02/06/2026
News : คพ. เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเเละลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในการนี้ นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าว เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
#ถวายพระพรชัยมงคล #3มิถุนายน #สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
02/06/2026
PCD News : รมว.สุชาติ มอบหมาย คพ. จัดเวทีรับฟังเสียงประชาชน ร่วมหาทางออกแก้ปัญหาน้ำขุ่นแม่น้ำกระบุรี จ.ระนอง
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยสถานการณ์แม่น้ำกระบุรีประสบปัญหาความขุ่นผิดธรรมชาติต่อเนื่องมากว่า 6 ปี ส่งผลกระทบต่อประชาชนและวิถีชีวิต มอบหมาย คพ. โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ร่วมกับจังหวัดระนองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเวที “เปิดพื้นที่สะท้อนเสียงประชาชน” กรณีปัญหาความขุ่นในแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 5 บ้านหาดจิก ตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง โดยมีนายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธาน เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและผลกระทบจากปัญหาคุณภาพน้ำ พร้อมสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ประชาชนและภาคประชาสังคมระบุว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากกิจกรรมเหมืองแร่ในฝั่งเมียนมา ส่งผลให้ตะกอนดินไหลลงสู่ลำน้ำและกลายเป็นปัญหามลพิษข้ามพรมแดน กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน การเกษตร ประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และระบบนิเวศ โดยเฉพาะหญ้าคริปโตโครีน พืชน้ำหายากที่พบเพียง 2 แห่งของโลก ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการทับถมของตะกอนดิน ทั้งนี้ ผลการตรวจติดตามคุณภาพน้ำและตะกอนดินของ คพ. ปรากฎว่าค่าสารโลหะหนัก
ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน มีเพียงค่าความขุ่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงหน้าแล้งอย่างมีนัยยะ ในขณะที่กรมประมงตรวจพบสารแคดเมียมและตะกั่วในกุ้ง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย
ภายในเวทีรับฟังความคิดเห็น เครือข่ายรักแม่น้ำกระบุรีได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 11 ประการ อาทิ การเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ การตรวจสารปนเปื้อนในร่างกายประชาชน การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง การผลักดันปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ การใช้กลไกความร่วมมือชายแดนไทย–เมียนมา และการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแนวทางดำเนินงาน ภาครัฐเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่ คพ.และกรมประมงจะเพิ่มความถี่การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสัตว์น้ำทุก 3 เดือน พร้อมผลักดันการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติแบบ Real-time ในพื้นที่ต้นน้ำกระบุรี นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังเตรียมพัฒนาแหล่งน้ำสำรองและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว
“ภาครัฐตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาความขุ่นในแม่น้ำกระบุรีที่ยืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการเฝ้าระวัง การบรรเทาผลกระทบ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่” ดร.สุรินทร์ กล่าว
#ข่าวกรมควบคุมมลพิษ #ข่าวสิ่งแวดล้อม #รับฟังเสียงประชาชน #แม่น้ำกระบุรี #ระนอง #มลพิษข้ามพรมแดน #คุณภาพน้ำ
31/05/2026
วันงดสูบบุหรี่โลก (World No To***co Day) ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) โดยองค์การอนามัยโลก เพื่อรณรงค์ให้เห็นถึงอันตรายของการสูบบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพ ทั้งต่อผู้สูบเองและผู้ได้รับควันบุหรี่มือสอง/มือสาม รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
31/05/2026
31 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา (วันเพ็ญเดือน 6) วันสำคัญสากลทางพุทธศาสนา ตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้ และปปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน
📣อยากเชิญชวนชาวพุทธทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม ในวันวิสาขบูชากัน
30/05/2026
PCD News : คพ. เอาจริง! ตรวจสอบโรงงานลักลอบปล่อยสารเคมีลง "ห้วยตะเข้" สระบุรี ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยปัญหาที่เกิดซ้ำซาก สั่งการให้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับจังหวัดสระบุรี ตรวจปูพรมค้นหาต้นตอการลักลอบปล่อยน้ำเสียลง "ห้วยตะเข้" ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี หลังพบปัญหาน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น เพื่อเก็บหลักฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมพิสูจน์หาผู้กระทำผิดตัวจริงและดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ปักหมุดพื้นที่เสี่ยงภัยและสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คพ. เร่งติดตามตรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อม (27 - 28 พ.ค. 2569) โดยเรื่องเร่งด่วนที่เราได้ทำไปแล้ว คือ การตรวจวัดคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตได้จากโรงสูบน้ำประปาของเทศบาลเมืองสระบุรีมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ ตามประกาศกรมอนามัย เรื่อง เกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ พ.ศ.2563 และจากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่ามีการปิดประตูระบายน้ำเพื่อกันไม่ให้น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองเพรียวไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ดังนั้นจึงเป็นการสร้างความมั่นใจในการใช้อุปโภคบริโภคของประชาชน และ คพ. ยังได้เก็บตัวอย่างน้ำในบริเวณคลองเพรียวและแม่น้ำป่าสักเพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำทั้ง 3 สาย ได้แก่ คลองเกด คลองหนองน้ำเขียว และห้วยตะเข้ จำนวน 6 จุด พบว่า จากลักษณะทางกายภาพของน้ำมีสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็นฉุนลักษณะคล้ายกลิ่นสารเคมีทุกจุด จึงวิเคราะห์หาค่าสารอินทรีย์ระเหยได้ (TVOCs) ด้วยวิธีการประเมินภาคสนามเบื้องต้น ที่เรียกว่า Headspace โดยพบค่า TVOCs ทั้ง 6 จุด มีค่าอยู่ระหว่าง 2.5 – 26 ส่วนในล้านส่วน (ppm) และตรวจพบค่าการนำไฟฟ้า (Conductivity: EC) สูงบริเวณช่วงต้นน้ำที่เป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงถึงการปนเปื้อนของสารละลายในน้ำ สำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำในแต่ละจุด จะทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จำนวน 23 พารามิเตอร์ ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโละหนัก กลุ่มสารที่ละลายในน้ำ และกลุ่มสารอินทรีย์ และจะทราบผลการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ ใน 7 วัน
นอกจากนี้ ได้มีการเก็บตัวอย่างอากาศเพื่อวิเคราะห์ค่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 24 ชม. (VOCs) จำนวน 3 จุด ครอบคลุมจุดเหนือลมและท้ายลม เก็บข้อมูล 62 พารามิเตอร์ สำหรับการลงตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ จำนวน 9 แหล่ง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 6 แห่ง และสถานประกอบกิจการ จำนวน 3 แห่ง โดยเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำจากแหล่งเนิด จำนวน 23 พารามิเตอร์ เพื่อเทียบเคียงกับคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ เพื่อหาความเชื่อมโยงต่อไป ซึ่งจะทราบผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการภายใน 7 วัน เช่นกัน
และเมื่อทราบผู้กระทำความผิด จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดำเนินการเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา 96 และ 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
ดร.สุรินทร์ กล่าวย้ำ คพ.จะใช้เครื่องมือและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ที่มีอยู่ในการพิสูจน์ทราบต้นตอสารเคมี หากเครื่องที่ คพ. มีอยู่ไม่เพียงพอ จะขอความร่วมมือสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิต่อไป และพร้อมบูรณาการบังคับใช้กฎหมายกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เป็นรูปธรรมถึงที่สุด
#ข่าวกรมควบคุมมลพิษ #ข่าวสิ่งแวดล้อม #ห้วยตะเข้ #คุณภาพน้ำ #น้ำเสีย #บังคับใช้กฎหมาย #จังหวัดสระบุรี #น้ำดำ
28/05/2026
PCD News : “รมว.สุชาติ” สั่งตรวจปูพรม หาต้นตอแหล่งปล่อยน้ำเสีย สระบุรี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานจังหวัดสระบุรี ตรวจปูพรมแหล่งเป้าหมายที่อาจมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงห้วยตะเข้ ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี เพื่อเก็บหลักฐานคุณภาพน้ำและอากาศพิสูจน์หาต้นตอ ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) พบสถานการณ์น้ำเสียรุนแรง ส่งผลกระทบต่อลำน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง คพ. ได้ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเร่งค้นหาแหล่งต้นตออย่างเร่งด่วนที่สุด
โดยแผนการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่จะแบ่งกำลังเป็น 3 ชุด จะดำเนินการขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้นภายในพื้นที่แหล่งเป้าหมาย เช่น โรงงานหลายโรงงานตลอดลำน้ำอย่างละเอียด เข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างคุณภาพสิ่งแวดล้อม คุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ ทั้งภายในและนอกโรงงานเป้าหมาย
สำหรับการลักลอบปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่าจะไม่มีการละเว้น และจะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดถึงที่สุด ดร.สุรินทร์ กล่าว
#ข่าวกรมควบคุมมลพิษ #ข่าวสิ่งแวดล้อม #ห้วยตะเข้ #คุณภาพน้ำ #น้ำเสีย #บังคับใช้กฎหมาย #จังหวัดสระบุรี #น้ำดำ
27/05/2026
PCD News : “รมว.สุชาติ” สั่ง คพ. ปักหมุดห้วยตะเข้ ตรวจเข้มคุณภาพน้ำ คุ้มครองชาวบ้าน–บังคับใช้กฎหมายถึงที่สุด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยกระดับเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ห้วยตะเข้ ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี หลังพบปัญหาน้ำมีสีดำและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี โดยกำชับให้ปักหมุดพื้นที่เฝ้าระวัง สร้างเครือข่ายติดตามสถานการณ์ เก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดหากพบผู้กระทำผิด
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สคพ.7 สระบุรี) ระหว่างวันที่ 4–7 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 27 มิลลิเมตร พบว่าบริเวณคลองเกด ซึ่งไหลไปรวมกับน้ำจากหนองน้ำเขียวก่อนลงฝายลุงคำ มีสีน้ำผิดปกติ จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำในจุดเฝ้าระวัง 5 จุด พร้อมเสนอให้คณะทำงานจังหวัดสระบุรีตรวจสอบเส้นทางลำน้ำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ
ต่อมา ระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีฝนสะสมประมาณ 30 มิลลิเมตร สคพ.7 ได้ลงพื้นที่ติดตามอีกครั้ง พบความผิดปกติของสีน้ำบริเวณคลองเกด คลองหนองน้ำเขียว และห้วยตะเข้ จึงเก็บตัวอย่างน้ำเพิ่มเติมรวม 8 จุด เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาร่วมกับจังหวัดสระบุรี
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อลำน้ำ การใช้น้ำ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงสั่งการให้กองตรวจมลพิษ กองกฎหมาย และ สคพ.7 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทำความเข้าใจกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายถึงที่สุด หากพบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ คพ.ขอบคุณเครือข่ายภาคประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแสการกระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานสามารถเข้าตรวจสอบและลดผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว โดย คพ.จะปักหมุดห้วยตะเข้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังและตรวจสอบเข้มข้นอย่างต่อเนื่องต่อไป
#ข่าวกรมควบคุมมลพิษ #ข่าวสิ่งแวดล้อม #ห้วยตะเข้ #คุณภาพน้ำ #น้ำเสีย #บังคับใช้กฎหมาย #จังหวัดสระบุรี #น้ำดำ