26/09/2024
"แอดมินริวซากิ" ขอลาออกจากการเป็นแอดมินเพจ WW2 Japanese & Axis army //26.09.2024
อาจมีหลายคนที่เรารู้จักกันมานานแล้ว ที่ติดตามเพจนี้มาตั้งแต่ปี 2014 อาจจะผ่านตามมาอ่านบทความแรกๆ ดราม่าแรกๆ มีมแรกๆ ที่ผ่านมาด้วยกัน ตั้งแต่ยังชื่อเพจว่า "World War II Japan army" แอดก็ตกใจที่ตัวเอง ก็อยู่เพจนี้มา 10 ปีแล้ว (และช่วงที่หายไป 2-3 ปีด้วย) และก็ผ่านประสบการณ์ดีๆ กับแฟนเพจมาด้วยกัน ไม่ว่าจะทั้งสั่งสอนแอด ติแอด ทั้งเนื้อหา รายละเอียด และให้กำลังใจตั้งแต่วันแรกๆ ที่เรารู้จักกันผ่านทางเพจนี้ ผ่านทางบทความ ที่แอดไม่เคยรู้สึกเลยว่าแอดเป็นคนพิมพ์แค่คนเดียว แต่เหมือนแฟนเพจทุกคนช่วยกันทำขึ้นมา
การตัดสินใจครั้งนี้ แอดขอพูดตามตรงว่า แอดไม่ได้รู้สึกหมดไฟ หรือ ท้อแท้ และ หมดความรู้สึกที่จะพัฒนาเนื้อหาต่อไป ขนาดตอนนี้ที่ตัดสินใจเลิกทำเพจนี้ หลังจอ แอดก็เปิดทำคลิปเนื้อหาเกี่ยวกับรถมาสด้าที่เป็นกระแสจากคุณยายอายุ 79 ปีแล้วยังขับอยู่ แล้วมีแผนที่ว่าจะลงพรุ่งนี้แต่คงไม่เอามาลงในเพจนี้แล้วละ ตอนนี้เพจนี้แอดรับรู้แล้วว่า มันมีปัญหา มีสิ่งที่ต้องแก้ไข แต่แอดกลับไม่รู้เรื่องเลยว่า เพจถูกมองอย่างไร ว่าเพจนี้มีเนื้อหาแบบ "Japan did nothing wrong" แอดก็โอเค แอดทำเนื้อหาที่ด้านดีญี่ปุ่นมากไปจริงๆนั้นละ เพราะปกติ ไม่มีใครเอามาทำ และแอดก็มองเป็น"จุดขายเพจ"ด้วย แอดถึงเอามานำเสนอแบบเน้นๆไปเลย แอดเองก็เคยเอานานกิง เอาทางรถไฟสายมรณะ เอาค่ายกักกัน 731 มาลง วันนี้ใครอยากได้รายละเอียดตรงนี้ แอดก็อยากอัพเดตทำรีโพส หาข้อมูลเพิ่มมาลงอีกเหมือนกัน เพราะสงครามเป็นเรื่องคนฆ่ากันอยู่แล้ว แน่นอน แอดเองก็อยากเอาออกมาทำบทความด้วยซ้ำไป แต่เนื้อหาแบบนี้ ถ้าแอดเป็นผู้ทำเนื้อหา แอดต้องทำบอกเล่ามาเป็น"บทเรียน" ไม่ใช่ตอกย้ำ"ความเกลียด" ให้มันอยู่ต่อไม่จบสิ้น เพราะประวัติศาสตร์แอดต้องการให้เป็นการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ฝังรากลึกความรู้สึกของคนในอดีตเอาไว้ในจิตใจคนรุ่นใหม่ ทำให้เนื้อหาแบบนี้ต้องใช้ความรอบคอบมากทีเดียว แต่การมีมุมมองที่ต่างและความเห็นแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาเพจสำหรับแอด แอดทำให้ได้แน่นอน ฉะนั้นปัญหานี้แอดจะบอกว่ามันไม่ใช่สาเหตุที่แอดอยากลาออก แต่กลับเป็นเรื่องทีมภายในเพจเอง ที่ทำให้แอดไม่อยากรู้สึกอยู่ต่อมากกว่า เพราะจริงๆปัญหาเรื่องมุมมอง ต่อนโยบายเพจนี้แอดถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่กลับกลายเป็น ทีมไม่มีการนำมาพูดถึงกัน ในตลอดช่วงที่แอดพยายามฟื้นฟูเพจในปีนี้ และปล่อยให้แอดทำเนื้อหาที่แอดคิดว่าดีที่สุดที่แอดทำได้ต่อไป แล้วกลายเป็นทำให้ผู้ติดตามผิดหวังกับเนื้อหาเพจนี้ไปจริงๆ
ฉะนั้น ต่อจากนี้แอดจะขอยุติบทบาททั้งหมดในเพจแห่งนี้ โดยขอคงไว้บทความที่แอดทำมาตลอด 10 ปี โดยไม่ลบออกไปไหน เร็วๆนี้แอดยังไม่มีแผนว่าจะเปิดเพจใหม่ในการทำบทความต่อ แต่คาดว่าจะเป็นหลังจากแอดกลับจากญี่ปุ่นสิ้นเดือนหน้า เพราะแอดน่าจะมีเนื้อหามาให้ทุกคนรับชมแน่นอน จากการลงพื้นที่พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่น
ในส่วนคลิปวิดีโอทั้งหมด แอดตั้งใจจะย้ายไปใน Youtube ช่อง Admin Ryusaki Desu เนื่องจากเนื้อหาแบบสื่อที่ แอดอัดบันทึกเสียงเอง แอดไม่อยากให้เหลือในเพจนี้ ใครจะติดตามแอดหลังจากนี้ ก็รบกวนทางนั้นแทนนะครับ หลังจากนี้ถ้าอัพเดตทำเพจใหม่หรือทำเนื้อหาอะไรใหม่ แอดจะอัพเดตทางนั้นแทนแล้วครับ ส่วนเพจนี้ยังมีทีมแอดมินท่านอื่นๆที่ดูแลอยู่ ก็เฝ้ารอติดตามเนื้อหาของพวกเขาละกันนะครับ
แอดไม่เคยเสียใจที่ต้องจากเพจนี้ไป แอดรู้สึกแอดได้รับมามากเกินไปด้วยซ้ำกับความรู้สึกของผู้ติดตามที่กดไลค์ กดรัก กดโกรธ(?)กันมาตลอด ทำให้บางทียอดติดตาม 46,000 อาจไม่สำคัญเท่าความรู้สึกเหงาของแอด ที่ต้องจากผู้ติดตามที่แอดเคยคุยเล่น คุยแหย่ หรือคอมเม้นตอบกลับไปยังกับท เพิ่มอีกบทความในคอมเม้นไปซะมากกว่า บางทีต่อให้แอดกลับไปเริ่มที่เพจหลักร้อยแล้ว ทุกคนยังมาคอมเม้นทักจำกันได้อาจทำให้แอดดีใจมากกว่าตอนนี้อีก
แอดขอโทษคนที่ขอบทความ JSDF ที่แอดยังไม่ได้ลงให้ถึงยุคปัจจุบันเท่าไหรเลย ขอโทษที่มีคนขอเมนูอาหารฟุโซะ ยามาชิโระ ฟุบุกิ แล้วแอดยังไม่ทันทำให้ดูในเพจนี้เลย ถ้าไปที่ใหม่ แล้วพร้อมแอดจะทำให้นะ ส่วน "แอดมินพาเที่ยว" ที่ตอนแรกแอดตั้งใจไลฟ์พาเที่ยวญี่ปุ่น แอดคงไม่ได้ทำในเพจนี้แล้ว แอดขอโทษจริงๆครับ มีโอกาส แอดจะทำออกมานำเสนอให้ดูแน่นอน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากได้พบกันอีก~
แอดมินริวซากิ "ขอลาก่อน ณ.ที่แห่งนี้"✒️
25/09/2024
ตะกี้เพจโดนคุณมาร์คยิง โพสล่าสุดร่วงไป น่าจะเพราะมีรูป "ฟือเรอร์" อยู่ในโพส ตอนนี้จริงๆนะ แอดกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะทำไงดี เพราะตอนนี้เพจโดนเช็คบิลย้อนหลังกับโพสบทความเก่าเยอะมาก + โพสใหม่กลัวทำเพจบินอีก ตอนนี้เอาเป็นว่าแอดคงต้องระวังมากกว่าเดิมแหละครับ (นี้ขนาดเอาแค่หน้าแกมานะ ครอบเอาตราแกออกไปแล้ว)//แอดมินริวซากิ
*ใครกลัวเพจบินจริงไปกดตามในYT เผื่อก่อนได้ครับ ตอนแรกกะเอาไว้ลงคลิปแบบยาวๆ นี้สงสัยได้เป็นช่องทางสำรองด้วยละ
https://www.youtube.com/watch?v=OSGioQeivtU
25/09/2024
เมื่อคืน เห็นว่าแถบน่านฟ้าฮอกไกโด ญี่ปุ่นกับรัสเซีย มีเรื่องกันนิดหน่อย ที่เครื่องบินลาดตระเวนรัสเซียเข้าใกล้เขตหมู่เกาะเรบุน มากเกินไป และ บินเข้าออกใกล้เขตถึง 3 ครั้ง จนเครื่องบินขับไล่ญี่ปุ่น ที่บินเฝ้าระวังอยู่ ยิงพุลแฟร์ ใส่ให้ออกไป ซึ่งส่วนใหญ่ข่าวจะสังเกตุกันว่า รอบนี้ญี่ปุ่นแสดงท่าทีมากกว่าปกติแบบที่ผ่านมา//แอดมินริวซากิ
24/09/2024
ปกติแอดไม่ค่อยสนใจดราม่าวงการเกมนะ แต่เคสนี้ "อย่าหาทำ"//แอดมินริวซากิ
24/09/2024
งบประมาณของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถใช้ได้แค่ 1% ของ GDP จริงหรอ? //แอดมินริวซากิ
*ในภาพกองเรือของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันเป็นกองเรือที่มีแสนยานุภาพมากที่สุดอันดับ 6 ของโลก
งบประมาณการป้องกันประเทศ 1% นั้น เป็นนโยบายหลังสงครามของญี่ปุ่นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จากที่เคยสูงสุด 85.3 % (ประมาณ 55,000 ล้านเยน) ในปี 1944 แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามลง งบประมาณจึงลดลงเหลือให้กับกองกำลังป้องกันประเทศเหลือเพียง 2.78% และ มีการปรับโครงสร้างใหม่เพื่อฟื้นฟูประเทศเป็นอับแรก จึงมีการปรับลดลงมาเรื่อยๆ เหลือ 1.2 % และก็ รักษาระดับให้ต่ำกว่า 1% ตั้งแต่ปี 1967 เป็นต้นมา
ทำให้ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นชาติที่ไม่ได้เน้นการสนับสนุนการพัฒนากองทัพเป็นจำนวนมากอีกต่อไป และการรักษาระดับไม่เกิน 1% นี้ก็ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องมาตลอด จะมีเพียงแค่ ปี 1987 ที่มีการเกินมา 1.004%, 1.013% และ 1.006% บ้างเป็นบางครั้ง แต่หลังจากดำเนินนโยบายนี้มานานกว่า 50 ปี เมื่อมีภัยคุกคามจาก จีนและเกาหลีเหนือ ที่มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งผลกระทบจากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้แนวทางที่อดีตนายกชินโซ อาเบะ และ กระแสการเพิ่มงบประมาณของกองกำลังป้องกันตนเองกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา จึงเป็นจุดสิ้นสุดยุคสมัยของการรักษาเสถียรภาพทางการเงินต่อกองทัพของญี่ปุ่น ที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลานานในที่สุด
ปัจจุบัน งบประมาณของกองกำลังป้องตนเองญี่ปุ่น คือ 1.6% ของ GDP ทั้งหมดของประเทศ รวมเป็นเงินกว่า 8.54 ล้านล้านเยน (ราว 1.98 ล้านล้านบาท) และยังวางแผนต่อเนื่องไปอีก 5 ปี ในงบประมาณกว่า 43 ล้านล้านเยน (ราว 10 ล้านล้านบาท) และจะเพิ่มอีกเป็น2%ในอนาคต ในปัจจุบนี้นับว่ากองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น มีงบที่เป็นจำนวนกว่า 9 เท่าของงบ กองทัพไทย เมื่อเทียบกับ กองกำลังป้องตนเองญี่ปุ่น โดยจำนวนเงินนี้คือ เกือบครึ่งหนึ่งของ งบประมาณประเทศไทยทั้งประเทศ ในปี 2024 เลยทีเดียว
23/09/2024
เรือบรรทุกเครื่องบินอามากิ ที่ผลิตและต่อขึ้นโดยอู่ต่อเรือของบริษัทมิตซูบิชิ เอียงจมลงที่ท่าเรือคุเระ ในการโจมตีทางอากาศ วันที่ 29 กรกฎาคม ปี 1945 ตัวเรือยังคงจมอยู่สภาพนี้จนกระทั่งค่อยๆ รื้อถอนออกเป็นเศษเหล็กไปหลังสงคราม//แอดมินริวซากิ
23/09/2024
ทหารญี่ปุ่นที่เคยเป็นผู้คุมค่ายเชลยทหารอเมริกันโค้งคำนับให้กับทหารอเมริกัน ขณะเดินทางออกจากค่ายกักกันหลังสิ้นสุดสงคราม//แอดมินริวซากิ
22/09/2024
เดาสิ๊ ว่าคลิปวันพรุ่งนี้จะเกี่ยวกับหน่วยงานหรือเหล่าทัพไหนของญี่ปุ่น อันนี้มาตามรีเควสของแฟนเพจเลยนะ //แอดมินริวซากิ
*กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นที่ประเทศซูดานใต้ ในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ
21/09/2024
https://www.youtube.com/watch?v=EBZydyVYZRI&t=3s&ab_channel=RyusakiTH
แบบฉบับเต็มนะ มีเสริมบริษัทที่อายุมากที่สุดอันดับ 1 ของโลกให้//แอดมินริวซากิ
ญี่ปุ่นประเทศที่มีธุรกิจที่มีอายุมากที่สุดในโลก
คลิปเสริมจากเพจหลัก WW2 Japanese & Axis army
19/09/2024
เรือรบอันภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่นหลังสงคราม //แอดมินริวซากิ
*ในภาพคือสภาพเรือรบมิคาสะ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเรือถูกนำมาใช้เป็นสถานแหล่งบันเทิง มีทั้งลานเต้นลำ และ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ํา โดยตัวเรือนั้นเคยเป็น เรือธงที่นำโดยจอมพลเรือโทโง เฮฮาจิโร่ ผู้นำชัยชนะมาให้กับกองเรือญี่ปุ่น ในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ที่เป็นชัยชนะครั้งแรกของคนเอเชียต่อคนตะวันตกในประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงคราม ศักดิศรีของญี่ปุ่นแทบไม่เหลืออีกต่อไปบนเวทีโลก ด้วยสภาพการเงินของประเทศเองก็ตกต่ำ ทำให้ต้อง นำเรือรบที่รอดจากสงคราม รวมถึงเรือรบเก่าในยุคก่อนมาขายเป็นเศษเหล็ก แต่เรือมิคาสะ นั้นเป็นเรือลำเดียวที่คนญี่ปุ่น ไม่ยอมให้ถูกทำลายลงไปเด็ดขาด แต่กองกำลังพันธมิตรได้เข้ายึดครองญี่ปุ่นและผลักดันนโยบายให้ญี่ปุ่นไม่มีกองทัพอีกต่อไป ทำให้เรือมิคาสะ นี้ตกเป็นเป้าหมายให้ถูกกำจัดทิ้ง โดยเฉพาะผู้แทนสหภาพโซเวียต (อดีตรัสเซีย) ที่เรียกร้องอย่างหนักให้ทำลายเรือที่มีชื่อเสียงลำทิ้ง แต่หลังจากการประชุมร่วมกัน และคำขอร้องของคนในพื้นที่ ทำให้สหรัฐที่เป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในขณะนั้น อนุญาตให้เมืองโยโกสุกะ เก็บเรือมิคาสะเอาไว้ได้ โดยมีข้อแม้ว่า ต้องถอดส่วนที่เป็นโครงสร้างเรือรบออกทั้งหมด ไม่ว่าจะสะพานเรือ ป้อมปืน ปืนใหญ่ต่างๆออก ปล่องควัน และเสากระโดงเรือ ทั้งหมด เพื่อจะอนุญาตให้เก็บตัวเรือเอาไว้ ชาวเมืองไม่มีทางเลือก แค่ขอให้เรือมิคาสะ และศักดิ์ศรีของคนญี่ปุ่นยังคงอยู่ จึงต้องดำเนินการรื้อออกตามที่ตกลงไว้
ภายหลังมีบริษัทเอกชนเข้ามาเสนอปรับปรุงตัวเรือให้เป็นสถานบันเทิง ลานเต้นลำ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไว้บนพื้นที่ด้านบนดาดฟ้าเรือ แต่ด้วยความที่บริษัทเอกชนนั้นต้องการกำไร ในการลงทุน จึงได้นำชิ้นส่วนของปืนใหญ่ของเรือ ไปขายทำกำไรต่อ ทำให้มุมมองนี่ก็เป็นความเสื่อมลงของผู้คน ที่ไม่ได้คำนึงถึงประวัติศาสตร์ของประเทศไป โดยมิคาสะ ที่ปรับปรุงใหม่นี้ได้รับความนิยมชั่วเวลาหนึ่ง จนกระทั่ง กิจการดังกล่าวก็ค่อยๆ ลดความนิยมลงเรื่อยๆ และเอกชนที่เป็นคนดูแลก็ปล่อยเรือมิคาสะร้างไป ทำให้เรืออยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมจนน่าเวทนาไปหลายปี
จนกระทั่งปี 1961 ชาวเมือง และผู้ที่ยังคงเห็นความสำคัญของเรือมิคาสะจึงมีบูรณะ เรือกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีเจ้าชายมาซาฮิโตะ โยชิ เสด็จเป็นผู้แทนจักรพรรดิในพิธีเปิด ทำให้เรือมิคาสะกลับมาสง่างามอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน
17/09/2024
"ซูโม่กองทัพเรือญี่ปุ่น"//แอดมินริวซากิ
*ในภาพการวอร์มร่างกายก่อนเริ่มกิจกรรมแข่งซูโม่ บนเรือนประจัญบานนางาโตะ
กองทัพเรือญี่ปุ่นจัดกีฬากิจกรรมต่างๆให้เหล่าทหารเรือได้ออกกำลังกายบริหารกันไม่ว่าจะเป็นบริหารอบอุ่นร่างกายตอนเช้า,เคนโด้,ยูโด,คาราเต้,ซูโม่,ว่ายน้ำโดยวันนี้จะยกมา1ตัวอย่างน่ะครับ
"ซูโม่ทหารเรือ"
กีฬาซูโม่ของกองทัพเรือญี่ปุ่นค่อนข้างแตกต่างจากกติกาปกติเล็กน้อย ตรงที่ว่า"คนชนะออกคนแพ้อยู่" ง่ายๆครับคนชนะได้นั่งพักคนแพ้ต้องสู้จนกว่าชนะ แถมซูโม่แบบกองทัพเรือไม่มีการจับทุ่มแต่อย่างใดต้องดันฝ่ายตรงข้ามออกจากเส้นให้ได้เท่านั้นเพราะฉะนั้นการแข่งซูโม่จึงนิยมมากที่สุด เพราะเป็นการฝึกร่างกายที่มีหดมาก ส่วนกติกานั้นแน่นอน ว่าไม่ใช่ว่าจะแข่งด้วยกติกานี่เสมอไป มันก็มีแข่งกติกาปกติด้วยครับ ส่วนกีฬาที่รองลงมาคือยูโดและเคนโด้ ส่วนคาราเต้จะเป็นกองทัพบกที่นิยมแข่งกัน
17/09/2024
ภาพเด็กชาวจีนที่เข้ามาขอลูกอมกับทหารญี่ปุ่นในปี 1937 //แอดมินริวซากิ
*ภาพนี้ระบุว่าเป็นภาพที่ถ่ายในพื้นที่ข้อพิพาททางเหนือ ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ห่างกับดินแดนที่มีอิทธิพลของญี่ปุ่นอยู่แล้ว อย่างแมนจูกัว ฉะนั้นสถานการณ์จึงไม่ได้ตึงเครียดมาก เท่ากับพื้นที่หัวเมืองหลักอื่นๆ ที่เราทราบกันดีว่า มันโหดร้ายมากจากการรุกรานของญี่ปุ่น แต่ส่วนตัวสำหรับภาพนี้ ถึงต่อให้ทหารญี่ปุ่นในรูปอาจแบ่งขนมให้เด็กทานจริงๆ แต่ว่าแอดเห็นว่ามันทำออกมาเป็นโปสการ์ดอย่างดีแบบนี้ ให้ตีความไปเลยครับว่านี้มัน "โฆษณาชวนเชื่อ" คือ เรื่องดีๆ สำนักข่าวญี่ปุ่นก็ตัดแต่ตรงนั้นแหละ มานำเสนอ