Signal Radio Network

Signal Radio Network

แชร์

สถานีวิทยุ Signal Radio Network กรมการทหารสื่อสาร

Photos from สถานีวิทยุ จส.4 ยโสธร's post 02/06/2026
Photos from พระลาน's post 31/05/2026
31/05/2026

“จะมาอีกทำไม…ที่นี่ใครก็ไม่มา”

ประโยคธรรมดาจากชาวบ้านคนหนึ่ง
แต่กลายเป็นคำพูดที่ติดอยู่ในความทรงจำของคนเขาเต่า
มานานกว่าครึ่งศตวรรษ

เพราะวันนั้น…เขายังไม่รู้ว่า
ชายที่นั่งมาในรถที่ติดหล่มอยู่ตรงหน้า
คือ “พระเจ้าแผ่นดินของเขาเอง”

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 50 ปีก่อน
บ้านเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ยังเป็นพื้นที่กันดาร ถนนหนทางลำบาก
ฝนตกทีหนึ่ง โคลนก็เละ
รถยนต์แทบผ่านไม่ได้

คนพื้นถิ่นมักพูดกันว่า

“ที่นี่ใครเขาจะมา”
“เจ้าหน้าที่บ้านเมืองยังไม่ค่อยมาเลย”
“จะมาทำไม ให้รถมันติดหล่มอยู่ได้”

แล้ววันหนึ่ง
มีรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้าน
ไม่ใช่รถใหญ่ ไม่ใช่ขบวนหรู
มีเพียงชายไม่กี่คนเดินทางมาด้วยกัน

รถคันนั้นติดหล่ม

ชาวบ้านจึงช่วยกันเข็น
แต่เรื่องแปลกคือ รถคันนี้ไม่ได้มาติดหล่มแค่ครั้งเดียว
เล่ากันว่า มาแล้วมาอีก
ติดหล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จนชาวบ้านบางคนเริ่มสงสัย
และเผลอพูดออกไปอย่างคนเหนื่อย คนไม่เข้าใจว่า

“จะมาอีกทำไมกัน
ที่นี่ใครก็ไม่มา
เจ้าหน้าที่เขายังไม่ขับรถเข้ามาเลย”

ชายในรถไม่ได้ตอบโต้
ไม่ได้แสดงตน
ไม่ได้ถือพระองค์
มีเพียงความเงียบ
และการเสด็จพระราชดำเนินกลับมาอีกครั้ง

ไม่นานหลังจากนั้น
ทางการแจ้งข่าวใหญ่แก่ชาวบ้านว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จะเสด็จพระราชดำเนินมายังบ้านเขาเต่า

ชาวบ้านต่างไปรอเฝ้าฯ รับเสด็จ
รวมถึงลุงคนหนึ่ง
ผู้เคยช่วยเข็นรถติดหล่ม
และเคยเอ่ยคำตัดพ้อใส่ชายแปลกหน้าคนนั้น

แต่ทันทีที่รถยนต์พระที่นั่งมาถึง
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถ

ลุงแทบทรุดลงตรงนั้น

เพราะพระพักตร์ที่เห็นอยู่เบื้องหน้า
คือชายคนเดียวกับที่เคยเสด็จฯ มาติดหล่ม
คือชายคนเดียวกับที่เคยลุยโคลนเข้ามา
คือชายคนเดียวกับที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า

“จะมาอีกทำไม”

แต่พระองค์เสด็จฯ มา
เพราะทรงเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้าม

ที่ที่ใครไม่อยากมา
คือที่ที่พระองค์เสด็จฯ ไป

ทางที่รถติดหล่ม
คือทางที่พระองค์ทรงใช้เพื่อไปให้ถึงประชาชน

หมู่บ้านที่ถูกเรียกว่ากันดาร
คือหมู่บ้านที่อยู่ในสายพระเนตรของพระราชา

ต่อมา
โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่าตามพระราชดำริจึงเกิดขึ้น
เพื่อเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของราษฎร
จากพื้นที่ที่เคยลำบาก
ค่อย ๆ กลายเป็นชุมชนที่มีน้ำ มีชีวิต และมีความหวัง

คนเขาเต่าหลายคนจึงยังพูดถึงเรื่องนี้ด้วยน้ำตา

ไม่ใช่เพราะรถติดหล่ม
แต่เพราะพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง
ทรงยอมเสด็จฯ เข้าไปในที่ที่คนอื่นไม่อยากเข้า

ไม่ใช่เพราะทางลำบาก
แต่เพราะพระองค์ทรงเลือกทางลำบาก
เพื่อให้ประชาชนมีทางเดินที่ดีขึ้น

บางครั้ง
ประวัติศาสตร์ไม่ได้เริ่มจากคำสั่งใหญ่โต

แต่อาจเริ่มจากรอยล้อรถในโคลน
เสียงชาวบ้านช่วยกันเข็นรถ
และพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดิน
ที่เสด็จฯ ไปก่อนใคร
ในวันที่ “ใคร ๆ ก็ไม่มา”

#คำค้นหาแรง
#ในหลวงรัชกาลที่9
#เขาเต่า
#อ่างเก็บน้ำเขาเต่า
#โครงการพระราชดำริ
#ศาสตร์พระราชา
#พระราชาผู้ไม่ทิ้งประชาชน
#ที่นี่ใครก็ไม่มา
#จะมาอีกทำไม
#เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ไทย
#ประจวบคีรีขันธ์
#ใต้ร่มพระบารมี
#พระมหากษัตริย์นักพัฒนา

เครดิตเรื่องเล่าตำนานโบราณ

29/05/2026

ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าฯ #รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2569
--
🗓️ วันที่ 30-31 พฤษภาคม 2569
🕔 เวลา 17.00 น.
📍 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
--
#เพจน้ำเงินเข้ม
ที่มา : พระลาน
ภาพ : การเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2567 (มติชนออนไลน์)

Photos from กรมการทหารสื่อสาร's post 28/05/2026
28/05/2026

มุ่งกระทำความดีเพื่อส่วนรวม บนพื้นฐานแห่งความเมตตาและการแบ่งปัน

"...ข้าพเจ้าได้ตระหนักมาตลอดว่า ความมีน้ำใจต่อกัน ไม่ละทิ้งกัน เป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งของคนไทย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปี เอกลักษณ์นี้ยังไม่เสื่อมสูญไป เราพยายามหาโอกาสที่จะกระทำความดีเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ..."

พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๙

ที่มา: พระราชดำรัสและพระราโชวาท กรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าว

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
#พระราชดำรัส

28/05/2026

ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๙

🗓️ วันที่ ๓๐ - ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
🕔 เวลา ๑๗.๐๐ น.
📍 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชาพุทธศักราช๒๕๖๙
#วัดพระศรีรัตนศาสดาราม #พระบรมมหาราชวัง

28/05/2026

วัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง ชั้นตรี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดป่าแสงอรุณ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

วัดป่าแสงอรุณ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สถาปนาขึ้นโดยคณะพระบูรพาจารย์ในวงศ์พระกรรมฐานสายพระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต) ซึ่งล้วนเป็นที่ทรงพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นสัปปายสถาน และมีเสนาสนะเป็นระเบียบเรียบร้อยมั่นคง ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้งด้านสาธารณูปการ ศิลปกรรม การปกครอง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม มีสิมอีสานเป็นประธาน สำแดงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาพื้นเมือง ได้รับการพัฒนาให้เจริญมั่นคงยิ่งขึ้นมาโดยลำดับ มีพระเถระครองวัดซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิปรีชาด้านพระปริยัติธรรม อำนวยให้มีการสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี กระทั่งพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาของคณะสงฆ์ในภูมิภาค เกื้อกูลต่อความยั่งยืนของพระบวรพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษาของคณะสงฆ์ในอีสานเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดขอนแก่น และภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทย

#ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี #พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ #๓มิถุนายน๒๕๖๙ #พระอารามหลวง

28/05/2026

นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
กรมการทหารสื่อสาร การสื่อสารของกองทัพบก ก่อนสมัย ร.ศ. ๑๒๖ ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "เครื่องสัญญา" มีเจ้าหน้าที่ในกรมทหารช่างเป็นผู้ปฏิบัติการ หลักในการ ใช้เครื่องสัญญา หน่วยทหารเหล่าอื่น ต้องจัดทหารขึ้นเป็นผู้ใช้เครื่องสัญญาของตนเองโดยอาศัยข้อบังคับให้ใช้เครื่องสัญญาประกอบกับสมุดโค้ดโทรเลขทหารบกและเครื่องหมายเลข สัญญาสำหรับธงคู่และธงเดี่ยวซึ่งกรมยุทนาธิการออกไว้เป็นแนวทางปฏิบัติ ตั้งแต่เสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงดำรงพระยศ นายพันเอก และทรงรับตำแหน่งจเรทหารช่าง เมื่อ ๒๑ ก.ย ๒๔๔๙ เป็นต้นมาพระองค์ไม่ ไม่เคยละไปจากทหารช่างเลย แม้จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งใหญ่น้อยอื่นๆทั้งในทางทหารช่างพลเรือนอีกมากมายก็ยังโปรดเกล้าฯให้รั้ง ตำแหน่งจเรทหารช่างไว้ด้วยตลอดเวลาทั้งนี้เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชประสงค์ ไว้ตั้งแต่ต้น ในการกำหนดให้พระองค์เจ้าชายบุรฉัตรไชยากรเข้าศึกษาในด้านโยธาธิการ และได้ทรงเล็งเห็นอย่างถ่องแท้ในความปรีชาสามารถตามวิริยะตั้งพระทัยแน่วแน่ ในการเร่งรัดปรับปรุงเรื่องของทหารช่างจึงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้รับผิดชอบอำนวยการบริหารปรับปรุง กิจการทหารช่าง แต่เนื่องกันมาโดยตลอดชั่ว ๓ แผ่นดิน(รัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๗) พระอุตสาหะวิริยะและการเสียสละส่วนพระองค์ของเสด็จในกรมพระเพชรอัครโยธินที่ทรงมอบ ให้แก่กิจทหารช่าง อันเป็นพื้นฐานปูแนวทางก่อกำเนิด "เหล่าทหารสื่อสาร"ในเวลาต่อมามีเอนกประการอาทิเช่น ในระหว่างปีพ.ศ.๒๔๕๖ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริให้กองทัพบกไทยกวดขัน ในแผนกทหาร ช่างให้ดียิ่งขึ้นไปอีกจึงโปรดเกล้าฯให้นายพลโทกรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธินทรงรับตำแหน่งจเรทหารช่าง แต่อย่างเดียว เพื่อบรรเทาภาวะ ในหน้าที่อื่นมาเร่งรัดเรื่องของทหารช่างให้เร็วที่สุดนั้นเสด็จในกรมฯ ได้กราบ ถวายบังคับลาออกไปรักษาพระองค์ยังประเทศอียิปต์และยุโรป เป็นเป็นเวลา1ปี ยังทรงพระอุสาหะใช้วงเวลานั้น เสด็จทอดพระเนตรการทหารช่างของยุโรปซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลง ในชั้นสูงอย่างรวดเร็ว โดยมิได้อนาทรต่อความเหนื่อยยาก พระวรกาย

ในปี ๒๔๖๐ โปรดให้ตั้ง โรงเรียนทหารช่าง ขึ้นในกระทรวงกลาโหม ให้คัดเลือกนายทหารช่างจากกรมกองต่างๆไปเข้าเรียนกำหนดวิชาที่สอนใน โรงเรียนทหารช่างในตอนนั้น ให้มีทั้งวิชาการชลประทาน, การไฟฟ้า, การสะพานต่างๆเครื่องกีดขวาง , วัตถุระเบิด , การไฟฟ้าทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ , การไปรษณีย์ , การสัญญาณมีเครื่องมือสื่อสารต่างๆและเครื่องนาสาร ชนิดต่างๆแสดงว่าในสมัยนั้นได้ฝึกสอนให้ทหารช่างทำหน้าที่อย่างทหารช่างกับทหารสื่อสารในปัจจุบันรวมกัน ซึ่งเป็นการวางแนวทางการศึกษา ไว้เป็นอย่างดีแล้วในการที่จะแยกออกมาเป็น "เหล่าทหารสื่อสาร"

ในปี ๒๔๖๐ โปรดให้ตั้ง โรงเรียนทหารช่าง ขึ้นในกระทรวงกลาโหม ให้คัดเลือกนายทหารช่างจากกรมกองต่างๆไปเข้าเรียนกำหนดวิชาที่สอนใน โรงเรียนทหารช่างในตอนนั้น ให้มีทั้งวิชาการชลประทาน, การไฟฟ้า, การสะพานต่างๆเครื่องกีดขวาง , วัตถุระเบิด , การไฟฟ้าทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ , การไปรษณีย์ , การสัญญาณมีเครื่องมือสื่อสารต่างๆและเครื่องนาสาร ชนิดต่างๆแสดงว่าในสมัยนั้นได้ฝึกสอนให้ทหารช่างทำหน้าที่อย่างทหารช่างกับทหารสื่อสารในปัจจุบันรวมกัน ซึ่งเป็นการวางแนวทางการศึกษา ไว้เป็นอย่างดีแล้วในการที่จะแยกออกมาเป็น "เหล่าทหารสื่อสาร"

ในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ เสด็จในกรมพระกาแพงเพชรอัครโยธิน จเรการช่างทหารบกท่านได้มอบเครื่องมือสื่อสารไฟฟ้าแบบทันสมัยซึ่งนักประดิษฐ์คิดสร้างสำเร็จ เเพื่อฝึกใช้ราชการเป็นเครื่องมือที่รับส่งกันเป็นคำพูดและ เป็นโทรเลข ในหีบเดียวกันท่านจเรฯท่านได้ส่งมาเรื่อยๆ และเป็นแบบต่างๆกัน *( พ.อ.เทศ กิตติรัต, "อาลัยรักรำลึกถึงเพื่อน" อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พลเอก จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์บริษัท เอดิสัน เพรสโพรดักส์ จำกัด,๒๕๒๖" หน้า ๔๑. ) การทำงานของเราต่อมารู้สึก ว่าสนุกและหนักมือหน่อยเนื่องจากเสด็จในกรมฯท่านส่งเครื่องวิทยุแปลกๆ มาให้ทดลองกัน โดยมากจะทดลองกันที่วังเสด็จในกรมพระกำแพงเพชร อัครโยธินไปที่กรมทหารช่างบางซื่อ และที่กระทรวงกลาโหม( **เรื่องเดียวกัน หน้า ๔๓) กาลล่วงมาจน ถึงวันที่ ๒๗ พ.ค.๒๔๖๗ จึงได้มีคำสั่ง ตั้งทหารสื่อสารขึ้นเรียกว่าชนิดทหารสื่อสารมีสีเม็ดมะปรางเป็นสัญญาลักษณ์โดยจัดให้มีกองโรงเรียนทหารสื่อสารขึ้น ในกรมจเรการช่างทหารบก กำหนดหน้าที่ของแผนกที่๒ กรมจเรการช่างทหารบกให้มีหน้าที่การสื่อสารและการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสื่อสาร จึงนับว่าได้ แยกงานการสื่อสารออกจากทหารช่างก่อกำเนิดเป็นขึ้นอีกเหล่าหนึ่ง "ทหารสื่อสาร"ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาแต่ก็ยังคงอยู่ในกรมจเรการช่างทหารบกภายใต้การ บังคับบัญชาดูแลอุปการะ ของเสด็จในกรมฯ จเรการช่างทหารบกต่อมาอีก

จนปลายปี พ .ศ.๒๔๗๖ มีการตั้งกรมจเรทหารบกขึ้น มีแผนกที่ ๕ กรมจเรทหารบก เรียกชื่อย่อว่า .จร"๕" มีหน้าที่เกี่ยวกับกิจการทหารสื่อสารตั้งสำนักงานอยู่ ในกระทรวงกลาโหมจึงเป็นการแยกทหารช่างกับทหารสื่อสารออกจากกันโดยเด็ดขาดตั้งแต่บัดนั้น จึงสรุปได้ว่า ตลอดเวลาปฏิบัติราชการ ของเสด็จในกรมพระกาแพงเพชรอัครโยธิน ทรงปกครอง บังคับบัญชาโอบอุ้ม ทานุบารุง ทหารช่างมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีห้วงเวลาที่จะจากไปเลย และในขณะเดี่ยวกัน พระองค์ได้ปลูกฝั่งวางรากฐาน ปรับปรุง กิจการสื่อสารของกองทัพบกอันเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่เคยมอบหมาย ให้ทหารช่าง เป็นผู้ปฏิบัติจนเติบโต ก้าวหน้าแยกออกมาเป็น "ทหารสื่อสาร" ขึ้นอีกเหล่าหนึ่ง จึงถือได้ว่า พระองค์เป็นผู้ให้กำเนิด"เหล่าทหารเมื่อไม่ช้านี้ที่ซื้อมาจากบริษัทมาร์โคนี่ประเทศอังกฤษ ให้ทหารทดลอง

#วันสถาปนาเหล่าทหารสื่อสารครบรอบ๑๐๒ปี #กรมการทหารสื่อสาร

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


149 กรมการทหารสื่อสาร ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต
Bangkok
10300