02/06/2026
เรียน ผู้บังคับบัญชา
กิจกรรมจิตอาสา
เนื่องใน วันคล้ายพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569
วันนี้ 2 มิถุนายน 2569
เวลา 09.00 น.
"จิตอาสา พัฒนาและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์"
ณ ทางเข้าน้ำตก ด่านแม่แฉลบ ม.3 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
ประธาน
นายฉกาจ อาสาสนา
นายอำเภอศรีสวัสดิ์
พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์
ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ
อำเภอศรีสวัสดิ์
ร่วมกิจกรรม พร้อม ประชาชน จิตอาสา จำนวน 120 คน
การปฏิบัติ เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
26/05/2026
เรียนผู้บังคับบัญชา
สภ.ด่านแม่แฉลบ
วันนี้(อังคาร) 26 พค.69 เวลา 10.00 น.
พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์
ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ
พร้อม ทีมงานพนักงานสอบสวน
(มฉ.1 / มฉ.3 / มฉ.31 / มฉ.311 / มฉ.312 และ มฉ.313)
สำนักงานยุติธรรมจังหวัด
ประธานไกล่เกลี่ยฯ ภาคประชาชน
ว.4 ไกล่เกลี่ยฯ ข้อพิพาท
ตาม พรบ.ไกล่เกลี่ยฯ
(หมวด 5)
จำนวน 3 คดี
ณ ศูนย์ไกล่ขัอพิพาทภาคประชาชน สภ.ด่านแม่แฉลบ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
22/05/2026
สภ.ด่านแม่แฉลบ
ศุกร์ 22 พ.ค. 69 เวลา 09.30 น.
พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์
ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ
และ จนท.ตำรวจ ทุกสายงาน
ร่วมประชุม บริหาร ตร.ภ.7
ผ่านระบบ zoom
ณ ห้อง ศปก.สภ.ด่านแม่แฉลบ
19/05/2026
ผบ.ตร. สั่งขยายผลเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติ - รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่พิษณุโลกติดตามคดี
วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ (18 พฤษภาคม 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ศตคม.ตร. ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายตำรวจอาเซียน ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งจากผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย เหตุขอความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียถูกนำตัวเข้ามาพักคอยในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมลักลอบเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดน จึงสั่งการให้มีการติดตามช่วยเหลือ โดยตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก
ผลการตรวจค้นพบคนไทย 2 ราย ชาวอินโดนีเซีย 3 ราย แบ่งเป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย และชาวจีน 1 ราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน เพื่อนำตัวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเบื้องต้นจากการคัดกรอง ยังไม่พบว่าชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 ราย เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทั้งหมดให้ข้อมูลว่าเคยทำงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนมีผู้นำพาลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนแม่สอด
จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าทางคดีและการสืบสวนขยายผลด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกำชับให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลถึงเครือข่าย ผู้นำพา นายหน้า และผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการลักลอบนำพาชาวต่างชาติและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติยังคงมีความพยายามเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครือข่ายผู้ประสานงานและผู้นำพาในหลายพื้นที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างยกระดับการใช้เทคโนโลยีและระบบ AI สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามเส้นทางการเคลื่อนไหวของเครือข่ายข้ามชาติ รวมถึงสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และกวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติอย่างเข้มงวดต่อไป
19/05/2026
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนอย่าชะล่าใจ! เผยสถิติโกงออนไลน์รอบล่าสุด
คดีลด แต่ "ความเสียหาย" พุ่งสวนทาง
พบคดีแอบอ้างเป็นตำรวจกลับมาครองแชมป์ความเสียหาย
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 10-16 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,632 คดี มูลค่าความเสียหาย 197,521,913 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 3-9 พ.ค.69 จำนวน 512 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายกลับเพิ่มขึ้น 7,909,841 บาท
ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีมีการลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมาณ 6,138 คดี ลดลงเหลือประมาณ 5,632 คดี แม้ว่าในช่วงปลายเดือนเมษายนจะมีการดีดตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ภาพรวมในเดือนพฤษภาคมถือว่าอยู่ในทิศทางที่ลดลงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงต้นปีอย่างเห็นได้ชัด ส่วนมูลค่าความเสียหายมีลักษณะผันผวนแต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากจุดต่ำสุดในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมาณ 180 ล้านบาท ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท แม้ปริมาณคดีจะลดลง แต่ค่าความเสียหายกลับส่วนทางด้วยการขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงเคสที่มีมูลค่าความเสียหายต่อคดี (Ticket Size) ที่สูงขึ้น
และพบว่าการหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด (ประมาณ 84% ของคดีทั้งหมด) จำนวนคดีลดลง แต่ความเสียหายเพิ่มขึ้นจาก 40.2 ล้าน เป็น 46.0 ล้านบาท ขณะที่การหลอกลวงโดยการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายสูงที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยพุ่งสูงถึง 67.7 ล้านบาท ทั้งที่มีจำนวนคดีเพียง 261 เคส ส่วนการหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน ยังคงเป็นกลุ่มที่มีความรุนแรงสูง โดยในสัปดาห์ล่าสุดสร้างความเสียหายไปกว่า 55.4 ล้านบาท แม้จะมีจำนวนคดีเพียง 148 เคส (เฉลี่ยความเสียหายต่อเคสสูงมาก)
ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุดเช่นเคย โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ คือ กลุ่มอายุ 31-40 ปี อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น คือ กลุ่มอายุ 21-30 ปี และอันดับ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ คือ กลุ่มอายุ 21-30 ปี
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์
และอยากขอเตือนให้ระวังการหลอกลวงลงทุน ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนทุกประเภท โดยสามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ดังนี้
1.ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนผ่านแอป SEC Check First ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยให้สังเกตผลการค้นหา ดังต่อไปนี้
- พบชื่อบริษัทในระบบอย่างชัดเจน
- ระบุสถานะว่า “ได้รับอนุญาต” หรือ “ยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ”
- มีเลขที่ใบอนุญาต ระบุประเภทใบอนุญาตชัดเจน
- มีรายละเอียดที่อยู่สำนักงาน และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
- รายชื่อผู้แนะนำการลงทุน/ผู้บริหาร ปรากฏในระบบอย่างถูกต้อง
2.ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงินทุกครั้ง
- ชื่อบัญชีที่รับโอนเงินต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเงินลงทุนไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา นั่นคือมิจฉาชีพ 100 % เช่นเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลรับฝากเงินลงทุนบ่อยครั้ง รวมถึงเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลในการโอนเงินหรือผลกำไรคืนมาให้เรื่อยๆ นั่นก็คือมิจฉาชีพ
100% เช่นกัน
- หากพบความผิดปกติ ควรหยุดโอนเงินทันทีและรีบตรวจสอบกับบริษัทที่ถูกกล่าวอ้างผ่านทางช่องทางหลัก
3.ระวังแอปพลิเคชันปลอม
- มิจฉาชีพสามารถสร้างแอปพลิเคชันปลอม เลียนแบบชื่อ โลโก้ และรูปแบบแอปฯทางการ แล้วนำไปเผยแพร่ใน Store ได้ ดังนั้น การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Google Play อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป
ที่สำคัญ ขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอป SEC Check First ให้ครบถ้วนก่อนโอนเงิน และอย่าหลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือการเร่งรัดให้ตัดสินใจ เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินจำนวนมากได้
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 3 เคส ผู้ต้องหา 7 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ขณะเดียวกันได้ประสานตำรวจพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 3 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 26 ราย คิดเป็น จำนวนเงินกว่า 195,700 บาท
โดยมีผลการจับกุมที่น่าสนใจ ดังนี้
สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่
เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ศูนย์ACSC พบการโอนเงินเข้าบัญชีม้า ต้องสงสัยจึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรีเข้าตรวจสอบโดยด่วน แต่ไม่พบตัวผู้เสียหายที่บ้านพัก จึงโทรศัพท์สอบถามเบื้องต้น ทราบว่าผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 59 ปี เล่าสั้นๆเพียงว่าพบโซเชียลที่มีการชวนลงทุน ตนสนใจจึงติดต่อเบื้องต้น ก่อนจะได้ไปพูดคุยต่อในไลน์ และตัดสินใจร่วมลงทุน พร้อมโอนเงินไปให้รวมมูลค่ากว่า 7.2 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกถึงกลโกงคนร้าย ขอให้หยุดโอนเงินและรีบเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป
เคสที่ 2. เจ้าหน้าที่ ACSC ประสานตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เข้าช่วยเหลือหลังทราบว่าผู้เสียหายเป็นชายวัย 51 ปี ถูกหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการลงทุนซื้อสินค้าเป็นเงิน US ผ่านแอปพลิเคชัน TIKTOK ชุดสืบสวนจึงได้บอกเรื่องราวและกลโกงคนร้าย และแนะนำให้ไปแจ้งความ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น กว่า 5.5 แสนบาท
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
18/05/2026
ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.ปราณบุรี
ชมสาธิตฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และเยี่ยมชมพื้นที่โคกหนองนา
เน้นย้ำการขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ตามนโยบาย ผบ.ตร. 1-6-9
วันที่ 18 พ.ค. 2569 เวลา 14.00 น.
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7
พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะ ฯ
พบ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชยะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี และข้าราชการตำรวจรอรับการตรวจเยี่ยม
ผบช.ภ.7 และคณะ ฯ ได้ชมสาธิตการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และเยี่ยมชมพื้นที่โคกหนองนา ของ สภ.ปราณบุรี
ทั้งนี้ ได้ชื่นชมและสั่งการให้ สภ.ปราณบุรี เร่งรัดคดี 241 ในพื้นที่ อย่างเต็มที่ มุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรม เหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ยาเสพติด อาวุธปืน เหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า มีแผนเผชิญเหตุ ป้องกันมิให้เกิดขึ้นเด็ดขาด stop walk & talk เพื่อเสริมสร้างการบริการประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร
โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคการศึกษานี้ พร้อมหาแนวทางการบูรณาร่วมกับหน่วยงานภายนอก ภาครัฐ ภาคเอกชน กรณีการติดตั้งและใช้งานกล้องวงจรปิด
ทั้งนี้ เน้นย้ำการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ผบ.ตร. 1-6-9 โดยยึดอุดมคติตำรวจอย่างเคร่งครัดด้วย
#ผบชภ7 #พลตำรวจโทพิสิฐตันประเสริฐ #ตำรวจภูธรภาค7 #ภาค7ปลอดภัยคืนความอุ่นใจให้ประชาชน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
18/05/2026
ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.สามร้อยยอด
ชมสาธิต Six Man Team สั่งคุมเข้มจุดสกัดปราบยาเสพติด-ปืนเถื่อน
ควบคู่ขับเคลื่อนโครงการ "ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน"
วันที่ 18 พ.ค. 2569 เวลา 10.00 น.
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7
พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.สามร้อยยอด
คุณณัฐนิช แหวนเพ็ชร ชิ้นทอง ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ผบช.ภ.7 และคณะ ฯ ได้ชมสาธิตการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และ Six Man Team
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ สภ.สามร้อยยอด
ดำเนินการ ขับเคลื่อนงานบริหารสถานีตำรวจอย่างต่อเนื่อง รักษาระเบียบวินัย ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดูแลแหล่งท่องเที่ยว ควบคุมอาชญากรรม
ในพื้นที่ เน้นย้ำเรื่องการตั้งจุดตรวจจุดสกัดสิ่งผิดกฎหมาย รถยนต์ต้องสงสัย ยาเสพติด อาวุธปืน และขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน
ตามนโยบาย ผบ.ตร. 1-6-9 โดยยึดอุดมคติตำรวจอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ให้มุ่งเน้นเรื่องการขับเคลื่อนด้านสวัสดิการและคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจ ผ่านโครงการครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกันด้วย
#ผบชภ7 #พลตำรวจโทพิสิฐตันประเสริฐ #ตำรวจภูธรภาค7 #ภาค7ปลอดภัยคืนความอุ่นใจให้ประชาชน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
18/05/2026
ผู้ปกครองต้องรู้! ภัยช่วงเปิดเทอมที่ เสี่ยงเจอมากที่สุด
key message
-มิจฉาชีพทักแชท อ้างเป็นครูหรือ จนท.โรงเรียน แจ้งค่าเทอม ค่ากิจกรรม พร้อมแนบเลขบัญชี ให้โอนเงิน
-ส่งลิ้งก์ปลอมให้กรอกข้อมูล เช่น รหัสผ่าน/ OTP อ้างสำหรับเช็กผลการเรียน/สมัครกิจกรรม อ้างว่าเป็นระบบของโรงเรียน
-อ้างว่าเป็นครู โทรแจ้งว่าบุตรหลานป่วย/เกิดอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาล ให้รีบโอนเงิน เพื่อจ่ายค่ารักษา
https://www.facebook.com/share/r/1Dhwyna7df/
https://vt.tiktok.com/ZSxFwCW8g/
#เตือนภัยออนไลน์ #รู้ทันมิจฉาชีพ #ภัยไซเบอร์
#มิจฉาชีพ #นักเรียน #เปิดเทอม
TikTok · ตำรวจสอบสวนกลาง
ถูกใจ 1234 ครั้ง 15 ความคิดเห็น "ผู้ปกครองต้องรู้! ภัยช่วงเปิดเทอมที่ เสี่ยงเจอมากที่สุด . ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มือ.....