09/05/2026
บริษัทแจ้งว่าลาพักร้อนจะไม่มีการทบไปในปีถัดไป หากว่าเราใช้ลาพักร้อนไม่หมดในปีนั้น พักร้อนที่เหลือในปีนั้นถ้าบริษัทไม่จ่ายเป็นเงินให้แบบนี้ได้หรือไม่คะ
เรื่อง วันหยุดพักผ่อนประจำปี ถือเป็นหัวข้อที่ถามกันมามากมาย ซึ่งในข้อกฎหมายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ด้วยความเข้าใจผิด จึงทำให้ปฏิบัติผิดๆเรื่อยมาจนเป็นข้อถกเถียงไม่สิ้นสุดครับ
1. ความเข้าใจผิดเริ่มจาก กฎหมายเขียนว่า “วันหยุดพักผ่อนประจำปี” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วันหยุดที่กฎหมายกำหนดไว้ (วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี) แต่ก็เอามาเรียกเป็น “วันลาพักร้อน”
2. ข้อกฎหมายวันหยุดพักผ่อนประจำปี มีกำหนดไว้ใน ม.30 ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
2.1 นายจ้าง เป็นผู้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้าง
2.2 ลูกจ้างขอ และนายจ้างอนุมัติตามที่ขอ
2.3 วันหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้าง กับลูกจ้างอาจตกลงกันสะสมหรือ เลื่อนวันหยุดไปเป็นปีถัดไปก็ได้
2.4 ลูกจ้างที่ยังทำงานไม่ครบ 1 ปี นายจ้างอาจกำหนดให้หยุดตามสัดส่วนตั้งแต่ปีแรก ก็ได้
3. ใน ม.64 กำหนดให้นายจ้างจะต้องจัดวันหยุดให้กับลูกจ้าง (วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี) หากไม่จัด หรือ จัดไม่ครบ จะต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดให้กับลูกจ้าง
4. วันหยุดประจำสัปดาห์ แบะวันหยุดตามประเพณี ไม่ค่อยมีปัญหาใดๆเพราะประกาศไว้ชัดเจน พอถึงวัน ลูกจ้างก็หยุดงานไม่ต้องมาทำงาน จะมีแต่ “วันหยุดพักผ่อนจะจำปี“ เท่านั้น ทีืเป็นเจ้าปัญหา ตั้งแต่เรียกชื่อผิดเพี้ยน และนำมาปฏิบัติผิดเพี้ยนไปด้วย ครับ
ตอบคำถาม โดยพี่ต้อง Tong ButrSticha
เจตนาของกฎหมายใน ”การกำหนดวันหยุดพักผ่อนจำประจำปี คือ ต้องการบังคับให้นายจ้าง ให้ลูกจ้างมีวันหยุดพักผ่อนบ้าง จะได้อยู่กับครอบครัว จะได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แต่หากนายจ้างไม่กำหนดให้หยุด หรือ ให้หยุดไม่ครบ ก็ต้องจ่ายเงินแทน
นายจ้างเป็นผู้กำหนดในระเบียบข้อบังคับว่า จะสะสมในปีถัดไปได้หรือไม่เพราะกฎหมายเขียนว่า “อาจ” แต่หากไม่จัด หรือ หยุดไม่ครบต้องจ่ายเงินแทน จะมาบอกว่า เป็นความผิดของลูกจ้างที่ไม่มาขอลาเองไม่ได้
ดูข้อกฎหมาย และแนวทางที่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจงไว้
และเช่นเคยสำหรับใครที่ไม่อยากจดจำ ไม่มีเวลาหาข้อมูล แต่มีคำถามในทางปฏิบัติมากมาย อยากหาทนายเคียงข้างธุรกิจ เป็นเพื่อนคู่คิดหรือเป็นมิตรคู่กาย ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสักคน สามารถติดต่อมาได้ inbox เพจนะคะ
#มนุษย์เงินเดือน #พนักงานบริษัท #ออฟฟิศ #พักร้อน
#คลินิกกฎหมายแรงงาน #กฎหมายแรงงาน #วันหยุด #ค่าทำงาน
08/05/2026
📢 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก แจ้งเตือนคนไทยในสหพันธรัฐรัสเซีย 🇹🇭🇷🇺
จากสถานการณ์ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในกรุงมอสโกช่วงวันแห่งชัยชนะ วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในกรุงมอสโก พื้นที่โดยรอบ และบริเวณชายแดนรัสเซีย–ยูเครน เช่น Kursk, Belgorod และ Rostov-on-Don
⚠️ เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก
📲 กรุณาติดตามประกาศจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และทางการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
☎️ กรณีฉุกเฉิน ติดต่อฝ่ายกงสุล
📞 +7 495 109 1199
🚨 เบอร์ฉุกเฉิน +7 985 853 8456
#สถานเอกอัครราชทูตณกรุงมอสโก #คนไทยในรัสเซีย #แจ้งเตือนความปลอดภัย #ข่าวต่างประเทศ #เตือนภัย #คนไทยต่างแดน #กรุงมอสโก
08/05/2026
ระวัง❗โดนหลอกไปเป็น "สแกมเมอร์"
🚫 อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับ "วีซ่าท่องเที่ยว" เพื่อไปทำงาน!
มิจฉาชีพแฝงตัวอยู่รอบด้าน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าพาไปทำงานเมืองนอกได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ
❗ เตือนด้วยความหวังดี:
• การใช้วีซ่าท่องเที่ยวไปทำงาน = ผิดกฎหมาย
• บริษัททัวร์ไม่มีอำนาจจัดส่งคนไปทำงานต่างประเทศ
สอบถามข้อมูลการไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องได้ที่สายด่วน 1506 กด 2
"ไปอย่างถูกต้อง คุ้มครองอย่างเป็นธรรม"
#งานต่างประเทศ #หางานต่างประเทศ #คนหางาน✈️✈️
#กรมการจัดหางาน #เตือนภัย #มิจฉาชีพ #แรงงานไทยในต่างแดน
--------------------------
ติดตามข่าวสารผ่านทาง
🌐 เว็บไซต์กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน : www.doe.go.th/ipd
👍🏻 Facebook : กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน
👍🏻 TikTok :
🎥 YouTube : https://www.youtube.com/
📞สายด่วน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน
08/05/2026
เริ่มต้นสุขภาพดีอย่างมั่นใจ! สปส. เชิญชวนผู้ประกันตน ม.33 ม.39
ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ป้องกันดีกว่ารักษา ครอบคลุมตรวจรักษาโรคอ้วนรุนแรง
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ในปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านอาหารการกิน มลภาวะ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก สำนักงานประกันสังคมจึงมอบสิทธิประโยชน์การตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี 14 รายการ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกัน ดูแล และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพที่สำคัญอย่างรอบด้าน โดยประกอบด้วยการคัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) เพื่อตรวจประเมินความสามารถในการรับเสียงเบื้องต้น การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม การตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ ซึ่งรวมถึงการตรวจด้วย Snellen Eye Chart และการวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) เพื่อคัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS) เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน การตรวจการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของไต การตรวจระดับไขมันในเลือด (Total Cholesterol และ HDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (HBsAg) เพื่อคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตลอดจนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear วิธี VIA และการตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และการถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดและหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว กล่าวต่อว่า การตรวจสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเริ่มจากการตรวจประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) กับแพทย์เฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำด้านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย หากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ และแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ผู้ประกันตนที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรงและเข้าเกณฑ์ “อ้วนทุพพลภาพ” สามารถใช้สิทธิประกันสังคมเข้ารับการรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมถึงการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ซึ่งปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ แพทย์สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพดูแลรักษาได้อย่างครบวงจร เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด มีการติดตามอย่างน้อย 2 ปี ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย โดยสำนักงานประกันสังคมมีสถานพยาบาลที่ผ่านการประเมินศักยภาพให้บริการผ่าตัดภาวะโรคอ้วนหรือโรคอ้วนทุพพลภาพ จำนวน 66 แห่งทั่วประเทศ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Plus
สำนักงานประกันสังคมขอเชิญชวนผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ใช้สิทธิการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจในปี 2569 เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการดูแลสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพได้ในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคม เพียงติดต่อสถานพยาบาลเพื่อนัดหมายล่วงหน้า และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงในวันเข้ารับบริการ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
--------------------------------------------
“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน”
ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
07/05/2026
❤️ ขอบคุณผู้ติดตามและผู้รับชมทุกท่าน ทุกยอดติดตามคือกำลังใจสำคัญในการพัฒนาช่องของเราค่ะ 📌หากท่านเป็น HR มือใหม่ อย่าลืม👉 กด Subscribe ติดตามช่องของเราไว้ เพื่อไม่พลาดการยื่นข้อมูลกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และข่าวสารใหม่ ๆ ดูได้ทุกที่ทุกเวลา 💻📱 แล้วมาเรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ 👉https://www.youtube.com/.e-Service/videos
#เรื่องนี้hrต้องรู้ #พรบส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน #กฎหมายฉบับใหม่ #กองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน #กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
07/05/2026
รวบคาโต๊ะ! “จุลพันธ์” สั่งกรมการจัดหางาน บุกจับนายหน้าเมียนมาเถื่อน ย่านลาดกระบัง ย้ำชัด “งานธุรการ-งานห้าม” ต่างชาติทำผิดกฎหมาย จับส่งกลับทันที
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวว่า เป็นเรื่องสำคัญจะดำเนินการแก้ไขทันที โดยเฉพาะการแย่งอาชีพคนไทยและทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน แม้แรงงานต่างด้าวมีส่วนขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการของประเทศไทย แต่กระทรวงแรงงานไม่สามารถ ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้แรงงานต่างด้าวโดยขาดการควบคุม ซึ่งมอบหมายให้กรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างชาติและสถานประกอบการทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานผิดกฎหมาย ล่าสุดได้รับรายงานผลการบุกจับกุมชาวเมียนมาทำงานเป็นนายหน้าจัดหางานเถื่อนในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด
“กระทรวงแรงงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ต.ค. 68 – 6 พ.ค. 69) มีการตรวจสอบนายจ้าง/สถานประกอบการแล้ว จำนวน 52,936 แห่ง ดำเนินคดี 1,025 แห่ง และตรวจสอบแรงงานต่างด้าว จำนวน 650,248 คน ดำเนินคดี 3,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานข้ามชาติที่แย่งอาชีพคนไทย จำนวน 905 คน” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน รับข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว และนายจ้างสถานประกอบการ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ล่าสุดวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งเบาะแส พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมากำลังติดต่อว่าจ้างนายหน้าซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเดียวกัน เพื่อจัดหางานหรือหานายจ้างรายใหม่ให้ เนื่องจากอยู่ระหว่างหางานทำในประเทศไทย
จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตทำงาน พบหญิงสัญชาติเมียนมา 1 ราย มีใบอนุญาตทำงาน ในตำแหน่งกรรมกร แต่มาทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหางานให้แก่แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย เข้าข่ายเป็นการทำงานเสมียนพนักงานหรือเลขานุการ ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อหา “จัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ต่อไป
“ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คนต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือสิทธิจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับ และในส่วนนายจ้างที่จ้างคนต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้คนต่างชาติทำงานนอกเหนือสิทธิจะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างชาติที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างชาติทำงานเป็นเวลา 3 ปี ” นายสมชาย กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่พบเห็นการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องทุกข์ได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน อาคารกระทรวงแรงงานชั้น 4 โทร. 02 354 1386 หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือ ที่สายด่วน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน
07/05/2026
📢 เตรียมตัวให้พร้อม! #ไทยช่วยไทยพลัส ยกระดับสวัสดิการเพื่อคนไทย เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. นี้ 🇹🇭
รัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเป็นการควบรวมสิทธิประโยชน์จาก คนละครึ่งพลัส และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือทั้งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและประชาชนทั่วไป รวมถึงสนับสนุนร้านค้ากว่า 1.5 ล้านรายทั่วประเทศ
✨ สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับ
💳 กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเป็น 1,000 บาท/เดือน (จากเดิม 300 บาท รัฐเติมเพิ่มให้อีก 700 บาท) สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
🛍️ กลุ่มคนละครึ่งพลัส : รัฐช่วยจ่าย 60% และเราจ่ายเองเพียง 40% ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มากกว่าเดิม
🏪 ร้านค้าธงฟ้าและร้านค้าเดิม : เตรียมรับยอดขายพุ่งจากการควบรวมฐานข้อมูลร้านค้าและเทคโนโลยีใหม่
🗓️ ปักหมุดวันสำคัญ
-25 พ.ค. 69 เริ่มเปิดลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชน
-1 มิ.ย. 69 คาดการณ์ว่าเริ่มใช้สิทธิ์จริงในระยะที่ 1
🔍 เงื่อนไขเบื้องต้น
-ผู้เข้าร่วมต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
-จำกัด 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ เท่านั้น
-ใช้ระบบยืนยันตัวตนผ่านฐานข้อมูลมหาดไทยเพื่อความแม่นยำ
กลุ่มตกหล่น : ใครที่ยังไม่มีชื่อในระบบ รัฐเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ในช่วงระยะแรก เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
อย่าลืมเตรียมสมาร์ทโฟนและตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนให้เป็นปัจจุบัน แล้วรอลงทะเบียนพร้อมกันผ่านแอปฯ เป๋าตังนะครับ! 📱✨
ดิดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของข่าวจริงประเทศไทย ได้ที่ 👇
🔵Facebook : ข่าวจริงประเทศไทย
⚫X :
🔴Youtube : เรื่องรัฐ Update
#ข่าวจริงประเทศไทย #กระทรวงการคลัง #คนละครึ่งพลัส #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #ลดค่าครองชีพ #เศรษฐกิจ