โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กทม.

โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กทม.

แชร์

โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

31/05/2026

#วันหยุดราชการ เดือนมิถุนายน
หากเจ็บป่วยสามารถพบแพทย์ที่คลินิกออนไลน์ คลินิกพรีเมียม
add Line : หรือโหลดAPP หมอกทม
------------------------
🔸 Line official : > คลิกเลย https://lin.ee/4SxL7uu
🔸 Facebook : https://www.facebook.com/RatchaphiphatHosp
🔸 Website : http://www.rpphosp.go.th/
🔸 TikTok : https://www.tiktok.com/.hos
------------------------
#27ปีSmartCareNextEra #ดูแลด้วยหัวใจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
#ก้าวไปด้วยกัน #ราชพิพัฒน์ #สํานักการแพทย์
#กรุงเทพมหานคร #โรงพยาบาลราชพิพัฒน์
#รพราชพิพัฒน์ #สุขภาพดี
#สำนักการแพทย์
#วันหยุดราชการ #หาหมอออนไลน์

31/05/2026

เนื่องด้วยรถไฟฟ้ารับส่งผู้รับบริการขัดข้อง
จึงดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงให้สามารถบริการได้ตามปกติ

🚐 โดยในระยะเวลาดังกล่าวโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ได้จัดเตรียมรถตู้รับส่งฟรี เส้นทางโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ - พุทธมณฑลสาย3 โดยให้บริการรอบเวลาเดิม นะคะ 🥰

31/05/2026

🚭 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก

👫 เลิกวันนี้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

☎️ เลิกบุหรี่ โทร. 1600 ปรึกษาฟรี 24 ชม.
🏥 หรือติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และโรงพยาบาลในสังกัด กทม.

31/05/2026

🪷วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ในปีอธิกมาส
เป็นวันที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ✨ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญสากลโลก✨

Photos from โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กทม.'s post 30/05/2026

*ทำไมรพ.ราชพิพัฒน์ต้องเปิดรับบัตรทองเพิ่ม?
*ตรงกับความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนหรือเปล่า?
*ลดใบส่งตัวได้หรือไม่?
*เป็นการแก้ปัญหาทำให้ระบบสาธารณสุขยังยืนหรือเปล่า?
สามารถให้ข้อแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบสร้างสรรค์ได้นะครับ

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผอ.รพ.ราชพิพัฒน์ ขอเล่ารายละเอียดให้ทุกท่านฟังกันนะครับ เพื่อการเรียนรู้ระบบสาธารณสุข กทม. ที่คนทั่วไปเข้าใจยากนิดนึงครับ และเป็นประสบการณ์เอาไว้เรียนรู้และพัฒนากันต่อครับ

* การขยายสิทธิ์บัตรทอง รับบัตรเพิ่มไปยังปฐมภูมิจะ ศบส. กทม. หรือรพ.สังกัด กทม. โดยตรงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแน่นอน ใครจะรับบัตรทองเพิ่มดี ผมเชื่อว่าในมุมประชาชน ใครรับเพิ่มประชาชนก็ต้องการหมด

* การจะให้รพ.สังกัด กทม. รับโดยตรงเป็นทั้งปฐมภูมิและรับส่งต่อ หรือศบส. รับโดยตรงและส่งต่อรพ.กทม. ก็ยั่งยืนทั้ง 2 แบบครับ เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ รพ.สังกัด ภาครัฐที่รับบัตรทองมาแล้ว ยังช่วยกันดูและระบบนี้กันมาตลอดแต่มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอที่แตกต่างกันบ้างในแต่ละช่วงเวลา แต่ทุกฝ่ายที่เป็นภาครัฐก็ยังช่วยกันอยู่ แสดงว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าระบบนี้เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชน มีบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่ากันบ้าง(อันนี้ไปหาทางออกกันต่อ)

*ทำไมรพ.ราชพิพัฒน์ถึงเปิดรับปฐมภูมิ(คลินิก หรือ PCU )เอง คือตอนนี้ รพ.ราชพิพัฒน์ ทำรูปแบบรับบัตรทองเพิ่ม 4 รูปแบบครับ ไม่ใช่แค่เปิดคลินิกปฐมภูมิเอง

รูปแบบที่ 1 เปิดรับปฐมภูมิ(คลินิก หรือ PCU )เอง รับประชาชนเพิ่มในเขตบางแคและหนองแขมครับ รับ 15,000 คนขณะนี้ มีคนย้ายมาแล้วประมาณ 12,000 คนครับ มีแผนเปิดเพิ่มในอนาคตในพื้นที่ของเขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางบอน ถ้ามีคลินิกอบอุ่นปิดตัว และไม่มีใครเปิดทดแทน

รูปแบบที่ 2 ให้ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เขตทวีวัฒนาและบางแค ย้ายบัตรทองมาอยู่รพ.ราชพิพัฒน์โดยตรง เพราะคนกลุ่มนี้ มีหลายโรค และต้องขอใบส่งตัวบ่อย จึงอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ก่อน และมีโปรแกรมร่วมกับสปสช.ให้ผู้ป่วยนัดรถรับส่งผู้สูงอายุฟรีเพื่อลดปัญหาให้ผู้ป่วยและญาติ ขณะนี้ย้ายมาสำเร็จแล้ว 2 พันกว่าคน รอขยายผลไปเขตตลิ่งชันบางบอนและภาษีเจริญครับ

รูปแบบที่ 3 วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้ รพ.มิตรประชายกเลิกบัตรทองบางกลุ่ม ประมาณ 18,000 คน เราจึงประชุมร่วมกันกับสปสช. ให้ประชาชนกลุ่มนี้ย้ายบัตรทอง ปฐมภูมิเป็นรพ.พระมงคลเทพมุนี(รพม.)(รพ.ใหม่ของกทม. อยู่เขตภาษีเจริญ) ส่งต่อรพ.ราชพิพัฒน์ครับ(รพม. เดิมมีประมาณ 5พันกว่าคน บวก18,000 คน เต็มในเฟสแรก ที่ 25,000 คนครับ)และรอขยายผลให้รพม.รับประชาชนในเขตตลิ่งชันและบางบอนย้ายสิทธิ์มารพม.ได้

รูปแบบที่ 4 กำลังปรึกษากับสปสช.ทำข้อมูลและรอขยายผล คือให้ผู้ป่วยที่อยู่คลินิกปฐมภูมิในเขตทวีวัฒนา บางแค ตลิ่งชัน ภาษีเจริญ และบางบอน ที่ถูกส่งต่อไปรพ.ไกลบ้านสามารถย้ายส่งต่อเป็นรพ.ราชพิพัฒน์ได้

มาถึงตรงนี้เริ่มพบทางออกของไม่ต้องใช้ใบส่งตัวคนไข้ต้องไปขอ ในรูปแบบที่ 1และ 2 และ 3 และ โดยใช้ระบบ digita และ e-referral และเคลียร์ระบบการเงินในหน่วยหลังบ้านของกทม.เอง ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ นะครับรออีก 2-3 เดือนจะพยายามทำให้เสร็จในพื้นที่เกี่ยวข้องนะครับ

* ทำไมรพ.ต้องทำปฐมเอง ไม่ให้ ศบส. ทำทั้งหมด คือคิดด้วยระบบบริบทเดิม พรบ.เดิม คือเห็นด้วยครับ แต่ถ้าคิดใหม่ คิดข้ามข้อจำกัดและประชาชนอยากได้การแก้ปัญหาที่รวดเร็วให้ภาคประชาชน ก็ต้องใช้หลากหลายรูปแบบครับ ศบส.เองก็กำลังขยายงานส่วนนี้เช่นกันเช่น ศบส.67 ในเขตทวีวัฒนา กำลังขยายโครงสร้างกายภาพเสร็จแล้ว อาจจะรับประชาชนบัตรทองเพิ่มได้บางส่วนในอนาคต แต่มีเหตุผลอื่นที่เราช่วยกัน คือ ศบส.มีเงินนอกงบประมาณจำกัดเพราะส่วนใหญ่ดูแลบัตรทองเป็นหลัก ประกอบกับถ้าจะรับบัตรทองเพิ่มจะสัมพันธ์กับการต้องมีระบบจ้างบุคลากรและเจ้าหน้าที่เพิ่ม(ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องเงินนอกงบประมาณ หรือเพิ่มโดยขอเจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการ ก็จะติดระเบียบที่ข้าราชการที่เป็นเงินงบประมาณห้ามเกิน 40% ครับ(คือถ้าจะแก้ตรงนีี้ จะสัมพันธ์กับระเบียบอีกมากมาย น่าจะเป็นเรื่องแก้ยาว แต่อาจจะแก้ได้ในอนาคต) ซึ่งการแก้ที่ปัจจัยที่ทำได้ง่าย คือรพ.ราชพิพัฒน์มีความคล่องตัวที่สามมารถขยายบริการอื่นที่ทำให้มีเงินนอกงบประมาณและการจ้างบุคลากรเพิ่ม เพื่อขยายบริการถึงประชาชนบางส่วนได้เร็วขึ้นมากกว่า แต่มีการปรึกษากันครับว่ารพ.อาจจะส่งบุคลากรไปช่วยศบส.67ขยายศักยภาพก่อนในช่วงแรก

*รพ.ราชพิพัฒน์ทดลองนำร่อง แต่ภาพรวมก็จะมีการเรียนรู้ข้อดีข้อเสีย มีการเรียนรู้และออกแบบกันใหม่บ้างเพื่อให้มีการขยายงานกันทั้งกทม.อย่างเป็นระบบอีกในอนาคต

* อีก 1 เรื่องที่สัมพันธ์กันคือ กทม.สร้างรพ. เพิ่ม อีก 4 รพ. คือ รพ.พระมงคลฯ เขตภาษีเจริญ รพ.บุษราคัม จิตการุณณ์ เขตสายไหม รพ.สมเด็จพระรัชมังคลาจารย์ เขตดอนเมือง 3 รพ.นี้รับผู้ป่วยนอก(ปฐมภูมิ)เองได้แล้ว และกำลังสร้างที่รองรับผู้ป่วยนอกรพ.ทุ่งครุ ครับ ในขณะเดียวกันก็มีการปรับปรุง ขยายโครงสร้างกายภาพ ศบส.หลายแห่ง และรพ.อีกหลายแห่ง คือ รพ.บางนา รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ รพ.กลาง และรพ.ราชพิพัฒน์ และที่เพิ่งขยายโครงสร้างกายภาพเสร็จคือรพ.ตากสิน รพ.รัตนประชารักษ์(เขตคลองสามวา)
ลองนึกภาพว่าขยายโครงสร้างทั้งหมดเสร็จ กทม.จะสามารถรับบัตรทองเพิ่มทั้งปฐมภูมิที่ศบส.และรพ.กทม.เอง รวมทั้งเป็นรพ.รับส่งต่อได้มากขึ้น
ในอนาคตจะมีรพ.เพิ่ม แถวเขตวังทองหลาง และบางกะปิ อยู่ในขั้นตอนพิจารณา เพื่อให้กทม.มีรพ.ครอบคุม 2-4 เขตต่อ 1 รพ. การเดินทางของประชาชนทุกเขตเพื่อมารพ.รับส่งต่อก็จะไม่ไกลและใช้เวลาเฉลี่ยแต่ละที่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
ก่อนขยายรูปแบบไปที่อื่นคงมีการถอดบทเรียนว่าสิ่งที่รพ.ราชพิพัฒน์กำลังดำเนินการ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และขยายงานไปโซนสุขภาพอื่นในกทม.ทั้งหมดอย่างไร

*แล้วรูปแบบที่รพ.ราชพิพัฒน์ทำสามารถขยายไปพื้นที่อื่นทั้งกทม.จะเกิดอะไรขึ้น กทม.จะรับบัตรทองเพิ่มในอนาคตได้เท่าไหร่? ถ้าเอาจำนวนเตียงที่สร้างเพิ่มเป็นตัวตั้งคือ 1 เตียงคาดการรับบัตรทองเพิ่ม 1000 คน กทม.จะมีเตียงเพิ่มคร่าวๆใน 4 รพ.ที่สร้างใหม่ 1000 เตียง ขยายรพ.เดิม 1000 เตียง รวม 2,000 เตียง น่าจะรับประชาชนได้เพิ่ม 2 ล้านคน แต่ถ้ารับบัตรทองเพิ่มคิด 60-70% ของจำนวนเตียง ก็จะรับบัตรทองเพิ่มใน 4 รูปแบบที่รพ.ราชพิพัฒน์ทดลองทำก็ได้ประมาณ 1.2-1.4 ล้านคน อีก30-40% กทม.ก็ต้องดูและประชาชนกลุ่มอื่นๆด้วยที่เป็นประชาชนกทม.เช่นกัน

*แต่ถ้ามองเรื่องบุคลากรด้วยก็จะเกิดคำถามว่าแล้วจะเอาคนบริการแพทย์และพยาบาลมาจากไหน ตอนนี้ที่เรียนรู้และลองทำ มี 3 ทางครับ

ทางที่ 1 เปลี่ยนระเบียบและกฎหมายให้กทม.สามารถเพิ่มข้าราชการได้มากกว่า 40 % อันนี้ต้องอาศัยผู้มีอำนาจและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย หลายระดับครับ ใช้เวลานานหน่อย แต่แง่คิด คือกทม.อาจจะต้องมองภาพรวมคือมีหลายหน่วยงานที่ต้องการเพิ่มข้าราชการเพิ่มด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ระบบสาธารณสุข

ทางที่ 2 คือใช้เงินนอกงบประมาณจ้างบุคคลากรเพิ่ม อันนี้ทำได้เร็วและทำได้ง่ายกว่า ถ้าเพิ่มค่าตอบแทนบางอย่างให้บุคลากรสาธารณสุขทุกสหสาขาวิชาชีพด้วยเงินนอกงบประมาณได้ อันนี้เปลี่ยนระเบียบได้เร็วกว่า และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรด้านสาธารณสุขด้วย

ทางที่ 3 ได้ปรึกษาเรื่องเปลี่ยนการจ่ายเงินของสปสช.ในอนาคต เป็นทั้ง OP และ P&P มาที่รพ.แม่โซนและกระจายไปให้ศบส. จะทำให้ทั้งศบส.และรพ. มีรายรับเพิ่ม บริหารจัดการเชื่อมโยงถึงการเพิ่มบุคลากรได้อีกช่องทางหนึ่ง (อยู่ในขั้นตอนหารือกับสปสช. รอติดตามนะครับ)

*แล้วรพ.เอาเงินนอกงบประมาณมากจากไหน เรามีการทดลอง เปลี่ยนวิธีคิดและการบริหารจัดการที่โปร่งใส ลดต้นทุน เสนอโมเดลการจ่ายเงินจากสปสช.ใหม่ รวมทั้งเพิ่มการบริการคนกทม.ให้ทั่วถึงในกลุ่มอื่น เช่น เบิกได้จ่ายตรง ประกันสังคม ในสัดส่วนที่พอเหมาะ และใช้บุคลากรให้น้อยลงเน้นระบบควบคุมกำกับและนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่ม รพ.ราชพิพัฒน์ทดลองและทำได้แล้ว ก็จะมีเงินนอกงบประมาณจ้างบุคลากรได้และขยายบริการบัตรทองได้เพิ่มขึ้นได้

*จากภาพรวมจะเห็นว่า การจัดการเตรียมการและขยายผลเรื่องการรองรับประชาชนบัตรทอง กทม. จะได้รับการขยายในหลายรูปแบบ และลดความเสี่ยงที่เอกชนบางส่วนอาจยกเลิกในอนาคต(รพ.ราชพิพัฒน์เรียนรู้ความเสี่ยงในอดีตที่มีคลินิกอบอุ่นถูกยกเลิกมาก่อน) เหมือนอดีตที่ผ่านมา แต่ถ้ายังมีภาคเอกชนบริการร่วมกันได้อยู่ ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่ไม่ดีนะครับ เพราะจะมีมิติลดความหนาแน่นในบริการด้วย เราไม่ได้มีแต่แผนขยายบริการ แต่ถ้ามองภาพรวมแล้ว รพ.และศบส.ในกทม.รูปแบบท้องถิ่นพิเศษนี้ อาจต้องมีการค่อยๆปรับบทบาทหน้าที่ด้วย เราผ่านการทดลองทำที่เรียกว่า Bangkok health zoning กระจายอำนาจและแก้ปัญหาให้ตรงบริบทแต่ละพื้นที่ ซึ่ง กทม.แบ่งเป็น 8 โซนสุขภาพ เช่น เน้น รพ.แม่โซนขยายศักยภาพเป็นตติยภูมิระดับสูง เพื่อลดการส่งต่อ และขยายบริการพื้นฐานและบูรณาการการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกับศบส.เป็นโซน(1โซนมี4-8เขต คล้ายสาธารณสุขจังหวัด) ศบส.จะได้ขยายบทบาทในการช่วยการส่งเสริมสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และกำกับงานสาธารณสุขในพื้นที่แต่ละเขตที่เข้มข้นขึ้น(เหมือนสาธารณสุขอำเภอ) การแก้ปัญหาแบบนี้ คือการใช้โครงสร้างการบริหารแบบบูรณาการดูแลพื้นที่ร่วมกันระหว่างศบส.และรพ. คือง่ายกว่าการรอแก้กฎหมายและระเบียบ ซึ่งมีนักวิชาการเสนอหลายแนวทางเพื่อแก้ระบบสาธารณสุขกทม.มานานมากแล้ว ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่รพ.ราชพิพัฒน์ทดลองทำจะถูกทั้งหมดนะครับ อนาคตเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ทั้งหมดที่อธิบายมา รอต่อยอดจากอีกหลายฝ่าย เพื่อให้ระบบสาธารณสุขกทม. สามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น และลดความเสี่ยงจากโมเดลพิเศษที่อดีต กทม.และสปสช.เขต13 ต้องพึ่งพารพ.เอกชนและคลินิกอบอุ่นจำนวนมากเกินไป

*เขียนมาถึงตรงนี้ ยั่งยืนหรือเปล่า? หลายฝ่ายคงคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ แก้ปัญหาให้ประชานส่วนหนึ่งไปแล้ว แต่ก็พบข้อดีข้อเสีียพอสมควร ก็ต้องไปฟังความคิดเห็นอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง และช่วยกันออกแบบแก้ปัญหาต่อเนื่องกันไปครับ

Photos from โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กทม.'s post 30/05/2026

✨ พิธีมงคลเทคอนกรีตเสาเอกเป็นปฐมฤกษ์ “อาคารประชาร่วมใจ ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ” เพื่อยกระดับการสาธารณสุข ✨
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) ณ โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ถนนพุทธมณฑลสาย 1 กรุงเทพมหานคร ได้มีพิธีอันเป็นมงคลในการเทคอนกรีตเสาเอกเป็นปฐมฤกษ์เพื่อจัดสร้าง “อาคารประชาร่วมใจ ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ”
โดยได้รับเมตตาจาก พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรคุณาธาร พระราชาคณะเจ้าคณะรอง รองสมเด็จ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม วรวิหาร ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ และประธานอุปถัมภ์โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นประธานในพิธี
พร้อมด้วย ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานบริษัทมารีนโกลด์โปรดักส์ จำกัด และประธานมูลนิธิกำลังใจ ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาสและประธานอุปถัมภ์ผู้จัดสร้างอาคาร
ในโอกาสนี้ ว่าที่ร้อยตรี อรรถพล กุลศิริพงษ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ (ฝ่ายบริหาร) พร้อมด้วยบุคลากรโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ได้เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความยินดีและร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสำคัญของการขยายบริการทางการแพทย์
โดยมี แพทย์หญิงณัฐริณี โชคลิขิยากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดสร้าง
อาคารประชาร่วมใจฯ แห่งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาคศรัทธาและภาครัฐ เพื่อประโยชน์สุขทางด้านสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่สืบไป
#โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ #โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี #อาคารประชาร่วมใจ #ดรละมูลลือสุขประเสริฐ #พิธีเทคอนกรีตเสาเอก #ข่าวสังคม #สาธารณสุขไทย

Photos from โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กทม.'s post 29/05/2026

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569
นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พญ.วรรณิกา แสงสุริย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ฝ่ายการแพทย์ และพว.เกตุแก้ว นิลยาน ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล กล่าวต้อนรับ คณะการประชุมการติดตามการดูแลอย่างต่อเนื่องงานจิตเวชในพื้นที่ Bangkok Health Zoning จาก สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และ สำนักงานพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาและติดตามระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในแต่ละโซนสุขภาพ ให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาองค์กรและพัฒนาศักยภาพชุมชน ชั้น 2

--------------------------
🔸 Line official : > คลิกเลย https://lin.ee/4SxL7uu
🔸 Facebook : https://www.facebook.com/RatchaphiphatHosp
🔸 Website : http://www.rpphosp.go.th/
🔸 TikTok : https://www.tiktok.com/.hos
---------------------------------------
#27ปีSmartCareNextEra
#ก้าวไปด้วยกัน #ราชพิพัฒน์ #สํานักการแพทย์
#กรุงเทพมหานคร #โรงพยาบาลราชพิพัฒน์

29/05/2026

ทำไมต้องสแกนนิ้วสแกนหน้า เกี่ยวกับการทำงานอย่างไร

29/05/2026

คนทั่วไปเวลาเจ็บป่วยหนักๆ จะเข้าสู่การดูแลแบบประคับประคองอย่างไร ?

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


18 ถนนพุทธมณฑล สาย 3 ซอย 10 บางไผ่ บางแค
Bangkok
10160