คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ - คปอ.

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ - คปอ.

แชร์

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) People's Party for Freedom

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) เป็นกลุ่มนักกิจกรรมที่รวมตัวกันภายหลังการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเห็นว่าประชามติร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวขาดความชอบธรรม ทั้งในแง่ที่มาและกระบวนการของการทำประชามติ รวมถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

26/04/2026

สำหรับผู้ที่สนใจประเด็นนักโทษการเมือง บ่ายวันนี้ (26 เมษายน 2569) คุณจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หนึ่งในวิทยากรงานเสวนา "อุ้มหาย... แล้วไง?" จะไปเป็นวิทยากรในกิจกรรม "ในนามของความยุติธรรมและเสรีภาพ" โดยมีคุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หนึ่งในวิทยากรงานเสวนา "บริหารอย่างไรใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี" และ "เส้นทางการปฏิรูปกองทัพ" และคุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หนึ่งในวิทยากรงานเสวนา "3 ปีประชามติ ได้อะไร เสียอะไร เอาไงต่อ?" ร่วมเล่นดนตรี

งานจัดเวลา 14.00-19.00 น. ณ อาคาร All Rise (สำนักงาน iLaw หมู่บ้านกลางเมือง รัชดา-ลาดพร้าว ใกล้ MRT ลาดพร้าว) โดยคุณจุฑาทิพย์จะไปเป็นวิทยากรในวงเสวนา "เราคือผู้บริสุทธิ์" เวลา 14.30-15.45 น. ส่วนคุณยิ่งชีพและคุณศศินันท์จะไปเล่นดนตรีเวลา 18.00-19.00 น.

นิทรรศการ "Sentences of Sentenced คำต้องขัง" จัดตั้งแต่วันนี้ - 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00-21.00 น. ณ อาคาร ALL RISE (iLaw)

กำหนดการกิจกรรมตลอดนิทรรศการ
https://www.facebook.com/share/p/14cgGbFhP2s/

#สืบทอดเจตนารมณ์เดือนตุลา #ยกเลิกมาตรา112
#112มรดก6ตุลา #ล้างมรดกบาป6ตุลา #ยกเลิก112

#ปล่อยเพื่อนเรา #ปล่อยผู้บริสุทธิ์ #คืนสิทธิการประกันตัว
#นิรโทษกรรมประชาชน #ปล่อยนักโทษการเมือง

‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’

นิทรรศการโดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ThumbRights Realframe และ iLaw ที่จะชวนคุณมาอ่านถ้อยคำที่เหล่านักโทษการเมืองถูกฟ้องคดีตั้งแต่หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา และคำพิพากษาฉบับเต็มที่คุณอาจไม่เคยหาอ่านได้จากที่ไหน ในขณะที่คนเดินหน้าเข้าสู่เรือนจำยังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ หลังร่างกฎหมาย #นิรโทษกรรมประชาชน ตกไป จดหมายเป็นหนึ่งในไม่กี่หนทางที่พวกเขาใช้สื่อสารเรื่องราวออกมาสู่โลกภายนอก ส่วนภาพถ่ายคือความระลึกถึงที่พวกเราอยากส่งต่อผ่าน เช่นกัน

📍 อาคาร ALL RISE (iLaw) https://maps.app.goo.gl/B3857r2Xgyp4RHvk8?g_st=ic
🗓 25 เมษายน - 10 พฤษภาคม 2569
⏰ 13.00-21.00 น.

⭐️ เตรียมพบกับกิจกรรมพิเศษสัปดาห์แรก

🟣 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569
17.00 น. ลงทะเบียน
17.30 น. วงพูดคุยกับผู้จัดงาน
18.00 น. ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ละคร Court of the Sentenced | เมื่อวันต้อง “คำ” พิพากษา

🎭 Court of the Sentenced | เมื่อวันต้อง “คำ” พิพากษา
ละครจำลองห้องพิจารณาคดี ที่จะพาคุณเข้าไปนั่งอยู่ในศาล
ฟังทุกคำตัดสิน และตั้งคำถามกับ “ความยุติธรรม” ที่เกิดขึ้น
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่มันคือคำถามของสังคมว่าเรายอมรับสิ่งนี้ได้จริงหรือไม่

มาร่วมรับฟัง ร่วมตั้งคำถาม และร่วมเป็นพยาน
ในวันที่ “คำพิพากษา” ไม่ได้อยู่แค่ในศาล


🔴 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569
เครือข่ายพื้นที่นี้...ดีจัง บางกอกฮับ FeelTrip สสย. SYSI และ กลุ่มดินสอสี ร่วมนำเสนอกิจกรรม #ตันต้องไม่ตัน ว่าด้วยคดีความตามมาตรา 110 และ 116 และ #คืนสิทธิในการประกันตัว #คืนเสรีภาพให้ความยุติธรรม

🎸 14.00 น. ดนตรีข้ามกำแพง โดยแก้วใส วงสามัญชน

📚14.30 น. วงเสวนา ‘เราคือผู้บริสุทธิ์’ โดย
- พูนสุข พูนสุขเจริญ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
- จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อดีตแกนนำนักศึกษา ผู้โดนฟ้องคดี 14 ตุลา ไปทำเนียบ เมื่อปี 2563
- ผศ.ดร.ภาสกร อินทุมาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย รัตนาภรณ์ เจือแก้ว กลุ่มกรองข่าวแกง

🎥 15.45 น. ฉายภาพยนตร์ In the Name of the Father
ภาพยนตร์ชนะเลิศรางวัลหมีทองคำ เทศกาล Berlin International Film Festival 1994 สร้างจากเรื่องจริง เมื่อทางการอังกฤษจับกุมและกล่าวหาวัยรุ่นไอริชว่าลอบวางระเบิด ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ด้วยอคติ การเมือง อำนาจ ทำให้คนหนุ่มสาว 4 คน ต้องถูกจำคุกหลายปีกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้

🎤 18.00 น. Freedom Cafe ล้อมวงสนทนาตามธรรมชาติ และดูโอคอนเสิร์ต เป๋า ยิ่งชีพ + แจม ศศินันท์ ทนายขอร้อง (เพลง) เสรีภาพ

เข้าชมฟรีตลอดงาน

#คำต้องขัง #นิรโทษกรรมประชาชน #ตันต้องไม่ตัน #คืนสิทธิการประกันตัว

Photos from คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ - คปอ.'s post 11/04/2026

เมื่อวานนี้ (10 เมษายน 2569) คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ได้เข้าวางพวงหรีดรำลึก 16 ปีการสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และร่วมนับถอยหลัง 4 ปีคดีหมดอายุความ ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน ร่วมกับบุคคลและกลุ่มอื่น ๆ

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

10/04/2026

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

การเสียชีวิตรายสุดท้ายของวันที่ 10 เมษายน 2553 เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ประกาศยุติการปะทะและสถานการณ์รอบพื้นที่ชุมนุมสะพานผ่านฟ้าลีลาศสงบลงแล้ว และผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใด

มานะ อาจราญ อายุ 23 ปี อาชีพลูกจ้างสวนสัตว์ดุสิต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ศีรษะด้านหลังทะลุหน้าเวลาประมาณ 23.00 น. - 23.30 น. บริเวณหน้าบ่อกรงเต่ายักษ์ ใกล้ศูนย์แสดงแมวน้ำภายในสวนสัตว์ดุสิต เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากสมองฉีกขาดจากกระสุนปืนความเร็วสูง

เพื่อนร่วมงานของผู้ตายให้การว่าคืนนั้นภายในสวนสัตว์มีทหารหลายกองร้อยเข้ามาพักอยู่ที่ลานจอดรถ ในช่วงเวลาใกล้ 23.00 น. ทหารด้านหน้าประตูเกิดอาการตกใจและวิ่งกรูเข้ามาด้านใน ขณะที่ทหารที่ลานจอดรถก็วิ่งต่อเข้าไปด้านใน บ้างถือโล่ บ้างถือปืน ระหว่างที่วิ่งมีทหารบางส่วนยิงปืนขึ้นฟ้าเสียงดังเป็นชุด ๆ ติดต่อกันหลายนาที ช่วงนัั้นเป็นเวลาที่มานะเลิกเวรพอดี จึงเดินออกมาด้านนอกและถูกยิงเข้าที่ศีรษะ

คดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติการตามหน้าที่

----------

ขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)
http://www.pic2010.org/death-footnote/

#10ปี10เมษา
#ที่นี่มีคนตาย

10/04/2026

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

หลังเคารพธงชาติ 18.00 น. ขณะที่ท้องฟ้ายังไม่มืด ฝ่ายทหารเริ่มตั้งแถวบนถนนตะนาว เตรียมเข้าปะทะกับผู้ชุมนุม โดยแนวทหารอยู่ห่างจากแนวผู้ชุมนุมซึ่งนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณใกล้แยกคอกวัวประมาณ 10 - 15 เมตร ประมาณ 19.00 น. เมื่อท้องฟ้ามืดลง ทหารได้เดินแถวเข้าหาแนวผู้ชุมนุม ขว้างแก๊สน้ำตาและยิงกระสุนยางเข้าใส่ผู้ชุมนุม รวมทั้งมีการยิงปืนขึ้นฟ้าขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ตอบโต้ด้วยการขว้างปาสิ่งของ ขวดน้ำ ก้อนอิฐ ไม้ เข้าใส่ทหาร การปะทะเกิดขึ้นหลายครัง มีกลุ่มควันขึันด้านหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก และมีเสียงปืน เสียงคล้ายระเบิดดังต่อเนื่องตลอดเวลา

มีพลเรือน 9 คนเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมในบริเวณนี้ ได้แก่

1. ธวัฒนะชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี ชาว จ.นนทบุรี อาชีพลูกจ้างธนาคารและขับแท็กซี่ ถูกยิงเข้าที่อกซ้ายทะลุหลังและต้นขาซ้ายเวลาประมาณ 19.00 น. - 20.00 น. คาดว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ผลชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา กรมตำรวจ ระบุว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืนความเร็วสูงตัดผ่านเส้นหลอดเลือดแดงใหญ่ทรวงอก

2. ไพรศล ทิพย์ลม อายุ 37 ปี ชาว จ.ขอนแก่น อาชีพชิปปิ้งท่าเรือ ถูกยิงที่ศีรษะด้านหน้าทะลุท้ายทอยเวลาประมาณ 19.00 น. - 19.30 น. เสียชีวิตที่โรงพยาบาลหัวเฉียวเนื่องจากสมองถูกทำลายจากกระสุนปืนความเร็วสูง

3. อำพน ตติยรัตน์ อายุ 26 ปี ชาวกรุงเทพฯ เป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ศรีปทุม ถูกยิงที่ศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้าเวลาประมาณ 20.00 น. ขณะหลบอยู่ที่หลังเสาไฟฟ้า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เสียชีวิตเวลาประมาณ 21.00 น. ขณะนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว จากบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงที่ศีรษะทำลายสมอง

4. อนันต์ สิริกุลวาณิชย์ อายุ 54 ปี ชาวกรุงเทพฯ อาชีพรับจ้างและรับเหมาทำอลูมิเนียม ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ระบุชนิดที่คอข้างซ้าย เวลาประมาณ 20.00 น. เสียชีวิตเวลา 7.45 น. วันที่ 14 พฤษภาคมที่โรงพยาบาลกลาง เนื่องจากปอดอักเสบติดเชื้อจากบาดแผลกระสุนปืนที่คอ

5. สวาท วางาม อายุ 28 ปี ชาว จ.สุรินทร์ อาชีพพนักงานส่งเฟอร์นิเจอร์ ลาออกมาเป็นการ์ด นปช. ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย เวลาประมาณ 20.10 น. เสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงที่ศีรษะทำลายสมอง

6. เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ อายุ 29 ปี ชาว จ.ปทุมธานี อาชีพรับจ้างและพนักงานบริษัท ถูกยิงด้วยกระสุนไม่ระบุชนิดที่บริเวณทรวงอกหลายตำแหน่งเวลาประมาณ 20.15 น. เสียชีวิตวันที่ 11 เมษายน เวลา 03.00 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี จากบาดแผลบริเวณทรวงอกทะลุหัวใจและปอด พบเศษตะกั่วในร่างกาย

7. บุญธรรม ทองผุย อายุ 46 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ อาชีพรับจ้างและช่างไฟฟ้า ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดที่หน้าผากซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังส่วนบน เวลาประมาณ 20.00 น. - 20.30 น. เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลศิริราช ผลการชันสูตรระบุว่าเสียชีวิตเนื่องจากสมองฉีกขาดรุนแรงจากบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูง

8. สมิง แตงเพชร อายุ 49 ปี ชาว จ.นนทบุรี อาชีพขายกับข้าวตามตลาดนัด ถูกยิงศีรษะด้วยปืนสงครามเวลาประมาณ 20.15 น. เสียชีวิตวันที่ 14 เมษายน เวลาประมาณ 23.00 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เนื่องจากสมองบวมช้ำฉีกขาด มีเลือดออกในสมอง

9. สมศักดิ์ แก้วสาร อายุ 34 ปี ชาว จ.หนองคาย อาชีพรับจ้างและขับแท็กซี่ ถูกยิงเข้าที่หลังทะลุชายโครงขวาด้วยปืนสงคราม ไม่ทราบเวลาแน่ชัด เสียชีวิตเวลา 22.45 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากเสียเลือดจำนวนมากจากบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงทำลายตับและไตขวา เส้นเลือดใหญ่ฉีกขาด ผลการชันสูตรระบุว่าพบบาดแผลทางเข้าของกระสุนปืนความเร็วสูงบริเวณหลังด้านขวา และออกที่ใต้ชายโครงขวาด้านหน้า แต่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่าถูกยิงที่หลังทะลุอกซ้าย หัวใจฉีกขาด

นอกจากนี้เวลา 20.24 น. ปรากฏ "ชายชุดดำ" เข้ามาที่บริเวณสี่แยกคอกวัว พร้อมอาวุธปืนอาก้าและระเบิดเข้าโจมตีทหาร มีทหาร 1 นายเสียชีวิต คือ ส.อ. อนุพนธ์ หอมมาลี อายุ 29 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ บริเวณถนนตะนาว เสียชีวิตวันที่ 13 เมษายน เวลา 17.45 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเนื่องจากสมองฉีกขาด

----------

ขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)
http://www.pic2010.org/death-footnote/

#10ปี10เมษา
#ที่นี่มีคนตาย

10/04/2026

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

ที่ถนนดินสอ กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งตั้งแนวขวางรถสายพานลำเลียงของทหารในระยะประชิดอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยามาตั้งแต่ช่วงเย็นยังคงประจันหน้ากับฝ่ายทหาร ในขณะเดียวกันก็ยังมีเฮลิคอปเตอร์โปรยแก๊สน้ำตาลงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เวลา 18.00 น. เริ่มมีการใช้กระสุนจริงที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

มีพลเรือน 9 คนเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมในบริเวณนี้ ได้แก่

1. บุญจันทร์ ไหมประเสริฐ อายุ 55 ปี ชาว จ.ราชบุรี อาชีพทำไร่อ้อย ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ระบุชนิดที่บริเวณหัวเหน่าข้างซ้าย เวลาประมาณ 18.00 น. - 19.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตเวลา 19.30 น. ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เนื่องจากเสียเลือดมากจากบาดแผลฉีกขาดทะลุบริเวณสะโพกข้างซ้ายและหัวเหน่าข้างซ้ายทะลุเข้าเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณต้นขาซ้ายส่วนหน้าฉีกขาด

2. ยุทธนา ทองเจริญพูลพร อายุ 23 ปี ชาว จ.ราชบุรี เพิ่งจบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า ม.เทคโนโลยีมหานคร กำลังจะเข้ารับปริญญา ถูกกระสุนจริงยิงศีรษะจากด้านหลังทะลุด้านหน้า และถูกกระสุนยางยิงที่ขา เวลาประมาณ 20.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตเวลา 20.30 น. ขณะนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว สถาบันนิติเวชวิทยา กรมตำรวจระบุว่าเสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงที่ศีรษะทำลายสมอง

3. วสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี ชาว จ.จ.สมุทรปราการ อาชีพรับจ้างและช่างเย็บผ้า ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้าและถูกยิงที่ขา เวลาประมาณ 20.00 น. - 21.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ศพถูกนำไปทีเวทีชุมนุมสะพานผ่านฟ้าฯ ก่อนทีจะนำส่งโรงพยาบาลกลาง ใบมรณบัตรระบุว่าเสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงที่ศีรษะทำลายสมอง

4. สยาม วัฒนนุกุล อายุ 52 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ อาชีพช่างซ่อมรถทัวร์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามไม่ระบุชนิดเวลาประมาณ 20.00 น. - 21.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่าเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลกลาง จากบาดแผลกระสุนที่ทรวงอกด้านหลังทะลุหลอดเลือดแดงใหญ่ช่องอกและเสียโลหิตปริมาณมาก

5. จรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ อาชีพขับรถแท็กซี่ ถูกยิงเข้าที่อกขวา กระสุนฝังในกระดูกสันหลังส่วนเอวชิ้นที่ 1 เวลาประมาณ 20.00 น. - 21.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลกลางเนื่องจากกระสุนปืนความเร็วสูงที่ทรวงอกทำลายปอดและตับ

6. คนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี ชาวกรุงเทพฯ อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่อกขวา กระสุนฝังในหน้ากระดูกสันหลังส่วนอก เวลาประมาณ 20.00 น. - 21.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ใบมรณบัตรระบุว่าเสียชีวิตจากเลือดออกในช่องอกขวา ปอดฉีกจากบาดแผลถูกยิง และผลชันสูตรของแพทย์นิติเวช วิทยาลัยแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล พบว่าถูกกระสุนความเร็วสูง 1 นัด ทำลายบริเวณช่องอกด้านขวาปอดฉีกทั้งสองข้าง และทำลายกระดูกสันหลัง

7. ฮิโรยูกิ มูราโมโตะ อายุ 43 ปี ชาวญี่ปุ่น อาชีพช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้ายทะลุต้นแขนขวา เวลาประมาณ 21.00 น. หน้าอาคารพรรณี เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลกลาง เนื่องจากจากกระสุนปืนความเร็วสูงที่ทรวงอก ทำลายปอด และหลอดเลือดแดงใหญ่

8. ทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 43 ปี ชาวกรุงเทพฯ อาชีพพนักงานบริษัท ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ราวนมด้านซ้าย กระสุนถูกหัวใจทะลุแผ่นหลัง เวลาประมาณ 21.00 น. ภายหลังฮิโรยูกิถูกยิงไม่นาน หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลจากบาดแผลกระสุนปืนที่ทรวงอกทะลุหัวใจ

9. นภพล เผ่าพนัส อายุ 30 ปี ชาว จ.ชลบุรี อาชีพเจ้าหน้าที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร ม.ลาดกระบัง ถูกยิงที่ท้องด้วยอาวุธปืนสงครามไม่ระบุชนิด ไม่ทราบเวลาและสถานที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นบริเวณถนนดินสอ-ร.ร.สตรีวิทยา เสียชีวิตวันที่ 13 เมษายน เวลา 9.15 น. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

นอกจากนี้เวลาประมาณ 20.00 น. มีการโจมตีทหารด้วยระเบิดบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา มีทหาร 4 นายเสียชีวิต ได้แก่

1. พ.อ. (พิเศษ) ร่มเกล้า ธุวธรรม อายุ 43 ปี บาดแผลท้ายทอยขวาฉีกขาด น่อง 2 ข้างฉีกขาดฟกช้ำ เสียชีวิตวันที่ 11 เมษายน เวลา 3.00 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

2. ส.ท. อนุพงษ์ เมืองอำพัน อายุ 21 ปี โดนระเบิดบาดแผลทรวงอกฟกช้ำ น่อง 2 ข้างฉีกขาดฟกช้ำ เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

3. พลทหาร ภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปี บาดแผลเปิดกะโหลกท้ายทอยขวา น่อง 2 ข้างฉีกขาดฟกช้ำ เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

4. พลทหาร สิงหา อ่อนทรง ไม่ทราบอายุ บาดแผลอกซ้ายและด้านหน้าต้นขาซ้ายฉีกขาด เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎ เนื่องจากหัวใจฉีกขาดจากระเบิด ขณะที่ ผอ. กองอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ระบุว่ามีบาดแผลถูกยิงบริเวณอกซ้าย 1 นัด

----------

ขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)
http://www.pic2010.org/death-footnote/

#10ปี10เมษา
#ที่นี่มีคนตาย

10/04/2026

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

เวลา 17.45 น. ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ มีเฮลิคอปเตอร์บินวนทั่วบริเวณ และได้มีการปล่อยแก๊สน้ำตาลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อสลายการชุมนุม ขณะที่แกนนำได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมออกมารวมตัวกันที่หน้าเวที พร้อมกับปลุกระดมให้ต่อสู้และดูสถานการณ์ต่อไป ขณะที่ผู้ชุมนุมได้มีการปล่อยลูกโป่งและโคมลอยเพื่อรบกวนการบินของเจ้าหน้าที

มีผู้เสียชีวิต 1 คนจากการสลายการชุมนุมในบริเวณนี้ คือ มนต์ชัย แซ่จอง อายุ 54 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ อาชีพขายคาสเซ็ตเทปมือสองอยู่ที่ท่าช้าง ถูกแก๊สน้ำตาในช่วงบ่ายบริเวณถนนราชดำเนิน-สะพานผ่านฟ้าลีลาศแล้วเกิดอาการไม่สบาย ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลกลาง และเสียชีวิตในวันที่ 11 เมษายน เวลา 02.50 น.

ใบแจ้งการตายจากสถาบันนิติเวชวิทยา กรมตำรวจระบุว่าระบบการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ขณะที่หนังสือรับรองการตายออกโดยโรงพยาบาลและใบมรณบัตรระบุว่าติดเชื้อในกระเเสเลือด

----------

ขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)
http://www.pic2010.org/death-footnote/

#10ปี10เมษา
#ที่นี่มีคนตาย

10/04/2026

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

การสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายน 2553 เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 13.30 น. โดยทหารในกองทัพภาคที 1 ใช้กำลัง 3 กองร้อยบุกออกจากประตูด้านถนนศรีอยุธยาโดยใช้น้ำฉีด ยิงกระสุนยางและระเบิดแก๊สน้ำตาเบิกทาง รุกไล่ผู้ชุมนุมไปอยู่สะพานมัฆวานรังสรรค์ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานและพยานยืนยันว่ามีการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุมด้วย

มีผู้เสียชีวิต 2 คนจากการสลายการชุมนุมในบริเวณนี้ ได้แก่

1. เกรียงไกร คำน้อย อายุ 23 ปี ชาว จ.ชลบุรี มีอาชีพรับจ้างและขับรถตุ๊กตุ๊ก ถูกทหารยิงด้วยกระสุนจริงเวลาประมาณ 15.30 น. ตรงข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ เลยประตูทางเข้าเล็กน้อย บริเวณต้นมะขามต้นใหญ่ โดยมีเพียงไม้ไผ่ในมือ

เกรียงไกรถูกนำส่งถูกส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และเสียชีวิตในวันที่ 11 เมษายน 2553 เวลา 03.30 น. สาเหตุเพราะถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง สะโพกด้านซ้ายทะลุด้านขวา และที่อก กระสุนฝังที่หลังเสียชีวิตจากสาเหตุ เสียเลือดมากจากหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณอุ้งเชิงกรานขวาฉีกขาด

2. อนันท์ ชินสงคราม อายุ 38 ปี ชาว จ.ขอนแก่น อาชีพรับจ้างวาดรูป ถูกแก๊สน้ำตาในช่วงบ่ายบริเวณสะพานมัฆวาน หลังจากโดน 2-3 วัน ก็มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แพทย์วินิจฉัยอาการว่าปอดอักเสบ เมื่ออาการทุเลาลงก็มาร่วมชุมนุมอีก แต่เมื่อเริ่มมีอาการอีกก็จะไปรักษาเป็นระยะ ๆ

หลังการสลายการชุมนุมวันที่ 19 พฤษภาคมอนันต์ก็ป่วยตลอดจนต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้าน เมื่อป่วยหนักทางบ้านได้ส่งอนันท์เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน - 5 ตุลาคม หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอนันท์กลับบ้าน และเสียชีวิตในวันถัดมาคือวันที่ 6 ตุลาคมด้วยสาเหตุปอดติดเชื้อ

----------

ขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)
http://www.pic2010.org/death-footnote/

#10ปี10เมษา
#ที่นี่มีคนตาย

Photos from คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ - คปอ.'s post 10/04/2026

แถลงการณ์ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)

เรื่อง 16 ปี 10 เมษา ตามหาความจริงและความยุติธรรมก่อนคดีหมดอายุความ
ยุติสองมาตรฐาน เรียกร้องเข้าร่วมศาลอาญาระหว่างประเทศ นิรโทษกรรมทุกคดีการเมือง
ชวนสาธารณชนผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้อำนาจเป็นของประชาชนโดยแท้จริง

การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2553 มีจุดเริ่มต้นมาจากการยุบพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลอีก 2 พรรคในปี 2551 จนรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ต้องล้มลง ซ้ำยังมีพรรคร่วมรัฐบาลและอดีต สส. พรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ย้ายขั้วไปสนับสนุนให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้ข่าวลือหนาหูว่าถูก “อำนาจพิเศษ” บีบบังคับ และมีการ “ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร” ทำให้ในเดือนมีนาคม – เมษายนปี 2552 นปช. จัดชุมนุมประท้วงใหญ่ในกรุงเทพฯ และที่เมืองพัทยา เรียกร้องให้อภิสิทธิ์และองคมนตรีอีก 3 คนลาออกจากตำแหน่ง แต่การชุมนุมที่พัทยากลับถูก “กลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน” เข้าทำร้าย จนนำไปสู่การบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ส่วนการชุมนุมในกรุงเทพฯ ก็ถูกรัฐบาลส่งทหารเข้าสลายด้วยกระสุนจริงจนมีผู้บาดเจ็บนับร้อยคน และมีการ์ด นปช. 2 คนถูกอุ้มไปซ้อมทรมานและมัดมือฆ่าถ่วงแม่น้ำเจ้าพระยาโดยหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้

ในเดือนมีนาคมปี 2553 นปช. ชุมนุมอีกครั้งเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเลือกตั้งใหม่ การชุมนุมในเดือนแรกเป็นไปอย่างสันติ แต่เมื่อการเจรจาเพื่อกำหนดกรอบเวลายุบสภาล้มเหลวก็เกิดการยกระดับการชุมนุมขึ้น เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุม จนรัฐบาลส่งทหารเข้าสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนทั้งทหารและประชาชน ถือเป็นการปิดประตูตายการเจรจา และนำไปสู่การนองเลือดอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมจนมีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยคนและผู้บาดเจ็บกว่าพันคนในที่สุด

ข้ออ้างของรัฐบาลว่าต้องใช้ทหารสลายการชุมนุมด้วยกระสุนจริงเพราะมีกองกำลังติดอาวุธที่เรียกกันว่า “ชายชุดดำ” แฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนจริงจากฝั่งทหารจนเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงบ่ายและช่วงค่ำก่อนที่ “ชายชุดดำ” จะโผล่มา และผู้เสียชีวิตทุกคนก็ไม่มีอาวุธปืนในมือ ข้ออ้างว่าสลายการชุมนุมเพราะเกิดการ “เผาบ้านเผาเมือง” ก็เช่นกัน เพราะการเผาอาคารสถานที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากทหารเข้าสลายการชุมนุมแล้ว เช่นเดียวกับเรื่อง “ผังล้มเจ้า” ซึ่งอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ยอมรับกลางศาลว่าเป็นเพียงแค่ “ผังความสัมพันธ์” เท่านั้น

ภายหลังการสลายการชุมนุม รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เพื่อค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจาก คอป. ไม่มีอำนาจเรียกบุคคลมาให้ข้อมูล และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลลับที่อ่อนไหวได้ ความจริงจำนวนมากจึงยังเป็นปริศนาต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นรายงานของ คอป. ยังเน้นนำเสนอความรุนแรงจากฝ่าย นปช. หลีกเลี่ยงความรุนแรงจากทหารและคอยแก้ต่างให้ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ออกมาในภายหลังก็เป็นเช่นเดียวกัน

แม้จะกล่าวได้ว่าทุกฝ่ายมีส่วนต้องรับผิดชอบกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่กลับมีแต่ฝ่าย นปช. ที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ในหลายคดีมีการจับแพะ สอบสวนโดยไม่ชอบ บิดเบือนพยานหลักฐาน ข่มขู่ หลอกลวง ซ้อมทรมานผู้ต้องหา หลายคนไม่ได้รับการประกันตัว บางคนพ้นผิดแต่ต้องติดคุกฟรีหลายปี บางคนถูกลงโทษเพียงเพราะอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังรัฐประหารปี 2557 ผู้ต้องหาบางคนถูกควบคุมตัวในค่ายทหาร บางคนถูกเพิ่มโทษจากเบาเป็นหนัก ในทางตรงข้าม ผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายหรือฆ่าผู้ชุมนุมตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมากลับไม่มีใครถูกลงโทษเลย ซ้ำร้ายหลังการรัฐประหารคดีต่าง ๆ ก็หยุดชะงักลง มีความพยายามยุติการไต่สวนความตายหลังผลปรากฏว่ามีคนตายด้วยกระสุนจากฝั่งทหาร 17 คน ส่วนอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจอีก 3 คนที่ทำคดีสลายการชุมนุมก็ถูกศาลพิพากษาจำคุกฐานกลั่นแกล้งอีกด้วย

การสลายการชุมนุม นปช. ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ผ่านมาครบรอบ 16 ปีแล้ว แต่ปัญหาทางการเมืองต่าง ๆ กลับไม่เปลี่ยนไปเลย มีแต่จะเลวร้ายลง รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้อยู่ลดอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจรัฐราชการและกองทัพ กระบวนการยุติธรรมยังคงมีสองมาตรฐาน พรรคการเมืองยังคงถูกยุบ สส. ยังคงย้ายขั้ว ผู้เห็นต่างจากรัฐยังคงถูกคุกคามดำเนินคดี และอีก 4 ปีคดีสลายการชุมนุมจะหมดอายุความ

ในโอกาสนี้คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ขอแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องของเราดังนี้

1. ขอเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงการสลายการชุมนุมปี 2553 อีกครั้งก่อนคดีหมดอายุความ โดยต้องมีอำนาจเรียกบุคคลเข้าให้ปากคำและเข้าถึงเอกสารลับทางราชการ

2. ขอเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ก่ออาชญากรรมทุกคดีและทุกฝ่ายอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน ผู้ต้องหาและจำเลยต้องได้ประกันตัว ต้องสอบสวนการจับแพะ การสอบสวนโดยไม่ชอบ และการซ้อมทรมาน ลงโทษผู้กระทำผิด เยียวยาผู้เสียหายและผู้ที่ศาลยกฟ้อง และนิรโทษกรรมทุกคดีการเมือง

3. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยลงนามยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เพื่อให้ศาลดังกล่าวสามารถตัดสินเอาผิดเจ้าหน้ารัฐที่สังหารประชาชนในไทยได้หากระบบยุติธรรมไทยไม่ทำหน้าที่ เพื่อกำจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทยและป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก

4. ขอเรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการทำประชามติอย่างเสรีและเป็นธรรม ขอเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขยายสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค รับประกันความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ให้อำนาจอธิปไตยทั้งสามและหน่วยงานของรัฐรวมทั้งกองทัพและตำรวจยึดโยงกับประชาชน อยู่ใต้การบังคับบัญชาของประชาชน และขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลังจำกัดสิทธิเสรีภาพ เช่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

จึงเรียนมาเพื่อเชิญชวนให้สาธารณชนร่วมกันพิจารณาและร่วมกันผลักดันต่อไป

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)
10 เมษายน 2569
4 ปีก่อนคดีหมดอายุความ

(ปรับปรุงแก้ไขจากฉบับเดิม วันที่ 10 เมษายน 2563)

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ

10/04/2026

พวงหรีดรำลึก 16 ปี การสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) จะนำไปวางที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน ในวันนี้ (10 เมษายน 2569)

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ

06/04/2026

บ่ายวันที่ 10 เมษายน 2569 มีกิจกรรมรำลึก 16 ปีการสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนับถอยหลัง 4 ปีคดีหมดอายุความ

งานจัดเวลา 12.00 -18.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (แยกคอกวัว)

#16ปี10เมษา
#16ปีเมษาพฤษภา53
#อีก4ปีคดีหมดอายุความ
#ที่นี่มีคนตาย

งานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53
🔥นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ

ณ บริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (แยกคอกวัว)
วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

กำหนดการ

12.00 น. เปิดชมนิทรรศการและรดน้ำวีรชน
มีซุ้มอาหาร-เครื่องดื่ม ฟรี! ซุ้มขายหนังสือ ลดราคา/แจก ฟรี! และซุ้มกิจกรรมขององค์กรต่าง ๆ

14.00 น. ดนตรี

15.00 น. เริ่มพิธีสงฆ์ ถวายสังฆทานพระสงฆ์ 4 รูป

15.30 น. วางพวงหรีด/ช่อดอกไม้

16.00 น. กล่าวไว้อาลัยและสดุดีวีรชน

18.00 น. จุดเทียนรำลึก/วางดอกไม้ อธิษฐานจิตต่อดวงวิญญาณวีรชน เมษา-พฤษภา53
- ดนตรี/การแสดง


นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย

#ยูดีดีนิวส์ #คนเสื้อแดง #นปช #คปช53

26/03/2026

บ่ายวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 12.00 - 17.00 น. อ.ชำนาญ จันทร์เรือง หนึ่งในวิทยากรงานเสวนา "ท้องถิ่นก้าวไกล ต้องกระจายอำนาจ" จะไปเป็นวิทยากรในงานเสวนา "กระจายอำนาจ ให้เมืองมีเสียง ให้คนมีสิทธิ" ณ ห้อง LT2 ชั้น 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

* จำกัด 300 ที่นั่ง *

ลงทะเบียนได้ที่
https://forms.gle/axDKGR3r7gr5PyVU8

ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือน "ไม่มีสิทธิ" ในการกำหนดอนาคตของเมืองที่เราอยู่?

การกระจายอำนาจ ไม่ใช่แค่เรื่องของการโอนภารกิจจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นตามรูปแบบโครงสร้างเดิมๆ เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือ “การกระจายอำนาจโดยมีพลเมืองเป็นศูนย์กลาง” เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจที่แท้จริงในการร่วมกำหนดนโยบาย ตัดสินใจ และตรวจสอบการจัดสรรทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ และยกระดับคุณภาพของประชาธิปไตยไทยให้มั่นคงจากฐานราก
พบกับวงเสวนาสุดเข้มข้นที่จะมาถอดรหัสผ่านภาพยนตร์เรื่อง “where we belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า” เพื่อมองหาคำตอบว่าเราจะเปลี่ยนเมืองจาก "ที่ที่ไม่ใช่ที่ของเรา" ให้กลายเป็น "ที่ที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของ" ได้อย่างไร

กระทบไหล่กับ 7 วิทยากรผู้ขับเคลื่อนประเด็นการกระจายอำนาจ
๐ คุณคงเดช จาตุรันต์รัศมี: ผู้กำกับภาพยนตร์ “where we belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า”
และนักเขียนบทภาพยนตร์ เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ประจำปี 2557 ผลงานภาพยนตร์ที่โดดเด่นในการสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของอำนาจและการควบคุมทรัพยากรที่ส่งผลต่อชีวิตและโอกาสของผู้คนในพื้นที่
๐ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ประธานมูลนิธิคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้ขับเคลื่อนแคมเปญรณรงค์ “ปลดล็อกท้องถิ่น” และผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นการคืนงบประมาณและอำนาจการตัดสินใจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๐ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษผู้มีบทบาทในการผลักดันนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Soft Power)
๐ รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์: รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองท้องถิ่น เจ้าของผลงานหนังสือ “หีบบัตรกับบุญคุณ: การเมืองการเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายอุปถัมภ์” และงานวิจัยด้านเครือข่ายอิทธิพลท้องถิ่น
๐ คุณชำนาญ จันทร์เรือง: ผู้ร่วมยกร่างและผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียบปฏิบัติราชการเชียงใหม่มหานคร เพื่อการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (จังหวัดจัดการตนเอง)
๐ คุณเพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล: ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ Amnesty International Thailand ผู้ขับเคลื่อนงานรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้โครงสร้างอำนาจรัฐส่วนกลาง
๐ คุณภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล: เจ้าหน้าที่รณรงค์จากเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) นักกิจกรรมด้านสิทธิพลเมืองที่มีบทบาทในการรณรงค์เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับสิทธิของประชาชน

พบกัน
🗓 วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 | 12.00 - 17.00 น.
📍 ห้อง LT2 ชั้น 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
📢 ลงทะเบียนเข้าชมฟรี!สแกน QR Code หรือ https://forms.gle/axDKGR3r7gr5PyVU8
(จำกัด 300 ที่นั่ง เท่านั้น)

ร่วมสำรวจสิทธิ์และเสียงของพลเมืองผ่านกิจกรรม Movie Talk และการเสวนาสุดเข้มข้นได้ที่งานนี้เลย
#กระจายอำนาจ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


177 ถนนตะนาว แขวงบวรนิเวศ เขตพ
Bangkok
10200