Clean for Bed ทำความสะอาดที่นอน เตียง โซฟา ม่าน ป้องกันภูมิแพ้จากไรฝุ่น

Clean for Bed ทำความสะอาดที่นอน เตียง โซฟา ม่าน ป้องกันภูมิแพ้จากไรฝุ่น

แชร์

บริการทำความสะอาดที่นอน เตียง โซฟา ? บริการทำความสะอาดที่นอน เตียง โซฟา ผ้าม่าน กำจัดไรฝุ่น ป้องกันภูมิแพ้ ราคาถูก

Photos from Be CLEAN บริการพ่นยาฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene's post 02/09/2021

✅ อย่าเสี่ยงให้เชื้อไวรัสร้าย อยู่ใกล้ "คนที่คุณรัก"
✅ ปรับพื้นที่บ้านพักให้เป็นที่ปลอดภัย #ปลอดภัยไว้ก่อน
บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคร้ายได้ภายใน 1 นาที (น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด Food Grade) ผลวิจัย ม.มหิดล น้ำยาฆ่าเชื้อป้องกันเชื้อไวรัสร้ายได้ 7-14 วัน

https://www.facebook.com/becleanliving/posts/1297376854028170

29/07/2021

💚Be CLEAN Living บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค ฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ⚡️ ฉีดพ่น 🏠บ้านพักอาศัย 🏠คอนโด 🏩ออฟฟิส 🏣ร้านอาหาร 🏬โรงงาน 🏫โรงแรมด้วยน้ำยา CHEMGENE Hld4h​ นำเข้าจากประเทศ​อังกฤษ

https://www.facebook.com/becleanliving/posts/1273307503101772

21/07/2021

✅ ช่วงนี้ใครกลัวว่าตัวเอง และครอบครัวจะเสี่ยงติดเชื้อไวรัสร้าย
เรียกใช้บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ 🛡 Be CLEAN Living ได้เลย
+ น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสร้าย ผ่านมาตรฐานจาก ISO / GMP
+ อุปกรณ์ที่ใช้ฉีดพ่น ได้รับมาตรฐาน พ่นละอองฝอยได้เล็กถึง 5 Micron
+ ผู้เชี่ยวชาญฉีดพ่นฆ่าเชื้อ เฉพาะทาง
+ ฟรีค่าเดินทางไปฉีดพ่น 15 กิโลเมตรแรก ตาม google map
+ Promotion เริ่มต้น 990 บาท

https://www.facebook.com/becleanliving/posts/1269324093500113

19/07/2021

🔸 พื้นที่ไหนมี "ความเสี่ยง" เชื้อไวรัสร้าย
🛡 บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคร้ายที่พักอาศัย ที่ทำงาน ฯลฯ ให้คุณ 💚
📌 ฟรีค่าเดินทางไปพ่น 15 กิโลเมตรแรก ตาม googlemap

https://www.facebook.com/becleanliving/posts/1265345877231268

#บริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส
#ฆ่าเชื้อโรค #ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย #ฆ่าเชื้อไวรัส
#พระราม3 #สาทร #ยานนาวา

Be CLEAN บริการพ่นยาฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene Be CLEAN Living บริการพ่นยาฆ่าเชื้อและไวรัสที่พักอาศัย ด้วยน้ำยา CHEMGENE

13/06/2020

🥰"Travel Bubble" คืออะไร?
เพราะประเทศไทย🇹🇭 กำลังเนื้อหอมอยู่ในหลายประเทศตอนนี้

ขออธิบายสั้นๆ แบบเข้าใจง่ายๆ คือ การเดินทางระหว่างประเทศรูปแบบใหม่ ที่มีการจับคู่ หรือรวมกลุ่มกัน เพื่อให้มีการเดินทางระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการกักตัว (State Quarantine) 14 วัน

ซึ่งกลุ่มประเทศที่จับกลุ่มกันนี้ จะต้องสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น

🥰"Travel Bubble" คืออะไร?
เพราะประเทศไทย🇹🇭 กำลังเนื้อหอมอยู่ในหลายประเทศตอนนี้

ขออธิบายสั้นๆ แบบเข้าใจง่ายๆ คือ การเดินทางระหว่างประเทศรูปแบบใหม่ ที่มีการจับคู่ หรือรวมกลุ่มกัน เพื่อให้มีการเดินทางระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการกักตัว (State Quarantine) 14 วัน

ซึ่งกลุ่มประเทศที่จับกลุ่มกันนี้ จะต้องสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น

⭐️เงื่อนไขเกี่ยวกับกลุ่ม Travel Bubble อาจแตกต่างกันตามแต่ตกลง เช่น ต้องมีใบรับรองว่ามีสุขภาพแข็งแรงไม่มีการติดเชื้อ หรืออนุญาตเฉพาะการเดินทางเพื่อทำธุรกิจหรือธุระจำเป็นเท่านั้น เป็นต้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ ประเทศออสเตรเลีย🇦🇺 และนิวซีแลนด์🇳🇿 ที่ประชากรของทั้งสองประเทศ สามารถเดินทางถึงกันและกันได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ทั้งตอนเดินทางไปถึง และตอนเดินทางกลับถึงประเทศตัวเอง

😉กลุ่มที่เริ่มทำ Travel Bubble แล้ว ประกอบด้วย

1. กลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติก ในยุโรปตะวันออก ประกอบด้วย ลัตเวีย ลิทัวเนีย เอสโตเนีย
▪️ กลุ่มนี้อนุญาตให้ประชากรทุกคนเดินทางไปมาได้อย่างเสรี
▪️ และเริ่มทำ Travel Bubble แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม

2. คู่ระหว่างสิงคโปร์กับบางมณฑลในจีน
▪️ อนุญาตให้เฉพาะนักธุรกิจหรือข้าราชการที่มีใบอนุญาต และใบรับรองสุขภาพเท่านั้น
▪️ โดยมณฑลในจีนที่จับกลุ่มกับสิงคโปร์ คือ เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง เจ้อเจียง เทียนจิน เจียงซู และฉงชิ่ง
▪️ กลุ่มนี้เริ่มทำ Travel Bubble แล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน

3. กลุ่มคู่ระหว่าง 🇯🇵ญี่ปุ่น travel bubble กับไทย🇹🇭 นิวซีแลนด์🇳🇿 ออสเตรเลีย🇦🇺 เวียดนาม🇻🇳
▪️ เงื่อนไข คือ ต้องมีเอกสารทางการแพทย์ ว่าตรวจผลเป็นลบ(-) และเมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่นก็ต้องตรวจให้ผลเป็นลบ อีกครั้งที่สนามบิน ก่อนปล่อยเข้าเมือง โดยไม่มีการกักตัว 14 วัน
▪️ คาดเริ่ม ก.ค. นี้

4. กลุ่มคู่ระหว่างประเทศไทย🇹🇭 travel bubble กับจีน🇨🇳 ฮ่องกง🇭🇰 มาเก๊า🇲🇴 เวียดนาม🇻🇳 ญี่ปุ่น🇯🇵 เกาหลีใต้🇰🇷 ไต้หวัน🇹🇼 ออสเตรเลีย🇦🇺 นิวซีแลนด์🇳🇿 ลาว🇱🇦 เมียนมา🇲🇲 ตะวันออกกลาง (บางประเทศ)
▪️ เงื่อนไข คือ ต้องเป็นประเทศที่ควบคุมการติดเชื้อได้แล้ว เทียบเท่าประเทศไทย
▪️ ต้องมีเอกสารทางการแพทย์ หรือไม่ รอการอัพเดท คาดเริ่มเร็วๆ นี้

5. กลุ่มคู่ระหว่าง 🇳🇿นิวซีแลนด์ travel bubble กับ 🇦🇺ออสเตรเลีย
▪️ บับเบิ้ลนี้ แทบจะมองเป็นประเทศเดียวกันเลย ไม่มีการตรวจ และกักตัว
▪️ ประชาชนของทั้งสองประเทศ เดินทางเข้าออก ถึงกันโดยเสรี

6. กลุ่มคู่ระหว่างประเทศในกลุ่มสแกนดิเวเนีย travel bubble กันเอง แต่เว้น🇸🇪สวีเดน
▪️ บับเบิ้ลนี้ เซย์โนกับสวีเดน ก็เพราะประเทศสวีเดน เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศของโลกที่บริหารเรื่องโควิด แบบโนสนโนแคร์ ปล่อย herd immunity ร้านอาหาร ห้างยังเปิด ไม่เคยมีล็อคดาวน์ ซึ่งแม้ผลสุดท้ายจะเป็นยังไง ก็ยังไม่มีใครรู้ แต่สวีเดน ณ วันนี้ คือประเทศที่มีผู้ติดเชิ้อโควิดสูงสุด ในกลุ่มประเทศสแกน
▪️ มีกำหนดย่อยนิดๆ คือไม่อนุญาตให้การเดินทางถึงกันและกัน เดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ๆ เช่นตรงกลางเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค🇩🇰 เพราะจุดคนแน่นๆ ในเมืองใหญ่นั้น ปัญหาการระบาดยังไม่นิ่ง

7. กลุ่มคู่ระหว่าง 🇨🇭สวิตเซอร์แลนด์ travel bubble กับ🇫🇷ฝรั่งเศส 🇩🇪เยอรมนี 🇦🇹ออสเตรีย แต่เว้น🇮🇹อิตาลี
▪️ เริ่ม 15 มิ.ย.

8. กลุ่มคู่ระหว่าง 🇫🇷ฝรั่งเศส travel bubble กับ🇨🇭สวิตเซอร์แลนด์ 🇩🇪เยอรมนี
▪️ เริ่ม 15 มิ.ย.

9. กลุ่มคู่ระหว่าง 🇬🇷กรีซ travel bubble กับ 29 ประเทศทั่วโลก (รวมถึงไทย) แต่เว้น🇬🇧อังกฤษ 🇫🇷ฝรั่งเศส 🇪🇸สเปน 🇮🇹อิตาลี
▪️ เริ่ม 15 มิ.ย.

เลือกประเทศดีๆ แล้วไทยจะได้ผลประโยชน์มหาศาลจากฟองสบู่ลูกนี้ เพราะเรากำลังเป็น “คนสวย” ที่เลือกได้..

☎️ 02-294 9797 / Hotline 095-846 8778
📌 Line :
📲 มือถือ.คลิกที่นี่ ➡️ http://nav.cx/iEefmkF
📧 [email protected]

21/09/2018

***โปรโมชั่น พิเศษสำหรับคนพิเศษ*****
ทำการทำความสะอาดที่นอนและโซฟา
ในราคาพิเศษเพื่อคนรักสุขภาพ
"พิเศษสุด" ที่นอนทุกไซส์ ทุกขนาด, โซฟา ราคาเดียว 1,790 บาท
***(ทำความสะอาดชิ้นที่ 2 เหลือ ราคา 990 บาท)
สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่
http://www.cleanforbed.com/sub_services.php?m_id=2
หรือ Special Promotion Tel : 061-839-4400
LINE@:
เว็บไซด์เรา www.cleanforbed.com
เพจเรา www.facebook.com/CleanforBed
เพื่อตัวคุณและคนที่คุณรัก By Clean for Bed
#ไรฝุ่น #ตัวไรฝุ่น #ภูมิแพ้ #โรคภูมิแพ้ #กำจัดไรฝุ่น #บริการกำจัดไรฝุ่นบนที่นอน #ภูมิแพ้ไรฝุ่น #ทำความสะอาดที่นอน #รักษาภูมิแพ้ #คนรักสุขภาพ #ดูกันชัดชัด #หลักฐานชัดเจน #เพื่อคนที่คุณรัก #ที่นอนราคาถูก #คนรักหมาแมว #คนรักแมวหมา #คนรักแมวและหมา #ชุมชนคนรักแมว #ชุมชนคนรักสุนัข #ชุมชนคนรักหมาแมว #ที่นอน #คอนโด #แมนชั่น

31/07/2018

ขอบคุณกี้ แถว โครงการ ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 109 ซึ่งได้ใช้บริการเราเป็นครั้งแรก ได้บอกเราเป็นภูมิแพ้มีอาการคัน ได้พูดถึงความรู้สึกเมื่อใช้บริการของทางเรา Clean For Bed 😉😉😉
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=agapecute&month=10-2017&date=18&group=1&gblog=59

25/07/2018

แปรงฟันแห้งช่วยป้องกันฟันผุได้ดีกว่าที่เคยรู้ อย่ามัวแปรงฟันผิด ๆ อยู่อีกเลย !!!

วิธีป้องกันฟันผุด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ที่เราทำได้ ก็คือการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และการรักษาสุขอนามัยในช่องปากอย่างถูกต้อง แต่เชื่อไหมคะว่าการแปรงฟันที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้เป็นปัจจัยที่บั่นทอนโครงสร้างฟันได้โดยที่เราก็ไม่รู้ตัว เพราะการแปรงฟันที่คนส่วนใหญ่ทำกันอยู่นั้นไม่ได้ช่วยให้ฟันของเราได้รับฟลูออไรด์จากยาสีฟันสักเท่าไร หรือเผลอ ๆ อาจแทบจะไม่เหลือฟลูออไรด์เคลือบผิวฟันอยู่เลยก็ได้

ดังนั้นเพื่อป้องกันฟันผุด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ เราเลยอยากมาแนะนำวิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง ด้วยการแปรงฟันแห้ง หรือการแปรงฟันไม่บ้วนน้ำนั่นเองค่ะ

แปรงฟันแห้งคืออะไร

การแปรงฟันแห้งเป็นวิธีแปรงฟันที่จะช่วยให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันได้ทำหน้าที่เคลือบผิวฟันของเราอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด โดยการแปรงฟันแห้งก็คือการแปรงฟันแบบไม่ใช่น้ำทั้งก่อนแปรงฟันและหลังแปรงฟัน

แปรงฟันแห้งดีอย่างไร

ปัจจุบันเรามักจะเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์อยู่แล้ว เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ แต่ขนาดใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ฟันก็ยังผุอยู่เหมือนเดิม นั่นก็เป็นเพราะว่าการแปรงฟันแบบบ้วนน้ำจะทำให้ฟลูออไรด์ที่เราควรจะได้จากยาสีฟันถูกชะล้างออกไป

ต่างจากการแปรงฟันแห้งที่จะช่วยให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันมีเวลาเคลือบผิวฟันของเรามากยิ่งขึ้น และหากเราเคลือบผิวฟันด้วยฟลูออไรด์จากการแปรงฟันแห้งทุกวัน ๆ ก็เท่ากับเราได้เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างฟันโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเคลือบฟลูออไรด์กับทันตแพทย์ให้เสียทั้งเงินและเวลาเลย

แปรงฟันแห้ง

ขั้นตอนการแปรงฟันแห้ง

- ป้ายยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ยี่ห้อใดก็ได้เพียงเล็กน้อย ลงบนแปรงสีฟันแห้ง (แปรงสีฟันที่ไม่จุ่มน้ำ)

- แปรงฟันได้ทันทีโดยไม่ต้องบ้วนปากก่อน แปรงฟันให้ทั่วถึงนาน 2 นาทีขึ้นไป

- เมื่อแปรงฟันจนทั่วทั้งช่องปากแล้วให้บ้วนยาสีฟันทิ้งโดยไม่ต้องบ้วนปากด้วยน้ำอีก

ทั้งนี้แรก ๆ อาจจะรู้สึกไม่ชินกับการแปรงฟันแห้งนะคะ เพราะการถุยยาสีฟันทิ้งโดยไม่บ้วนน้ำอีกรอบยาสีฟันก็จะหลงเหลืออยู่ในปากเราอยู่ ซึ่งตามหลักเคลือบฟลูออไรด์ฟันถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้อง เพราะการปล่อยให้คราบยาสีฟันผสมฟลูออไรด์หลงเหลืออยู่บนผิวฟัน ฟันเราก็จะได้รับฟลูออไรด์ไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างฟันมากเท่านั้น

แต่ถ้ารู้สึกไม่สะดวกใจ เหมือนมียาสีฟันอยู่เต็มปากไปหมด สามารถจิบน้ำเพียงเล็กน้อยแล้วบ้วนทิ้งไปพร้อมยาสีฟันได้ ทว่าก็ไม่แนะนำให้บ้วนน้ำปริมาณมาก ๆ เหมือนอย่างที่เคยนะคะ เพราะการบ้วนน้ำ 1 รอบจะชะล้างฟลูออไรด์จากยาสีฟันไปครึ่งหนึ่ง และถ้าบ้วนน้ำหลังแปรงฟันรอบที่สอง ฟลูออไรด์จะลดลงเหลือเพียง 1/4 ส่วนเท่านั้น ซึ่งก็เท่ากับว่าฟันเราก็แทบจะไม่ได้รับฟลูออไรด์ไปช่วยป้องกันฟันผุเลย

นอกจากนี้หลังแปรงฟันแห้งแล้วควรปล่อยให้ปากว่างสัก 30 นาที จากนั้นค่อยดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฟลูออไรด์ได้เคลือบผิวฟันเราได้นานพอจะซึมซาบลงบนผิวฟันและช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

แปรงฟันแห้ง

แปรงฟันไม่บ้วนปาก อันตรายไหม

หลายคนกังวลกับสารเคมีที่แฝงอยู่ในยาสีฟัน โดยเฉพาะสาร Sodium Lauryl Sulfate หรือสาร SLS ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิวที่นิยมใช้ในเครื่องสำอาง รวมไปถึงยาสีฟันด้วย โดยสารตัวนี้คือสารที่ช่วยให้เกิดฟองในขณะที่เราแปรงฟัน แต่ทั้งนี้จากงานวิจัยพบว่า สาร SLS ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง และการจะนำสารชนิดนี้มาใช้ในยาสีฟันหรือเครื่องสำอางชนิดอื่นก็มีเกณฑ์การใช้ตามปริมาณที่กำหนดโดยสากล ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ ศ. ทพญ. ดร.สุดาดวง กฤษฎาพงษ์ อาจารย์แพทย์จากภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยผลการวิจัยที่บ่งชี้ว่า การกลืนยาสีฟันลงไปพร้อมน้ำลายในกรณีที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย จะต้องกินยาสีฟันปริมาณที่มากถึง 3 กิโลกรัมถึงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้นการแปรงฟันแบบไม่บ้วนน้ำก็ไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพนะคะ

ใครยังไม่เคยลองแปรงฟันแห้ง และคิดในใจว่าแปรงฟันแห้งไม่น่าจะเวิร์ก อย่าเพิ่งตัดสินใจไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้ลองนะคะ ลองแปรงฟันแห้งดูสักครั้ง แล้วมาดูกันว่าไปตรวจสุขภาพฟันคราวหน้ายังจะมีฟันผุเพิ่มขึ้นไหม

อ้อ ! ทั้งนี้เรายังมีเกร็ดความรู้ดี ๆ ที่จะช่วยคลายข้อข้องใจให้ด้วยว่า แปรงฟันตอนไหนดี เพราะเรื่องนี้หลายคนก็แปรงฟันแบบผิด ๆ อยู่เหมือนกันนะ

- เวลาไหนไม่ควรแปรงฟัน เพราะอาจทำให้ฟันสึกเร็วกว่าที่ควร !

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อมรินทร์ทีวี, SIRIROJ INTERNATIONAL HOSPITAL, ชัวร์ก่อนแชร์, ฟัน ดี ดี, วารสารวิชาการสาธารณสุข

24/07/2018

***ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 3 ชนิดที่แตกต่างกัน***

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยคุณจะมีการหยุด
หายใจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ในขณะนอนหลับ โดยอ้างอิงจาก American Sleep apnea association พบว่าชาวอเมริกันมากกว่า 12 ล้านคนมีปัญหาจากภาวะนี้ การมีน้ำหนักเกินเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่อย่างไรก็ตาม ใครๆ ก็สามารถมีภาวะนี้ได้ แม้แต่เด็กก็ตาม

หากคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในทุกคืน คุณจะมีการหยุดหายใจซ้ำๆ ขณะนอนหลับ คุณจะรู้ได้ว่าคุณมีภาวะนี้หรือไม่จากการอ่านอาการและอาการแสดงที่จะกล่าวต่อไปในบทความนี้ ภาวะนี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองและหัวใจของคุณ และยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ เช่นภาวะซึมเศร้า และน้ำหนักเพิ่ม มาทบทวนเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั้งสามชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนของคุณกันเถอะ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea-OSA) เกิดขึ้นเมื่อมีบางสิ่งไปอุดทางเดินหายใจ ในกรณีของผู้มีน้ำหนักเกิน อาจแปลได้ว่ามีเนื้อรอบๆ คอ และส่วนหลังของช่องคอมากเกินไป โดยภาวะนี้อาจเกิดขึ้นจากการที่มีโครงสร้างในส่วนจมูกและช่องคอเช่นต่อมทอนซิลหรืออดีนอยด์โตได้เช่นกัน สาเหตุที่พบได้บ่อยของภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น มีดังนี้

น้ำหนักเกิน
ต่อมทอนซิลโต
ต่อมอดีนอยด์โต (ต่อมนี้จะหดเล็กลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ดังนั้นปัญหานี้จึงมักเป็นปัญหาเฉพาะในเด็ก)
สาเหตุทางพันธุกรรม เช่น การมีทางเดินหายใจแคบ หรือลิ้นใหญ่ ยังมีโรคทางพันธุกรรมบางโรคที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นเช่น Patau syndrome (trisomy 13)
การกินยานอนหลับก่อนนอน
การดื่มแอลกอฮอล์
ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
ภาวะ acromegaly
โรคปอด
การอุดกั้นในจมูก เช่นการมี turbinate (หมายเหตุผู้แปล:กระดูกที่ยื่นออกมาจากผนังด้านข้างของโพรงจมูก) โต
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมอง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมอง แตกต่างจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น เนื่องจากไม่มีการอุดกั้นที่ทำให้หายใจลำบาก แต่เกิดจากความผิดพลาดในการส่งสัญญาณของสมองเพื่อสั่งการหายใจในขณะหลับ ภาวะนี้ยังแบ่งออกได้อีกสองประเภท ซึ่งสัมพันธ์กับระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด คือชนิดมีการหายใจลดลง (decreased respiratory drive) และชนิดมีการหายใจเพิ่มขึ้น (increased respiratory drive) คุณจะมีระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นหากภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมองของคุณทำให้การหายใจลดลง ซึ่งสาเหตุบางอย่าง ได้แก่

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง myasthenia gravis
เนื้องอกของก้านสมอง
กล้ามเนื้อฝ่อ (muscular dystrophy)
การเปลี่ยนแปลงจากโรคโปลิโอ
กล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาต
โรค ALS (Amyotrophic lateral sclerosis)
หากระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือดของคุณเป็นปกติ นั่นคือการหายใจของคุณเป็นปกติ และสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมองอาจเกิดได้จาก
ภาวะหัวใจล้มเหลว
หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด atrial fibrillation (หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว)
ภาวะสมองขาดเลือด (stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองอื่นๆ
ฝิ่น
ไตวาย
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดผสม

คุณอาจเดาได้จากชื่ออยู่แล้วว่าภาวะดังกล่าวเกิดจากทั้งการอุดกั้นของทางเดินหายใจและความผิดปกติของสมอง การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดนี้ก็เหมือนกับการรักษาสำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับสองชนิดแรก อาการและอาการแสดงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มีอาการและอาการแสดงที่น่าจะเป็นจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากมาย โดยคุณอาจมีอาการเหล่านี้เพียงบางอย่างหรือทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากคุณมีอาการขณะหลับ ผู้ที่จะบอกได้ว่าคุณมีอาการจึงเป็นเพื่อนร่วมเตียงของคุณ

อาการหยุดหายใจเป็นช่วงเวลานานขณะหลับ
การกรน
การหายใจเฮือกขณะหลับ
การนอนกระสับกระส่าย
รู้สึกง่วงหรือเหนื่อยทั้งวัน
ภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์ปรวนแปร
ไม่มีสมาธิ
ความจำไม่ดี
ปวดหัวบ่อยๆ
การวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจการนอนหลับ (polysomnogram หรือ sleep study) สามารถช่วยวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ โดยคุณจะเข้ารับการตรวจนี้ได้ที่ศูนย์การนอนหลับ และคุณจะผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้ขณะตรวจ

1. การติดเครื่องติดตาม (monitor) ก่อนที่คุณจะหลับ ได้แก่เครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจน (oximeter) ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดที่มักใส่ไว้ที่นิ้ว โดยจะวัดปริมาณของออกซิเจนในเลือด

2. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่หัวของคุณเพื่อบันทึกคลื่นสมอง (EEG)

3. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่หน้าอกของคุณเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

4. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่กรามของคุณเพื่อบันทึกการกัดกรามหรือการเคี้ยวฟัน

5. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่ขาของคุณเพื่อบันทึกการขยับขาขณะหลับ ซึ่งจะมีประโยขน์ในการวินิจฉัยกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (restless leg syndrome)

6. คุณอาจต้องหลับในท่านอนหงาย เนื่องจากนี่เป็นท่าที่เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้บ่อยที่สุด มันอาจจะหลับได้ยากในช่วงที่ทำการตรวจ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วก็จะสามารถหลับได้

ผลการตรวจของคุณจะถูกใช้ประเมินดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่ว (apnea-hypoapnea index หรือ AHI) เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ค่าน้อยกว่า 5 คือคุณไม่มีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีนัยสำคัญ

ค่า 5-15 คือคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับเล็กน้อย
ค่า 15-30 คือคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับปานกลาง
ค่ามากกว่า 30 คือคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง
การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ผ่าตัด

การรักษาโดยไม่ผ่าตัดมักเริ่มจากการลดน้ำหนัก การหยุดยานอนหลับสามารถช่วยรักษาภาวะนี้ได้เช่นเดียวกับการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP-continuous positive airway pressure) ซึ่งต้องใส่หน้ากาก ซึ่งมีหลายชนิด โดยทุกชนิดจะเป่าอากาศเข้าไปในจมูกหรือปากเพื่อให้ทางเดินอากาศเปิดโล่ง หากผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ก็อาจให้ออกซิเจนเสริมร่วมกับการใช้เครื่องช่วยหายใจดังกล่าว และมักมีการให้ความชื้นร่วมด้วยเนื่องจากอากาศอาจทำให้จมูกและปากแห้งได้

นอกจาก CPAP ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่แพทย์ทางด้านการนอนหลับของคุณอาจสั่งให้ใช้เพื่อให้ภาวะของคุณดีขึ้น เช่น BiPAP และ EPAP ซึ่งหากคุณทนใส่อุปกรณ์ไม่ไหว คุณอาจลองใช้หน้ากากชนิดอื่นๆ หรือขนาดอื่น เพื่อให้หลับได้สบายขึ้น โดยถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะมีประโยชน์ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่โดยทั่วไปแล้ว การรักษาที่ดีที่สุดคือการค้นหาและรักษาสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยการผ่าตัด

มีการรักษาโดยการผ่าตัดบางอย่างสำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากความผิดปกติของสมอง หากภาวะหยุดหายใจขณะหลับของคุณมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับเนื้องอกที่สมอง การผ่าตัดอาจช่วยแก้ปัญหาภาวะดังกล่าวได้ แต่สำหรับสาเหตุอื่นแล้ว ยังไม่มีการรักษาโดยการผ่าตัด คุณอาจจะต้องใช้ CPAP หรืออุปกรณ์อื่นๆ

มีการผ่าตัดหลายชนิดที่อาจช่วยลดหรือกำจัดอาการหยุดหายใจขณะหลับได้หากปัญหาของคุณเกิดจากทางหูคอจมูก หากคุณหรือลูกของคุณมีปัญหาทอนซิลอักเสบรุนแรง หรือต่อมอดีนอยด์โต การผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออก หรือการผ่าตัดเอาต่อมอดีนอยด์ออกก็อาจมีประโยชน์ ยังมีการผ่าตัดอื่นๆ อีกที่อาจมีประโยชน์ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น เช่น Uvulopalatopharyngoplasty (UPPP) ซึ่งในการผ่าตัดนี้ ลิ้นไก่จะถูกตัดออก เช่นเดียวกับบางส่วนของเพดานอ่อน ซึ่งจะทำให้อากาศผ่านเข้าไปที่ปอดได้มากขึ้น ส่วนการผ่าตัดรักษาสำหรับการอุดกั้นในโพรงจมูกอาจรวมถึงการลดขนาดของกระดูก turbinate หรือการผ่าตัดโพรงไซนัส

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนอาจมีปัญหาเรื่องการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ผ่าตัดให้สม่ำเสมอ แต่ควรระลึกไว้ว่าภาวะนี้มีอันตรายถึงตายได้ การขาดออกซิเจนในเลือดและขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองอาจทำให้เซลล์สำคัญตาย ซึ่งจะจำกัดความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมของอวัยวะสำคัญของร่างกาย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังทำให้เกิดโรคหัวใจเช่นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจล้มเหลวได้ด้วย มีหลักฐานบางอย่างว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดจากการขาดออกซิเจน และทำให้เกิดการตายของเนื้อสมอง

ถึงแม้ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย แต่ก็มีการฟื้นตัวได้ดีหากได้รับการรักษา คนส่วนใหญ่จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น อาการซึมเศร้าและอารมณ์ปรวนแปรดีขึ้น นอกจากนี้ โรคหัวใจจากภาวะนี้อาจกลับดีขึ้นได้ด้วย หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก:www.honestdocs.com

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00