SOA iddc Innovation for Design Development Center

SOA iddc  Innovation for Design Development Center

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก SOA iddc Innovation for Design Development Center, Bangkok.

ภายใต้แนวความคิดของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (The Creative Economy) ซึ่งถือว่าทุนความคิดสร้างสรรค์จัดเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและทักษะเฉพาะตัวที่จะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในอนาคตข้างหน้า ในส่วนประเทศไทยได้รับแนวคิดดังกล่าวและถือเป็นวาระ แห่งชาติ โดยการจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน) จัดตั้งศูนย์ Thailand Creative & Design Center (TCDC) เป็นหน่วยงานหลักเพื่อรองรับแผนดังกล

25/11/2021

ิพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ร่วมสร้างมหานครสุขภาวะวิถีใหม่
สมัชชากรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2

15/01/2020

SPU 50 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม
"เพื่อสร้างสังคมแห่งความรู้และ​ ปัญญา​ เบิกบาน​ เชียวชาญ​ คุณธรรม"

15.01.2563

#เต็กสุดขอบ
SOA+SPU

#สถาปัตย์ศรีปทุม #อินทีเรียศรีปทุม

https://www.facebook.com/activeedgespu/
http://arch.spu.ac.th/

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 30/12/2017

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์
สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม

''ตรอกบ้านจีน : ตาก''

ตรอกบ้านจีน ตั้งอยู่ที่ถนนตากสิน ใกล้วัดสีตลาราม ตำบลระแหง เป็นชุมชนการค้าขายที่รุ่งเรืองมากในอดีต โดยมีชาวจีนชื่อ "จีนเต็ง" ซึ่งอพยพเข้ามาอยู่> กรุงเทพฯ มาทำการค้าขายไปถึงเชียงใหม่ และได้ขยายกิจการลงมาถึงเมืองตาก

ได้เข้าหุ้นส่วนค้าขายกับพ่อค้าจีนอีกสองคนชื่อ "จีนบุญเย็น" และ "จีนทองอยู่" ต่อมาได้เข้าเกี่ยวพันกับ ระบบราชการไทยกล่าวคือ "จีนบุญเย็น" ได้รับแต่ตั้งเป็น "หลวงนราพิทักษ์" ปลัดฝ่ายจีนเมืองตาก แล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็น "หลวงจิตรจำนงค์วานิช" สังกัดกรมท่าซ้าย ส่วนจีนทองอยู่ได้เป็นหลวงบริรักษ์ประชากรกรมการพิเศษเมืองตาก อากรเต็งและหุ้นส่วนทั้งสองใช้ยี่ห้อการค้าว่า "กิมเซ่งหลี" ห้างกิมเซ่งหลีได้เข้ารับช่วงผูกขาดการจัดเก็บภาษีอาการ ที่เมืองเชียงใหม่จึงได้นำพวกคนจีนเข้ามาอยู่ละแวกบ้านนี้ และได้แต่งงานกับผู้หญิงชาวเมืองตากชื่อ "นางก้อนทอง" มีบุตรชายหนึ่งคนและตั้งบ้านเรือนทำการค้าขายขยายวงขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 "จีนเต็ง" ได้มอบหมายให้ "หลวงบริรักษ์ประชากร" (จีนทองอยู่) เป็นผู้จัดเก็บภาษีฝิ่น อากรสุรา บ่อนเบี้ย และหวย ก.ข. จนกระทั่ง พ.ศ. 2452 รัฐบาลเริ่มเข้ามาจัดเก็บเอง ภายหลังละแวกหมู่บ้านนี้จึงมีแต่ลูกหลานจีนดำเนินการค้าขาย ปลูกบ้าน ร้านค้า เริ่มมีถนนหนทางแต่เป็นเพียงทางเดินเท้า ร้านค้าจะมีของขายทุกอย่าง ในซอยตรอกบ้านจีนจะมุงหลังคาบ้านชนกัน จึงเป็นท่ร่มใช้เดินถึงกันได้ตลอด มีร้านขายถ้วยชาม ร้านผ้า ร้านหนังสือเรียน ร้านเครื่องอัฐบริขารในการบวชพระ สถานที่ควรพูดถึงในสมัยนั้น คือ สะพานทองข้ามปากคลองน้อยซึ่ง "คุณย่าทอง ทองมา" เป็นผู้สร้างและม่เสาโทรเลขซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า เสาสูง ต่อมามีการปกครองในระบอบประขาธิไตย "นายหมัง สายชุ่มอินทร์" ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรคนแรก ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ในละแวกนั้น ตรอกบ้านจีนในสมัยนั้นมี 3 หมู่บ้าน หมู่บ้านเสาสูง หมู่บ้านปากครองน้อย หมู่บ้านบ้านจีน ต่อมาปี 2495 ทางเทศบาลได้รื้อสะพานทองและถมเป็นถนน เริ่มมีรถยนต์ใช้และหมู่บ้านก็เริ่มกั้นเขตแดนล้อมรั้ว ปี 2497 มีรถยนต์เล็กๆ วิ่งเข้าออกได้ ตรอกบ้านจีนเริ่มซบเซาลงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2484 ร้านค้าเปิดอพยพไปอยู่ที่อื่นเมื่อ สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง การค้าขายจึงได้ขยายขึ้นไปทางทิศเหนือ ปัจจุบันบ้านจีนจึงเหลือแต่บ้านเก่าๆ ซึ่งยังคงลักษณะของสถาปัตยกรรมเดิมไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวชมสภาพบ้านเรือนโดยรอบและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนตรอกบ้านจีน

#ตาก #ตรอกบ้านจีน School of Architecture, Sripatum University

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 29/11/2017

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์
สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม

''หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวม : เชียงราย''

บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้้ากก ตั้งอยู่หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านกระเหรี่ยงรวมมิตร มีหมู่บ้านบริวาร 1 หมู่บ้าน คือบ้านดอยบ่อ 2 (ชนเผ่าอาข่า) บ้านรวมมิตร มีประชากรทั้งหมด 2,860 คน จำนวนครัวเรือน 3,508 ครอบครัว 225 หลังคาเรือน ประกอบไปด้วย ชนเผ่ากะเหรี่ยง จำนวนร้อยละ 94 ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น อาข่า, ลาหู่, ลีซอ, ม้ง, ไทลื้อ บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพโดยใช้การท่องเที่ยวจากองค์กรเอกชนและประสบความสำเร็จจากการนำช้างมาเป็นพาหนะนำเที่ยวหมู่บ้านชาวเขา ปัจจุบันจัดเป็นศูนย์กลางชาวเขาในแถบ อ.เมือง จ.เชียงราย

#เชียงราย #หมู่บ้านกระเหรี่ยงรวม School of Architecture, Sripatum University

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 03/11/2017

สำนักงานเหล่ากาชาดพิษณุโลก
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นอาคารของกาชาดตั้งแต่แรก แต่มีการปรับปรุงต่อเติมอาคารด้านข้างเพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น
อาคารหลังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานในการเปิดอาคาร

26/10/2017

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ธ สถิตในดวงใจ นิรันดร์

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 16/10/2017

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์
สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม

''กาดกองต้า : ลำปาง''

กาดกองต้าหรือตลาดจีน ที่ชาวบ้านเรียกติดปาก เป็นย่านตลาด
เก่าตั้งอยู่ขนานกับลำน้ำวัง ในซอยตลาดจีนริมน้ำ มีอาคารโบราณอายุเหยียบร้อยปี บนถนนตลาดเก่าตลอดทั้งสาย ชุมชนกาดกองต้าถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจ ที่มีความเป็นมาที่เก่าแก่ และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์กาดกองต้า หมายถึงตลาดตรอกท่าน้ำ ในอดีตเคยเป็น ตลาดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากเมืองลำปางนั้นเคยเป็น
ศูนย์กลางทางการค้าของ ภาคเหนือย่านการค้าส่วนมากมักเกิดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำวัง ทำให้เกิดชุมชนที่เข้ามาทำธุรกิจ เช่น อังกฤษพม่า และจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาทำการค้ามากที่สุด จนกลายเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ชาวบ้านจึง เรียกกาดกองต้าว่าตลาดจีน

School of Architecture, Sripatum University

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 10/10/2017

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
ประวัติ
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์ราชการังหวัดกาฬสินธุ์ (แห่งใหม่) ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ณ ที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ขนาด 96 ไร่ 1 งาน 60ตารางวา สำหรับก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งประกอบด้วย 1.อาคารศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กจัตุรมุข สูง 4 ชั้น หลังคาเป็นแบบสถาปัตยกรรมทรงไทยอีสาน มีพื้นที่ใช้สอยของอาคาร15,500 ตารางเมตร 2.อาคารหอประชุมขนาดความจุ 1,000 คน กว้าง 27.50 เมตร ยาว 81 เมตร พื้นที่ใช้สอย3,983 ตารางเมตร ใช้งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างผูกพันงบประมาณ 3 ปี (ปี พ.ศ.2559-2561) วงเงินทั้งสิ้น 686,224,000.-บาท
จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาสภากาชาดไทยเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 60พรรษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ความเป็นมาของการจัดสร้างอาคารแห่งนี้ เนื่องจากอาคารเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ใช้สอยคับแคบ ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน มีสภาพอาคารชำรุดทรุดโทรมและก่อสร้างมาเป็นเวลากว่า 53 ปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องก่อสร้างอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น งบประมาณก่อสร้างเป็นเงิน 8,280,000.-บาท (แปดล้านสองแสนแปดหมื่นแปดพันบาทถ้วน) โดยงบประมาณสนับสนุนจากสภากาชาดไทย จำนวน 2,058,000.-บาท (สองล้านห้าหมื่นแปดพันบาทถ้วน) งบประมาณเงินสะสมของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 3,796,000.-บาท (สามล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) คณะกรรมการบริหารเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ และกิ่งกาชาดอำเภอ จำนวน 2,000,000.-บาท (สองล้านบาทถ้วน) และอาคารหลังนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานราชานุญาตใช้ชื่ออาคารว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา”
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 03/10/2017

วัดพระนางจามเทวี ลำพูน

ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด ตั้งอยู่บนถนนจามเทวี หมู่ 5 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนาไทย บางแห่งก็ว่าพระนางจามเทวีสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1298 โดยใช้ช่างฝีมือชาวละโว้ บ้างก็ว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวี ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของพระนาง เดิมมียอดพระเจดีย์หุ้มด้วยทองคำ ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆอยู่ในซุ้มพระทั้งสี่ด้าน ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ ภายในบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญไชย ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบแน่ชัดยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด พระเจดีย์องค์นี้มีชื่อเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฎ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีรัตนเจดีย์ ตั้งอยู่ทางขวามือของวิหาร สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์

ปี พ.ศ. 1184 มีพระฤๅษีไปพบทารกหญิง ถูกพญานกคาบมาทิ้งไว้บนใบบัวหลวง จึงเลี้ยงดูและสอนสรรพวิทยาการต่างๆ ให้ เมื่อพระนางจามเทวี เจริญวัยได้ 13 พรรษา พระฤๅษีจึงต่อนาวายนต์พร้อมด้วยฝูงวานรเป็นบริวารลอยล่องไปตามลำน้ำ ถึงยังท่าน้ำวัดชัยมงคล เมื่อพระเจ้ากรุงละโว้และพระมเหสีพบเห็น จึงได้นำกุมารีน้อยนั้นเข้าสู่พระราชวัง และตั้งให้เป็นพระราชธิดา นามว่า "จามเทวีกุมารี" และให้ศึกษาศิลปวิทยาการตำราพิชัยสงคราม และดนตรีทุกอย่าง พ.ศ. 1198 พระนางจามเทวีมีพระชนม์ 14 พรรษา ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายราม แห่งนครรามบุรี ต่อมา พ.ศ. 1204 พระนามจามเทวีมีพระชนม์ 20 พรรษา เป็นกษัตรีย์วงศ์จามเทวีแห่งนครหริภุญชัย โดยพระนางเจ้าได้อัญเชิญพระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) จากเมืองละโว้ เมื่อปี 700 ขึ้นมา เพื่อประดิษฐานเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง (ปัจจุบัน พระเสตังคมณีองค์นี้ยังประดิษฐานอยู่ที่วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่) พระนางจามเทวี มีพระโอรส 2 องค์ องค์พี่มีนามว่ามหายศ (มหันตยศ) องค์น้องมีนามว่าอินทวร(อนันตยศ) โดยพระเจ้ามหายศ ได้ขึ้นเสวยครองเมืองหริภุญชัยนคร(ปัจจุบันคือจ.ลำพูน) แทนพระมารดา ส่วนพระองค์น้องพระเจ้าอินทวรไปครองเมืองเขลางค์นคร(ปัจจุบันคือ จ.ลำปาง)
เมื่อพระนางจามเทวีมีพระชนม์ได้ 60 พรรษา ได้สละราชสมบัติทุกอย่าง ให้พระโอรสทั้งสอง โดยพระนางออกบวชชีบำเพ็ญพรตอยู่ที่วัดจามเทวีแห่งนี้ พ.ศ.1276 พระนางจามเทวีได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดแห่งนี้ พระชนม์ครบ 92 พรรษา พระนางจึงได้สิ้นพระชนม์ ซึ่งทางพระมหันตยศ และพระอนันตยศ ก็ได้จัดถวายพระเพลิงภายในวัดดังกล่าวอย่างสมพระเกียรติ และได้สร้างเจดีย์สี่เหลี่ยมบรรจุพระอัฐิของพระนางไว้ ณ ที่นี้ โดยให้ชื่อเจดีย์ว่า สุวรรณจังโกฎเจดีย์ ที่ได้เป็นต้นแบบของเจดีย์ในแถบล้านนา School of Architecture, Sripatum University

Photos from SOA iddc  Innovation for Design Development Center's post 22/09/2017

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน
ประวัติ
พ.ศ. 2504
วันที่ 27 มกราคม 2504 สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการก่อตั้งเหล่ากาชาดจังหวัดขึ้น ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ (ยกเว้นจังหวัดพระนครและธนบุรี) และทำพิธีเปิดเหล่ากาชาดจังหวัด 69 จังหวัด โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนสภากาชาดไทย ในการช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย และราษฎรที่เดือดร้อนในถิ่นทุรกันดาร และท้องถิ่นทั่วไปตามความจำเป็น สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมยุวกาชาด อาสากาชาด การบริการโลหิต และการบริการดวงตาสภากาชาดไทย
เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2504 โดยมีนายกเหล่า กาชาดจังหวัดคนแรก คือนายมานิต ปุรณะพรรค์ และตั้งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2536 ได้ก่อสร้างสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดหลังใหม่ ขึ้นในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และทำพิธีเปิดอาคารสำนักงาน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2539 โดยท่านแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย
ต่อมาในสมัยของ นายดิเรก ก้อนกลีบ ได้ย้ายมามาดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน เห็นว่าอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนหลังเดิมคับแคบ จึงดำริให้ก่อสร้างอาคารสำนักงานหลังใหม่ขึ้น ในบริเวณที่ว่างข้างสำนักงานเหล่ากาชาดหลังเดิม โดยก่อสร้างเป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เล่นระดับ ทรงล้านนาประยุกต์ เริ่มการก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2552 แล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2552 และได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอาคารใน วันที่ 11 มิถุนายน 2553
#สำรวจพื้นที่77จังหวัด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศรีปทุม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


Bangkok
10990

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 19:30
อังคาร 09:30 - 19:30
พุธ 09:30 - 19:30
พฤหัสบดี 09:30 - 19:30
ศุกร์ 09:30 - 19:30