กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แชร์

ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรม ความรู้ ความก้าวหน้า และผลการปฏิบัติงานของ ตร.

อำนาจหน้าที่ กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ ตร. พ.ศ.๒๕๕๒ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่
๗ ก.ย.๒๕๕๒ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๒ รวมถึงระเบียบ ตร. ว่าด้วยการกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการใน ตร. พ.ศ.๒๕๕๒ กำหนดอำนาจหน้าที่ของ สท. ดังนี้
๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรม ความรู้ ค

03/06/2026

บทอาเศียรวาท สมเด็จพระบรมราชินี

​องค์ราชินีมิ่งฟ้า ​​​ชาวไทย
เคียงคู่พระภูวไนย​​​ทั่วหล้า
ภัยพิบัติทรงห่วงใย ​​​ปวงราษฎร์
คู่ภูบาลชาญเชี่ยวกล้า​​​มุ่งแก้ภัยพาล

​ไท้สืบสานก่อเกื้อ ​​​ศาสตร์ศิลป์
สืบทอดงานศิลปิน ​​​หลากที่
อนุรักษ์ให้สมจินต์ ​​​ถิ่นทั่ว
ศิลปาชีพประทีปนี้​​​ยิ่งกว้างสากล​

​เฉลิมพระชนม์องค์มิ่งฟ้า ​​ราชินี
ทวยเทพทั้งธานี ​​​​ปกป้อง
อำนวยชัยเทิดทวี ​​​มงคลยิ่ง
ประเสริฐผลแซ่ซ้อง ​​​ทั่วถ้วนถวายชัย

Photos from กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ's post 03/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569 | 19.29 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ พานพุ่มทอง-พุ่มเงิน และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 🕯️✨🇹🇭

ในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และสมเกียรตินี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่พร้อมใจกันมาร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ปวงชนชาวไทยตลอดไป

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี #วันเฉลิมพระชนมพรรษา #จุดเทียนถวายพระพร #3มิถุนายน2569 #ท้องสนามหลวง #ตำรวจไทย #2569

03/06/2026

🚨 ไม่มีคนร้ายอยู่ในห้อง…
แต่ครอบครัวของเธอกำลังถูกเรียกค่าไถ่กว่า 12.5 ล้านบาท

นักศึกษาสาวชาวจีนวัย 21 ปี ตกเป็นเหยื่อขบวนการ “ลักพาตัวเสมือนจริง” (Virtual Kidnapping) ถูกมิจฉาชีพข้ามชาติควบคุมทางจิตวิทยา สั่งให้ตัดการติดต่อกับครอบครัว เดินทางมาไทยเพียงลำพัง และจัดฉากว่าตนเองถูกลักพาตัว

หลังได้รับการประสานจากตำรวจฮ่องกง ตำรวจไทยเร่งสืบสวน แกะรอยจากพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิด และเส้นทางการเดินทาง จนสามารถติดตามตัวและให้การช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างปลอดภัย

คดีนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และความพร้อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับอาชญากรข้ามชาติ และตำรวจไทยพร้อมทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์จากภัยรูปแบบใหม่

#ตำรวจไทย #ลักพาตัวเสมือนจริง #เตือนภัยออนไลน์ #อาชญากรรมข้ามชาติ #ตำรวจเพื่อประชาชน

03/06/2026

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนระวังเพจประมูลทิพย์ แนะวิธีตรวจสอบ ป้องกันการตกเป็นเหยื่อ

👉ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์/บัญชีมิจฉาชีพ และอายัดบัญชี ได้ที่แอป Police Care

Photos from กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ's post 03/06/2026

ผบ.ตร. สั่งเร่งช่วยนักศึกษาสาวชาวจีนเหยื่อ “ลักพาตัวเสมือนจริง” ตำรวจไทยแกะรอยช่วยได้อย่างปลอดภัย หลังถูกสแกมเมอร์ข้ามชาติหลอกจัดฉากเรียกค่าไถ่ 12.5 ล้านบาท

วันนี้ (3 มิถุนายน 2569) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการช่วยเหลือนักศึกษาสาวชาวจีน อายุ 21 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบ “ลักพาตัวเสมือนจริง” (Virtual Kidnapping) หลังถูกกลุ่มสแกมเมอร์บงการให้จัดฉากการถูกลักพาตัวและเรียกค่าไถ่จากครอบครัวเป็นเงินรวมกว่า 12.5 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะสามารถติดตามตัวและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

คดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.1 บก.ปคม.) เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้เสียหายโดยทันที ภายหลังได้รับการประสานจาก Hong Kong Police Force (HKPF)

สืบเนื่องจาก Miss WANG (นางสาวหวัง) อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวชาวจีน ได้หายตัวไปภายหลังเดินทางเข้าประเทศไทย โดยครอบครัวเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ต่อมาบิดาของผู้เสียหายได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากชายไม่ทราบชื่อที่อ้างว่าควบคุมตัวบุตรสาวไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 12.5 ล้านบาท และส่งภาพผู้เสียหายถูกมัดตัว มีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ครอบครัวเกิดความวิตกกังวลและเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง ก่อนประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอความช่วยเหลือ

จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ขอเงินจากบิดา โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานทางการเงินเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้บิดาหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร Bank of China ของผู้เสียหาย รวมจำนวน 1.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 5.8 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่เงินดังกล่าวจะถูกโอนกระจายไปยังบัญชีอื่นหลายบัญชี ซึ่งเชื่อว่าเป็นบัญชีม้าของเครือข่ายสแกมเมอร์

ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางออกจากฮ่องกงเพียงลำพัง โดยสายการบิน Hong Kong Airlines เที่ยวบิน HX767 และเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 02.36 น. ก่อนเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมที่ผู้เสียหายเข้าพัก พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด จนพบข้อพิรุธสำคัญว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าพักเพียงลำพัง และไม่พบบุคคลอื่นเข้าออกห้องพักตามที่ถูกกล่าวอ้าง

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้เสียหายได้ว่าจ้างรถรับจ้างให้พาไปซื้อเชือกสายรัด มีด สีทาตัว และลิปสติกสีแดง ก่อนนำอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมาจัดฉากสร้างร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกายและถูกลักพาตัว พร้อมบันทึกภาพและวิดีโอส่งให้กลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือกดดันครอบครัวในการเรียกค่าไถ่

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยจนทราบว่าผู้เสียหายได้ย้ายไปพักยังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ภาพหนังสือเดินทางปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพส่งมาให้ผ่านช่องทางออนไลน์ในการเช็กอินเข้าพัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวมาสอบปากคำและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายตกอยู่ภายใต้การควบคุมทางจิตวิทยาของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ ข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม ก่อนบงการให้ตัดการติดต่อกับครอบครัว เดินทางไปยังสถานที่ที่กำหนด และจัดฉากเสมือนถูกลักพาตัว เพื่อนำภาพและคลิปวิดีโอไปใช้หลอกเรียกค่าไถ่จากญาติ ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่เรียกว่า “Virtual Kidnapping” หรือ “ลักพาตัวเสมือนจริง” ที่กำลังพบในหลายประเทศทั่วโลก

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเทคโนโลยีและการควบคุมทางจิตวิทยาในการหลอกลวงเหยื่อ แม้จะยังไม่มีการลักพาตัวจริง แต่ความเสียหายและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายและครอบครัวเป็นเรื่องจริง และในบางกรณีอาจมีการหลอกลวงผู้เสียหายให้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการถูกค้ามนุษย์ กรณีดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ความร่วมมือกับตำรวจฮ่องกงอย่างใกล้ชิดในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักษณะนี้อีก

การช่วยเหลือผู้เสียหายในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศในการคุ้มครองความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย อันเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากได้รับการติดต่อในลักษณะข่มขู่ให้โอนเงิน ตัดการติดต่อกับครอบครัว หรือเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพียงลำพัง ขอให้ตั้งสติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับครอบครัวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือประสงค์ขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Photos from กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ's post 03/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตรถวายพระราชกุศล และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

3 มิถุนายน 2569 | กรุงเทพมหานคร
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ ภริยา เข้าร่วมศาสนพิธีและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 โดยปฏิบัติภารกิจสำคัญดังนี้:

✨ พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล (เวลา 07.00 น.)
ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ผบ.ตร. และภริยา ร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะองคมนตรี ประธานรัฐสภา ผู้นำเหล่าทัพ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

💐 พิธีถวายแจกันดอกไม้สดและลงนามถวายพระพรชัยมงคล (เวลา 08.30 น.)
ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ผบ.ตร. และภริยา นำคณะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และคู่สมรส ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้สดเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และขอน้อมปวารณาตนปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตใต้เบื้องพระยุคลบาท เพื่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติตลอดไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน 🙏💛🇹🇭

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี #วันเฉลิมพระชนมพรรษา #3มิถุนายน2569 #ลงนามถวายพระพร #ทำบุญตักบาตร #ตำรวจไทย #2569

03/06/2026

💜 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#ทรงพระเจริญ
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
#กองสารนิเทศ

02/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน แนะสถานศึกษาคัดกรองบุคลากรเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองร่วมสอดส่องภัยเงียบใกล้ตัว ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเพื่อปกป้องเยาวชน

วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยผลการติดตามจับกุมตัวชายชาวแคนาดา อายุ 68 ปี อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยผู้ต้องหาได้หลบหนีระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวไปกบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและการคุกคามทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา และการปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังกับบุคคลที่เราคิดว่าสามารถไว้ใจได้อันควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสูงสุด จึงขอเน้นย้ำและเสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ดังนี้

1. แนวทางเฝ้าระวังสำหรับสถาบันการศึกษา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือสถานศึกษาทุกระดับโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการจ้างบุคลากรชาวต่างชาติให้ยกระดับมาตรฐานการคัดกรองบุคลากรอย่างเข้มงวด ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียดรวมถึงต้องมีระบบการประเมินพฤติกรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของครูผู้สอน เพื่อป้องกันบุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนหรือเป็นภัยต่อเยาวชนแฝงตัวเข้ามาในระบบการศึกษา

2. แนวทางการเฝ้าระวังสำหรับสถาบันครอบครัว : ผู้ปกครองถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการปกป้องบุตรหลาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแนะนำให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตและพูดคุยกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอด้วยความเข้าใจ เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้บุตรหลานมีความกล้าเปิดเผยเรื่องราวที่พบเจอให้แก่ผู้ปกครองทราบ โดยมีแนวทางที่สำคัญ ได้แก่

​- สังเกต "สัญญาณเตือน" ทางพฤติกรรม : โดยเฝ้าระวังพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน เช่น การแยกตัวเก็บตัวเงียบ อาการหวาดระแวงผิดปกติ ปฏิเสธการไปโรงเรียน แสดงความหวาดกลัวต่อครูหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจน มีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ

​- เฝ้าระวัง "ความลับในสื่อออนไลน์" : โดยสังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์หรืออุปกรณ์สื่อสาร โดยเฉพาะหากบุตรหลานมีท่าทีรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ หรือรีบปิดแอปพลิเคชันทันทีเมื่อผู้ปกครองเดินเข้ามาใกล้ ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการพบเจอของผู้ปกครองเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง

​ - รู้ทันภัยใกล้ตัวและสถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญ : จากสถิติคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กที่ผ่านมา พบข้อเท็จจริงว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นบุคคลที่เด็กให้ความไว้วางใจ มีความใกล้ชิดหรือเป็นคนรู้จักมักคุ้น ในบางกรณีผู้ก่อเหตุคือคนใกล้ชิด เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน หรือแม้แต่พ่อ แม่ พี่น้อง ของเด็กเอง ซึ่งอาศัยความเชื่อใจและโอกาสที่อยู่ตามลำพังในการกระทำความผิด ดังนั้น ผู้ปกครองจึงไม่ควรปล่อยเด็กไว้ลำพังกับคนแปลกหน้าหรือแม้แต่บุคคลที่คุ้นเคยในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใหญ่อื่นอยู่ด้วย การปลูกฝังให้เด็กเข้าใจถึงขอบเขตของร่างกายตนเอง และกล้าที่จะสื่อสารหรือบอกกล่าวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือถูกล่วงเกิน จึงถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีอีกประการหนึ่ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด หากประชาชน ผู้ปกครอง หรือสถานศึกษา พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดต่อเด็กและเยาวชน สามารถแจ้งข้อมูลมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Photos from กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ's post 02/06/2026

"พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ" ตรวจเยี่ยม สน.วิภาวดี กำชับวินัย ห้ามเรียกรับผลประโยชน์ - มอบรางวัล "โฆษกยกนิ้ว" 2 ตำรวจจราจรฮีโร่ CPR ช่วยชีวิตคนขับรถเมล์ ชื่นชม “นี่คือภาพสะท้อนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง”

วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) เวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ จเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบายข้าราชการตำรวจ สน.วิภาวดี โดยมี พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร, พ.ต.อ.โรจนินทร์ ทองใบ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร, พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร และข้าราชการตำรวจงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ สน.วิภาวดี ให้การต้อนรับและรับมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่

รองจเรตำรวจแห่งชาติกำชับการปฏิบัติตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และข้อสั่งการของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลวินัยของผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ประพฤติผิดทางอาญาและประพฤติผิดวินัยร้ายแรง ไม่เรียกรับผลประโยชน์ โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง ห้ามปล่อยปละละเลยและเน้นน้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายยึดมั่นในความดีและอุดมคติตำรวจอย่างเคร่งครัด

โอกาสนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบรางวัล "โฆษกยกนิ้ว" ให้กับ "ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ดิษฐสุ่ม” และ “จ.ส.ต.เกียรติพงษ์ กันทะลอง” 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรฮีโร่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร ที่เข้าช่วยเหลือคนขับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศโดยไม่รีรอ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 โดยเมื่อพบว่าคนขับรถไม่มีสติและสัญญาณชีพเริ่มวิกฤต จึงได้ตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเข้าช่วยชีวิตคนขับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ โดยใช้ทักษะการปฐมพยาบาลและทำ CPR เพื่อช่วยชีวิต จนกระทั่งทีมแพทย์และกู้ชีพเดินทางมาถึง และรับช่วงต่อประสานส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นที่ชื่นชมของประชาชนเป็นอย่างมาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้รับทราบและชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจิตวิญญาณความเป็นตำรวจ และใช้ทักษะการช่วยชีวิตที่ได้รับการอบรม มาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามคับขันได้อย่างทันท่วงที ขอบคุณในความเป็นตำรวจมืออาชีพ ดูแลประชาชนเหนือกว่าหน้าที่
“นี่คือภาพสะท้อนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง”

02/06/2026

“ทำดี มีรางวัล ทำหน้าที่ด้วยหัวใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”

ผบ.ตร. ชื่นชม 6 ตำรวจ สภ.หมูสี ที่ร่วมกันปฏิบัติการ CPR ช่วยชีวิตชายรับเหมาที่หมดสติกะทันหัน ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ ใช้เวลาปั๊มหัวใจต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที จนสามารถยื้อชีวิตกลับมาได้อย่างหวุดหวิด

นี่คือแบบอย่างของตำรวจผู้เสียสละ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกวินาทีวิกฤต สมกับคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”

#ทำดีมีรางวัล #ตำรวจไทยหัวใจประชาชน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ่วยชีวิต #ตำรวจสภหมูสี

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


กองสารนิเทศ อาคาร 12 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม1 แขวงวังใหม่
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30