มูลนิธิกระจกเงา

มูลนิธิกระจกเงา

แชร์

มูลนิธิกระจกเงา เราอาสาเป็นเงาสะท้อนปัญหาของสังคม

มูลนิธิกระจกเงา คือ องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมหลายด้าน ได้แก่ งานด้านสิทธิมนุษยชน งานด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ งานพัฒนาอาสาสมัครและการแบ่งปันทรัพยากร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้และการดำรงชีวิต โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งบนสังคมออนไลน์(internet) สังคมเมืองและสังคมชนบท

เราทำหน้าที่เป็นกระจกเงา ที่สะท้อนเรื่องราวความเป็นจริงของสังคมและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผล กระทบจากก

31/05/2026

วันนั้นที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มีเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาหา พร้อมบอกว่า
“หนูอยากถ่ายรูปค่ะครู”

เราเลยให้กล้องตัวเล็ก ๆ กับเธอไปหนึ่งตัว ตลอดทั้งวันเธอเดินถ่ายภาพดอกไม้ ท้องฟ้า และเพื่อน ๆ ในโรงเรียน

ก่อนกลับบ้าน เราฝากกล้องไว้กับเธออีกหนึ่งคืน เพราะอยากเห็นภาพครอบครัวและภาพรอบ ๆ บ้านของเธอ

เช้าวันถัดมา เธอนำภาพนี้กลับมาให้ดู
พร้อมเล่าว่า
“พ่อเคยสัญญาว่าดาวที่ขยับมันคือพ่อ
ทุกคืนที่คิดถึงพ่อหนูเลยออกมาดูดาว”

Pic of สัปดาห์

#ภาพเล่าเรื่อง
#มูลนิธิกระจกเงา

30/05/2026

ปีที่ผ่านมา เราค้นหาตัวตนและตรวจเทียบดีเอ็นเอ จนสามารถพาศพไร้ญาติและศพนิรนามกลับคืนสู่ครอบครัวได้กว่า 20 ราย

พวกเขาหลายคนคือคนหายที่ญาติเฝ้าตามหา หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกท่าน พวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้

กองทุนศพไร้ญาติ–ศพนิรนาม
ช่วยค้นหาตัวตน คืนสิทธิ์ให้ผู้เสียชีวิต
สนับสนุนพิสูจน์อัตลักษณ์ จัดหาโลงศพ
เคลื่อนย้ายร่างกลับภูมิลำเนา
และจัดพิธีศพอย่างเรียบง่ายตามสมควร

วันพระใหญ่นี้ ขอเชิญร่วมทำบุญ
เพื่อพาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

ร่วมสมทบกองทุนศพนิรนาม
โครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขที่บัญชี 202-2582886

29/05/2026

ช่วงเช้าที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า ตะกร้าผ้าพร้อมเสื้อผ้าของคนไร้บ้านกว่า 30 ชีวิต จะถูกจัดเรียงรอคิวเข้าซักในทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ คนไร้บ้าน 1 คนสามารถมาใช้บริการได้ในโควตา 2 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์

ในช่วงเช้าเป็นที่รู้กันว่า เสื้อผ้าในตะกร้าทั้งหมดมักจะส่งกลิ่นอับตลบอบอวลไปในระยะนึง จนกว่าเสื้อผ้านั่นจะถูกจับใส่เข้าเครื่องซักผ้าจนครบ รอเวลาสักระยะ เสื้อผ้านั้นก็จะรอเข้าสู่เครื่องอบผ้า

เมื่อแล้วเสร็จ มันจะถูกค่อย ๆ พับลงในตะกร้าทีละชิ้น เมื่อแล้วเสร็จ เสื้อผ้าอยู่เต็มเป็นระเบียบเรียบร้อย กลิ่นหอมจากเสื้อผ้าเหล่านั้นก็จะส่งกลิ่นตลบอบอวลไม่เบาเลย ไม่เบาจนผู้คนผ่านไปมา ต้องทำท่าสูดหายใจลึกเพื่อดมกลิ่นหอมราวดอกไม้นั่น

ก่อนมีสดชื่นสถาน เราจำได้ว่า กลิ่นเสื้อผ้าของคนไร้บ้านจะรุนแรงมากในช่วงหน้าฝน พวกเขามักออกตัวกับเราอย่างเกรงใจว่า "ต้องขอโทษด้วยนะครับที่กลิ่นตัวผมเหม็นมาก ๆ" เขาบอกเล่าต่อ "นี่ขนาดซักแล้วนะครับ แต่พอช่วงหน้าฝนไม่รู้จะเอาไปตากแดดที่ไหน ก็พอบิดให้มันหมาด ๆ แล้วก็ใส่เลย มันก็เลยเหม็นอับไปหน่อยครับ"

หลังจากนั้น เราก็มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่เราได้ทำอยู่ตอนนี้ นั่นคือสดชื่นสถานนี่เอง
___________
สนับสนุนสดชื่นสถานได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB

#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

28/05/2026

เมืองใหญ่ ทำคนหายไปแบบเงียบๆ แทบทุกวันบางคนจากบ้านเกิดมาหางานทำ แล้วหายสาบสูญ บางคนป่วยจิตเวช เดินเร่ร่อนโดยไม่มีใครสนใจ บางคนหลงลืม จำทางกลับบ้านไม่ได้
บางคนใช้ชีวิตลำพัง จนแทบไม่ติดต่อญาติพี่น้อง
บางคนประสบอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุร้าย โดยไม่มีเอกสารติดตัว

การหายตัวไปของพวกเขา เงียบงัน เดียวดาย และไม่เป็นที่สังเกตในความวุ่นวายของเมืองใหญ่

หลายกรณี เมื่อการหายหรือตายเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ และไม่เป็นข่าว เขาและเธออาจไม่ถูกตามหา ไม่มีใครอยากรู้ด้วยซ้ำว่า พวกเขาเป็นใคร

จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมเวลาสุสานล้างป่าช้า จึงมีศพไร้ญาติ ศพนิรนาม นับร้อยนับพันศพ เพราะในความเป็นจริง มีผู้คนมากมายที่หลุดรอดไปจากสายตาของรัฐและครอบครัว

ที่มูลนิธิกระจกเงา แม้เราจะคัดกรองรับแจ้งคนหายจากญาติสายตรงเป็นหลัก แต่หลายครั้ง คนที่แจ้งเรื่องเข้ามาเป็นคนอื่น และเรารับฟัง

บางคนคือเพื่อนร่วมงาน
บางคนคือเพื่อนสมัยเรียน
บางคนเป็นนายจ้าง
แต่ทุกคนล้วนรู้สึกตรงกันว่า การหายตัวไปของใครบางคน คือเรื่องผิดปกติ

การรับฟังและวิเคราะห์จึงสำคัญมาก เพื่อตัดสินใจให้ความช่วยเหลือ แม้คนแจ้งจะไม่ใช่ญาติ

หลายเคส ทีมงานยังพูดกันเสมอว่า คนหายยังโชคดีมาก ที่มีเพื่อนดีๆ คอยช่วยกันตามหา

อย่างกรณีคุณเสริมลาภ ผู้เสียชีวิตรายสุดท้าย ในเหตุรถไฟชนรถประจำทางก็เช่นกัน เมื่อเพื่อนร่วมงาน คือคนแรกที่สังเกตเห็น “การหายตัวไป” และกลายเป็นกำลังสำคัญในการติดตามตัวตนของเขา

ไม่ว่าโลกนี้จะมีเทคโนโลยีดีแค่ไหนในการติดตามคนหาย แต่สุดท้าย ยังต้องมีใครสักคน สังเกตเห็นการหายตัวไปของใครคนนั้นก่อนเสมอ

ถ้าคุณเป็นดวงดาวที่อยู่ลำพัง จงเชื่อว่ายังมีคนมองเห็นแสงของคุณ

และถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การมองเห็น ใส่ใจ และไม่นิ่งเฉยต่อความผิดปกติของผู้คน อาจทำให้ดวงดาวดวงหนึ่งไม่ต้องเดียวดาย แม้ “คนหาย” จะไร้ญาติ

ขอบคุณเพื่อนของคุณเสริมลาภ ที่ช่วยกันติดตามค้นหาตัวตนของเพื่อน และทำให้เราเชื่อว่า คนหายยังมีโอกาสได้กลับบ้าน ด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้คน 🙏❤️

27/05/2026

ชายไร้บ้านเป็นเบาหวาน มีความจำเป็นต้องทำการล้างแผลทุกวัน แต่ทุกวันของคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก

“การเดินทางไปหาหมอไม่ได้ลำบากอะไร ใช้บัตรประชารัฐจ่ายค่ารถ แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่า รพ.ให้ผมจ่ายเงินครั้งละ 30 บาท หลังจากล้างแผลเสร็จ ผมเป็นเบาหวานแผลมันแตก ต้องล้างแผลทุกวัน ดังนั้นวันทั้งวันต้องไปรอหาเงินแจกตามงานบ้านคนรวย (งานบุญต่าง ๆ เช่น งานวันเกิด) ตามงานเทกระจาด ตามงานวัด เพื่อเก็บเงินไปล้างแผลให้ได้อย่างน้อย ๆ อาทิตย์ละ 2 วัน ผมอยากทำงานแต่รู้ตัวเองดีว่าร่างกายไม่ไหวทั้งเป็นความดัน ทั้งเป็นเบาหวาน”

เมื่อสดชื่นสถานเติมสิ่งที่เราตั้งชื่อว่า “คลิกนิกสดชื่น” ลงไป มันทำหน้าที่คล้าย ๆ กับคลินิก ซึ่งมันสามารถทำหน้าที่ในเบื้องต้นได้ อย่างเช่นทำแผล ล้างแผล พบหมอ (จริง ๆ)ผ่านระบบวิดีโอคอล และหมอสามารถสั่งจ่ายยาได้เลย แน่นอนมันเล็กกว่าคลินิก แต่คลิกนิกก็มีความคล่องตัวกว่า และสอดคล้องกับบริบทของผู้คนที่ยากไร้ เปราะบาง อย่างเช่นคนไร้บ้านได้ดีกว่า

“ทุกเช้าก็จะมาซักผ้า อาบน้ำที่สดชื่นสถาน มีวันหนึ่งแม่บ้านสดชื่นสถานมาบอกว่า ‘มา ๆ จะล้างแผลให้ แต่เดี่ยวให้คุยกับหมอก่อน’ ผมได้คุยกับหมอทางโทรศัพท์เห็นหน้าคุณหมอ หมอคุยเสร็จก็จ่ายยาให้ แม่บ้านสดชื่นสถานก็ทำแผลให้ จากวันนั้นผมก็ไม่ไปล้างแผลที่ รพ. มาที่สดชื่นสถานก็สามารถล้างแผลได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ล้างแผลกับที่สดชื่นสถานมาเป็น 10 กว่าครั้งแล้ว โล่งไปเยอะ ไม่ต้องไปทนรอเขาแจกเงิน เพื่อจะเก็บเอาไปล้างแผลที่ รพ. เหมือนที่ผ่านๆมา“

สุขภาพที่ดีเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน ดังนั้นการเข้าถึงการดูแลสุขภาพให้ได้ทุกคน จึงเป็นเรื่องสำคัญ อยากจะบอกแบบที่หลายคนมักพูดว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราเชื่อและเราก็ทำตามความเชื่อนั้น
____________
สนับสนุนสดชื่นสถาน และจ้างวานข้าได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB

#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

26/05/2026

“เมื่อวานป้าไปรอคิวที่ธนาคารกรุงไทยตั้งแต่เช้า ธนาคารยังไม่เปิดเลย คนต่อแถวยาวแล้ว 50-60 คน ป้ารออยู่ 2 ชั่วโมง พอถึงคิว ป้าบอกเจ้าหน้าที่ว่ามาลงทะเบียนเงินที่รัฐช่วย ไทยช่วยไทย เขาขอบัตรประชาชนไปตรวจสอบแล้วบอกว่าบัตรป้าหมดอายุ ยืนยันตัวตนไม่ได้ ให้ไปทำบัตรมาใหม่ แต่บัตรก็ทำใหม่ไม่ได้ ชื่อป้ามันอยู่ทะเบียนบ้านกลาง

“ตอนประมาณปี 56 การเงินในบ้านป้าล้ม ป้าต้องขายบ้านไปใช้หนี้ แล้วไปเช่าบ้านอยู่แทน ป้าไม่รู้ว่าเจ้าของคนใหม่เขาเอาชื่อป้าออกตอนไหน ป้าไม่รู้เลยค่ะ ว่าชื่อจะไปอยู่ทะเบียนบ้านกลาง เพราะตอนนั้นบัตรประชาชนมันยังใช้ได้ ยังทำธุรกรรมอะไรได้หมด เวลาไปธนาคงธนาคารเขาไม่ได้เอาทะเบียนบ้านเลย เอาแค่บัตรประชาชน

“แล้วพอบัตรประชาชนหมดอายุ ป้าไปต่อบัตร ถึงรู้ว่าป้าไม่มีทะเบียน เจ้าหน้าที่บอกว่าชื่อป้าอยู่ทะเบียนบ้านกลาง ให้ไปเข้าบ้านเลขที่ก่อนถึงจะทำบัตรได้ ป้าก็ไม่มีที่ให้เข้า หลังจากนั้นเลยอยู่อย่างนี้มาตลอด ครั้งล่าสุดป้ามีอาการฉี่บ่อย ไปตรวจ หมอบอกว่าน้ำตาลขึ้นเยอะ เข้าข่ายจะเป็นเบาหวาน ป้าใช้สิทธิที่โรงพยาบาลเดิมไม่ได้ จากที่เสียแค่ 30 บาท ป้าต้องไปเสียเงิน 3-4 พัน

“ตอนที่ขายบ้านไปแล้ว และบัตรยังไม่หมดอายุ ป้าเคยได้คนละครึ่งนะ ลงทะเบียนก็ได้เลย เงินเข้าตามปกติ แต่โทรศัพท์ตอนนั้นมันรุ่นเก่า เวอร์ชันไม่ถึง ไม่รองรับแอป ก็เลยใช้แอปเป๋าตังต่อไม่ได้ มารอบนี้ป้าเลยคิดว่าบัตรหมดอายุคงไม่ใช่ปัญหา ป้ามีเลข 13 หลักแล้ว มันก็น่าจะยังได้ อย่างน้อยช่วยเราเดือนละพันก็ยังดี ป้าลองทำในแอปก่อนกับโทรศัพท์เครื่องใหม่ มันขึ้นว่าบัตรมีปัญหาให้ติดต่อธนาคาร ป้าก็ไปกับเขา ไปเสียบบัตรที่ธนาคาร ธนาคารบอกบัตรหมดอายุก็ไม่ได้สิทธิอีก

“ตอนนี้ป้าแค่พออยู่พอกิน แต่ไม่มีเงินซื้อบ้านหรอก ป้าเคยไปปรึกษาที่อำเภอเขาก็แนะนำให้หาบ้านเลขที่เข้า ไปที่ พม. ของจังหวัด ขอเขาว่าแค่ได้มีบ้านเลขที่เข้า ให้ช่วยป้าหน่อยได้ไหม ให้ป้าได้ทำบัตรประชาชนแล้วเอาป้าออกเลยก็ได้ แต่เขาบอกว่าจะช่วยได้ก็ต้องเป็นคนแบบเร่ร่อน เคสป้าไม่ใช่คนเร่ร่อน เขาไม่ได้ช่วยตรงนี้

“ณ เวลานี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับป้ามาก ที่จะบากหน้าไปหาใครเพื่อขอเข้าทะเบียนบ้าน ก่อนจะเจอเรื่องนี้ก็ไปทำบัตรประชาชนมาไม่รู้กี่รอบแล้ว บัตรที่เคยหมดอายุที่เจ้าหน้าที่เจาะรูคืนมาให้ มีสองสามใบป้าเก็บไว้หมด พอมาเจออย่างนี้ก็น้อยใจนะ เหมือนติดกักขังหมด ไม่มีเสรีภาพ ป้าไปไหนไม่ได้

“มันเหมือนไม่ใช่คนไทย ป้าไม่มีสิทธิอะไรเลยที่รัฐเขาให้มา”
—————————
ป้าน้อย อายุ 56 ปี
หนึ่งในประชาชนที่ไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิสวัสดิการจากรัฐได้
เพราะติดปัญหาชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
—————————
ปัจจุบันป้าน้อยอยู่ในกระบวนการยื่นคำร้องขอย้ายชื่อจากทะเบียนบ้านกลาง มาเข้าทะเบียนบ้านปกติของมูลนิธิกระจกเงาเพื่อคนเปราะบาง ที่เขตสะพานสูง โดยดำเนินการผ่านโครงการคลินิกกฎหมาย ที่เป็นเจ้าบ้านยินยอมให้เพิ่มชื่อเพื่อแก้ไขปัญหา แต่เขตสะพานสูงขอชะลอการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และหารือกรมการปกครองให้ยืนยันว่า การให้ความช่วยเหลือคนในทะเบียนบ้านกลางนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

และระหว่างกระบวนการที่ต้องรอนั้น ป้าน้อยจะยังไม่สามารถใช้สิทธิสวัสดิการพื้นฐานใด ๆ ของตัวเองได้ รวมถึงการลงทะเบียนรับสิทธิทุกสิทธิในโครงการของรัฐ

ปัจจุบันอีกเช่นกัน ที่ทะเบียนบ้านมูลนิธิกระจกเงา รองรับผู้คนกว่า 67 คนที่ตกหล่นเรื่องสิทธิจากปัญหาทะเบียนบ้านไม่ปกติ และมีอีก 24 คนรวมป้าน้อย ที่รอย้ายชื่อเข้ากระบวนการทางทะเบียน

ซึ่งไม่ใช่แค่สิทธิสวัสดิการของบุคคลที่ถูกตัดไป หากปัญหาของผู้คนที่ตกหล่นทางทะเบียน ไม่ถูกมองเห็นหรือแก้ไข วันนึงสถานะทางทะเบียนจะค่อย ๆ จางหาย พวกเขาจะกลายเป็นบุคคลที่ไม่สามารถยืนยันสถานะได้ กลายเป็นช่องว่างที่อาจทำให้เกิดปัญหาการสวมสิทธิ และมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของสังคม

สนับสนุนดูแลเรื่องสิทธิให้เพื่อนมนุษย์
กับโครงการคลินิกกฎหมาย
ได้ที่ บัญชีคลินิกกฎหมาย โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขบัญชี 202-270402-2 ธ.ไทยพาณิชย์

#กฎหมายเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง
#คลินิกกฎหมาย #มูลนิธิกระจกเงา

Photos from มูลนิธิกระจกเงา's post 25/05/2026

นี่คือภาพถ่าย ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
จากสายตาของเด็กน้อยคนหนึ่ง
เธอเป็นเด็กผู้หญิง ป.2
ที่เพิ่งย้ายเข้าโรงเรียนมาได้ 2 ปี
แม่เธอทำงานรับจ้างในสวนส้ม
ส่วนพ่อ จากเธอไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน

“หนูก็ไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร มันเกิดขึ้นกะทันหัน
ตอนพ่อยังไม่ได้หลับตาลงไป
พ่อบอกหนูว่าพ่อต้องไปแล้ว พ่อทำได้แค่นี้

“หนูมาเข้าโรงเรียนตอน ป.1
หนูชอบมาโรงเรียน
เพราะชอบเรียนภาษาต่าง ๆ ที่ครูสอน
ได้เรียนทำขนมที่ชมรมเบเกอรี
แล้วก็ช่วยครูทำความสะอาดโรงเรียน
เก็บขยะ ล้างห้องน้ำ

ทุกวันเธอจะเป็นเด็กกลุ่มแรก ๆ
ที่มาโรงเรียนตั้งแต่เช้า
ชอบเรียน ชอบเล่นตามวัย
แต่ไม่ฉายแววความสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ
จนวันหนึ่งที่ครูช่างภาพอาสาเข้ามาที่ศูนย์ฯ
“หนู อยากลองถ่ายรูป”
เธอบอกครู ด้วยแววตาเป็นประกาย

ครูจึงส่งกล้องให้เธอหนึ่งตัว
สอนทักษะพื้นฐาน
และให้อิสระในการกดชัตเตอร์

“หนูชอบถ่ายรูปท้องฟ้า ดอกไม้ ถ่ายอะไรที่มันสวย ๆ
ได้ลองถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอในโรงเรียน
หนูเห็นอะไรมันก็สวยไปหมด เลยกดถ่าย
ตอนถ่ายรูปมันรู้สึกว่าสนุกมาก
มันอบอุ่น มันมีความสุขดี
มีเพื่อนมาอยู่ข้าง ๆ ด้วยตลอด

“ถ้าหนูโตขึ้นกว่านี้อีก
หนูก็ยังอยากถ่ายรูปค่ะ
แต่จะไม่เรียนต่อแล้ว
อยากไปทำงานมากกว่า
อยากทำงานที่เขารับเด็ก
ไปทำช่างถ่ายรูป เป็นคนรับแต่งหน้า
ไปทำแม่บ้าน หรือไปเก็บส้มอย่างนี้”

“แม่เป็นคนแก่แล้ว
หัวมันเป็นสีขาวหมดเลย
หนูอยากหาตังค์มาช่วยแม่
ตอนยังได้อยู่กับพ่อหนูมีความสุข
อยู่ครบครอบครัวมันอบอุ่นดี
ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว
เลยเหลือความสุขแค่นิดเดียว”
—————————
ครั้งนี้ เราขอใช้ภาพจากฝีมือเธอ
มาใช้บอกเล่าถึงศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ศูนย์การเรียนที่ตอนนี้
มีเธอและเด็ก ๆ กว่า 200 คนเรียนอยู่
ในรูปแบบการเรียนการสอน
ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลองลงมือทำ
ไม่จำกัดขอบเขต
ครั้งนี้เธออยากถ่ายภาพ
ครูจึงจัดการเปิดคลาสเรียนใหม่ให้

และไม่ว่าในอนาคต
ลูกศิษย์ของครูจะเติบโตไปเป็นอะไร
ระหว่างทางที่เธอยังอยู่ที่นี่
รั้วศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาจะโอบกอดเธอไว้
ให้ได้เรียน ได้กินอิ่ม ได้ใช้ชีวิต
อย่างอบอุ่นปลอดภัย
อย่างที่เด็กทุกคนควรได้รับ
—————————
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความฝัน
และคุณภาพชีวิตให้เด็ก ๆ นักเรียน
ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
ได้ที่บัญชี : ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ธ.กรุงไทย
เลขที่บัญชี 539-0-57058-8

หรือสนับสนุนผ่านกองทุนอาหารกลางวัน
ได้ที่ https://taejai.com/th/project/chd-food-for-raisom
(การบริจาคผ่านเทใจ.com สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)

#ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
#มูลนิธิกระจกเงา

Photos from มูลนิธิกระจกเงา's post 24/05/2026

ภาพบรรยากาศเปิดเทอมวันแรก
ของเด็กๆในศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน
กับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน

แต่ละมุมของโรงเรียนเต็มไปด้วยการละเล่นหลากหลาย
ทั้งวิ่งไล่จับ กระโดดเชือก เล่นลูกข่าง พับกระดาษ เป่าลูกโป่ง
รวมถึงนั่งคุยกันถึงเรื่องราวในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา

ก่อนเสียงเพลงชาติจะดังขึ้น
เด็กๆค่อยๆวิ่งกลับมาเข้าแถวหน้าเสาธง
แล้วเช้าวันเปิดเทอมวันแรก
ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งอย่างสดใส

Pic of สัปดาห์

#ภาพเล่าเรื่อง
#มูลนิธิกระจกเงา

22/05/2026

ที่สดชื่นสถาน เรากำลังเติมสิ่งที่เรียกว่า “คลิกนิก”ลงไปในพื้นที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า

“คลิกนิก” คืออะไร คลิกนิกคือ ผู้พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีบริการ Telemedicine (ระบบปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านวิดีโอคอล) เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงการปรึกษา วินิจฉัย และรับคำแนะนำด้านการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

เราตั้งชื่อไว้ว่า “คลิกนิกสดชื่น” ผู้มารับบริการส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน

คนไข้คนหนึ่งของคลิกนิกสดชื่นเล่าความรู้สึกหลังจากมารับบริการ

“ก่อนมาที่สดชื่นสถาน เพื่อนทักว่ามึงจะไปไหน ก็บอกจะไปคุยกับหมอที่สดชื่นสถาน เพื่อนทำหน้างงนิดหน่อย เราเลยอธิบายไป ลุงมาอาบน้ำที่นี่ทุกวัน วันนั้นเจ็บเข่าพอดี ก็ตั้งใจมาขอยากับแม่บ้านสดชื่นสถาน จังหวะวันนั้นตรงกับวันที่รับสมัครงาน มีผู้หญิง 2 คน มาถามว่ามีปัญหาสุขภาพไม่สบาย แล้วให้เขาดูแลมั้ย เขาเริ่มให้คุยกับคุณหมอผ่านโทรศัพท์แบบเห็นหน้าหมอ หมอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นที่เส้นเอ็น เขาจ่ายยาแก้ปวดกินแล้วตอนนั้นรู้สึกดีขึ้นพอเหมือนยามันหมดฤทธิ์ก็ปวดอีก เลยมาหาอีกรอบ 2 ที่สดชื่นสถาน เจ้าหน้าที่ก็ให้คุยกับหมออีก ครั้งนี้หมอให้ไปเอ็กซเรย์ที่ รพ.ตามสิทธิ์ เขาก็เช็คสิทธิ์ให้ ลุงกังวลมากพอรู้ว่า รพ.ที่ต้องไปรักษามันอยู่ไกลมาก แต่พอเขาบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่พาไป ลุงโล่งใจมาก ลุงตัดสินใจแล้วนะว่าจะสมัครงานจ้างวานข้า เพราะไม่อยากปล่อยตัวเองไปวัน ๆ อีกแล้ว”

“คลิกนิกสดชื่น” เริ่มเปิดให้บริการแล้ว เพราะความเจ็บป่วยคือปัจจัยฉุดรั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้าน เราจึงต้องหาเครื่องมือที่หลากหลายมีประสิทธิภาพ เพื่อมากำจัดปัจจัยฉุดรั้งดังว่าให้หลุดขาดไปจากคนไร้บ้าน
____________
สนับสนุนสดชื่นสถาน และจ้างวานข้าได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB

#สดชื่นสถาน #มูลนิธิกระจกเงา

21/05/2026

“เทคโนโลยีง่ายๆ แต่ช่วยชีวิตคนได้จริง”

ชายอายุ 71 ปี นั่งอยู่คนเดียว หน้าโรงหนังภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

คุณตาบอกได้เพียง ภรรยาไปเข้าห้องน้ำ
แต่เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง จนพลเมืองดีเริ่มผิดสังเกต

แม้คุณตาจะยังให้ข้อมูลสับสน
แต่ที่ข้อมือ สวมริสแบนด์คิวอาร์โค้ด อยู่เส้นหนึ่ง

พลเมืองดีจึงลองสแกน
เบาะแสส่งมาถึงทีมงานมูลนิธิกระจกเงา
และเรารีบประสานภรรยาของคุณตา
ที่กำลังออกตามหาอยู่พอดี

หลายคนอาจคิดว่า เรื่องคงจบแล้ว

แต่เรื่องน่าทึ่งก็คือ
เมื่อวันก่อน คุณตาพลัดหลงอีกรอบ
บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเดิม

และครั้งนี้
ริสแบนด์ คิวอาร์โค้ด เส้นเดิม
มีพลเมืองดีติดต่อแจ้งเบาะแสอีกครั้ง

ยังไม่ต้องประกาศตามหา
ไม่ต้องรอข้ามคืน
ไม่ต้องห่วงจิตตกนานข้ามวัน

แค่ “สแกน” หรือโทรตามเบอร์สายด่วน
บนริสแบนด์ “หาย(ไม่)ห่วง”
มีทีมงานสแตนบาย 24 ชม.

แค่นี้คนที่ครอบครัวกำลังตามหา
ก็กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

บางครั้ง นวัตกรรมที่สำคัญที่สุด
อาจไม่ต้องซับซ้อนที่สุด

เพียงริสแบนด์เล็กๆ บนข้อมือ
ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุที่เริ่มหลงลืม
ได้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
_____________________
ครอบครัวใดดูแล ผู้สูงอายุ ป่วยหลงลืม เสี่ยงพลัดหลง ลงทะเบียนรับริสแบนด์ 1 เส้น และป้ายคิวอาร์โค้ด 12 ชิ้น ได้ที่ลิงค์นี้
https://wristband.thaimissing.org/home_m
มูลนิธิกระจกเงาส่งให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
______________________
ร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุนผลิตริสแบนด์
ช่วยสร้างความปลอดภัยให้ผู้สูงอายุพลัดหลง
บัญชีโครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 2022582886 ธ.ไทยพาณิชย์
_______________________
ขอขอบคุณพลเมืองดีทั้งสองท่านที่ใส่ใจและช่วยกันดูแลสังคมครับ🙏❤️

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


เลขที่ 191 ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7 แขวง ตลาดบางเขน เขต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 17:00
อังคาร 09:30 - 17:00
พุธ 09:30 - 17:00
พฤหัสบดี 09:30 - 17:00
ศุกร์ 09:30 - 17:00
เสาร์ 10:00 - 16:00
อาทิตย์ 10:00 - 16:00