กระดูกทับเส้น!?
อันตราย กว่าที่คิด
ไม่ต้องการเสี่ยง ผ่าตัด
ควรต้องใส่ใจสุขภาพ เดี๋ยวนี้ จ้า
สอบถาม โทร 061-8467755
ดีบูน by MuayNai
จำหน่าย ดีบูน มี อย. เสริมอาหารดูแลระบบกระดูกและไขข้อ
ดีบูน เสริมอาหารช่วยดูแลระบบกระดูก และไขข้อ
ทางเลือก การดูแล โรคข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุ่น
ข้ออักเสบ รูมาตอย นิ้วล็อค
รูมาตอยด์!?
อาการ ปวดข้อนิ้วมือ..นิ้วเท่้า
อักเสบเรื้อรัง "ภูมิแพ้ตัวเอง"
รักตัวเอง ควรต้องดูแลตัวเอง
โลกยุดใหม่ นวัตกรรมนาโนไบโอเทค
สารสกัดจากธรรมชาติ100% มี อย
ปลอดภัย เอาอยู่แน่นอน จ้า
สอบถาม โทร
061-8467755 หมวยนาย
ข้อเข่าเสื่อม!?
น่ากลัว กว่าที่คิด
ไม่ต้องการผ่าตัด
เปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ควรต้องดูแลใส่ใจสุขภาพ
ตั้งแต่วันนี้ จ้า
ยินดีให้คำปรึกษา โทร
061-8467755 MN
06/09/2017
“เข่า - สะโพก” รู้ทันอวัยวะยอดฮิตโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกเสื่อม
ลุกก็โอย...นั่งก็โอย ดูจะเป็นอาการของคนที่อายุเริ่มมากขึ้น โดยอวัยวะที่มักมีอาการปวดบวมส่วนใหญ่ มักเป็นบริเวณข้อที่ใช้รับน้ำหนักมากหรือเคลื่อนไหวมาก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลัง ข้อกระดูกคอ แต่ที่มากที่สุด เห็นจะเป็น ข้อเข่า ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีการกดกระแทกอยู่เป็นประจำ ส่วน ข้อสะโพก ก็เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นขาที่ต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกายในขณะยืน เดิน วิ่ง นั่ง และนอน ที่หากผ่านการใช้งานนานๆ อาจเกิดการสึกหรอได้
ไม่!.ต้องการเสี่ยงอีกต่อไป
โทรสอบถามได้เลยจ้า
061-8467755 หมวยนาย
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน
https://goo.gl/sxh5bd
05/09/2017
รู้เท่าทัน “โรคกระดูกพรุน” ภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่คิด
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่ เกิดขึ้นเมื่อมวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ร่างกายจะสร้างทดแทนได้ทัน จึงส่งผลให้กระดูกเกิดการเปราะและแตกหักได้ง่าย โดยผู้ป่วยกว่า 80% ไม่รู้ตัวว่าตนมีภาวะกระดูกพรุน เพราะไม่พบว่ามีอาการใดๆ จนกว่าจะล้มแล้วกระดูกหัก จึงค่อยรู้ว่าเป็นโรคกระดูกพรุน ดังนั้น โรคนี้จึงถือเป็นมฤตยูเงียบที่ส่งผลทำลายคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างมาก
ทั้งนี้ พบว่าในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถเกิดอุบัติการณ์ของกระดูกหักในหลายๆ ตำแหน่ง เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือ กระดูกเชิงกราน และกระดูกสะโพก ฯลฯ โดยจากการศึกษาในสหรัฐอเมริกา พบว่ามีผู้ป่วยกระดูกสันหลังหักมากถึงปีละประมาณ 500,000 ราย โดยพบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 10 เท่า และโดยเฉพาะในผู้หญิงชาวอเมริกันผิวขาวที่มีอายุมากกว่า 70 ปี จะมีถึงครึ่งหนึ่งที่มีหรือเคยมีกระดูกสันหลังหักอย่างน้อยหนึ่งข้อ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าตกใจแสดงให้เห็นว่า อัตราการเกิดกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุนของคนทั่วโลกนั้น เกิดขึ้นทุกๆ 3 วินาที ซึ่งค่ารักษาพยาบาลคิดเป็นเงินกว่า 120,000 บาท! และแม้อัตราการกระดูกหักเนื่องจากกระดูกพรุนจะเกิดขึ้นในคนวัย 50 ปีขึ้นไป โดยเกิดขึ้น 1 ใน 3 ของผู้หญิง และ 1 ใน 5 ของผู้ชาย
แต่รู้หรือไม่ว่า วิธีการดำเนินชีวิตในทุกๆ วันตั้งแต่วัยเด็ก คือปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้การเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อคุณแก่ตัวลงได้อย่างดี
อาหารการกิน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการปรับพฤติกรรมประจำวัน คือ วัคซีนป้องกันโรคกระดูกพรุนที่ดีที่สุด โดยต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กด้วยการกินอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมมาก ได้แก่ ผักใบเขียว อย่างผักคะน้า บร็อกโคลี นมและผลิตภัณฑ์ของนม ปลาซาร์ดีนพร้อมกระดูก ปลาตัวเล็กๆ พร้อมกระดูก กุ้งแห้ง เต้าหู้แข็ง งาดำ กะปิ ฯลฯ
การออกไปรับแสงแดดยามเช้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะร่างกายเราจะสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดด วิตามินดีมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เสริมด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักผ่านกระดูก เช่น การวิ่ง เต้นรำ เดินเร็ว ฯลฯ จะยิ่งช่วยเพิ่มมวลกระดูกให้แข็งแรง
และสำหรับคนวัยทำงาน พบว่า ผู้ที่นั่งมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน มีโอกาสเกิดกระดูกสะโพกหักมากกว่าผู้ที่นั่งน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันถึง 50% ดังนั้น ควรลุกขึ้นเดินเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถให้ได้ทุกๆ ชั่วโมง
แต่เอาเข้าจริงแล้ว นอกจากจะปรับพฤติกรรมระหว่างวันและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การจะเลือกกินอาหารให้ได้รับปริมาณแคลเซียมเพียงพอในแต่ละวัน คงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย นอกจากนี้การหลบแดดหรือการใช้ครีมกันแดดก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ดังนั้น การรับประทานแคลเซียมเสริมที่มีวิตามินดี และแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับกระดูก เช่น แมกนีเซียม, มังกานีส, สังกะสี และทองแดง จึงเป็นตัวช่วยให้กระดูกแข็งแรงและเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
04/09/2017
บทความ 10 ประโยชน์ดีๆ เพื่อสุขภาพอันน่าทึ่งที่ได้จากน้ำอุ่นธรรมดา
การดื่มน้ำอุ่นที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้หมายถึง การดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้อง หรือน้ำที่มีความร้อนกำลังเหมาะ ซึ่งความอุ่นของน้ำนี่เองที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงตามเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ส่งผลให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเป็นปกติ เราจึงแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย แต่เอ๊ะ ! น้ำอุ่นธรรมดาเพียง 1 แก้วเนี่ยจะทำให้เราแข็งแรงได้ง่าย ๆ เลยจริงเหรอ ใครอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ ก็ต้องลองอ่านกันดูนะจ๊ะ
1. ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย
น้ำอุ่นช่วยดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายที่ไหลเวียนอยู่ตามอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น ปอด ตับ ไต และลำไส้ โดยที่น้ำอุ่นจะช่วยขับถ่ายของเสียเหล่านั้นออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ขี้มูก ขี้ตา และเหงื่อไคล เป็นต้น ร่างกายของเราก็จะสะอาดจากภายใน ซึ่งเราสามารถเช็กได้ง่าย ๆ ก็คือ การที่ร่างกายไม่มีกลิ่นตัวตามข้อพับ ไม่มีกลิ่นปาก มีแววตาสดใส เป็นต้น
2. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
ใครที่เป็นคนธาตุหนัก ท้องผูก ขับถ่ายยาก ขอแนะนำว่าในตอนเช้าหลังตื่นนอน อย่าเพิ่งล้างหน้าแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำอุ่น 1แก้ว แล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกาเบา ๆ ที่บริเวณท้อง รับรองว่าไม่นานก็จะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน เพราะการดื่มน้ำอุ่นเป็นแก้วแรกของวันในขณะที่ท้องกำลังว่างอยู่เป็นการลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายของเราให้ทำงานเป็นปกติอีกด้วย
3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้เราป่วยยาก
ทุกวันนี้อากาศในบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนบางทีอยู่ดี ๆ ร่างกายก็แสดงอาการผิดปกติขึ้นมา เช่น ปวดหัว เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเล็ก ๆ ว่าสุขภาพของเราเริ่มอ่อนแอลงแล้วนะ ควรดูแลตัวเองให้มากขึ้นอีกหน่อย และการดูแลตัวเองอย่างง่าย ไม่ให้อาการหวัดถามหาก็คือ การจิบน้ำอุ่นเป็นประจำทุกวัน เพราะน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายไม่สะสมเชื้อโรคไวรัสและแบคทีเรีย ที่สามารถนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ เพียงเท่านี้อาการป่วยก็ห่างไกลเราแล้ว
4. ช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักตัวง่ายขึ้น
ผลการวิจัยส่วนใหญ่ เผยว่า การดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าวันละ 2 แก้วเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นถึงร้อยละ 30 ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ในอาหารได้มากขึ้น สาเหตุเป็นเพราะน้ำอุ่นช่วยลดการสะสมของเซลล์ไขมันสีขาวในร่างกาย เราจึงลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น กินอะไรก็สะสมเป็นไขมันในร่างกายได้ยาก อย่างไรก็ตาม เราก็ควรงดอาหารจำพวกไขมันทรานส์ แป้ง และน้ำตาลควบคู่กันไปด้วยนะคะ
5. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
สาว ๆ คนไหนที่มักจะมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกไม่มีแรง และไม่อยากขยับตัวทำอะไร เราขอแนะนำให้จิบน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น เพราะน้ำอุ่นเป็นเหมือนยาแก้ปวดธรรมชาติที่จะช่วยคลายการบีบรัดของกล้ามเนื้อท้อง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนเป็นปกติอีกด้วย เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะไม่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงแล้วจ้า
6. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
การดื่มน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อย 2 แก้วต่อวันก็สามารถเพิ่มชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณของเราได้แล้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในเซลล์ผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้เรามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง เส้นผมเงางาม มีน้ำหนัก ไม่มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ เช่น รังแค ผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะแห้งลอกเป็นแผ่น เป็นต้น
7. ช่วยให้เราดูอ่อนกว่าวัย
คนรักสวยรักงามหลายคนต้องไม่เชื่อแน่เลยว่าการดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วในตอนเช้า สามารถลดปัญหาผิวหน้าของเราได้ เช่น สิว ริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างอิลาสตินใต้ชั้นผิวหนังของเราด้วย สาเหตุเป็นเพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบต่อมน้ำเหลืองให้ทำงานเป็นปกติ และระบบฮอร์โมนต่าง ๆ ภายในร่างกายของเราทำงานเป็นปกติขึ้น เราจึงมีผิวพรรณที่ดีทั้งผิวหน้า และผิวกาย ใครเห็นแล้วก็ต้องชมว่าดูอ่อนวัยจังเลย
8. ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การดื่มน้ำอุ่นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดอ่านของสมองเรา ส่วนหนึ่งเพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ดังนั้นหากรู้สึกว่าทำงานแล้วไอเดียไม่บรรเจิดเลย ขอแนะนำหยุดพักสักเล็กน้อย เดินไปหาน้ำอุ่นมาจิบสักแก้วหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น สมองไม่ล้า สามารถลุยกับงานยาก ๆ ต่อได้
9. ช่วยลดการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ
อาการเจ็บคอเกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียในบริเวณทางเดินหายใจ โดยที่บางครั้งจะมีอาการไอร่วมด้วย แต่เราสามารถลดการสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ จิบน้ำอุ่นให้ได้ทั้งวัน หรือใช้วิธีกลั้วคอด้วยน้ำอุ่นในตอนเช้าและก่อนนอนก็ได้
10. ช่วยให้การออกกำลังกายเห็นผลดียิ่งขึ้น
การออกกำลังกายในแต่ละวันของเราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว เราจิบน้ำอุ่นอย่างน้อย 1 แก้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดเพื่อลดการบาดเจ็บของข้อต่อ และกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เราไม่มีกล้ามเนื้อตึง หดเกร็ง หรือเป็นตะคริว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับระบบประสาทและสมองอีกด้วย เราจึงรู้สึกสดชื่น แจ่มใสมากขึ้น
23/08/2017
แผนการชะลอความเสื่อมของกระดูกและข้อ
1 บริหารร่างกายให้เหมาะสม
นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยชะลอวัยแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แก่ร่างกายด้วย การเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย จะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อต่อ ปรับโครงสร้างกระดูก สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ช่วยรองรับกระดูก และช่วยลดอาหารปวดได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายหนักเกินไป อาจกลายเป็นการสร้างภาระให้กับข้อกระดูก จนเกิดปัญหาข้อกระดูกเสื่อมเร็วขึ้นได้
2เลือกกินอย่างถูกวิธี
การรับประทานสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของกระดูกและข้อ นับว่าเป็นการให้รางวัลชีวิตแก่ตัวเองทางหนึ่ง
แคลเซียม เปรียบเสมือนพระเอกของระบบกระดูกและข้อเลยก็ว่าได้ เพราะบทบาทอันโดดเด่น คือ การเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เมื่อร่างกายมีปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดข้ออักเสบ ช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหดได้ดี แต่ร่างกายจะต้องใช้แคลเซียมที่สะสมไว้ในการดูแลสุขภาพกระดูก ดังนั้น การเสริมแคลเซียมให้เพียงพอ จึงเป็นสิ่งจำเป็น
วิตามินดีและแมกนีเซียม วิตามินดีช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม และส่งแคลเซียมไปบำรุงกระดูกให้แข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนแมกนีเซียม จะช่วยปรับสมดุลให้แคลเซียมออกฤทธิ์ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
กลูโคซามีน และคอนโดรอิทีน ช่วยเสริมสร้างของเหลวหล่อลื่นกระดูกอ่อน เส้นเอ็น และข้อต่อ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาไม่ได้ยืนยันว่าสารเหล่านี้ได้ประโยชน์มากเท่าใดนัก
3ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ
การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ อาจส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพของเรา เช่น ยืนให้ตรง ไม่ทิ้งน้ำหนักไปข้างใดข้างหนึ่ง ไม่นั่งยองๆ ไม่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน สวมรองเท้าที่กันกระแทกได้ดี เลิกบุหรี่ เป็นต้น
4ควบคุมน้ำหนัก
น้ำหนักเกิน เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการข้อเสื่อม เพราะกระดูกและข้อต้องรับน้ำหนักของน้ำหนักตัวที่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณเข่า สะโพก เท้า และหลัง ที่เป็นจุดหลักในการรับน้ำหนักของร่างกาย การออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และไขมันส่วนเกิน รวมถึงการควบคุมอาหาร โดยการหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต จะช่วยให้คุณผอมลง และยังชะลอความเสื่อมของกระดูกและข้อด้วย
ดูแลกระดูกและข้อของเราตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาสุขภาพของกระดูกและข้อไม่ให้เสื่อมก่อนเวลาอันควรนะคะ
03/08/2017
ลุก...ก็โอ้ย!
นั่ง...ก็โอ้ย!
เดินเหิน ก็ลำบาก
ท้อแท้..กับชีวิต
เป็นภาระให้กับลูกหลาน
หยุด!..ท้อแท้
ใส่ใจดูแลบำรุง
"กระดูกและไขข้อ"
ก่อนที่จะสาย..เกินแก้
โทร: 061-8467755 MN
คลิกลิงค์>>สอบถามเพิ่มเติม
https://goo.gl/sxh5bd
29/07/2017
โรคเข่าเสื่อม!.
เป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็น
เวลานาน
เกิดการเสื่อมของข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุทำให้เกิดความทรมานแก่ผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตลดลง และทำให้โรคอื่นๆกำเริบ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังไม่ได้
โทร 061-8467755 MN
คลิกลิงค์>>สอบถามเพิ่ม
https://goo.gl/sxh5bd
23/07/2017
ไม่!...เสี่ยง กระดูกพรุน
กระดูกพรุน เสื่อมสภาพตามอายุเพิ่มขึ้น
ใช้งานมานาน ควรต้องใส่ใจดูแลบำรุง
โทร 061-8467755 MN
ศึกษาข้อมูล>>คลิกลิงค์
http://muaynaicentre.lnwshop.com/p/8
คลิกลิงค์>>สอบถามเพิ่ม
https://goo.gl/sxh5bd
19/07/2017
อาการ ปวด! หลัง.
เรื้อรังเกิดจาก
การนั่งที่ไม่ถูกท่า ทำงานหนัก
หรือ นั่งท่าเดิมนานๆ ทำให้
หมอนรองกระดูกเสื่อมกดทับเส้นประสาทได้
รีบรักษาก่อนสาย
ยินดีให้คำปรึกษา ครับ/ค่ะ
โทร. 061-8467755 MN
คลิกลิงค์>>เพิ่มเพื่อน สอบถามเพิ่มเติม
https://goo.gl/sxh5bd
หมอนรองกระดูกทับเส้น!
ปวดบริเวณด้านหลัง ร้าวลงขา
อีกหนึ่ง ทางเลือกช่วยท่านได้
ยินดีให้คำปรึกษา
โทร 061-8467755 MN
คลิกลิงค์>>สอบถามเพิ่มเติม
https://goo.gl/sxh5bd
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ที่อยู่
Bangkok
10510
