03/06/2026
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ทรงเจริญพระชนมพรรษา 48 พรรษา
วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัย
สมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการ
พนักงาน และเจ้าหน้าที่
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
#ทส. #ทรงพระเจริญ #วันเฉลิมพระชนมพรรษา #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯพระบรมราชินี #3มิถุนายน
31/05/2026
🌳31 พฤษภาคม วันต้นไม้ประจำปีของชาติ🌿
31 พฤษภาคม วันต้นไม้ประจำปีของชาติ ตรงกับ วันวิสาขบูชา (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6) ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติ ที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นระลึกและช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย
#วันต้นไม้ประจำปีของชาติ #วิสาขบูชา #ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ 🌳 🙏
28/05/2026
เห็ดเรืองแสง ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า 🍄🟫 🌳🌿
รู้หรือไม่? ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม่ได้มีแต่สัตว์!
🍄✨ เห็ดเรืองแสง อีกชนิด แถมด้วยเมือกหนาๆ พบที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตัวอย่างเก็บอนุรักษ์ระยะยาวมาตั้งแ.....
25/05/2026
ความหลากหลายของกล้วยไม้ดินในผืนป่าธรรมชาติ 🌿🌸
#กล้วยไม้ดิน #พืชป่า #ความหลากหลายทางชีวภาพ #กรมป่าไม้
22/05/2026
ธนาคารคาร์บอน เมื่อการรักษาป่าต้องตอบแทนคนเฝ้าป่า
ธนาคารคาร์บอน เมื่อการรักษาป่าต้องตอบแทนคนเฝ้าป่า - มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ธนาคารคาร์บอน’ เริ่มถูกพูดถึงในฐานะความพยายามเปลี่ยนการดูแลป่า จากสิ่งที่เคยวัดค่าได้ยาก ให้กลายเป็นคุ...
22/05/2026
22 พฤษภาคม วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ International Day for Biological Diversity (IDB) 🌿🌎
🌿องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 22 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน รวมทั้งเพื่อรำลึกถึงวันที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพเริ่มมีผลบังคับใช้ ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ พ.ศ. 2547
🌿ภายใต้แนวคิด “Acting Locally for Global Impact” เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
#วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ 🌿🌎
21/05/2026
ไม่เผาแล้วเราจะได้อะไร ถ้าไม่เผาจะจัดการกับเศษวัสดุการเกษตรอย่างไรได้บ้าง ?
ไม่เผาแล้วเราจะได้อะไร ถ้าไม่เผาจะจัดการกับเศษวัสดุการเกษตรอย่างไรได้บ้าง
💎 ไถกลบ การไถกลบควรทำควบคู่ไปกับการใช้สารอินทรีย์ สำหรับเร่งการย่อยสลาย หรือ “น้ำหมักชีวภาพ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายให้เป็นปุ๋ย ซึ่งจะทำให้โครงสร้างดินดี เพิ่มอินทรียวัตถุ และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น
💎 ใช้ปรับปรุงบำรุงดิน สามารถทำได้ด้วยการไถกลบให้ย่อยสลาย และการนำมาทำปุ๋ยหมัก รวมทั้งใช้ในการคลุมดินสำหรับรักษาความชื้น
💎 ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ด้วยการนำเศษวัสดุการเกษตรที่เหลือทิ้งในแปลงมาผลิตใช้เอง เป็นการลดต้นทุน และช่วยปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์
💎 ใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น การนำเปลือกข้าวโพดมาหมักเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงโค หรือการอัดฟางข้าวเป็นก้อน เพื่อนำไปเป็นอาหารโคกระบือ
💎 นำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น ฟางข้าว ยอดและใบอ้อย เปลือกและซังข้าวโพด ถือเป็น ชีวมวล (Biomass) สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทางเลือกได้ เช่น นำมาอัดแท่งเพื่อใช้ในครัวเรือน
20/05/2026
🌼🐝 20 พฤษภาคม “วันผึ้งโลก”
จากการประชุมสมาคมผู้เลี้ยงผึ้งนานาชาติ มีมติกำหนดให้วันที่ 20 พฤษภาคม เป็นวันผึ้งโลก (World Bee Day) เพื่อให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปเกิดการตระหนักและเห็นคุณค่า ความสำคัญ ประโยชน์ของผึ้งซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ คร.อันตัน ฮัลซา (Anton Jansa) ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่ ให้เป็นที่แพร่หลาย และได้รับการยอมรับถึงความรู้ความสามารถในการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่รูปแบบการศึกษาและการค้นคว้าของท่าน เน้นการวิจัยในภาคสนาม และค้นคว้า รวมทั้งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งทั้งในสาธารณรัฐออสเตรีย และประเทศใกล้เคียง ผ่านการบันทึกเป็นตำราการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่เล่มแรกของโลก โดยเนื้อหาแสดงถึงการจัดการฟาร์มผึ้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เป็นกรณีศึกษาการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่ซึ่งแนวทางการศึกษาและการปฏิบัติในการเลี้ยงผึ้งตามขนบธรรมเนียมประเพณีแบบดั้งเดิมจะฆ่าผึ้งให้ตายยกรังก่อนฤดูหนาว เพื่อทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำผึ้ง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ท่านเกิดแนวคิดและสร้างแนวทางการปฏิบัติอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งแบบสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดการคงไว้ทั้งปริมาณและคุณภาพของประชากรผึ้ง ดังปรากฎหลักฐานจารึก "ผมปฏิวัติแนวทางการเลี้ยงผึ้งโดยเราจะไม่ฆ่าผึ้ง" เพื่อแลกกับน้ำผึ้งกับขี้ผึ้งแต่เราจะหาแนวทางเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสุขภาวะที่ดีให้กับผึ้งที่เราเลี้ยงไว้เพื่อที่ผึ้งเหล่านี้ จะได้ผลิตน้ำผึ้งที่มีคุณภาพให้กับเราในปีต่อไปในปี ค.ศ. 1770 (พ.ศ. 2313) ได้รับเกียรติจากสมเด็จพระมหาราชินี มาเรีย เทเรซ่าแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย เชิญท่านมาถวายพระอักษร และถ่ายทอดวิชาการเลี้ยงผึ้งในพระราชวัง ณ กรุงเวียนนา ภายใต้ระบบการจัดการและการเลี้ยงผึ้งแบบสมัยใหม่ ซึ่งศาสตราจารย์ คร.อันตัน ฮัลซา
เป็นบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับเกียรติสูงสุดในสาขาวิชานี้ คนแรกของโลก
🐝 🐝 🐝 ผึ้งไม่ได้สร้างเพียงน้ำผึ้ง แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบนิเวศของโลก ร่วมกันดูแลธรรมชาติ เริ่มได้จากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว 🌼
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์
#วันผึ้งโลก2569 #ความหลากหลายทางชีวภาพ
19/05/2026
🌎วิกฤตเงียบ เมื่อพืชกว่าครึ่งแสนชนิด🌿 กำลังจะหายไปจากโลก
⊙ CLIMATECHANGE: วิกฤตเงียบ เมื่อพืชกว่าครึ่งแสนชนิด กำลังจะหายไปจากโลก
ในวาทกรรมเรื่องการสูญพันธุ์จากภาวะโลกร้อน พืชมักถูกมองข้ามอยู่เสมอ ผู้คนสนใจชะตากรรมของหมีขั้วโลก เสือ หรือนกหายากมากกว่าต้นไม้ใบหญ้า แต่งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science บอกเราว่า วิกฤตที่กำลังคืบคลานมาอย่างเงียบเชียบนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคาดคิด
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าพืชราว 7–16% ของทั้งหมดบนโลก หรือคิดเป็นจำนวน 35,000–50,000 สายพันธุ์ มีแนวโน้มสูญเสียพื้นที่อยู่อาศัยไปมากกว่า 90% และเข้าสู่ภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างรุนแรงภายในปี 2100 โดยตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากสถานการณ์ที่มนุษย์ยังคงปล่อยมลพิษในระดับปานกลาง ไม่ใช่กรณีเลวร้ายที่สุด
ดอง เสี่ยวหลี นักนิเวศวิทยาจาก UC Davis ซึ่งร่วมทำการศึกษาชิ้นนี้ อธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่านตัวอย่างที่จับต้องได้ ลองนึกถึงดอกทิวลิป มันต้องการองค์ประกอบสามอย่างพร้อมกัน ได้แก่ ดินที่เหมาะสม อุณหภูมิในช่วงหนึ่ง และปริมาณฝนที่พอดี เมื่อโลกร้อนขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ขยับไปในทิศทางเดียวกัน อุณหภูมิเหมาะสมอาจย้ายไปทางเหนือ แต่ฝนเปลี่ยนไปทางตะวันออก ในขณะที่หน้าดินยังคงอยู่ที่เดิม ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่ทิวลิปสามารถอยู่รอดได้จริงหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
นักวิจัยยังใช้การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์นับล้านครั้งเพื่อทดสอบว่า ถ้าพืชย้ายถิ่นได้เร็วที่สุดเท่าที่ธรรมชาติอนุญาต โดยอาศัยลม น้ำ และสัตว์พาหะ จะช่วยลดอัตราการสูญพันธุ์ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่พืชเคลื่อนที่ช้า แต่เป็นเพราะถิ่นอาศัยที่เหมาะสมกำลังหายไปจากโลก ไม่ว่าพืชจะรีบแค่ไหนก็ตาม
ภัยคุกคามนี้กระจายไม่เท่ากัน บางภูมิภาคกำลังเผชิญแรงกดดันที่หนักกว่าที่อื่น แถบอาร์กติกร้อนขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 4 เท่า ทำให้พืชที่ปรับตัวมาเป็นล้านปีให้เข้ากับสภาพหนาวเย็นขาดพื้นที่หนีไปแบบแทบไม่มีทางออก เช่นเดียวกับลุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียนที่แห้งแล้งขึ้น และออสเตรเลียที่รูปแบบฝนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนส่งผลโดยตรงต่อพืชท้องถิ่น รวมถึงต้นยูคาลิปตัสซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหารสัตว์ป่า รากฐานวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง และทรัพยากรอุตสาหกรรมในคราวเดียวกัน
ในแคลิฟอร์เนีย พืชโบราณอย่างสไปก์มอส (Selaginella) ซึ่งรอดพ้นการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาหลายครั้งในช่วง 400 ล้านปี กำลังเผชิญกับการทดสอบที่อาจหนักที่สุดในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของมัน
ขณะที่งานวิจัยใน Science มองไปถึงอนาคต สวนพฤกษศาสตร์หลวงคิวแห่งอังกฤษได้สำรวจสถานการณ์ปัจจุบันและพบว่า ณ ขณะนี้ มีพืชดอกเกือบ 10,000 ชนิดที่อยู่ในภาวะอันตรายแล้ว พืชเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขทางสถิติ หลายชนิดสืบเชื้อสายมาจากสาขาวิวัฒนาการที่ไม่มีญาติใกล้ชิดบนโลก หากหายไป ต้นไม้แห่งชีวิตของโลกใบนี้จะขาดกิ่งก้านไปถึงหนึ่งในห้า
เฟลิกซ์ ฟอเรสต์ นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการพืชจากสวนคิว ชี้ว่าพืชมักถูกมองข้ามแม้แต่ในหมู่องค์กรอนุรักษ์ สังคมมักถูกดึงดูดด้วยสัตว์ที่มองเห็นได้ชัด มีขน หรือบินได้ ทั้งที่พืชคือฐานรากของระบบชีวิตทั้งหมด
การสูญเสียพืชไม่ได้อยู่แค่ในป่าลึก แต่กระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ พืชหลายชนิดที่อยู่ในรายชื่อเสี่ยงเป็นพืชที่มนุษย์ใช้ประโยชน์มาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นต้นวานิลลา หรือบัวผุด (Titan Arum) ที่มีสารเคมีเฉพาะตัว ความหายไปของพืชเหล่านี้จะกระทบทั้งห่วงโซ่อาหาร วัตถุดิบยา และวัสดุพื้นฐานที่อุตสาหกรรมต้องพึ่งพา
นอกจากนี้ การที่พืชทั้งโลกกำลังอพยพและจัดระเบียบใหม่จะก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ สายพันธุ์ที่ไม่เคยอยู่ร่วมกันมาก่อนจะมาเจอกันเป็นครั้งแรก และผลที่ตามมาต่อระบบนิเวศนั้นยังคาดเดาไม่ได้ ภาพธรรมชาติที่เราคุ้นชินในช่วง 40–50 ปีที่ผ่านมาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
นักวิจัยเห็นตรงกันว่า การช่วยพืชอพยพด้วยมือมนุษย์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่จำเป็นต้องทำควบคู่กันได้แก่ การฟื้นฟูป่าในระดับขนาดใหญ่ การปกป้องพื้นที่ที่ยังคงสภาพเหมาะสมเป็นที่หลบภัยตามธรรมชาติ และการขยายธนาคารเมล็ดพันธุ์เพื่อเก็บรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมเอาไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้
แต่เหนือสิ่งอื่นใด มาตรการเดียวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและเร่งด่วนที่สุดคือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างจริงจัง เพราะทุกส่วนหนึ่งองศาที่โลกร้อนขึ้น คือพื้นที่อยู่อาศัยของพืชนับพันชนิดที่กำลังหดหายไป และเมื่อพืชหายไป ห่วงโซ่ชีวิตทั้งหมดที่เริ่มต้นจากกระบวนการสังเคราะห์แสงก็พังตาม รวมถึงมนุษย์ด้วย