" และผลงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู สกร. อำเภอพร้าว จำนวน 21 ผลงาน
Workshop : 3 Stages สู่การเป็นครูนักนวัตกร
• Stage 1 | Insight (15 มิ.ย.): การวิเคราะห์ชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้าง Challenge Statement
• Stage 2 | Wow Idea (16 มิ.ย.): เทคนิคการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ พร้อมระดมสมองพัฒนาไอเดีย
• Stage 3 | Business Model (16 มิ.ย.): เรียนรู้แผนพัฒนาธุรกิจ Value Chain และ BMC Canvas (LEAN)
Next steps : โอกาสและก้าวต่อไป (17 มิถุนายน 2569)
• เจาะลึกแนวทางการวิจัยและการเข้าถึงแหล่งทุนวิจัย โดย คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ (ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 วช.)
จัดโดย หน่วยงานคลินิกเทคโนโลยี สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา https://cttc.rmutl.ac.th/ และ สกร.ชม https://www.facebook.com/dole.chiangmai
ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก Innovative Teacher – ครูนวัตกร https://www.facebook.com/innoteacherbymhesi
#ครูนวัตกร #อว #กระทรวงอว #กรมส่งเสริมการเรียนรู้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #อวเปลี่ยนชีวิต #อวเพื่อประชาชน
05/06/2026
🔥 ทะลุเป้าหมายอย่างยิ่งใหญ่! ด่านที่ 1 "General Program" ยอดผู้เข้าร่วมทะยานทะลุ 11,721 คน! 🔥
จบลงไปแล้วอย่างสวยงามกับความสำเร็จขั้นแรกในด่าน "General Program ทักษะนวัตกรเบื้องต้นในยุค AI"
โครงการที่พาเพื่อนครูไปเจาะลึกกระบวนการสร้างนวัตกรรมระดับสากล STEAM4INNOVATOR ผสานพลังกับ Generative AI
โดยเสียงตอบรับจากเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการตื่นตัวทางนวัตกรรมอย่างแท้จริง!
เพราะวันนี้เรามีนวัตกรที่ตบเท้าเข้าร่วมด่านแรกทะลุเป้าหมายไปถึง 11,721 คน
📢 ใครที่ยังเก็บด่านแรกไม่ทัน หรือเพิ่งรู้ข่าว ไม่ต้องเสียดาย!
เนื่องจากมีคนสนใจเข้ามาอย่างล้นหลาม เราขอเปิดหลักสูตรให้ได้เรียนถึงวันที่ 16 มิถุนายนนี้
👇 ลงทะเบียนเรียน
คลิกลิงก์ 🔗 https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program
ห้ามพลาด! โอกาสครั้งสำคัญในการร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงพื้นที่ ยกระดับขีดความสามารถของชุมชน และร่วมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไปด้วยกัน
#ทักษะนวัตกร #นวัตกรรมยุคAI #อว. #ครูสกร. #ครูนวัตกร #เครื่องมือผู้ประกอบการ
🚀 ยกทัพพลังครูจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ สู่ภารกิจครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้าง "ครูนวัตกร" ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ประมวลภาพความสำเร็จและความประทับใจจากกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้สร้างนวัตกรต้นแบบ (ครูแม่ไก่) ที่ได้รวมพลังครูทั้ง 100 ท่าน จากทั่วประเทศ มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และฝึกฝนกระบวนการสร้างนวัตกรรมผ่าน STEAM4INNOVATOR อย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการกระจายองค์ความรู้สู่ ครู สกร. ทั่วประเทศ!
ตลอดการอบรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ
✨ Insight – ทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน
✨ Wow! Idea – คิดค้นแนวทางและไอเดียใหม่ในการแก้ไขปัญหา
✨ Business Model – ออกแบบโมเดลและวางแผนการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืน
✨ Production & Diffusion – พัฒนาทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ และการประยุกต์ใช้ AI Tools เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดผลจริง
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่สำคัญ...
พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ด่านสำคัญต่อไป เมื่อ "ครูแม่ไก่" จะได้แสดงบทบาทและศักยภาพในฐานะ “โค้ชนวัตกร” อย่างเต็มตัว ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และร่วมสร้างเครือข่ายครูนวัตกรในพื้นที่ของตนเอง เพื่อขยายผลสู่การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ขอส่งกำลังใจให้ครูแม่ไก่ทุกท่าน ในการนำเมล็ดพันธุ์แห่งนวัตกรรมไปเติบโต สร้างการเปลี่ยนแปลง และสร้างแรงกระเพื่อมดี ๆ ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย 💡🇹🇭
----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับครูนวัตกรหรือเมืองแห่งการเรียนรู้ ได้ที่
Fan page : Innovative Teacher - ครูนวัตกร
Tiktok : https://www.tiktok.com/
#ครูนวัตรกร #ชุมชนแห่งการเรียนรู้ #อว #กระทรวงอว #กรมส่งเสริมการเรียนรู้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #ครูนวัตกร #อว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569
เฉลิมหล้าเรืองรองผ่องพิลาส
เฉลิมราชเกียรติคุณหนุนสยาม
เฉลิมรัฐร่มเย็นเป็นนิยาม
เฉลิมพระนามสมสง่าราชินี
ทรงธำรงผองผไทให้ร่มเย็น
ทรงบำเพ็ญคุณธรรมล้ำวิไล
ทรงเมตตาเกื้อหล้าประชาไท
ทรงหทัยเปี่ยมธรรมล้ำการุณย์
พระเกียรติไกรจรัสหล้าฟ้าประจักษ์
พระเป็นหลักหล่อเลี้ยงทุกสถาน
พระปรีชานำชาติผงาดกาล
พระบันดาลร่มเย็นเป็นนิรันดร์
เจริญยศเคียงเกียรติองค์ภูวไนย
เจริญชัยทั่วหล้าพาสุขสันต์
เจริญผลเกื้อเกษมกิจอนันต์
เจริญขวัญศรีประชาศรีเกศไทย
ขออัญเชิญรัตนตรัยอภิบาล
เทพสถานทุกชั้นสวรรค์หน
ดลพระองค์ทรงพระเจริญชนม์
เกษมกมลสถิตมั่นนิรันดร์เทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ บุคลากรและเจ้าหน้าที่
ภายใต้โครงการพัฒนายกระดับครูกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สู่ครูนวัตกร เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
30/05/2026
“Research to Market” สู่ “Learn to Earn” เมื่อองค์ความรู้ต้องสร้างคุณค่า และครูนวัตกรคือกลไกสำคัญของอนาคตการเรียนรู้ไทย
ในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจฐานความรู้ “การศึกษา” ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงกระบวนการมอบวุฒิการศึกษาอีกต่อไป ขณะเดียวกัน “งานวิจัย” ก็ไม่ควรจบลงเพียงในห้องทดลองหรือบทความวิชาการ หากแต่ทั้งสองสิ่งต้องสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เริ่มขับเคลื่อนแนวคิด “Research to Market” อย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ก็ผลักดันแนวคิด “Learn to Earn” หรือ “เรียนรู้เพื่อสร้างรายได้” เพื่อปรับบทบาทการศึกษาให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่เช่นเดียวกัน แม้จะเป็นนโยบายจากคนละหน่วยงาน แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่าทั้งสองแนวคิดกำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ “การเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นคุณค่า”
Research to Market : เมื่อ “งานวิจัย” ต้องออกจากหิ้ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ระบบวิจัยไทยมักถูกตั้งคำถามว่า ประเทศไทยมีงานวิจัยจำนวนมาก แต่เหตุใดจึงไม่สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้เหล่านั้นให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้มากนัก งานวิจัยจำนวนไม่น้อยจบลงเพียงในรายงานวิชาการ สิทธิบัตร หรือฐานข้อมูล โดยไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมหรือระดับชุมชนอย่างแท้จริง
แนวคิด “Research to Market” จึงเกิดขึ้นจากความพยายามเปลี่ยนกระบวนทัศน์ดังกล่าว จาก “วิจัยเพื่อจบโครงการ” ไปสู่ “วิจัยเพื่อใช้จริง” โดยมุ่งผลักดันให้งานวิจัยสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ ธุรกิจ หรือการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้สะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจนผ่านนโยบายที่มุ่ง “หนุนงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม” พร้อมผลักดันวิสัยทัศน์ “วิจัย นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
ขณะเดียวกัน แนวคิด “งานวิจัยต้องไม่อยู่บนหิ้ง” ก็เริ่มกลายเป็นวาทกรรมสำคัญของการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย เพราะงานวิจัยในยุคใหม่ไม่ได้ถูกวัดเพียงจำนวนบทความตีพิมพ์ แต่ต้องสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้จริง
จากแนวคิดนี้ จึงเริ่มเกิดความพยายามใหม่ ๆ เช่น การผลักดัน Startup จากมหาวิทยาลัย การพัฒนา Deep Tech การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชน ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่ทำให้องค์ความรู้สามารถเดินทางจาก “ห้องแล็บ” ไปสู่ “ตลาด” ได้จริง
มหาวิทยาลัยในยุคใหม่จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงผลิตบัณฑิตหรือสร้างองค์ความรู้ แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ที่ช่วยสร้างเทคโนโลยี สร้างผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ
Learn to Earn : เมื่อการเรียนรู้ต้องเชื่อมกับชีวิตจริง ในอีกด้านหนึ่ง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ก็กำลังขับเคลื่อนแนวคิด “Learn to Earn” ซึ่งสะท้อนความเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกการศึกษาเช่นกัน
ที่ผ่านมา การศึกษาไทยจำนวนมากมักถูกผูกติดกับระบบวุฒิการศึกษา แต่ในโลกปัจจุบัน ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากไม่สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตหรือสร้างรายได้ได้จริง
Learn to Earn จึงเป็นแนวคิดที่มองว่า “การเรียนรู้” ต้องเชื่อมโยงกับ “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ผู้เรียนต้องสามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ไปต่อยอดเป็นอาชีพ การสร้างรายได้ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชนได้
แนวคิดนี้จึงไม่ใช่เพียงการสอนอาชีพแบบดั้งเดิม แต่คือการสร้าง “ทักษะแห่งอนาคต” ให้กับประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งทักษะดิจิทัล ทักษะผู้ประกอบการ ทักษะอาชีพใหม่ รวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
Learn to Earn ยังสะท้อนความพยายามเปลี่ยนบทบาทของการศึกษา จาก “การเรียนเพื่อสอบ” ไปสู่ “การเรียนเพื่อสร้างโอกาส” เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การเพิ่มมูลค่าสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการค้าออนไลน์ หรือการสร้างอาชีพใหม่จากทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของพื้นที่
นี่จึงเป็นการทำให้ “ความรู้” ไม่ได้อยู่เพียงในตำรา แต่กลายเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก
เมื่อสองแนวคิดมาบรรจบกัน แม้ Research to Market และ Learn to Earn จะมีจุดเริ่มต้นต่างกัน แต่ทั้งสองแนวคิดกลับมี “แกนร่วม” ที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือการเปลี่ยน “องค์ความรู้” ให้เป็น “คุณค่า”
Research to Market เน้นการเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นนวัตกรรมและเศรษฐกิจ ขณะที่ Learn to Earn เน้นการเปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นโอกาสในการดำรงชีวิตและสร้างรายได้
หากนำสองแนวคิดนี้มาเชื่อมโยงกัน จะเกิดภาพใหม่ของการพัฒนาประเทศ ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำงานอยู่เพียงในห้องทดลอง และการศึกษานอกระบบไม่ได้หยุดอยู่เพียงการฝึกอาชีพ แต่ทั้งสองภาคส่วนจะร่วมกันสร้าง “เศรษฐกิจฐานความรู้” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และชุมชนเข้าด้วยกัน
มหาวิทยาลัยอาจเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยี ขณะที่ สกร. อาจเป็นกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้เหล่านั้นลงสู่พื้นที่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนและประชาชน
เช่น การนำงานวิจัยด้านสมุนไพรไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพของชุมชน การใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ช่วยเกษตรกร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นผ่านการออกแบบและการตลาด หรือการสร้างผู้ประกอบการชุมชนรุ่นใหม่จากองค์ความรู้และนวัตกรรม
ทั้งหมดนี้คือการทำให้ “งานวิจัย” ไม่ได้อยู่แค่ในมหาวิทยาลัย และ “การเรียนรู้” ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถสร้างเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตได้จริงในระดับพื้นที่
ครูนวัตกร : ผู้เชื่อมองค์ความรู้สู่ชีวิตจริง ภายใต้บริบทดังกล่าว “ครูนวัตกร” จึงกลายเป็นกลไกสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้
ครูนวัตกรในยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดเนื้อหา แต่คือ “ผู้ออกแบบการเรียนรู้” ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ากับชีวิตจริงของผู้เรียนและชุมชน
บทบาทของครูนวัตกร จึงไม่ใช่เพียงการสอนให้ผู้เรียน “รู้” แต่ต้องทำให้ผู้เรียนสามารถ “ลงมือทำ” และ “ต่อยอดได้จริง” ทั้งในมิติอาชีพ รายได้ และการพัฒนาชุมชน
ครูนวัตกรต้องสามารถมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ เชื่อมองค์ความรู้กับทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรชุมชน ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส และทำให้การเรียนรู้กลายเป็นพลังในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ในโลกอนาคตที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงทรัพยากร แต่แข่งขันกันด้วยองค์ความรู้ นวัตกรรม และความสามารถในการสร้างคุณค่า “ครูนวัตกร” จึงอาจเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดของการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน และพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21
----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับครูนวัตกรหรือเมืองแห่งการเรียนรู้ ได้ที่
Fan page : Innovative Teacher - ครูนวัตกร
Tiktok : https://www.tiktok.com/
#ครูนวัตรกร #ชุมชนแห่งการเรียนรู้ #อว #กระทรวงอว #กรมส่งเสริมการเรียนรู้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #ครูนวัตกร #อว
29/05/2026
New Growth Engine : เมื่อประเทศไทยต้องสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตจากโครงสร้างหลักที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรม ซึ่งเคยเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ประเทศสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานเทคโนโลยี (Technology-Driven Economy) รูปแบบการแข่งขันระหว่างประเทศก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน
ปัจจุบัน ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องต้นทุนแรงงานหรือกำลังการผลิตอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันด้วย “ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม” “การครอบครองเทคโนโลยี” และ “ศักยภาพในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของโลก Semiconductor กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของมหาอำนาจ ขณะที่ Green Economy และพลังงานสะอาด กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก
ภายใต้บริบทเช่นนี้ แนวคิดเรื่อง “New Growth Engine” จึงถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะแนวทางการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นหนึ่งในผู้ที่ผลักดันแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเศรษฐกิจโลก และจำเป็นต้องเร่งสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับโลกอนาคตอีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาแรงงานและทรัพยากร ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ หลายอุตสาหกรรมจึงถูกมองว่าเป็น “New Growth Engine” ใหม่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น AI และ Big Data, Semiconductor, Bio Economy, Health Tech, Clean Energy, Smart Agriculture, Food Innovation รวมถึงอุตสาหกรรมด้าน Green Technology และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “เทรนด์” ของโลก แต่กำลังกลายเป็น “สนามแข่งขันใหม่” ที่จะกำหนดขีดความสามารถของประเทศในอนาคต
ในมุมมองของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน การพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่จึงไม่สามารถแยกขาดจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมได้อีกต่อไป เพราะท้ายที่สุด ประเทศที่สามารถสร้างเทคโนโลยีได้เอง มีงานวิจัยที่ต่อยอดได้จริง และสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นเศรษฐกิจใหม่ได้ จะเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบในระยะยาว
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “มีงานวิจัย” แต่คือการทำให้งานวิจัยสามารถสร้าง “Impact” ได้จริง
ที่ผ่านมา ระบบวิจัยมักถูกวัดผลจากจำนวนผลงานตีพิมพ์หรือจำนวน Paper ทางวิชาการเป็นหลัก แต่ในโลกยุคใหม่ คำถามสำคัญเริ่มเปลี่ยนไป
งานวิจัยนั้นสามารถแก้ปัญหาอะไรได้หรือไม่
สามารถสร้างอุตสาหกรรมใหม่ได้หรือไม่
ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้จริงหรือไม่
และสามารถเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้มากแค่ไหน
แนวคิด การเปลี่ยนบทบาทของงานวิจัย จาก “องค์ความรู้บนหิ้ง” ไปสู่ “กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม” นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมช่วงหลัง ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่อง Startup, Deep Tech, Technology Transfer และ Innovation Ecosystem มากขึ้น
เพราะโจทย์ใหม่ของประเทศ ไม่ใช่แค่ “วิจัยได้” แต่ต้อง “ใช้ได้จริง”
ในขณะเดียวกัน โลกยังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและ Climate Change ซึ่งกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Transformation อย่างรวดเร็ว หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ขณะที่ Carbon Neutrality, Circular Economy และพลังงานสะอาด กำลังกลายเป็นทิศทางหลักของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยเองจึงเริ่มขับเคลื่อนนโยบายที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสีเขียวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานชีวภาพ เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) การใช้เทคโนโลยีลดคาร์บอน หรือการต่อยอดทรัพยากรชีวภาพผ่านแนวคิด Bio Economy แนวคิดเหล่านี้สะท้อนว่า “สิ่งแวดล้อม” ไม่เป็นนเพียงเรื่องของการอนุรักษ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” ของโลกยุคหน้า
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน มองว่า ประเทศไทยยังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ภาคเกษตรและอาหาร งานวิจัย บุคลากรรุ่นใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจใหม่ได้มหาศาล หากมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยมีอะไร”
แต่คือ “เราจะเปลี่ยนศักยภาพที่มี ให้กลายเป็นอนาคตของประเทศได้อย่างไร” ท้ายที่สุดแล้ว แนวคิด “New Growth Engine” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเศรษฐกิจ แต่คือการวางรากฐานอนาคตของประเทศในระยะยาว เพราะในโลกยุคใหม่ ประเทศที่ได้เปรียบ อาจไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด
แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยน “องค์ความรู้” ให้กลายเป็น “Impact” และสร้าง “เศรษฐกิจแห่งอนาคต” ได้ก่อน
----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับครูนวัตกรหรือเมืองแห่งการเรียนรู้ ได้ที่
Fan page : Innovative Teacher - ครูนวัตกร
Tiktok : https://www.tiktok.com/
#ครูนวัตรกร #ชุมชนแห่งการเรียนรู้ #อว #กระทรวงอว #กรมส่งเสริมการเรียนรู้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร
28/05/2026
3 ทศวรรษ จากปราชญ์ชาวบ้าน สู่นวัตกรชุมชน เมื่อประเทศไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยฐานนวัตกรรม
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาประเทศไทยได้เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี จากยุคที่รัฐมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมและการพึ่งพาจากภายนอก สู่ยุคที่สังคมเริ่มหันกลับมาให้คุณค่ากับศักยภาพภายในประเทศ โดยเฉพาะ “องค์ความรู้ของคนท้องถิ่น” ซึ่งได้พัฒนาและยกระดับบทบาทจาก ปราชญ์ชาวบ้าน ไปสู่เป้าหมายใหม่คือ นวัตกรชุมชน ในบริบทของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยฐานนวัตกรรม
ปราชญ์ชาวบ้าน: รากฐานองค์ความรู้ของชุมชน
ในช่วงปลายทศวรรษ 2520 สังคมไทยเริ่มตระหนักถึงข้อจำกัดของการพัฒนาแบบรวมศูนย์และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากภายนอกเพียงด้านเดียว ปัญหาความยากจน หนี้สินเกษตรกร และการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เกิดการทบทวนแนวคิดการพัฒนา และหันมาให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
“ปราชญ์ชาวบ้าน” จึงปรากฏบทบาทเด่นในฐานะผู้รู้จากประสบการณ์ชีวิต เป็นผู้สั่งสมองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริง สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างสอดคล้องกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ปราชญ์ชาวบ้านไม่เพียงเป็นผู้รักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม หากแต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน เป็นแบบอย่างของการพึ่งตนเอง และเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก
จากภูมิปัญญา สู่การพึ่งตนเอง
วิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยหันกลับมาทบทวนทิศทางการพัฒนาอย่างจริงจัง แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งตนเองได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้บทบาทของปราชญ์ชาวบ้านถูกยกระดับจาก “ผู้รู้ในชุมชน” สู่ “ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ในช่วงเวลานี้ ภาครัฐและสถาบันการศึกษาเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน การบันทึกและถอดบทเรียนองค์ความรู้ท้องถิ่น ทำให้ภูมิปัญญาชาวบ้านเริ่มเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างเป็นระบบ และกลายเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
สู่นวัตกรชุมชน: ฐานนวัตกรรมของเศรษฐกิจชุมชน
เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรม บทบาทของชุมชนไทยก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น จากการใช้ภูมิปัญญาเพื่อการดำรงชีพ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม แนวคิด “นวัตกรชุมชน” จึงเกิดขึ้น เพื่อสะท้อนบทบาทใหม่ของคนในพื้นที่ที่สามารถผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
นวัตกรชุมชนมิได้จำกัดอยู่เพียงการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ หากแต่หมายรวมถึงการพัฒนากระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และรูปแบบการจัดการที่เหมาะสมกับบริบทชุมชน เช่น การแปรรูปผลผลิตเกษตรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม การใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการตลาดชุมชน หรือการจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม นวัตกรรมเหล่านี้ตั้งอยู่บนฐานความรู้เดิมของชุมชน และต่อยอดให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่
ครูนวัตกร: กลไกกลางของการเปลี่ยนผ่าน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจาก “ปราชญ์ชาวบ้าน” ไปสู่ “นวัตกรชุมชน” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมี “ระยะเปลี่ยนผ่าน” ที่ชัดเจน โดยมุ่งพัฒนากลไกกลางที่เรียกว่า ครูนวัตกร
การพัฒนาครูนวัตกร มิได้มุ่งหวังผลลัพธ์ระยะสั้นในรูปของนวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ หากแต่เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างด้าน “คน” และ “ระบบการเรียนรู้” ครูนวัตกรจะทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้เชิงพื้นที่ เป็นผู้เชื่อมโยงองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่
ในเชิงระบบ ครูนวัตกรจะช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้ที่กระจัดกระจายในชุมชนให้กลายเป็น “ทุนทางปัญญา” ที่สามารถถ่ายทอด สืบทอด และต่อยอดได้อย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย ขณะเดียวกัน ในเชิงผลกระทบต่อคน ครูนวัตกรจะบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ของชุมชนให้มีทั้งความเข้าใจรากเหง้าของตนเอง และมีสมรรถนะด้านการคิดเชิงนวัตกรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นนวัตกรชุมชนในอนาคต
ที่สำคัญ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ลดทอนคุณค่าของปราชญ์ชาวบ้าน หากแต่ยกระดับบทบาทของปราชญ์ชาวบ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ผู้ร่วมออกแบบโจทย์นวัตกรรม และผู้ถ่ายทอดฐานคิดเชิงคุณค่าและจริยธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของนวัตกรรมที่ยั่งยืน
นวัตกรชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากบนฐานนวัตกรรม
เมื่อระบบการเรียนรู้เชิงพื้นที่มีความเข้มแข็ง ประเทศไทยจะสามารถก้าวเข้าสู่ระยะของการสร้างนวัตกรชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม นวัตกรชุมชนจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยครูนวัตกรจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้วางระบบ มาเป็นพี่เลี้ยงและผู้อำนวยความสะดวกให้การพัฒนานวัตกรรมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมาให้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่เรื่องของการจัดซื้อเทคโนโลยีมาแจกจ่าย แต่คือการสร้าง "โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมมนุษย์" (Human Innovation Infrastructure) อย่างเป็นระบบ การเดินทางจาก ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็นรากฐานความรู้ ครูนวัตกร ที่เป็นผู้ออกแบบกระบวนการ นำไปสู่ นวัตกรชุมชน ที่เป็นผู้ลงมือสร้างสรรค์ คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จะนำประเทศไทยออกจากติดหล่มกับดักรายได้ปานกลาง ความยั่งยืนของประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อเราสามารถหลอมรวม "นวัตกรรมที่มีหัวใจคือภูมิปัญญา" (Innovation with a heart of wisdom) เข้ากับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ โดยเน้นการพัฒนาคนในพื้นที่ให้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีและกระบวนการคิดของตนเอง เพราะในท้ายที่สุดแล้ว "นวัตกรท้องถิ่น" คือฟันเฟืองที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้กับประเทศในศตวรรษที่ 21
----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว.ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ
26/05/2026
🚨 โค้งสุดท้าย! ใกล้ปิดรับสมัครแล้ว 🚨
เปลี่ยน "ไอเดีย" ให้กลายเป็น "ผลงานนวัตกรรม" ด้วยพลังของ Generative AI กับหลักสูตรทักษะนวัตกรเบื้องต้นในยุคดิจิทัล เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมทางการศึกษาที่ดี ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการ "ทำงานหนักขึ้น" เสมอไป แต่คือการเลือกใช้ "เครื่องมือช่วยทุ่นแรง" ที่สามารถขยายศักยภาพให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ไกลกว่าเดิม
ก้าวข้ามขีดจำกัดรูปแบบเดิมด้วยการเรียนรู้ผ่านเฟรมเวิร์กระดับชาติ STEAM4INNOVATOR จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ผสานเข้ากับความสามารถของ AI อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมการทำงานของคุณ จากที่เคยใช้เวลาพัฒนาผลงานหลักเดือน ให้สำเร็จได้ภายใน "ไม่กี่ชั่วโมง" อย่างมืออาชีพ
📌 สิ่งที่จะได้รับจากการเข้าร่วมหลักสูตรนี้:
เจาะลึกกระบวนการ: เรียนรู้ 4 Stage ของการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และสร้างผลลัพธ์ได้จริง
AI Workshop ฟรี!: รับชุดคำสั่ง Gemini Gems กว่า 30 รูปแบบ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อย่นระยะเวลาการทำงานของครูโดยเฉพาะ
ต่อยอดความสำเร็จ: สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน และส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพของคุณเอง
⏳ โอกาสสุดท้าย เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน! (เรียนฟรี พร้อมรับเกียรติบัตร)
รีบลงทะเบียนด่วน ปิดรับสมัครรอบแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น
👉 คลิกลิงก์เพื่อสมัครเลย: https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program
"ในโลกยุคใหม่ ครูที่เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คือผู้นำที่จะพลิกโฉมการศึกษา และเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อย่างแท้จริง"
อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยกัน!
#ครูนวัตกร #อว
25/05/2026
📢 ประกาศแจ้งผู้ลงทะเบียน 📢
กรณีท่านลงทะเบียนโดยระบุจังหวัดหรือภูมิภาคคลาดเคลื่อน สามารถแจ้งข้อมูลเพื่อขอปรับปรุงแก้ไขได้ที่
Email: [email protected]
ทีมงานจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งภายหลังปิดรับสมัคร เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการเข้าร่วมโครงการอบรมในหลักสูตรต่อไป
-------------------------------------------------------------------------
👇 ลงทะเบียนเรียนรอบแรกก่อนใคร ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2569
เพียงสแกน QR Code
หรือคลิกลิงก์ 🔗 https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program
#ทักษะนวัตกร #นวัตกรรมยุคAI #อว. #ครูสกร. #ครูนวัตกร #เครื่องมือผู้ประกอบการ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ที่อยู่
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 75/47 ถ. พระราม 6 ซอยโยธี
Bangkok
10400
