19/07/2024
18 ก.ค. 67 นายฉัตรชัย บางชวด หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขได้พบกับ Datuk Mohd Rabin Bin Basir ผู้อำนวยความสะดวกชาวมาเลเซียคนใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซียตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค 67
ผู้อำนวยความสะดวกได้แนะนำตัวกับหัวหน้าคณะพูดคุยและหารือร่วมกันถึงแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยในระยะต่อไป โดยเน้นย้ำร่วมกันว่าการพูดคุยยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่ได้วางไว้ โดยผู้อำนวยความสะดวกได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนที่จะสานต่อกระบวนการนี้ให้สำเร็จ
09/04/2024
Selamat Hari Raya Aidilfitri 1445H
คณะพูดคุยสันติสุขขอส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องชาวมุสลิมในวันฮารีรายออีดิ้ลฟิตรีนี้ ในห้วงการถือศีลอดนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพี่น้องชาวมุสลิมเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา ความมุ่งมั่น และความเสียสละเป็นอย่างยิ่ง
ในโอกาสนี้คณะพูดคุยสันติสุขขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านเพื่อพบกับครอบครัวของทุกท่านอย่างปลอดภัย และมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันอย่างมีความสุข
คณะพูดคุยสันติสุขเชื่อว่าความปรารถนาในสันติสุขคือความต้องการของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และคนไทยทุกคนในทุกๆภาคส่วน
คณะพูดคุยสันติสุขขอใช้โอกาสนี้แสดงความมุ่งมั่นในเจตจำนงที่จะสร้างสันติสุขในพื้นที่โดยยึดแนวทางสันติวิธี ที่พี่น้องทุกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีส่วนร่วมในการสร้างสันติสุขดังกล่าว
ภายหลังจากเทศกาลฮารีรายอซึ่งเป็นโอกาสแห่งการให้อภัย การกลับไปหาครอบครัวและคนสำคัญในชีวิตของพี่น้องมุสลิม คณะพูดคุยฯ จะเดินหน้าการพูดคุยต่อร่างแผน JCPP ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การพูดคุยเพื่อแปรเปลี่ยนการใช้ความรุนแรงในการเรียกร้องความต้องการของตนมาเป็นการแสดงออกถึงความต้องการและเจตจำนงทางการเมืองด้วยสันติวิธี
โดยคณะพูดคุยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การแสดงเจตจำนงทางการเมืองในเชิงสันติวิธีภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนชาวไทยพึงมีและต้องได้รับการส่งเสริม และคณะพูดคุยจะมุ่งมั่นเพื่อให้สิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยในเร็ววัน
23/03/2024
นายฉัตรชัย บางชวด หน.คณะพูดคุยสันติสุข และรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างลงพื้นที่จชต. 17-19 มี.ค. ถึงความคืบหน้าของการพูดคุยสันติสุข ครั้งที่7 กับBRNช่วงต้นเดือน ก.พ.67 หลังการพูดคุยฯมีการหารือระดับคณะทำงานเทคนิค มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 20ก.พ.และวันที่ 7-8มี.ค. โดยเตรียมประชุมคณะทำงานเทคนิค ครั้งที่ 3 ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2567
ในการลงพื้นที่ จชต. ของหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ได้พบปะหารือและรับฟังความเห็นจากฝ่ายความมั่นคง กกล.ตร.จชต. ฝ่ายปกครอง และผู้นำศาสนาอิสลามจาก จว.ยะลา และนราธิวาส เพื่อชี้แจงกรอบการพูดคุยที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ผ่านการปรึกษาหารือกับฝ่ายความมั่นคง และที่สำคัญ อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ
ส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ที่โรงแรม CS PATTANI
# ข้อสังเกตจากกองทัพในเรื่องการลดสถานการณ์ความรุนแรงในเรื่องการยุติเหตุความรุนแรง
■ทางกองทัพเขาตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายการพูดคุยสันติสุข โดยเฉพาะการลดความรุนแรง คณะพูดคุยฯ ได้อธิบายถึงกระบวนการขั้นตอนการลดความรุนแรงตาม JCPP เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี และปูทางไปสู่การพูดคุยของทั้งสองฝ่าย โดยภาครัฐเรียกการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตามแผน JCPP คู่พูดคุยทั้งสองฝ่ายต้องทำงานคู่ขนานกัน ถ้าฝ่ายกองทัพลดการปฏิบัติการเชิงรุก ส่วน BRN ต้องหยุดการก่อเหตุรุนแรงต่างๆ ในลักษณะต่างตอบแทนเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในพื้นที่
# ช่วงการถือศีลอดเดือนรอมฏอน ในพื้นที่จชต. ทางฝ่ายความมั่นคงมีแผนสร้างบรรยากาศสันติสุข ได้มีการพูดคุยกับทางผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซียทราบในเรื่องนี้ด้วยไหมครับ
■ คณะพูดคุยฯ ได้สื่อสารเจตนารมย์ไปยังผู้อำนวยความสะดวกก่อนหน้านี้ โดยอยากให้ทุกฝ่ายพิจารณาในเรื่องการสร้างบรรยากาศที่ดี และมีการปฏิบัติให้ประชาชนรู้สึกได้ แม้จะมีข้อจำกัดในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ได้มีการเน้นย้ำกับผู้อำนวยความสะดวกถึงเจตนารมย์ที่ดีนี้แล้ว เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการพูดคุยในอนาคต
# คณะพูดคุยพบหารือกับทางกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กกล.ตร.จชต.) ถึงแนวทางการใช้ม.21 ของพรบ.มั่นคงฯร่วมแก้ปัญหา มีความคืบหน้าอย่างไรครับ
■ ผมเห็นว่า มาตรา 21 (ตาม พรบ. การรักษาความมั่นคงภายใน) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสนับสนุนการสร้างบรรยากาศที่ดีในอนาคต แม้จะมีข้อจำกัดหลายประการ และกฎหมายดังกล่าวยังมีขอบข่ายการบังคับใช้ไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ซึ่ง สมช. และคณะพูดคุยฯ จะได้พิจารณาแสวหงหาเครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ มาช่วยสนับสนุนด้วยเพื่อให้การกลับคืนสู่สังคม การให้อภัย และการสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง
โดยหลักการทางนโยบาย ต้องกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน ไม่เกิดความหวาดระแวง และให้เกิดความมั่นใจในการอยู่ในสังคมปกติ โดยภาครัฐ ก็จำเป็นต้องสร้างสมดุลและความเป็นธรรมทางสังคม ตลอดคำนึงถึงผู้ที่เคยได้รับผลกระทบจากการก่อเหตุของบุคคลดังกล่าวด้วย
# หลังการพูดคุยสันติสุขครั้งที่ 7 ช่วงต้นก.พ.67 มีการหารือของฝ่ายเทคนิคมาแล้วสองครั้ง ยังมีความเห็นต่างในรายละเอียดของแผนความเข้าใจร่วมสร้างสันติสุข JCPP (JOINT COMPREHENSIVE PLAN TOWARDS PEACE )
■ ผมมองว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และขัดแย้งกัน จึงเป็นที่มาของการมีกระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่เรียนว่า ในห้วงการพูดคุยระดับคณะทำงานเทคนิค 2 ครั้งที่ผ่านมา มีสัญญาณในเชิงบวกและการพูดคุยยังเดินหน้าต่อไปได้ โดย คู่พูดคุยทั้งสองฝ่ายยังคงเห็นประโยชน์ของโต๊ะการพูดคุยสันติสุข เพื่อนำไปสู่การหาข้อสรุปและรับรองแผน JCPP แม้ว่าต้องขยับกรอบเวลาที่กำหนดไว้เดิมไปเล็กน้อย เพื่อให้มีความรอบคอบและเกิดความสบายใจของทุกฝ่าย ซึ่งผมคิดว่า เป็นประโยชน์ต่อสันติภาพที่ยั่งยืนในอนาคต
# ในแผนJCPPจะมีแนวทางปฎิบัติของทั้งสองฝ่าย จนท.จะผ่อนปรนในการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่ทางBRN จะยุติในการก่อเหตุ มีส่วนที่ตกลงกันได้แล้ว
■ เนื้อหา JCPP ได้ข้อยุติในหลายเรื่อง แต่รายละเอียดย่อยๆ ในการดำเนินการ และการปฏิบัติบางประการต้องพูดคุยกันให้ตกผลึก แต่เรียนว่ายังเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ยังมีกระบวนการพูดคุย ซึ่งคณะพูดคุยฯ ต้องขอบคุณผู้อำนวยความสะดวกที่พยายามทุกรูปแบบ เพื่อสร้างบรรยากาศให้มีการพูดคุย และพยายามหาช่องทางที่เป็นทางออกร่วมกัน โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการพูดคุยระดับคณะทำงานเทคนิค ซึ่งต้องขอบคุณทางผูอำนวยความสะดวกมาเลเซีย
# ยังมีคำถามข้อสังเกตที่บางฝ่ายยังสงสัยการพูดคุยกับทาง BRNที่ดำเนินการอยู่ใช่คุยกับตัวจริงไหม ?
■ 10 ปีที่ผ่านมา คณะพูดคุยฯ ของรัฐบาล ได้ใช้กระบวนการประสานงานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทางขบวนการ ซึ่งในอดีตขบวนการอาจไม่กล้าเปิดตัว เพราะไม่มีความไว้วางใจว่ารัฐบาลจะคุยจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในระยะหลักรัฐบาลไทย มีนโยบายพูดคุยสันติสุขอย่างจริงจัง โดยยืนยันหลักประกันความปลอดภัย ยืนยันความต่อเนื่องของการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ และยืนยันว่าการพูดคุยสันติสุขเป็นวาระแห่งชาติ ตลอดจนสร้างความมั่นใจแก่ BRN โดยรัฐบาลอนุญาตให้มี “ผู้เชี่ยวชาญ” เพื่อเข้ามา “สังเกตการณ์” และให้คำแนะนำต่อกระบวนการพูดคุยฯ ตามที่คู่พูดคุยจะขอความเห็นเป็นรายกรณี โดยผู้สังเกตการณ์นี้มีส่วนร่วมในนามบุคคล ไม่ใช่ผู้แทนรัฐบาลหรือองค์กรใดๆ ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้เขามั่นใจขึ้นและพร้อมที่จะมาคุยกับคณะพูดคุย ทั้งนี้ ผมเชื่อมั่นจากประสบการณ์ 10 ปี บุคคลที่เข้าร่วมการพูดคุยฯ เป็นตัวจริงและมีบทบาทสำคัญ แต่ในความเห็นของผม เรื่องตัวจริง ตัวปลอมไหมนี่ ควรก้าวข้ามไปได้แล้ว และมันชัดเจนมากจากความจริงใจของภาครัฐต่อการปฏิบัติต่อกลุ่มขบวนการในการพูดคุย แม้จะมีจุดที่ยังไม่ลงตัวในเชิงเนื้อสารัตถะที่ต้องเจรจา แต่ในเรื่องความเชื่อมั่นผมคิดว่ามากพอสมควร
# พูดคุยเทคนิครอบสามปลายเดือนเมษานี้ คาดหวังอย่างไรครับ
■ ยืนยันว่า ต้องมีความคืบหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะ เนื้อหาสาระที่ยังไม่ลงตัวน่าจะดีขึ้น โดยยึดหลักการทั่วไป (General Principles of the Peace dialogue Process 2022) 3 หัวข้อที่เรายอมรับร่วมกันแล้ว (การลดความรุนแรง การปรึกษาหารือสาธารณะ และการหาทางออกทางการเมือง) ซึ่งคณะพูดคุยฯ ยึดมั่นหลักการ 3 ข้ออย่างแน่วแน่ และคาดหวังว่า BRN จะเห็นเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ เป็นระยะของการแปลงหลักการทั่วไปว่าด้วยกระบวนการพูดคุยฯ ไปสู่การปฏิบัติ ผ่านการจัดทำแผน JCPP ผมเรียนเลยว่าในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุย ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เราพร้อมพูดคุยอย่างเต็มที่เพื่อให้การพูดคุยมีความคืบหน้าและสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนและปราศจากความรุนแรง
# มีข้อสงสัยก่อนหน้านี้จากนักวิชาการบางคนกรอบในเรื่องแผนJCPPที่ใช้ในการพูดคุยรัฐบาลยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ
■ ผมขอชี้แจงว่า แผน JCPP เริ่มพูดคุยและจัดทำรายละเอียดร่วมกันมาตั้งแต่ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ และไม่ใช่เพิ่งมาเริ่มในยุคผม ผมอยู่ตรงนั้นด้วย เพียงแต่ไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะ แต่ก็มีส่วนร่วมในเรื่องการให้ความเห็นต่างๆ มีส่วนร่วมจัดทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว และได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และรัฐบาลมาโดยตลอด ทั้งในหลักการ สาระสำคัญและรายละเอียดของแผน JCPP ได้ขอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีเป็นระยะต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน ได้นำเสนอนายกรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการของ JCPP ก่อนไปพูดคุยกับ BRN ซึ่งหลักการที่ว่านี้ในตัวแผน JCPP เป็นเรื่องกิจกรรมในทางปฎิบัติและอยู่ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนา จชต. พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๗ เพื่อสร้างบรรยากาศสันติ
ขอยืนยันว่า การดำเนินงานตามแผน JCPP และการพูดคุยสันติสุขที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อยู่ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ถ้าข้อเรียกร้องเกินขอบเขตของรัฐธรรนูญ คณะพูดคุยสันติสุขมีหน้าที่ต้องรับฟังความคับข้องใจ และหาทางแก้ไขปัญหาคับข้องใจนั้น แต่ไม่สามารถผลักดันให้เกิดการปฏิบัติในเรื่องที่เกินรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งผมคิดว่า BRN ก็ทราบดี จึงเป็นที่มาของการเห็นชอบร่วมกันตามหลักการทั่วไปฯ (General Principles of the Peace dialogue Process 2022) แล้ว น่าจะเข้าใจตรงกันในส่วนนี้
# หากยังไม่มีการลงนามร่วมกันในแผนJCPP จะยังไม่มีการเดินหน้าในเรื่องการหารือสาธารณะ Public Consultation หรือสามารถดำเนินการได้
■ ในหลักการ และตามขั้นตอน ควรต้องมีการรับรองแผน JCPP ก่อน จึงจะมีการปรึกษาหารือสาธารณะ ผมเรียนอย่างนี้ครับเพื่อความเข้าใจ ในระหว่างนี้ จะต้องมีการออกแบบการปรึกษาหารือสาธารณะ ให้เกิดการมีส่วนร่วม รับฟัง และสะท้อนความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุม เพื่อนำมาสู่การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะมีกลไกคณะทำงานย่อยในด้านต่างๆ อาทิ รูปแบบการบริหารพื้นที่ การยอมรับอัตลักษณ์ กระบวนการยุติธรรม เศรษฐกิจการพัฒนา และการศึกษา แล้วจึงมาประมวลผลร่วมกัน
ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับสถาบันวิชาการที่เชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพ และน่าเชื่อถือมาช่วยออกแบบและจัดกลไกที่เหมาะสมและตอบโจทย์การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน ครับ
28/02/2024
Ep.3
การปรึกษาหารือสาธารณะภายใต้หลักการของแผน JCPP : พื้นที่เพื่อการแสดงออกและรับฟังผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์
24/02/2024
สวัสดีผู้ติดตามเพจทุกท่านค่ะ
สองวันที่ผ่านมาเราได้มีการนำเสนอหลักการของแผน JCPP ให้กับทุกท่านไปด้วยกัน 2 Ep. แล้วนะคะ
ทั้งในเรื่องของ
- เจตนารมณ์หลักของแผน JCPP และ
- หลักการพูดคุยในการลดความรุนแรงภายใต้แผน JCPP
ใน Ep. ต่อไปเราจะมาพูดถึงการสร้างกระบวนการการปรึกษาหารือสาธารณะภายใต้แผน JCPP ขอฝากทุกท่านติดตามกันใน Ep.3 เร็วๆนี้ค่ะ
หากผู้ติดตามท่านใดยังคงมีข้อสงสัย คำถามเพิ่มเติม หรือข้อเสนอแนะ สามารถคอมเม้นหรือส่งข้อความมาหาทางเพจได้เลยนะคะ
23/02/2024
เปิดแนวคิดแผน JCPP เส้นทางสู่สันติสุขที่ยั่งยืน Ep.2 :
หลักการของการพูดคุยเพื่อลดความรุนแรงภายใต้แผน JCPP
22/02/2024
เปิดแนวคิดแผน JCPP เส้นทางสู่สันติสุขที่ยั่งยืน Ep.1
อะไรคือแผนปฏิบัติการร่วม JCPP ? JCPP คือข้อตกลงสันติสุขใช่หรือไม่?? มาร่วมหาคำตอบกันครับ
07/02/2024
ผลการพูดคุยสันติสุขเต็มคณะครั้งที่ 7 คืบหน้า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการ JCPP พร้อมเตรียมคุยในคณะเทคนิคในเดือน ก.พ. และ มี.ค. เน้นย้ำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุย
-----------------------------------------------
On 6 - 7 February 2024 ,the Peace Dialogue Panel for the Southern Border Provinces of Thailand (PEDP) headed by Mr. Chatchai Bangchaud and the Patani Malay National Revolutionary Front (BRN) delegation headed by Ustaz Anas Abdulrahman participated in the 7th round of the Peace Dialogue Process Meeting in Kuala Lumpur, Malaysia. The Meeting was facilitated by Tan Sri Zulkifli Zainal Abidin , the Malaysian Facilitator, and was observed by Experts.
On this occasion, the PEDP and BRN have agreed in principle on the JCPP which will be endorsed at the earliest opportunity. Before the endorsement of JCPP, PEDP informed their readiness to commence the necessary steps to create a conducive environment towards peace. In this connection, the measures for fostering aconducive environment will be discussed by the Technical Team of both parties in February and March.
Lastly, the meeting reaffirms that the peace dialogue process should involve stakeholders, who are also important drivers in bringing sustainable peace to the Southern Border Provinces of Thailand.