03/06/2026
สปสช. ผนึก 31 องค์กรรัฐ-เอกชน MOU NIA - อว. ขับเคลื่อนไทยสู่ “ศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์”
สปสช. ร่วมลงนามความร่วมมือ NIA และกระทรวง อว. พร้อมผนึกพลัง 31 องค์กรภาครัฐ - เอกชนด้านการแพทย์ ขับเคลื่อน “โครงการนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ” ยกระดับระบบสุขภาพประเทศไทยสู่ “ศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์” ของภูมิภาค ย้ำพร้อมสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ไทยสู่ “ระบบบัตรทอง” ดูแลประชาชนกว่า 47 ล้านคนเข้าถึงเทคโนโลยีสุขภาพที่มีคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดค่าใช้จ่ายในระบบบระยะยาว
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย 31 หน่วยงานด้านการแพทย์ สุขภาพ และ Wellness ทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ใน “โครงการนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ” โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีการลงนาม เพื่อร่วมกันชับเคลื่อนสู่เป้าหมายการผลักดันระบบสุขภาพและสาธารณสุขของประเทศได้เติบโตอย่างยั่งยืน ณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ความร่วมมือของหน่วยงานสุขภาพทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน จะทำให้เกิดกระบวนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรมทางการแพทย์ให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างครบวงจร ทั้งนี้ มีเป้าหมายในระยะ 3 ปี คือ การสร้างการลงทุนด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ภายในประเทศเป็นจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างมูลค่าการค้าและการส่งออกนวัตกรรมไทยให้ถึง 2,500 ล้านบาท รวมถึงการสร้างงานทักษะสูงอีก 1 หมื่นตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถยกระดับไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์” หรือ Medical Innovation Hub ในภูมิภาค และที่สำคัญคือประเทศไทยจะลดการพึ่งพานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นต่อระบบสุขภาพลงไปได้
ทั้งนี้ ความร่วมมือของทั้ง 32 หน่วยงานจะร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศในระยะ 3 ปี โดยมุ่งดำเนินงาน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.ผลักดันโครงการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ไปใช้จริงไม่น้อยกว่า 10 โครงการ และพัฒนาเครือข่ายสถานพยาบาลนำร่องไม่น้อยกว่า 20 แห่ง เพื่อเป็นพื้นที่ทดสอบและต่อยอดนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ 2.นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์มาเพิ่มประสิทธิภาพบริการ ลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยลงอย่างน้อยร้อยละ 15 ภายใน 2 ปี และ 3.บ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านการแพทย์และสุขภาพไม่น้อยกว่า 20 ทีม พร้อมร่วมพัฒนามาตรฐาน แนวปฏิบัติ และกลไกกำกับดูแลที่รองรับเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนการขยายตลาดนวัตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ดร.ศ.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ไทยมีศักยภาพด้านบุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพในระดับสากล โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะมุ่งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์อย่างครบวงจร ผ่านกลไกการร่วมลงทุน (Co-funding) ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งนักลงทุนอิสระ (VC) และหน่วยลงทุนของภาคธุรกิจ (CVC) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยเติบโต สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ NIA ยังผลักดันการจัดทำพื้นที่ทดสอบเชิงกำกับดูแล (Regulatory Sandbox) ผ่าน “ย่านนวัตกรรมทางการแพทย์” เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองใช้นวัตกรรมทางคลินิก (Living Lab) ในสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลจริง ช่วยให้นวัตกรรมได้รับการประเมินตามมาตรฐานที่เหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นแก่บุคลากรทางการแพทย์ผู้ใช้งาน
“ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ ลดความแออัดในระบบสาธารณสุข และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศได้จริง พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ของภูมิภาค ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขในระยะยาว” ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าว
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทย ไปใช้ประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ตามมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่ให้การสนับสนุนนวัตกรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อนำมาใช้ดูแลประชาชนสิทธิบัตรทองกว่า 47 ล้านคน ปัจจุบันมีนวัตกรรมและเครื่องมือแพทย์ที่พัฒนาโดยคนไทยได้รับการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบแล้ว 7 รายการ และถูกนำไปใช้จริงจนเกิดประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและระบบสาธารณสุขของประเทศ
ทั้งนี้ หนึ่งในนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบสุขภาพในปัจจุบัน คือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย สปสช. ได้สนับสนุนการใช้ “Chest X-ray AI” สำหรับช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองโรคและประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วย ส่งผลให้การตรวจวินิจฉัยมีความรวดเร็วมากขึ้น ช่วยให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว
“สปสช. พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านการรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค หากมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับและสามารถยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพได้จริง สปสช. ก็พร้อมพิจารณานำเข้าสู่ระบบสิทธิประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
/////// 3 มิถุนายน 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่
-สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
-หรือ LINE Official Account สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี
-หรือ Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
03/06/2026
💙 ใช้สิทธิ์ "ไทยช่วยไทย พลัส" แล้ว...
รู้ไหมว่าในแอปฯ เป๋าตัง ยังมี ❤️ "กระเป๋าสุขภาพ" ให้ใช้งานฟรีอีกด้วย
📱 เปิดแอปฯ เป๋าตัง
❤️ เลือกเมนู "กระเป๋าสุขภาพ"
🔍 ตรวจสอบข้อมูลสุขภาพและสิทธิการรักษาของตนเองได้ทันที
✅ เช็กสิทธิสุขภาพ
✅ ดูข้อมูลการรักษา
✅ ติดตามประวัติสุขภาพของตนเอง
รู้สิทธิ รู้สุขภาพ ดูได้ในแอปเดียว
#ไทยช่วยไทยพลัส #กระเป๋าสุขภาพ #เป๋าตัง #สปสช #สิทธิบัตรทอง #สุขภาพดิจิทัล
03/06/2026
ทรงพระเจริญ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า
คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
02/06/2026
ดอยหล่อโมเดล พลิกชีวิตผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผ่าน “ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพฯ” ใกล้บ้าน
อบต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ผ่าน “ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง” ที่เกิดจากความร่วมมือของท้องถิ่น ชุมชน และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการฟื้นฟูและกายภาพบำบัดใกล้บ้าน ลดภาระครอบครัว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
นางสาวอารีรัตน์ มาตัน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลดอยหล่อ กล่าวว่า อบต.ดอยหล่อ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ จึงจัดตั้ง “ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง” ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อดูแล ฟื้นฟู และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน ถือเป็นความท้าทายสำคัญ เพราะทั้งอำเภอดอยหล่อมีนักกายภาพบำบัดเพียง 1 คน แต่ต้องดูแลประชาชนถึง 4 ตำบล ขณะที่มีผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงเกือบ 100 คน ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถเข้าถึงบริการฟื้นฟูได้อย่างทั่วถึง
จากปัญหาดังกล่าว อบต.ดอยหล่อ จึงร่วมมือกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาสาขากายภาพบำบัดหมุนเวียนลงชุมชน เพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย ควบคู่กับการตรวจคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพ ทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงบริการกายภาพบำบัดได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไกลเข้าเมือง พร้อมกันนี้ ว่าที่ร้อยตรีสุรพงค์ กาบวัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอยหล่อ ยังสนับสนุนการจัดบริการรถรับส่งผู้ป่วยจากบ้านมายังศูนย์ฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
“ช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดศูนย์ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ผู้ป่วยหลายรายที่เคยเดินไม่ได้ เริ่มกลับมาเดินได้อีกครั้ง บางคนสามารถลุกเข้าห้องน้ำเองได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ครอบครัวมีกำลังใจ และเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง” ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.ดอยหล่อ กล่าว
นางสาวอารีรัตน์ กล่าวว่า จากเดิมศูนย์ฟื้นฟูฯ เปิดบริการเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน แต่ต่อมาได้ขยายการให้บริการเป็นวันอังคารถึงวันศุกร์ ส่วนวันจันทร์เป็นการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน พร้อมเพิ่มบุคลากรทั้งนักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และพยาบาล จนปัจจุบันได้รับการยกระดับเป็นหน่วยบริการสาธารณสุขของ อบต.ดอยหล่อ
นอกจากทา ศูนย์ LTC ของ อบต.ดอยหล่อ ไม่ได้ดูแลเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม รวมถึงวัยทำงานที่มีปัญหากระดูกและกล้ามเนื้อจากการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร นอกจากนี้ ยังมีบริการกายภาพบำบัดด้วยเครื่องกระตุ้นแม่เหล็ก และขยายการดูแลไปยังเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการ โดยมีนักกิจกรรมบำบัดร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งจุดเด่น คือ การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมดูแลผู้ป่วย เช่น การผลิตกายอุปกรณ์จากวัสดุและองค์ความรู้ในชุมชน เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยให้เหมาะกับสภาพการใช้งานจริง พร้อมมีแผนยกระดับศูนย์ฯ ให้เป็นหน่วยบริการส่งต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเข้าถึงบริการได้มากขึ้นในอนาคต
นางสาวอารีรัตน์ กล่าวว่า พื้นที่ อบต.ดอยหล่อ มีประชากรราว 12,000 คน เป็นผู้สูงอายุประมาณ 3,000 คน และมีผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงเกือบ 100 คน ทำให้ความต้องการผู้ช่วยดูแลหรือ Caregiver (CG) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อบต.ดอยหล่อ ได้จ้าง Caregiver ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากฯ จำนวน 2 คน เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยในชุมชนตามแผนการดูแล (Care Plan) ซึ่งนอกจากช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้คนในพื้นที่ควบคู่กันไปด้วย
“ผู้ที่เข้าสู่ภาวะพึ่งพิงในระยะแรก ถือเป็นช่วงนาทีทองของการฟื้นฟู หากได้รับกายภาพบำบัดอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จะช่วยลดภาวะติดเตียง ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น และช่วยลดภาระของครอบครัวและชุมชนในระยะยาว และศูนย์ฟื้นฟูฯ ได้เข้ามามีบทบาทในส่วนนี้” ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.ดอยหล่อ กล่าว
/////// 2 มิถุนายน 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่
-สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
-หรือ LINE Official Account สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี
-หรือ Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
02/06/2026
ในวันที่ต้องสู้กับโรคหายาก
จากร่างกายอ่อนแรงทีละส่วน
สู่บทเรียนเรื่องสิทธิรักษาที่ต้องรู้ ❤
ในวันที่ต้องสู้กับโรคหายาก
จากร่างกายอ่อนแรงทีละส่วน
สู่บทเรียนเรื่องสิทธิรักษาที่ต้องรู้
“ตอนแรกแค่มือชา อยู่ๆ ก็จับอะไรไม่ค่อยมีแรง”
อาการที่ไม่มีใครคิดว่าจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรคหายากอย่าง ‘กิลแลง-บาร์เร ซินโดรม’ หรือ Guillain-Barre Syndrome (GBS) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ที่ทำให้ สมชัย สวัสดี จากคนที่ทำงานซ่อมรถ ใช้ชีวิตปกติ ค่อยๆ สูญเสียแรงทั้งร่างกายภายในเวลาไม่กี่วัน จนต้องเข้า ICU นานกว่า 1 เดือน
สมชัยเล่าย้อนถึงวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปแบบไม่ทันตั้งตัว โดยอาการเริ่มต้นเกิดขึ้นขณะนั่งกินข้าวอยู่ตามปกติ จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามือชา และเริ่มไม่มีแรงจับของ ช่วงแรกไม่ได้คิดว่าเป็นอาการร้ายแรง เพราะไม่มีอาการปวดหัว ไม่มีไข้ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันกล้ามเนื้อทั่วร่างกายก็เริ่มอ่อนแรงลง
• จากผู้ป่วยที่ขยับตัวไม่ได้ ค่อยๆ กลับมาเดินได้อีกครั้ง
ช่วงแรก สมชัยถูกพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน แพทย์พยายามรักษาตามอาการ และสงสัยว่าอาจเกี่ยวกับสมองหรือเส้นเลือดสมอง แต่แม้จะรักษาอยู่หลายวัน อาการยังคงหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกินข้าวเองไม่ได้ กลืนอาหารลำบาก แขนขาไม่มีแรง และเริ่มขยับตัวแทบไม่ได้ จนครอบครัวตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลอีกแห่ง แม้ยังไม่มีใบส่งตัวจากโรงพยาบาลเดิม
โดยแพทย์ใช้เวลาตรวจหลายชั่วโมง ก่อนตัดสินใจเจาะไขสันหลัง และพบว่าเป็นโรคกิลแลง-บาร์เร ซินโดรม ซึ่งเกิดจากการอักเสบเฉียบพลันที่เส้นประสาทส่วนปลาย จากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นหายใจเองไม่ได้ ถือเป็นโรคหายาก พบได้เพียง 1 ใน 1 แสนคน ซึ่งทำให้ต้องรักษาอยู่แผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) นาน 1 เดือน พร้อมกับใช้เครื่องช่วยกระตุ้นไฟฟ้ากับกล้ามเนื้อตลอด และคอยพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง เพราะไม่สามารถขยับตัวเองได้เลย รวมถึงให้อาหารผ่านสายยาง เพราะกลืนอาหารไม่ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ร่างกายแทบไม่ตอบสนอง แต่สมชัยเล่าว่า ยังได้ยินและรับรู้ทุกอย่าง รวมถึงเสียงคนรอบตัวที่คิดว่าเขาอาจไม่รอด
“ตอนนั้นรับรู้หมด หมอบอกให้ทำอะไรก็ทำ แต่ทำไม่ได้ เพราะมือไม้ไม่มีแรง หมอบอกให้กระพริบตา ผมก็นึกว่ากระพริบแล้ว แต่จริงๆ มันทำไม่ได้”
หลังรักษาอยู่หลายสัปดาห์ อาการของสมชัยเริ่มดีขึ้น ค่อยๆ ขยับมือได้ ก่อนจะเข้าสู่การทำกายภาพบำบัด โดยต้องเริ่มฝึกเดินใหม่ทั้งหมด และฝึกใช้ชีวิตประจำวันอีกครั้ง เพียง 3-4 เดือน หลังออกจากโรงพยาบาล สมชัยก็กลับมาซ่อมรถและใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้จะยังมีอาการชาที่มือและเท้าอยู่บ้าง
“หมอให้วอล์กเกอร์ 4 ขามา แต่พอกลับบ้าน ไม่ได้ใช้เลย เดินได้ปกติ ส่วนมือก็ยังชาอยู่ แต่ก็ทำงานได้ คนเคยทำงาน อยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก”
• บัตรทองที่ช่วยให้เข้าถึงการรักษา
แม้ช่วงแรกจะมีปัญหาเรื่องการส่งต่อ แต่สมชัยมองว่า ‘บัตรทอง’ ยังเป็นระบบสำคัญที่ช่วยให้คนธรรมดาอย่างเขาเข้าถึงการรักษาได้ โดยเฉพาะการรักษาโรครุนแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ตั้งแต่เริ่มป่วยจนถึงเข้า ICU ค่าใช้จ่ายในการรักษามีจำนวนมาก ทั้งค่ายา ค่าตรวจ และค่าดูแลเฉพาะทาง แต่สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ช่วยลดภาระของครอบครัวได้อย่างมาก
แม้บางช่วงจะต้องสำรองจ่ายบางส่วนเพื่อให้ได้ตรวจวินิจฉัยเร็วขึ้น แต่สุดท้ายระบบบัตรทองก็ช่วยให้ได้รับการรักษาต่อเนื่องจนกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง
“ถ้าไม่มีบัตรทอง ก็คงไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมา อย่างน้อยบัตรทองก็ทำให้คนจนมีโอกาสรักษา”
แต่ขณะเดียวกัน สมชัยได้สะท้อนว่าระบบยังมีปัญหาในเรื่องการส่งต่อผู้ป่วย และความรวดเร็วในการรักษา หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายหน่วยบริการประจำ
ปัจจุบันสมชัยได้ย้ายสิทธิไปรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน และมองว่าระบบดีขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งการใช้บัตรประชาชนใบเดียว การเช็กสิทธิออนไลน์ รวมถึงการขอใบส่งตัวล่วงหน้าได้ ทำให้เข้าถึงบริการที่สะดวกขึ้น พร้อมกับย้ำว่าสิ่งสำคัญคือต้องรู้สิทธิของตัวเอง และกล้าตัดสินใจหาทางรักษาเมื่อรู้สึกว่าอาการผิดปกติ
• เราไม่รู้หรอกว่าจะป่วยวันไหน
“ตอนแรกแค่มือชาเอง ใครจะคิดว่าจะหนักขนาดนี้”
“ชื่อโรคจำยากมากจนต้องจดไว้ หมอบอกให้จำให้ได้ เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้บอกหมอถูกว่าเคยเป็นอะไร”
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 6 ปี สมชัยยังจดชื่อโรคของตัวเองเก็บไว้อยู่เสมอ เพราะสำหรับเขาแล้ว โรคชื่อยากโรคนี้ เคยเกือบพรากชีวิตไปแล้วครั้งหนึ่ง ปัจจุบันสมชัยยังต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ยารักษาโรคเดิมแล้ว เป็นยารักษาอาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ความดัน ไขมัน และระบบประสาท
“ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้รู้ว่า ชีวิตคนเปลี่ยนได้ภายในไม่กี่วัน”
สำหรับสมชัย โรคหายากครั้งนั้นไม่เพียงเปลี่ยนร่างกาย แต่ยังเปลี่ยนมุมมองต่อชีวิต การรักษา และความสำคัญของสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนธรรมดาควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
#สปสช #บัตรทอง #หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #สุขภาพ #กิลแลงบาร์เรซินโดรม
02/06/2026
“พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น” ร่วมจัดโครงการ Smart Work, Smart Health คัดกรอง HPV ในสถานประกอบการ
บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “Smart Work, Smart Health” ความร่วมมือศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี และ สปสช. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุก ดูแลสุขภาพพนักงานหญิงในสถานประกอบการ ด้วยชุดตรวจ HPV DNA Test แบบเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง เพิ่มการเข้าถึงบริการสะดวก รวดเร็ว ปลอดความกังวล ด้าน สปสช. เผย 8 เดือน มีหญิงไทยรับการตรวจคัดกรองแล้วกว่า 5.8 แสนราย
บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยความร่วมมือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดกิจกรรม “โครงการ Smart Work, Smart Health: คัดกรอง HPV มั่นใจได้ด้วยตัวเอง” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแก่พนักงานหญิงในสถานประกอบการ ด้วยวิธี HPV DNA Test และเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling)
ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ทพญ.น้ำเพชร ตั้งยิ่งยง ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนบริการปฐมภูมิและการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค และนายแพทย์สมชาติ สุจริตรังษี ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี ลงพื้นที่ร่วมติดตามการดำเนินการโครงการฯ
นายอนุชา จรูญกิตติกร Assistant Chief of Technology บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพกับพนักงาน โดยเฉพาะการป้องกันโรคสำหรับพนักงานสตรี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กร ทั้งนี้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขที่ได้นำชุดตรวจ HPV Self-Sampling มาให้บริการภายในสถานประกอบการ สามารถช่วยลดข้อจำกัดเรื่องเวลา การเดินทาง และความกังวลใจ ทำให้พนักงานเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้สะดวกมากขึ้น
“ก่อนหน้านี้ทางบริษัทเคยจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมาแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมพนักงานหญิงทั้งหมด กิจกรรมนี้ จึงช่วยให้พนักงานหญิงทุกคนในบริษัทฯ ได้รับการคัดกรองอย่างทั่วถึง นับเป็นโครงการฯ ที่ดี ทั้งทำให้ทุกคนหันกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง” นายอนุชา กล่าว
ภก.(ญ) ดร.เกศแก้ว ช่วยการ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 3 ของจังหวัดปทุมธานี รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงเร่งขับเคลื่อนการตรวจคัดกรองเชิงรุกทั้งในหน่วยงานราชการและสถานประกอบการ โดยปัจจุบันดำเนินการแล้วมากกว่าร้อยละ 28 จากเป้าหมายร้อยละ 35 และหากพบผลผิดปกติจะส่งต่อเข้าสู่ระบบรักษาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสะดวกขึ้นอย่างมาก ด้วยชุดตรวจ HPV DNA Test ที่ผู้หญิงสามารถเก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้ง่าย มีความแม่นยำสูง ช่วยลดความกังวลจากการตรวจแบบเดิม และจากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีผู้หญิงไทยทั่วประเทศเข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test แล้วกว่า 580,000 ราย สะท้อนการเข้าถึงบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากผลตรวจเป็นลบสามารถตรวจซ้ำได้อีกใน 5 ปี และระบบจะมีการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ส่วนในพื้นที่ สปสช.เขต 4 สระบุรี ได้มีขยายบริการตรวจคัดกรองเชิงรุกไปยังจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมหนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เป็นสิทธิประโยชน์ด้านสร้างเสริมสุขภาพที่คนไทยทุกสิทธิการรักษา เข้าถึงบริการได้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
“ขอเชิญชวนสถานประกอบการที่สนใจจัดบริการตรวจคัดกรองให้พนักงานหญิง ประสานผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ รพ.สต. ใกล้บ้าน รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองและลดความเสี่ยงจากมะเร็งปากมดลูก” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
/////////// 31 พฤษภาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่
-สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง
-หรือ LINE Official Account สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี
-หรือ Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
02/06/2026
⚖️ประชาชนมีสิทธิร้องทุกข์
🏥 หากพบปัญหาเรื่อง #สิทธิบัตรทอง
สามารถแจ้งได้ที่...
📞 สายด่วน สปสช. 1330
📍 ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง
📍 ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน
📍 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
#บัตรทอง30บาท #สายด่วน1330 #ร้องเรียนบัตรทอง #คุ้มครองสิทธิ #สิทธิการรักษาพยาบาล
02/06/2026
หน้าฝนชุ่มฉ่ำ ระวังโรคภัยตามมา
หน้าฝนไม่ได้พามาแค่ความเย็น ความชุ่มชื้น แต่พาโรคภัยที่มากับฝนด้วย โดยโรคที่พบบ่อยในหน้าฝน คือ - โรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคท้องร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคมือเท้าปาก
หากไม่อยากป่วย ควรดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ โดยมีวิธีป้องกันโรคที่มากับฝนดังนี้
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ
- รับประทานอาหารปรุงสุก
- ดื่มน้ำสะอาด
- กำจัดยุง
- สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
ที่มา : สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #โรคฤดูฝน #หน้าฝน #ไข้หวัด
01/06/2026
📢 ประกาศสำคัญ! เปลี่ยนสิทธิโรงพยาบาลบัตรทองใหม่ เริ่ม 1 มิ.ย. 2569 นี้
เนื่องจาก 🏦 รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ยกเลิกเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง ทาง สปสช. ได้จัดสรรสิทธิใหม่ให้เรียบร้อยแล้ว "โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปทำเรื่องย้ายเอง" ✨ #สปสชจัดสรรให้ท่านไม่เสียสิทธิย้าย4ครั้งต่อปี
🏥 ผู้ป่วยเดิม รพ.บางนา 1 ➡️ #ย้ายไปโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท3
🏥 ผู้ป่วยเดิม รพ.มิตรประชา ➡️ #ย้ายไปโรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (ส่งต่อ รพ.ราชพิพัฒน์) 📍
📌 ข้อควรรู้และการเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ
🗓️ ใบนัด/ใบส่งตัวเดิม: หากมีใบนัดช่วงก่อน 6 พ.ค. - 15 มิ.ย. 69 สามารถใช้เข้ารับบริการตามเงื่อนไขเดิมได้เลย
💊 ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง/มีโรคประจำตัว: #แนะนำให้ขอ "ประวัติการรักษา" หรือนำยาที่ทานประจำ(ถ้ามี) จาก รพ.เดิม ไปยื่นที่หน่วยบริการแห่งใหม่
🚑 กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน: สามารถเข้ารับบริการได้ตามเกณฑ์ OP/AE ณ หน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดได้ทันที #เป็นไปตามเกณฑ์เจ็บป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน
🚨 สำคัญที่สุด: อย่าลืมพก 🪪 บัตรประชาชนตัวจริง ไปทุกครั้งที่เข้ารับบริการ! #กรณีเด็กไม่มีบัตรประชาชนให้พกใบสูติบัตรพร้อมบัตรประชาชนผู้ปกครองไปด้วย
🔍 ช่องทางตรวจสอบสิทธิและสอบถามเพิ่มเติม:
📲 สแกน QR Code ในภาพเพื่อตรวจสอบสิทธิ หรือคลิก https://srmcitizen.nhso.go.th/ #ต้องมีThaiDก่อนตรวจสอบสิทธิ
📞 สายด่วน สปสช. โทร 1330 (โทรฟรีตลอด 24 ชม.)
31/05/2026
🚫 อย่าให้ควันบุหรี่ไฟฟ้า “ดับฝัน” และ “พังชีวิต” คุณ 🚫
ความจริงที่น่าตกใจ! บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด แต่กลับแฝงไปด้วยภัยเงียบที่ร้ายแรงต่อปอด
❌ โรคปอดข้าวโพดคั่ว (Popcorn Lung): หายใจไม่ออก เหนื่อยง่าย ซึ่งความเสียหายต่อปอดนี้ “ไม่สามารถกลับคืนสู่ปกติได้”
❌ โรคปอดอักเสบเรื้อรัง (EVALI): ไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อย เจ็บหน้าอก ร้ายแรงถึงขั้นทำให้ “หัวใจหยุดเต้น”
เลิกเถอะค่ะ เพื่อปอดที่แข็งแรง และเพื่อชีวิตที่ปราศจากภัยคุกคาม อย่าให้ควันเหล่านี้ทำลายอนาคตของคุณและคนที่คุณรักเลยค่ะ
❤️ ด้วยความปรารถนาดีจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ❤️
📣 ช่องทางติดตาม สพฉ.
Tiktok ➡️ .1669
Youtube ➡️ 1669 Channel
🚨เจ็บป่วยฉุกเฉิน🚨โทร 1669 📞
#สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ #สพฉ #พบเห็นหน่วยปฏิบัติการหรือสถานพยาบาลที่ไม่เป็นมาตรฐานโทร028721669 #ทุกชีวิตปลอดภัยมั่นใจแพทย์ฉุกเฉิน #การแพทย์ฉุกเฉินเพื่อทุกชีวิต #วันงดสูบบุหรี่โลก #สุขภาพดีเริ่มต้นที่การเลิกบุหรี่ #สังคมไร้ควันบุหรี่ #เลิกบุหรี่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า #งดสูบบุหรี่ #บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย #ความจริงบุหรี่ไฟฟ้า #สุขภาพปอด #เพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก