🎥 กยท. ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ✨
ออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD
https://youtu.be/q5nALc4R4e0
_______________________
การยางแห่งประเทศไทย
🔍💻📱www.raot.co.th
การยางแห่งประเทศไทยRAOT
เพจอย่างเป็นทางการของการยางแห่งประเทศไทย
เพจอย่างเป็นทางการของการยางแห่งประเทศไทย ใช้สำหรับการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ภาพข่าว กิจกรรมของการยางแห่งประเทศไทย งดแสดงความคิดเห็นที่ส่อในการเกิดข้อขัดแย้ง ใส่ร้ายป้ายสี
03/06/2026
3 มิถุนายน
วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
---------------
ทรงพระเจริญ
🙏🏻🙏🏻🙏🏻
02/06/2026
🚀 เปิดเวทีสำหรับคนรุ่นใหม่สายสร้างสรรค์!!!
📣 กยท.ชวนร่วม “โครงการสร้างนวัตกรรุ่นใหม่เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านยางพารา ปี 2569”
💡 ร่วมอบรม พัฒนาศักยภาพ และส่งผลงานนวัตกรรมด้านยางพาราเข้าประกวด
🏆 ชิงเงินรางวัลชนะเลิศสูงสุด 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
🎯 ผู้ชนะยังมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อต่อ ยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์
📅 เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่บัดนี้ – 16 มิถุนายน 2569
📌 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.raot.co.th
📞 สอบถามข้อมูล โทร. 0-2433-2222 ต่อ 537
(กองวิจัยและพัฒนาการผลิตยาง สถาบันวิจัยยาง)
✨ สร้างองค์ความรู้ ต่อยอดนวัตกรรม พัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตยางพาราไทยไปด้วยกัน 😄😄😄
♻️🤝 กยท. - เครือ CP Kick Off คาร์บอนเครดิตในสวนยาง 500,000 ไร่ 5 จังหวัดอีสานบน สร้างรายได้หมุนเวียนยุคใหม่ 💸🌳
#การยางแห่งประเทศไทย
#ชาวสวนยาง
#คาร์บอนเครดิต
28/05/2026
✍🏼📑 กยท. ผนึก มช. ลงนามความร่วมมือ ดันองค์ความรู้-นวัตกรรมการปลูกยาง เสริมแกร่งชาวสวนยางรับมือภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง 🌳👨🏻🌾
วันนี้ (28 พ.ค. 69) ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จ.เชียงใหม่ – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย นายโกศล บุญคง รักษาการผู้ว่าการ กยท. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เรื่อง “การถ่ายทอดทางวิชาการและเทคโนโลยีการปลูกยางพาราภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ” กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มุ่งเสริมแกร่งองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมการปลูกยางพารา สอดรับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง พร้อมถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
นายโกศล กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรของประเทศ รวมถึงการปลูกยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทยจำนวนมาก ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการจัดการสวนยางที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถปรับตัว และสามารถยกระดับการทำสวนยาง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงนำมาสู่ความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ ที่มีเป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการปลูกยางพาราที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยีในการปลูกยางพาราให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและบุคลากร กยท. ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของยางพาราได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายโกศล กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว กยท. จะสนับสนุนการจัดหาพื้นที่และทรัพยากรสำหรับการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ จัดเตรียมต้นกล้าและวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงประสานงานกับเกษตรกรและชุมชนเพื่อเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ มช. จะสนับสนุนบุคลากรด้านวิชาการ ร่วมดำเนินการวิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดฝึกอบรม และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้คำปรึกษาด้านวิชาการและเทคโนโลยีการปลูกยางพารา โดยเฉพาะการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อพัฒนาสวนยางให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและบริบทของพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพาราอย่างเหมาะสม พร้อมแนวทางที่เอื้อต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และมีส่วนช่วยลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในระยะยาว
“กยท. เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายโกศล กล่าวทิ้งท้าย
ข่าว: ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.
__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย
#มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #ชาวสวนยาง #ยางพารา #นวัตกรรมยางพารา #งานวิจัยยางพารา #อุตสาหกรรมยางพารา
27/05/2026
♻️🌳 กยท. - เครือซีพี Kick Off โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางฯ วางเป้า 5 แสนไร่ ใน 5 จังหวัดอีสานบน ขายคาร์บอนเครดิต - สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร กว่า 6 หมื่นครัวเรือน 💰👨🏻🌾
📍วันนี้ (27 พ.ค. 69) ณ โรงแรมสยามแกรนด์ จ.อุดรธานี -- การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต ในบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เปิดตัว ‘โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ อย่างเป็นทางการ โดยมี นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย และ นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ภาคีเครือข่าย อาทิ อบก., ม.เกษตรฯ, GISTDA, และชาวสวนยางหัวก้าวหน้า กว่า 200 ราย วางเป้านำร่องในพื้นที่สวนยางอีสานตอนบน 5 จังหวัด รวม 500,000 ไร่ มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร ดันไทยสู่ Carbon Neutrality ในปี 2050 และNet Zero ในปี 2065 คาดยกระดับรายได้พี่น้องชาวสวนยาง กว่า 60,000 ครัวเรือน ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายดิษฐเดช กล่าวในขณะเป็นประธานเปิดโครงการฯ ว่า ‘โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ถือเป็นโครงการสำคัญที่ กยท. ร่วมมือกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในพื้นที่สวนยางพารา ภายใต้การดำเนินงานตามมาตรฐาน T-VER ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างแหล่งรายได้ที่มันคงแก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยกระบวนการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นยางพารา จะถูกแปลงเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่สามารถซื้อขายได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งภาคเกษตรกรรมยางพาราถือเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่ง โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่สวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. รวมทั้งสิ้นกว่า 15.6 ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้มีศักยภาพสูงมากในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศ
นายดิษฐเดช กล่าวต่อไปว่า โครงการฯ นี้ นอกจากจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065 ผ่านการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่สวนยางพาราแล้ว ยังเป็นส่วนช่วยยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยให้ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งครั้งนี้ กยท. และบริษัทฯ วางเป้าหมายนำร่องในพื้นที่สวนยางพาราที่มีเอกสารสิทธิ์และได้รับการขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวน 500,000 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย, จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย, จ.บึงกาฬ, และ จ.นครพนม โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางได้กว่า 60,000 ครัวเรือน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“กยท. มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถสร้างรายได้เพิ่มที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ในระยะยาว” นายดิษฐเดช กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ดำเนินการภายใต้มาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) โดยมุ่งยกระดับสวนยางพาราให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน พร้อมต่อยอดสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ โครงการได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบบ DMRV มาใช้ในการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูลคาร์บอนเครดิต เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รองรับการขยายผลสู่ตลาดคาร์บอนทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต
ภาพ/ข่าว: ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.
__________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย
#คาร์บอนเครดิต
26/05/2026
👨🏻💼🙌🏻 กยท. ร่วมติดตามความคืบหน้า การจัด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” พร้อมหนุน “อะมิโนนม” แก่เกษตรกร 500 ลิตร ลดต้นทุน–เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม 🐮🌳
เมื่อเร็ว ๆ นี้ (25 พ.ค. 69) ณ จังหวัดอุดรธานี การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานจัด “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ในโอกาสที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการจัดงานดังกล่าว
สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” เพื่อสะท้อนแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรที่เชื่อมโยงคน น้ำ พืช ระบบนิเวศ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียวเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
ในโอกาสนี้ กยท. ได้ร่วมสนับสนุนปัจจัยการผลิต “อะมิโนนม” จำนวน 500 ลิตร แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการเกษตรไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.
ภาพ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
________________________
การยางแห่งประเทศไทย
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย #อะมิโนนม #มหกรรมพืชสวนโลก
22/05/2026
📊 ส่องทิศทางยางพารา ปี ‘69 สัญญาณแดนบวก‼️➕✅
3 ปัจจัยหนุนราคายาง
💲 ยางสังเคราะห์ต้นทุนสูง
🚘 รถยนต์ไฟฟ้า EV เติบโต
🇹🇭 EUDR ยางไทยได้เปรียบ
✅🌳 พร้อมรับมืออนาคต สร้างสวนยางอารยเกษตรสู่มาตรฐานยั่งยืน
#ราคายาง #เกษตร #เศรษฐกิจโลก #เกษตรสร้างรายได้
19/05/2026
🇹🇭🇨🇳กยท. จับมือ CATASRRI จีน ลงนาม MoU ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์–เทคโนโลยียาง เดินหน้ายกระดับวิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคเกษตรกรรมไทย ✨🌳
📍วันนี้ (19 พ.ค. 69) ณ เมืองไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ RAOT นำโดย นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียางกับสถาบันวิจัยยาง สถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรเขตร้อนจีน หรือ CATASRRI เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีการปลูกยางการจัดการสวนยาง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านยางพาราระหว่างไทย–จีน
นายโกศล บุญคง กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยางพาราของโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในอนาคต โดย กยท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านยางพารามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการปลูกยาง การพัฒนาพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยางพารา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพภาคการเกษตรยางพารา อันนำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง กยท. และ CATASRRI ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย และเทคโนโลยีระหว่างสองฝ่าย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กยท. และ CATASRRI จะร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียางพารา ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการศึกษาวิจัย โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางไทย ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สำหรับความร่วมมือดังกล่าวจะดำเนินการโดยครอบคลุมการประชุมเชิงวิชาการ การปฏิบัติงานภาคสนาม และการจัดตั้งแปลงทดสอบ ณ ศูนย์วิจัยยางของ กยท. ได้แก่ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา และศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิจัยของทั้งสองฝ่าย
“กยท. มุ่งผลักดันความร่วมมือนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมยางพารากับสถาบันวิจัยชั้นนำของต่างประเทศ เพื่อพัฒนางานวิจัยให้ใช้ได้จริงในพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรไทย และต่อยอดสู่การพัฒนายางพาราของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายโกศล บุญคง กล่าวทิ้งท้าย
ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.
________________________
การยางแห่งประเทศไทย
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย #ยางพารา #อุตสาหกรรมยางพารา #วิจัยยางพารา #นวัตกรรมยางพารา #เทคโนโลยียางพารา #เกษตรยั่งยืน #เกษตรกรชาวสวนยาง
19/05/2026
🤝📃กยท. หนุนแปรรูปน้ำนมดิบล้นตลาด สู่ “น้ำหมักฯ กรดอะมิโนนม” ลดพึ่งพาปุ๋ยเคมี ใช้อินทรีย์เพิ่มรายได้เกษตรกร🥛🌳
📍วันนี้ (19 พ.ค. 69) ณ อาคารผลิตน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม จ.กาญจนบุรี – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือเพื่อเพิ่มผลผลิตและพัฒนาธุรกิจแก่สถาบันเกษตรกร ภายใต้โครงการผลิต “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบ” ระหว่างชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ โดย กยท. ร่วมสนับสนุนแนวทางการนำน้ำนมโคดิบส่วนเกินไร้ตลาดรองรับ ไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ ปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพใช้ในภาคการเกษตร ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง ลดต้นทุน – สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการใช้ปัจจัยการผลิตอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายญาณกิตติ์ เผยว่า พิธีลงนามฯ ครั้งนี้ ดำเนินการขึ้นภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกินที่ไม่มีตลาดรองรับของสมาชิกสหกรณ์โคนม นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร โดยวิธีการนำน้ำนมดิบมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม เพื่อใช้เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เพิ่มทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร การลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงจากสถานการณ์ราคาพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรโดยเฉพาะต้นทุนปุ๋ยเคมี กระทรวงเกษตรฯ จึงตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้น เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในระดับพื้นที่ บูรณาการ สร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ ส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือและลดผลกระทบต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งนี้ กยท. ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์ฯ ร่วมสนับสนุนแนวทางการรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินความต้องการตลาด มาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม โดยครั้งนี้ กยท. เข้ามาสนับสนุนและให้คำปรึกษา แนะนำ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการแปรรูปให้แก่สหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภายใต้การดูแลของ กยท. ที่จะเข้ามารับผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม และ กยท. จะหาช่องทางจำหน่ายและกระจายผลิตภัณฑ์ไปถึงมือเกษตรชาวสวนยางและเกษตรกรผู้ทำเกษตรต่อไป นับเป็นการเข้าไปแก้ปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกินให้กับสมาชิกสหกรณ์โคนมได้เป็นอย่างดี และยังสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด
ซึ่งจะมีรายได้จากการผลิตแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมอีกด้วย
“กยท. พร้อมวางแนวทางการกระจายสินค้า เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์สู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและผลักดันการนำผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมไปใช้
ในภาคเกษตรกรรมให้มากขึ้น ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ และส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน”
________________________
การยางแห่งประเทศไทย
www.raot.co.th
#กยท #การยางแห่งประเทศไทย
#น้ำหมักชีวภาพ #กรดอะมิโนนม #ปุ๋ยอินทรีย์ #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
67/25
Bangkok
10700
