PMU-B บพค.

PMU-B บพค.

แชร์

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

02/06/2026

รวพ.-บพค. ภายใต้กระทรวง อว. ยกระดับความร่วมมือทางวิชาการด้าน Heritage Science หรือ “วิทยาศาสตร์เพื่อมรดกวัฒนธรรม” ระหว่างไทยและฝรั่งเศส เพื่อพัฒนาเครือข่ายกำลังคนสมรรถนะสูงและวิจัยขั้นแนวหน้า สำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งอนาคต และส่งเสริม Soft Power ของไทยในเวทีโลก

#บพค #รวพ #อว

Photos from PMU-B บพค.'s post 01/06/2026

บพค. เข้าร่วมงาน SEA Quantum Leader Summit 2026 เวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ และทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะนักวิเคราะห์ บพค. เข้าร่วมงาน SEA Quantum Leader Summit 2026 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ตลอดจนผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองต่อทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ และประธานคณะผู้บริหาร ยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล (Chief Digital Officer) และรักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กรของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และรองศาสตราจารย์ ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมแห่งประเทศไทย (QTRic)

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ จากผู้แทนองค์กรระดับโลกที่ใช้เทคโนโลยีควอนตัมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจแห่งอนาคต และแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางของเทคโนโลยีควอนตัม อาทิ Mr.Ricky Young Chief Operating Officer (COO) จาก บริษัท qBraid สหรัฐอเมริกา คุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้นำด้านเทคโนโลยี จากบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด (Managing Director and Technology Leader of IBM Thailand) คุณกิตติ สุทธิอรรถศิลป์ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานโครงการกลยุทธ์ ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ Dr.Charlie Lee Head of Genomics BD จาก Amazon Web Services (AWS)

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังมุมมองใหม่ ๆ จากผู้นำด้านเทคโนโลยีควอนตัม ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมสะท้อนบทบาทของ บพค. ในการร่วมผลักดันความร่วมมือด้านควอนตัมเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และติดตามทิศทางเทคโนโลยีขั้นสูงของโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้พร้อมก้าวทันแนวโน้มเทคโนโลยี

#บพค #รวพ #กระทรวงอว #เทคโนโลยีควอนตัม

31/05/2026

🇯🇵🇹🇭 Japan–Thailand Joint Call for Proposals 2027 on Advanced Materials is Now Open!

Calling researchers from Thailand and Japan to submit international joint research proposals

under the theme:
Advanced Materials for Sustainable and Scalable Industrial Applications – focusing on:
♻️ Advanced Materials for Industrial and Environmental Applications
🏭 Advanced Materials from Agricultural and Industrial Waste for Circular Manufacturing

📅 Submission Deadline (via NRIIS): 12:00 pm (Bangkok Time), July 31, 2026
💰 Co-develop cutting-edge innovations in advanced materials, supported by: up to 5 million THB per project (from PMU-B) for a 3-year research duration.

💡 Learn more and download the application documents from: https://www.jst.go.jp/aspire/nexus/en/koubo/country/thailand.html
https://www.pmu-hr.or.th/portfolio/jst-2570/

For inquiries, please contact:
🫡 Dr. Smith Leknettip
📩 E-mail : [email protected] / [email protected]


Photos from PMU-B บพค.'s post 30/05/2026

🚆 บพค. ลงพื้นที่ร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระบบราง 'TRRN' มุ่งเตรียม "กำลังคนสมรรถนะสูง" รองรับอุตสาหกรรมและการบริหารระบบขนส่งทางรางแห่งอนาคต รับการขยายตัวรถไฟความเร็วสูง-รถไฟทางคู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

🏢 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยนักวิเคราะห์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนากำลังคนด้านระบบขนส่งทางราง ร่วมกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งทางราง (Thailand Railway Research Network, TRRN) ซึ่งดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ณ จังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่น ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2569

🎯 การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนภารกิจหลักของ บพค. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) และการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง (Frontier Brainpower) ตามเป้าหมายของประเทศ ทั้งผู้ที่ "สร้าง" เทคโนโลยี — วิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคทักษะสูง และผู้ที่ "บริหารจัดการ" ระบบ เมือง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เดินได้จริง โดยมองว่าระบบขนส่งทางรางเป็นหนึ่งในสนามจริงที่มีศักยภาพสูงในการบ่มเพาะคนทั้งสองกลุ่ม โดยมี ผศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ หัวหน้าศูนย์ฯ นำคณะนักวิจัยและคณะ บพค. ร่วมศึกษาดูงานใน 4 สถาบัน ดังนี้

💻 (1) Digital Twin: พื้นที่ฝึกคนในโลกเสมือน เพื่อการบริหารระบบรางอัจฉริยะ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

คณะได้เยี่ยมชมสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. และติดตามโครงการ Digital Twin Railway Laboratory ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่สร้างพื้นที่วิจัยและทดลองอย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบการเดินรถจริง ผ่านการบูรณาการระบบกายภาพกับโลกเสมือนด้วยข้อมูล Real-time เพื่อมอนิเตอร์และวิเคราะห์พฤติกรรมของระบบราง เช่น การทำนายความเสียหายล่วงหน้าเพื่อวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) — เครื่องมือสำคัญในการฝึกบุคลากรให้วิเคราะห์และตัดสินใจบนข้อมูลจริง

💡 ผศ.ดร.ชินวุธฯ ได้แลกเปลี่ยนเชิงเทคนิคถึงแนวคิด "Twin Lab" การแชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยดึงข้อมูลจากรถไฟจริงมาประมวลผลบน Dashboard กลางเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำลองสถานการณ์ นอกจากนี้ มทส. ยังนำเสนอโมเดลทดสอบแบบ Scale-down (1:4 หรือ 1:12) หรือ Miniature Railway Lab ที่ลงทุนคุ้มค่า (Low cost, High return) ช่วยให้ผู้เรียนและนักวิจัยวัดพารามิเตอร์ทางวิศวกรรมที่จำเป็นได้แม่นยำในราคาที่เข้าถึงได้

⚙️ (2) ยุทธศาสตร์ "บัณฑิตนักปฏิบัติ" กลไกผลิตกำลังคนของ มทร.อีสาน (ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง)

ที่ มทร.อีสาน ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง คณะได้หารือยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนเฉพาะทาง ซึ่ง มทร.อีสาน วางรากฐานการสร้าง "บัณฑิตนักปฏิบัติ" ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 และจัดตั้งคณะระบบรางและการขนส่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมโดยตรงทั้งด้านเครื่องกล ไฟฟ้า และโยธา พร้อมการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ บพค. เล็งเห็นว่าโมเดลนี้โดดเด่นในการสร้างระบบนิเวศแรงงานขั้นสูงที่ต่างชาติเชื่อมั่น และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น (Successor) อันเป็นหัวใจของความยั่งยืนด้านกำลังคนในระยะยาว

🔍 คณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเครื่องมือวิจัยขนาดใหญ่ ทั้งศูนย์ควบคุมการจราจรทางราง ระบบจำลองการเดินรถเสมือนจริง หัวรถจักรขนาด 1:1 และระบบผู้โดยสารรถไฟเขตเมือง พร้อมเชิญชวนอาจารย์นักวิจัยร่วมรับฟังแนวทางการเปิดรับข้อเสนอโครงการในแผนงานต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

🚊 (3) ขอนแก่นโมเดล: เมื่อ "คนสร้าง" และ "คนบริหาร" มาบรรจบ — ต้นแบบ LRT ระดับ TRL-8 ณ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น

คณะได้ติดตามโครงการพัฒนาเมืองขอนแก่นด้วยระบบขนส่งอัจฉริยะ และเยี่ยมชมความสำเร็จของรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) แทรมต้นแบบฝีมือคนไทย ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สามารถพัฒนาเทคโนโลยีจาก TRL 5 สู่ TRL 8 และมุ่งสู่ TRL 9 เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ สะท้อนขีดความสามารถของวิศวกรไทยที่ออกแบบและผลิตชิ้นส่วนในประเทศกว่า 90% สร้าง Supply Chain ที่พึ่งพาตนเองได้

🛤️ โครงการนี้ทดสอบวิ่งบนรางจริงระยะทาง 450 เมตรในเขตมหาวิทยาลัย และร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่นวางแผนนำรถไปวิ่งให้บริการรอบบึงแก่นนคร ระยะทาง 4 กิโลเมตร เป็นตัวอย่างชัดของ "ขอนแก่นโมเดล" ที่ผสานความร่วมมือ 5 ภาคส่วน (ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และสื่อ) ขับเคลื่อนเมืองด้วยนวัตกรรมขนส่งสาธารณะและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (Transit-oriented Development, TOD) — บทเรียนสำคัญที่ยืนยันว่าเทคโนโลยีจะไปถึงประชาชนได้ต้องอาศัย "กำลังคนที่บริหารจัดการระบบทั้งเมืองเป็น" ควบคู่กับวิศวกรผู้สร้าง

🚅 (4) ปั้นวิศวกรรถไฟความเร็วสูงสู่มาตรฐานสากล ผ่านหลักสูตร Double Degree ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปิดท้ายที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะได้เยี่ยมชมหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail Engineering) ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ Southwest Jiaotong University (SWJTU) ประเทศจีน ใช้โมเดล "3.5+1" สำหรับปริญญาตรี และ "2+2" สำหรับบัณฑิตศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้รับปริญญา 2 ใบ (Double Degree) และฝึกในห้องปฏิบัติการระดับโลกที่จีน ซึ่งเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับสากล พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ไทย ปัจจุบันดำเนินมาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว

🎓 หลักสูตรร่วมสากลลักษณะนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังคนและองค์ความรู้ สร้างวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะเฉพาะทางสูง (Specialized Skill) ก้าวสู่มาตรฐานโลก และเปิดโลกทัศน์ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมระบบรางระดับสากล

🌟 ภารกิจหลักของ บพค. คือการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและส่งเสริมงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อเตรียมประเทศไทยให้พร้อมก้าวสู่ "ผู้สร้างนวัตกรรม" (Technology Creator) จากเดิมที่เป็น "ผู้ซื้อเทคโนโลยี" สิ่งที่คณะได้เห็นตลอดสองวันยืนยันว่า — เครื่องจักรซื้อได้ แต่ขีดความสามารถของคนต้องสร้างเอง การเตรียมกำลังคนทั้งผู้สร้างและผู้บริหารระบบ จึงเป็นรากฐานที่ขาดไม่ได้ของอุตสาหกรรมและการบริหารแห่งอนาคต และระบบขนส่งทางรางคือหนึ่งในโอกาสที่ชัดเจนที่สุดในการลงทุนกับคนเหล่านี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงบนเทคโนโลยีที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

#บพค #รวพ #กระทรวงอว #อว #พัฒนากำลังคน #ระบบราง #รถไฟความเร็วสูง

Photos from PMU-B บพค.'s post 30/05/2026

บพค. เปิดงาน “สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ : เสริมศักยภาพการจัดการน้ำด้วย AI” ยกระดับศักยภาพด้านบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ : เสริมศักยภาพการจัดการน้ำด้วย AI ภายใต้โครงการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนล่วงหน้า 12 เดือน จัดโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์

การจัดงานครั้งนี้ นำโดย ดร.กนกศรี ศรินนภากร สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ในฐานะหัวหน้าโครงการ ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology: MIT) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรสำคัญของไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการคาดการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำ ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย หน่วยงานบริหารจัดการน้ำ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ

ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. กล่าวว่า สสน. ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้วิเคราะห์และคาดการณ์ข้อมูลด้านน้ำและสภาพอากาศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้าน Hydro-Informatics ของประเทศ ทั้งนี้ความร่วมมือกับ MIT จะช่วยต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยในอนาคต

โอกาสนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้รูปแบบฝน ภัยแล้ง และอุทกภัยมีความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น บพค. จึงมุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาระบบคาดการณ์ฝนระยะยาว แต่เป็นการสร้าง “ขีดความสามารถของประเทศ” ในการใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ดร.ณิรวัฒน์ฯ เน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ MIT ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยระดับแนวหน้าของโลก เรียนรู้มาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสากล และต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้งานจริง สอดคล้องกับบทบาทของ บพค. ในการสนับสนุนการพัฒนาคน การยกระดับสถาบัน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ

ด้าน ดร.ไซ ราเวลา นักวิจัยหลักจากภาควิชา Earth, Atmospheric, and Planetary Sciences (EAPS) ของ MIT ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "Physics-Informed Artificial Intelligence (AI) to Predict Extreme Weather Events" โดยนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับองค์ความรู้ด้านฟิสิกส์และสถิติ หรือ Hybrid Modeling เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพิ่มความละเอียดของข้อมูลการพยากรณ์ฝน ช่วยให้ระบบมีความแม่นยำสูงและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ดร.เกียรติคุณ ชอบธรรม สสน. นำเสนอความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบคาดการณ์ฝนระยะยาวด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย โดยนำแนวคิด Hybrid Intelligence มาผสานองค์ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และภูมิอากาศศาสตร์ เข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และคาดการณ์ฝนในระดับพื้นที่ รวมทั้งช่วยแปลผลข้อมูลเชิงเทคนิคให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการทำ Feature Engineering เพื่อการวิเคราะห์ปัจจัยภูมิอากาศ มาฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ เพื่อคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 1–12 เดือน และแสดงผลเป็นแผนที่ฝนคาดการณ์ของประเทศไทย

ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “งานวิจัยสู่การปฏิบัติ : The Role of Artificial Intelligence in Hydro-Informatics” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สสน. และสำนักงาน MIT ภูมิภาคอาเซียน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตลอดจนการรับมือกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติด้านน้ำ การสนับสนุนความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของ บพค. ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

#บพค #รวพ #สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ #กระทรวงอว #กองทุนส่งเสริมววน

Photos from PMU-B บพค.'s post 28/05/2026

“อ.เชน” ชู Thailand Next เปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจฐานขีดความสามารถ ย้ำ AI–Semiconductor–Frontier Research คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แสดงวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ บนเวทีเสวนาครบรอบ 50 ปี ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ หัวข้อ “Thailand Next : THE SUCCESSOR — เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต” โดยชี้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่แข่งขันด้วยต้นทุน ไปสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันด้วย “ขีดความสามารถ” (Capability-driven Economy)

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การแข่งขันของโลกในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และกำลังคนสมรรถนะสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ เช่น Semiconductor, AI, Biotechnology, Clean Energy, Advanced Materials และ Frontier Technology

“ประเทศไทยต้องไม่เพียงรับการลงทุน แต่ต้องเปลี่ยนการลงทุนเหล่านั้นให้กลายเป็น capability ของประเทศ” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

พร้อมระบุว่า หากประเทศไทยมีอุตสาหกรรม Semiconductor ก็ต้องมีกำลังคนไทยที่สามารถออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และต่อยอดเทคโนโลยีได้จริง ขณะที่ AI จะต้องไม่เป็นเพียงเครื่องมือใช้งาน แต่ต้องนำไปสู่การสร้าง AI Ecosystem ของประเทศ ทั้งในมิติ Infrastructure, Platform, Talent และ Industrial Applications

ในการบรรยายครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังได้นำเสนอแนวคิด “Strategic Ecosystem” ซึ่งเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และการลงทุน เข้าด้วยกัน โดยย้ำว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนไปสู่ Ecosystem Mechanism ที่สามารถผลักดันประเทศในระยะยาวได้จริง

พร้อมชูบทบาทของหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยเฉพาะหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ในฐานะกลไกสำคัญของประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า กำลังคนสมรรถนะสูง โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต

หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือการพัฒนา “Frontier Brainpower” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านกลไก Industrial Postdoc, Upskill/Reskill รวมถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลิตบุคลากรที่ “ทำงานได้จริง” ในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ทั้งนี้ ยังมีการกล่าวถึงกรอบความร่วมมือด้าน Semiconductor ซึ่งมุ่งยกระดับจาก Cooperation สู่ Integration ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา การวิจัย และอุตสาหกรรม ตลอดห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ IC Design, Photonics, Wafer Fabrication ไปจนถึง Startup Ecosystem

รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการขับเคลื่อน AI Industry ของประเทศ โดยมอง AI เป็น “Economic Infrastructure” ใหม่ของโลก พร้อมผลักดันการใช้ AI ในภาคการผลิต การแพทย์ เกษตรกรรม โลจิสติกส์ และบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับผลิตภาพเศรษฐกิจไทย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการพัฒนา Medical AI Platform และ AI for Manufacturing ซึ่งมุ่งเชื่อมข้อมูล ระบบบริการ และ AI เข้ากับเศรษฐกิจจริง รวมถึงการพัฒนา AIoT platform เพื่อสนับสนุน Ecosystem ของผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทย และผลักดัน AIoT Products ของไทยเข้าสู่ Global Value Chain

ในด้านการพัฒนากำลังคน AI มีการนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการ Super AI Engineer ซึ่งสร้างบุคลากร AI ตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานจนถึง AI Engineer และ AI Innovator รวมถึงการพัฒนากำลังคน AI กว่า 45,000 คน ผ่านเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุค EV และ Future Mobility โดยชี้ว่า รถยนต์ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจาก “Mechanical Product” ไปสู่ “Intelligent Digital Platform” ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีด้าน Battery Systems, Embedded AI, Electronics และ Software-defined Vehicle เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

พร้อมทั้งยกตัวอย่างโครงการ E-Boat Prototype และโครงการ Digital xEV ซึ่งมุ่งพัฒนาทักษะกำลังคนด้าน EV ครอบคลุมทั้งระบบ Charger, Battery Maintenance, Embedded Systems และ AI Integration เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ในส่วนของ Frontier Research รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า งานวิจัยขั้นแนวหน้าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็น Strategic Investment ของประเทศ ทั้งในด้าน Proton CT สำหรับรักษามะเร็ง, Brain–Computer Interface, Precision Medicine, Space Technology และความร่วมมือระดับโลกกับเครือข่ายวิจัยชั้นนำ เช่น CERN, ITER, IceCube, JST และ DESY

รวมถึงการพัฒนาโครงการดาวเทียม TSC-1 โดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ภายใต้ความร่วมมือของ Thai Space Consortium เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและระบบ Hyperspectral Imaging สำหรับการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

ในช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า Thailand Next ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการสร้างอนาคตร่วมกัน ผ่านการเชื่อมคน งานวิจัย มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และความร่วมมือระดับโลก เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Capability, Technology, Innovation และ Brainpower อย่างแท้จริง

#บพค #รวพ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว

Photos from PMU-B บพค.'s post 27/05/2026

บพค. ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย จัดกิจกรรม Orientation for Franco-Thai Young Talent Research Fellowship 2026 เตรียมความพร้อมให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ไทยก่อนเดินทางไปปฏิบัติงานวิจัย ณ สถาบันและห้องปฏิบัติการในประเทศฝรั่งเศส

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมหว้ากอ 4 ชั้น 14 อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพฯ และระบบออนไลน์ โดยมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม และ ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. กล่าวต้อนรับนักวิจัยที่เข้าร่วมกิจกรรม

โอกาสนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับทุน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ซึ่งในปี 2569 ถือเป็นวาระครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส

“ผู้ได้รับทุนในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับทุนวิจัย แต่ยังเป็นนักวิจัยที่มีศักยภาพสูง ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกของโครงการ และเป็นตัวแทนของนักวิจัยไทยในช่วงเวลาสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ”

ดร.ณิรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ Franco-Thai Young Talent Research Fellowship ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการเดินทางไปทำวิจัยในต่างประเทศเท่านั้น แต่เป็น “จุดเริ่มต้น” ของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ การสร้างโจทย์วิจัยใหม่ และการต่อยอดไปสู่โครงการวิจัยและทุนสนับสนุนอื่นในอนาคต

“สิ่งสำคัญที่อยากให้ผู้ได้รับทุนทุกท่านเก็บเกี่ยวจากโครงการนี้ ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ในห้องปฏิบัติการ แต่รวมถึงเครือข่าย มิตรภาพ มุมมองใหม่ และความร่วมมือระยะยาวที่จะต่อยอดไปได้อีกมากในอนาคต”

บพค. มองว่าการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและการสร้างเครือข่ายวิจัยนานาชาติ เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ Frontier Research เติบโตผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ

ภายในกิจกรรม ผู้ได้รับทุนยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำวิจัยในประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเดินทาง โดย Ms. Wanpen Sirapat จากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย รวมถึงการชี้แจงกระบวนการด้านเอกสาร การบริหารทุน และการดำเนินงานโครงการโดยทีมงาน บพค.

นอกจากนักวิจัยไทย ยังมีนักวิจัยชาวฝรั่งเศสผู้ได้รับทุนในครั้งนี้เข้าร่วมกิจกรรม และเตรียมความพร้อมเพื่อมาปฏิบัติวิจัยในประเทศไทยอีกด้วย

โครงการ Franco-Thai Young Talent Research Fellowship เป็นหนึ่งในกลไกความร่วมมือระหว่าง บพค. และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ที่มุ่งสนับสนุนการพัฒนานักวิจัยสมรรถนะสูง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยงนักวิจัยไทยเข้าสู่ Ecosystem วิทยาศาสตร์ระดับโลก โดย บพค. เชื่อมั่นว่า “Brainpower” และ “Global Scientific Connectivity” คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

#บพค #รวพ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส

26/05/2026

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ "การประชุมวิชาการด้านวิทยาการคำนวณในฟิสิกส์พลังงานสูงและนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ครั้งที่ 28" หรือ การประชุม CHEP 2026

ในการนี้ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จฯ

26/05/2026

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.)

✨ขอแสดงความยินดีกับ
ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล

เนื่องในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
รองผู้อำนวยการ บพค.

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

Photos from PMU-B บพค.'s post 26/05/2026

บพค. ร่วมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการระดับโลก CHEP 2026

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ "การประชุมวิชาการด้านวิทยาการคำนวณในฟิสิกส์พลังงานสูงและนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ครั้งที่ 28" หรือ การประชุม CHEP 2026 เป็นเวทีสำคัญด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ระบบประมวลผลข้อมูลขั้นสูง และปัญญาประดิษฐ์ สำหรับงานวิจัยฟิสิกส์พลังงานสูงและฟิสิกส์นิวเคลียร์ มีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศเข้าร่วมมากกว่า 500 คน สะท้อนศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับนานาชาติ

ในการนี้ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาฯ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จฯ

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการ ความโดยสรุปว่า "ประเทศไทยมีส่วนร่วมในความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านฟิสิกส์พลังงานสูง นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงข่ายคอมพิวเตอร์ระดับโลก ในปี 2558 สถาบันและหน่วยงานวิจัยของไทยได้มีส่วนร่วมในโครงการวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติที่สำคัญ และได้ขยายหน่วยงานด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในความร่วมมือระดับนานาชาติที่สำคัญหลายโครงการ รวมถึงการทดลองที่ CERN และโครงการเจียงเหมินอันเดอร์กราวด์นิวทริโน การประชุมครั้งนี้จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิด และประสบการณ์ระหว่างนักวิจัยจากหลายประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ และสนับสนุนความก้าวหน้าเพิ่มเติมในด้านการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ"

จากนั้นทรงร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษโดย Dr. Simone Campana แห่ง CERN ในหัวข้อ "HEP and scientific computing future" และ Prof. Zoe Holmes จาก Swiss Federal Institute of Technology Lausanne (EPFL)ในหัวข้อ "From quantum computing and quantum algorithms to high energy physics" ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยระดับโลก

#บพค #รวพ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #อว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30