สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

แชร์

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 02/06/2026

วช. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธี “ถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร วช. เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องโถง อาคาร วช. ๒ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ภายในพิธี ประธานในพิธีได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมนำคณะผู้บริหารและบุคลากร วช. กล่าวถวายพระพรชัยมงคล และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชา ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

การจัดพิธีในครั้งนี้ นับเป็นการร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีของบุคลากร วช. ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และร่วมน้อมสำนึกในพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย อันเป็นศูนย์รวมจิตใจและความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติสืบไป

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 01/06/2026

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) บันทึกเทปกล่าวอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมบันทึกเทปกล่าวอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ (5HD), บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (MCOT) และสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) โดยมีกำหนดออกอากาศในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

วช. – สอศ. ปลุกพลังนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษา ภาคกลางและภาคตะวันออก มอบรางวัล “กิจกรรมติดดาว” ผลักดันสิ่งประดิษฐ์สู่นวัตกรรมพร้อมใช้

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดพิธีปิดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวปิดกิจกรรมและแสดงความยินดีกับทีมนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกผลงานดีเด่น “กิจกรรมติดดาว” พร้อมด้วยผู้บริหาร สอศ. คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร คณาจารย์ที่ปรึกษา และนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาจากภาคกลางและภาคตะวันออกเข้าร่วม ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. และ สอศ. ได้จัดกิจกรรม "TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคกลางและภาคตะวันออก"ขึ้น ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ได้เห็นการรวมพลังที่เข้มแข็งของนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษา ขอแสดงความยินดีกับทีมที่ได้รับรางวัลติดดาว และขอชื่นชมทุกทีมที่ได้รับเกียรติบัตรในครั้งนี้ สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น “กิจกรรมติดดาว” จะเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของทีมอาชีวศึกษาในอนาคต สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น “กิจกรรมติดดาว” ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร
- น้ำส้มควันไม้ไร้ฟอร์มาลดีไฮด์กลิ่นตะไคร้หอม
จาก วิทยาลัยการอาชีพบ้านลาด
- เครื่องพ่นอาหารปลาระบบ Air Flow พลังงานโซล่าเซลล์
จาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี)

กลุ่มที่ 2 ด้านสาธารณสุข สุขภาพ อาหาร และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
- เกมปฏิสัมพันธ์ผ่านการตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นระบบประสาทรับรู้และการตอบสนองของผู้ที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวในระยะต้น
จาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี
- FlowWatch ระบบเฝ้าระวังน้ำเกลือแบบไร้สาย V.2
จาก วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี
- ซอสบาร์บีคิวตะลิงปลิง
จาก วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง
- แจ็คเกตมายด์คัดเดิล เสื้อแจ็คเกตเพื่อการบูรณาการประสาทรับรู้สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีภาวะออทิซึม
จาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

กลุ่มที่ 3 ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ
- บ้านฉลาดรู้ฝุ่น PM2.5
จาก โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
- ตู้ประชาสัมพันธ์ดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ
จาก วิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น
- แคชเชียร์เคลื่อนที่อัจฉริยะสำหรับร้านค้าปลีก
จาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี
- ซอสเซด : เครื่องจ่ายซอสอัจฉริยะ เพื่อมาตรฐานอาหารยุคใหม่
จาก โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

กลุ่มที่ 4 ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีวัสดุ และ BCG Economy Model
- ปลั๊กพ่วงอัจฉริยะ (ปลั๊กดีพลัส)
จาก วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์
- เครื่องตีเส้นสนามกีฬาโซล่าเซลล์
จาก วิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น
- ถักถิน
จาก วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

กลุ่มที่ 5 ด้านคุณภาพชีวิต และ Soft Power
- ตำยอง ส้มตำอินเตอร์
จาก วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง
- เฮอร์บาไลฟ์ – ออยสเตอร์ แผ่นแปะสมุนไพรสูตรเย็นจากสารสกัดในเปลือกหอยนางรม
จาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี
- เครื่องผลิตขนมทองม้วนกึ่งอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า
จาก วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี

ทั้งนี้ กิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคกลางและภาคตะวันออก นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการบ่มเพาะนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ของประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมผลักดันผลงานนวัตกรรมจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ นำสู่โอกาสการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน และเป็นทิศทางการรองรับการพัฒนาวิสาหกิจและรองรับความต้องการอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

วช. – สอศ. ร่วมเสริมพลังนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษา ภาคกลางและภาคตะวันออก โชว์ความสามารถและผลงานสิ่งประดิษฐ์เป็นที่โดดเด่น ด้วยฐานคิด ววน.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคกลางและภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร

กิจกรรม "TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคกลางและภาคตะวันออก" ตลอดระยะเวลา 3 วันของกิจกรรมบ่มเพาะ ได้เห็นถึงพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของคณาจารย์และนักศึกษาอาชีวศึกษาที่ร่วมกันพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอย่างเข้มข้น ภายใต้กระบวนการให้คำปรึกษาและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งช่วยยกระดับผลงานให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และมีศักยภาพในการพัฒนาสู่ “นวัตกรรมพร้อมใช้” ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ สำหรับผลงานที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ครอบคลุม 5 กลุ่มเรื่องสำคัญ ได้แก่ ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ด้านสาธารณสุข สุขภาพ อาหาร และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีวัสดุ และ BCG Economy Model และ ด้านคุณภาพชีวิต และ Soft Power

ทีมเยาวชนสายอาชีวศึกษาได้แสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้ประโยชน์ได้อย่างโดดเด่น พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะช่วยพัฒนาผลงานและศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคกลางและภาคตะวันออก นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการบ่มเพาะนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ของประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมผลักดันผลงานนวัตกรรมจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

วช. เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก วันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายชาญณรงค์ มณีรัตน์ เลขานุการกรม เป็นผู้แทน วช.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก วันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ในฐานะที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานที่มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนงานพุทธมณฑลมาอย่างต่อเนื่อง

การสนับสนุนดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ในการบำรุงรักษาและพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปี วันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช ๒๕๗๐

ทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและศาสนาควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ โดย วช. จะยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการสนับสนุนโครงการพัฒนาพุทธมณฑล เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาที่ยั่งยืนของชาติต่อไป

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

อว. ปักหมุดอนาคตประเทศไทย “ยศชนัน” เปิด CRA Think Share 2026 ชูวิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี–นวัตกรรม สร้างกำลังคนคุณภาพ พลิกศักยภาพเยาวชนไทยสู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรม CRA Think Share : Innovation & Inventions Forum 2026 ภายใต้โครงการประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมชมนิทรรศการผลงานนวัตกรรมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การวางรากฐานสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณาจารย์ และนักเรียนที่เข้าร่วมการประกวดผลงานนวัตกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม Auditorium และห้องบรรยาย 3A-301 ชั้น 3 อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต ไม่สามารถพึ่งพาเพียงการนำเข้าเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้จากต่างประเทศได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องสร้างรากฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศให้เข้มแข็ง โดยเริ่มจากการพัฒนากำลังคนคุณภาพ และปลูกฝังทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมตั้งแต่ระดับเยาวชน

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและจุดแข็งสำคัญ ทั้งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบบริการสุขภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ หากมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัย การลงทุน และการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จริง โดยภาครัฐพร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งทุน และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศและตลาดโลก
“การศึกษาในอนาคตต้องไม่จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จากปัญหาจริง และกล้าทดลองสิ่งใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่คือกำลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตระหนักดีว่าการปลูกฝังทักษะด้านการวิจัยและนวัตกรรมควรเริ่มตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยในปีนี้มีนักเรียนส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 1,166 ผลงาน จาก 148 โรงเรียนทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวน 18 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของเยาวชนไทยต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต

กิจกรรม CRA Think Share : Innovation & Inventions Forum 2026 ประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการผลงานนวัตกรรมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ การนำเสนอผลงานของนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย และการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ ผู้แทนสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ด้านการวิจัยและนวัตกรรมแก่เยาวชนไทย

https://web.facebook.com/share/p/1E8wdHmoEp/

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

วช. ร่วม กระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทย พร้อมภาคีเครือข่าย แถลงข่าวจัดงาน "มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 48 พรรษา

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
เป็นผู้แทนเข้าร่วมแถลงข่าวการจัดงาน "มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15" และโครงการ
"The 7th Next Big Silk Designer Contest 2026" โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย กรมประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะทูตานุทูต และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต จากนานาประเทศประจำประเทศไทย ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และสื่อมวลชน ณ ห้องแกลลอรี 5 ชั้น 1 หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

ภายในงานแถลงข่าวมีการจัดการแสดงวัฒนธรรมไทย พร้อมมินิแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทย จากผลงานของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูต อุปทูต และตัวแทนสถานทูต มาร่วมสวมใส่และเดินแบบอย่างสง่างามมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2569
ณ หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้รับมอบหมายเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวง อว. ในการร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวโดยการส่งเสริมและสนับสนุนทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้กับมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรด้านการออกแบบ การออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้มีโอกาสในการพัฒนาทักษะ การออกแบบ
เชิงสร้างสรรค์ชุดผ้าไหมไทยแบบร่วมสมัยให้กับเอกอัครราชทูต และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ทำให้เกิดการเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ในการนำความรู้มาปฏิบัติจริง และทำให้เกิดการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาได้มีโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมในระดับสากล โดยในปีนี้ มีนิสิต นักศึกษา และคณาจารย์ ของสถาบันอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรด้านการออกแบบ การออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ และ
สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 46 ทีม จาก 28 มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

วช. นำคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ โครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพิจารณาการดำเนินงานของชุมชนและสถานที่จริง ของชุมชนที่เห็นควรได้รับประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจากข้อเสนอที่เสนอเข้ามาในรอบแรก

ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อํานวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ และเจ้าหน้าที่ วช. ลงพื้นที่ ณ ชุมชนหลวงประสิทธิ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประยุกต์ใช้แนวคิดเกษตรฟื้นสร้าง (Regenerative Agriculture) ควบคู่กับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ด้านดิน น้ำ และระบบนิเวศ เพื่อพลิกฟื้นพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวที่เสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีมาเป็นระบบวนเกษตรปลอดสารเคมีที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับสภาพทุ่งรับน้ำ ทำให้ต้นไม้เติบโตดี ลดความเสี่ยงการตายจากน้ำท่วมขัง และเพิ่มความหลากหลายของพื้นที่ มีการปลูกเชิงทดลอง และแบบคัดเลือกชนิดไม้ที่เหมาะสม มีการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เครือข่าย รวมถึงการนำเทคโนโลยี dMRV มาใช้ติดตามการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการพัฒนาเป็นต้นแบบคาร์บอนเครดิตในอนาคต โดยมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี บนพื้นที่ จำนวน 50 ไร่

ทั้งนี้ วช. ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้แก่ชุมชนที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการปลูกต้นไม้/ ไม้มีค่า เกิดการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ไม้มีค่า โดยการพัฒนาประยุกต์ใช้งานวิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นต้นแบบชุมชนไม้มีค่าได้อย่างยั่งยืน

Photos from สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ's post 31/05/2026

วันที่ 2 ของกิจกรรม “Smart Innovator Bootcamp : From Prototype to Impact” ต่อยอดศักยภาพเยาวชนสู่นวัตกรไทยในอนาคต

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “Smart Innovator Bootcamp : From Prototype to Impact” ค่ายนวัตกรอัจฉริยะ : จากต้นแบบสร้างสรรค์ สู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน รุ่นที่ 3 เป็นวันที่ 2 โดยมีคณาจารย์จากสถาบันการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ นิสิตและนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1

กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มด้วยการบรรยายในหัวข้อ “Commercializing Your Intellectual Property: ปั้นงานวิจัยให้มีมูลค่าและสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาเชิงรุก” โดย คุณกิตติเทพ จริงจิตร บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด และการบรรยายในหัวข้อ “Storytelling for Innovation: เทคนิคการนำเสนอนวัตกรรมให้โดนใจและเข้าใจอย่างมืออาชีพ” โดย ผศ.ดร.ศิรส ทองเชื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ซึ่งได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้น่าสนใจ

ต่อมา เป็นกิจกรรมฝึกปฏิบัติ “Shine & Pitch” ที่ให้ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอผลงาน พร้อมรับฟังความคิดเห็นทั้งในเชิงเทคนิคและโอกาสทางธุรกิจจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญผ่านกิจกรรม Mentor Clinic เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์จริงและการพัฒนาเชิงธุรกิจในอนาคต และเวที “Panel Feedback & Wrap-up“ เพื่อสรุปบทเรียนและแนวทางการพัฒนาผลงานต่อยอดในระยะต่อไป โดย ผศ.ดร.ศิรส ทองเชื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พร้อมด้วยการชี้แจงการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอผลงานเข้าร่วมประกวดรอบตัดสินในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)”

ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังให้กิจกรรม “Smart Innovator Bootcamp: From Prototype to Impact” เป็นเวทีสำคัญที่ ช่วยเสริมศักยภาพนิสิตและนักศึกษา ให้มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้และทักษะที่จะสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมพร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมก้าวสู่เวทีการประกวดในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” และพัฒนาผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

30/05/2026

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙

วันวิสาขบูชา

ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖

เป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนามากถึง ๓ เหตุการณ์ คือ วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และตลอดวันจะมีการบำเพ็ญบุญกุศลความดีอื่น ๆ เช่น ตั้งใจรักษาศีล ๕ ศีล ๘ งดเว้นการทำบาปทั้งปวง ทำบุญถวายสังฆทาน ฟังพระธรรมเทศนา และมีการเวียนเทียนในช่วงเย็น

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30