01/05/2024
วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ประจำปี พ.ศ2567 พร้อมให้บริการแล้วที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 45 ร่มเกล้า ลาดกระบังค่ะ
💉เป็นวัคซีนแบบ 3 สายพันธุ์
💉ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับประชาชนคนไทยทุกสิทธิ์ที่เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงตามกำหนด อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
1. ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65ปีบริบูรณ์ขึ้นไปนับตั้งแต่วันที่รับวัคซีน
2. มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคมะเร็ง(กำลังให้คีโม) โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง(ตีบ แตก ตัน)
3. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
4. เด็กอายุ 6เดือน-2ปี (รับวัคซีนได้ในคลินิกสุขภาพเด็กดีวันอังคาร และวันพฤหัส เวลา13:00น.)
5. โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคธาลัสซีเมีย
6. ผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
7. โรคอ้วน น้ำหนักตัว 100 กก.ขึ้นไป หรือมี BMI มากกว่า35
เพียงยื่นหลักฐานเพื่อขอจองวันฉีดซีน หรือสามารถเดินทางเข้ามารับวัคซีน แบบ walk in ได้ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:00-11:00น. ณ คลินิกตรวจโรค ศูนย์บริการสาธารณสุข 45 ร่มเกล้า ลาดกระบัง
หลักฐานที่ต้องยื่นเวลาติดต่อขอรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
1. บัตรประชาชนตัวจริง (บัตรต้องไม่เคยแจ้งหาย หรือหมดอายุ)
2. บัตรประจำตัวคนไข้ของศูนย์ หรือสมุดประจำตัวสำหรับเวลารับยาโรคประจำตัว
3. ยาประจำตัวที่รักษาอยู่ โดยจะต้องมาพร้อมซองยาที่รพ.แปะฉลากชื่อของตัวเองมาด้วยนะคะ
หมายเหตุ ศบส.45ยังไม่เปิดการจองด้วยแอพเป๋าตังค์ในขณะนี้นะคะ
29/09/2021
จากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลกพบว่าคนเราเสียชีวิตจากโรคหัวใจเฉลี่ยแล้วชั่วโมงละ 2 คน!!!
และเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคตนั้น เราจึงควรที่จะดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอผ่าน “เทคนิคสร้างความฟิตให้หัวใจแข็งแรง” จากรามาแชนแนล
ซึ่งคุณสามารถสแกนแบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจเพื่อดูเทคนิคฟิตหัวใจที่เหมาะกับคุณได้ที่ QR code ในภาพหรือที่ลิงก์ https://www.rama.mahidol.ac.th/.../thai-cardio-vascular.../
ข้อมูลโดย
ผศ. นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร
สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
จากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลกพบว่าคนเราเสียชีวิตจากโรคหัวใจเฉลี่ยแล้วชั่วโมงละ 2 คน!!!
และเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคตนั้น เราจึงควรที่จะดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอผ่าน “เทคนิคสร้างความฟิตให้หัวใจแข็งแรง” จากรามาแชนแนล
ซึ่งคุณสามารถสแกนแบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจเพื่อดูเทคนิคฟิตหัวใจที่เหมาะกับคุณได้ที่ QR code ในภาพหรือที่ลิงก์ https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/thai-cardio-vascular-risk-score/
ข้อมูลโดย
ผศ. นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร
สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
#รามาแชนแนล #โรคหัวใจ #เทคนิคสร้างความฟิตให้หัวใจแข็งแรง
22/09/2021
กรมควบคุมโรค พบโรคฉี่หนูปีนี้กว่า 600 ราย ย้ำเตือนผู้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง! เลี่ยงลุยน้ำย่ำโคลนด้วย เท้าเปล่า!!...https://is.gd/n522uf
21/09/2021
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ มีประโยชน์อย่างไร
ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดี
สามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.thaihealth.or.th
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ มีประโยชน์อย่างไร
ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดี
สามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.thaihealth.or.th
สามารถติดตามวารสารสร้างสุขฉบับออนไลน์ ข่าวสารด้านสุขภาพ และร่วมสนุกตอบคำถามพร้อมของรางวัลได้ที่ Line Official Account “สสส.สร้างสุข” คลิก >> https://lin.ee/gtFSTfG
#สสส #สุขภาวะ #สุขภาพ #โควิด #น้ำสะอาด #ดื่มน้ำ #น้ำดื่ม #น้ำแร่
21/09/2021
รพ.เมตตาฯ ชวนรู้ ภาวะโรคสายตาสั้นเทียม
กรมการแพทย์โดยรพ.เมตตาฯ เตือนในโลกยุค social media คนไทยใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลต่างๆรวมถึงสิ่งบันเทิงการซื้อของออนไลน์เฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง ทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง พฤติกรรมเช่นนี้ ส่งผลให้มีการกระตุ้นการทำงานของดวงตาเป็นระยะเวลานาน อาจมีอาการตามัวบางขณะ มีอาการปวดตา อาจกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้ ลักษณะนี้อาจเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะสายตาสั้นเทียม การพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษาเพื่อดูแลสุขภาพตา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
รพ.เมตตาฯ ชวนรู้ ภาวะโรคสายตาสั้นเทียม
กรมการแพทย์โดยรพ.เมตตาฯ เตือนในโลกยุค social media คนไทยใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลต่างๆรวมถึงสิ่งบันเทิงการซื้อของออนไลน์เฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง ทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง พฤติกรรมเช่นนี้ ส่งผลให้มีการกระตุ้นการทำงานของดวงตาเป็นระยะเวลานาน อาจมีอาการตามัวบางขณะ มีอาการปวดตา อาจกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้ ลักษณะนี้อาจเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะสายตาสั้นเทียม การพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษาเพื่อดูแลสุขภาพตา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคภาวะสายตาสั้นเทียมพบมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมในการใช้ social media ทางสมาร์ทโฟน แท็บเลต การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ใช้สายตาในการเพ่ง หรือจ้องที่มากเกินไป มีผลกระทบต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อในตาอย่างมาก ก่อให้เกิดความผิดปกติในการมองเห็นได้โดยมีอาการมองไม่ชัดค่อนข้างจะทันที หลังจากการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานาน ซึ่งจะมีอาการเป็นชั่วคราวในรายที่มีอาการมากอาจปวดตา ปวดหัว บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้ในรายที่เป็นมาก อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ร้ายแรงได้ ในกรณีเช่นนี้ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจรักษา รับคำแนะนำการดูแลดวงตาที่ถูกต้อง
นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันและการดูแลโรคภาวะสายตาสั้นเทียมนั้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยหลังการทำงานใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนในระยะใกล้เป็นเวลาต่อเนื่องนานเกิน 30 นาที ควรพักสายตาเป็นเวลา 5 นาที ด้วยการมองไกล ๆ สำหรับในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำให้ใช้อุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เลย และในเด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ปี ไม่ควรใช้มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ภาวะสายตาสั้นเทียมพบได้ในบุคคลกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีสายตาปกติในช่วงอายุ 15-30 ปี และบุคคลที่อ่านหนังสือในที่แสงสว่างน้อย หรืออ่านในที่มืด วิธีการแก้ไขคือ ควรพักสายตาโดยให้มองออกไปไกลๆ หรือหลับตาเป็นระยะ นอกจากนี้กลุ่มบุคคลที่มีสายตายาวแต่กำเนิด ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป และในบุคคลที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจะพบภาวะสายตาสั้นเทียมได้บ่อย ในกลุ่มบุคคลนี้การแก้ไข คือ การใช้แว่นสายตาเพื่ออ่านหนังสือ ในส่วนสำหรับการบริหารดวงตา หรือการโยคะกล้ามเนื้อของดวงตาที่มีการแนะนำกันต่อ ๆ มานั้น เป็นการบริหารกล้ามเนื้อกลอกลูกตา จึงไม่ช่วยบรรเทาภาวะสายตาสั้นเทียมนี้ ซึ่งเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อภายในลูกตา ดังนั้นข้อควรพึงระวังหากมีอาการตามัว มองไกลไม่ชัด อย่าเพิ่งคิดเอาเองว่า สายตาเราสั้นเพิ่มขึ้น แล้วไปตัดแว่นสายตา อาจได้แว่นสายตาสั้นที่มากกว่าเดิมมาใส่(เกินความเป็นจริง) แต่ควรได้รับการตรวจเช็คอาการอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ การใช้อาหารเสริมหรือวิตามินต่าง ๆ เพื่อป้องกันหรือรักษาดวงตานั้น ไม่สามารถป้องกันหรือรักษาได้ ภาวะสายตาสั้นเทียมเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและไม่เป็นอันตราย ดังนั้น การพักสายตาหรือการใช้แว่นสายตา สามารถบรรเทาอาการได้ ซึ่งภาวะนี้ถือว่าไม่เป็นอันตราย กรณีอาการดังกล่าวนี้สามารถตรวจเพิ่มเติมได้กับจักษุแพทย์ มีคำถามชวนสงสัยว่าเป็นสายตาสั้นเทียมแล้วต่อไปกลายเป็นสายตาสั้นจริงได้หรือไม่ มีคำตอบจากแพทย์จักษุว่า เป็นไปได้สูงมากจึงต้องพยายามอย่าให้เป็นสายตาสั้นเทียมอยู่นาน ดังนั้น หากมีอาการสายตาผิดปกติแนะนำให้พบจักษุแพทย์
#รพ.เมตตาฯ #ภาวะโรคสายตาสั้นเทียม #อาการปวดตา #ปวดศีรษะ #มองไกลไม่ชัด -ขอขอบคุณ- 20 กันยายน 2564