03/06/2026
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
28/05/2026
ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล
เลขาธิการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เชื่อมโยง “คน เศรษฐกิจ และธรรมชาติ” เข้าด้วยกัน พร้อมผลักดันโมเดลการพัฒนาที่สร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน
27/05/2026
โลกกำลังเข้าสู่ยุค “polycrisis” การไม่ทำอะไร อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่แพงที่สุดของธุรกิจ
เมื่อวานนี้ สมาคมนิสิตเก่าสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน Exclusive Site Visit ณ The Coffee House by DoiTung ท่ามกลางผู้บริหาร นักลงทุน นักกฎหมาย ที่ปรึกษา นักวิชาการ และผู้นำองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเงิน พลังงาน เทคโนโลยี อุตสาหกรรม การแพทย์ ไปจนถึงภาคนโยบายและความยั่งยืน
หัวใจสำคัญของงานคือ keynote session โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ในหัวข้อ “Sustainability in a Polycrisis World: The Cost of Inaction” ที่ชวนทุกคนมองตรงไปยังความจริงว่า วันนี้โลกไม่ได้เผชิญ “วิกฤตเดียว” แต่หลายวิกฤตกำลังเกิดพร้อมกัน ทั้ง climate change เศรษฐกิจ พลังงาน ทรัพยากร และภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนของการ “ไม่ลงมือ” กำลังสูงขึ้นเร็วกว่าที่หลายองค์กรคิด
เพราะตอนนี้ โลกได้ก้าวข้าม “7 จาก 9 planetary boundaries” หรือขีดจำกัดความปลอดภัยของโลกไปแล้ว ขณะที่ภัยพิบัติด้านภูมิอากาศสร้างความเสียหายสะสมกว่า 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ปี 2000 และยังรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
วงสนทนายังชวนมองถึงโจทย์สำคัญของประเทศไทย ตั้งแต่ภาคเกษตรและการจัดการน้ำที่กำลังเผชิญความเสี่ยงหนักขึ้น การท่องเที่ยวที่ต้องสร้างคุณค่าระยะยาวมากกว่าแค่รายได้ระยะสั้น ไปจนถึงความจำเป็นในการลงทุนด้านเทคโนโลยี งานวิจัย และ AI เพื่อให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในโลกใหม่ที่ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยตรง
สิ่งสำคัญของวงสนทนาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ “การฟังเรื่อง sustainability” แต่คือการที่ผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนได้กลับไปพร้อมคำถามสำคัญว่า ธุรกิจของตัวเองพร้อมแค่ไหนต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน และจะปรับตัวอย่างไร ก่อนที่ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นความเสี่ยงด้านต้นทุน การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ
เพราะในโลกวันนี้ sustainability ไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น “เงื่อนไขใหม่” ของการอยู่รอด
From climate risk to economic instability, the cost of inaction is rising fast. The discussion at The Coffee House by DoiTung brought together leaders across sectors to rethink sustainability not as CSR, but as a real business and leadership imperative in a world entering polycrisis.
#มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ #ดอยตุง
24/05/2026
ประเทศไทยมีป่าชุมชนเกือบ 12,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6.2 ล้านไร่
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ป่าชุมชนคือหนึ่งในกลไกสำคัญของประเทศในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างความมั่นคงให้ชุมชน
แต่คำถามสำคัญคือ ในพื้นที่ป่าชุมชนจำนวนมากนี้ มีสัดส่วนเท่าไรที่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนได้จริง
เพราะการมี “พื้นที่ป่า” ยังไม่เท่ากับการมี “ระบบดูแลป่า”
หลายพื้นที่ยังเผชิญข้อจำกัด ทั้งกฎหมาย งบประมาณ องค์ความรู้ เครื่องมือในการติดตามผล และแรงจูงใจระยะยาวสำหรับชุมชน
โจทย์ใหญ่ของป่าชุมชนจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนพื้นที่ แต่คือการทำให้ป่าเหล่านั้นมีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ มีข้อมูลรองรับ และทำให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมจากการรักษาป่า
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงทำงานผ่านโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมกับชุมชนวางระบบดูแลป่า เก็บข้อมูล ติดตามผล และเชื่อมโยงคุณค่าของป่าเข้ากับกลไกทางเศรษฐกิจ
ปัจจุบันโครงการฯ ครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 287,914 ไร่ ใน 12 จังหวัด มี 303 ชุมชนเข้าร่วม และมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 161,000 คน โดยได้รับรองคาร์บอนเครดิตแล้วจาก 12 ป่าชุมชน บนพื้นที่รวม 12,840 ไร่ คิดเป็น 58,824 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
สิ่งสำคัญกว่าคือ การปลดล็อกให้ป่าชุมชนกลายเป็นระบบที่ขยายผลได้จริง ไม่ติดอยู่กับโครงการระยะสั้น และไม่ปล่อยให้ชุมชนเป็นเพียง “ผู้ดูแล” โดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม
วันป่าชุมชนแห่งชาติ จึงไม่ควรเป็นเพียงวันที่เราภูมิใจว่าประเทศไทยมีป่าชุมชนมากแค่ไหน
แต่ควรเป็นวันที่เราตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ป่าชุมชนกลายเป็นพลังสำคัญของประเทศ ทั้งในการดูแลธรรมชาติ สร้างรายได้ให้ชุมชน และพาไทยเข้าใกล้เป้าหมายความยั่งยืนได้จริง
Community forests are not only about protected areas. They are about whether communities have the rights, tools, incentives, and systems to protect forests in the long run.
The real challenge is not only expanding community forests, but making sure they are managed well, valued fairly, and sustained by the people who protect them.
#มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง #ดอยตุง #ป่าชุมชน #คาร์บอนเครดิต
22/05/2026
22 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ
แม้ความหลากหลายทางชีวภาพอาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วนี่คือรากฐานของการดำรงชีวิตในแต่ละวัน
มากกว่าครึ่งของ GDP โลกต้องพึ่งพาธรรมชาติ ขณะที่ป่าไม้ปกคลุมราว 31% ของพื้นดินทั้งหมด และเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์บนบกส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์ดวงนี้ อีกด้านหนึ่ง IPBES ประเมินว่าพืชและสัตว์ราว 1 ล้านชนิดกำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์หายากหรือผืนป่าไกลตัว แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับอาหาร น้ำ ภูมิอากาศ และอนาคตของมนุษยชาติ
เมื่อโลกยังสูญเสียป่าไม้จากการตัดไม้ทำลายป่าราว 62 ล้านไร่ต่อปี การดูแลความหลากหลายทางชีวภาพในวันนี้จึงไม่อาจอาศัยแค่การมองด้วยตาเพียงอย่างเดียว ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เรากำลังใช้ข้อมูลหลายชั้นมาช่วยให้เข้าใจป่าได้ลึกขึ้นกว่าเดิม ตั้งแต่การมองเห็นภาพรวมของพื้นที่ การอ่านโครงสร้างของป่า ไปจนถึงการติดตามสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่จริงในระบบนิเวศ
ในระดับภาพรวมของพื้นที่ป่า มูลนิธิฯ เตรียมนำร่องใช้ CarbonWatch ร่วมกับ บมจ.ไทยคม โดยใช้ AI และข้อมูลดาวเทียมไปพร้อมๆ กับนำระบบ LiDAR มาใช้อ่านรายละเอียดของป่าได้ลึกขึ้น ทั้งความสูง ความทึบ และการจัดชั้นของพืชพรรณ รวมถึงช่วยติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของผืนป่าในพื้นที่ขนาดใหญ่
นอกจากการวัดต้นไม้ การสำรวจสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็เป็นเครื่องยืนยันความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์จริง อย่างการนำระบบ Camera Trap และ Bio Acoustic มาตรวจจับชนิดสิ่งมีชีวิต รวมถึงเมื่อเร็วๆ นี้ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานนานาชาติกับโครงการ Bio Blitz ที่สามารถลงลึกด้านการตรวจสอบความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตได้อย่างลึกขึ้นด้วย
หากมองไปยังระดับโลก ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Wildlife Insights ฝึก AI จากฐานข้อมูลภาพที่ติดป้ายกำกับแล้วมากกว่า 35 ล้านภาพ ครอบคลุม 1,295 ชนิดพันธุ์ สะท้อนว่า การติดตามความหลากหลายทางชีวภาพในวันนี้ไม่ได้อาศัยแค่การเก็บภาพ แต่รวมถึงการเปลี่ยนภาพจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นความเข้าใจที่ใช้ตัดสินใจได้จริงด้วย
ควบคู่กันนั้น มูลนิธิฯ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระบบประเมินความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกับภาครัฐ และสถานศึกษาชั้นนำ เพื่อให้การดูแลทรัพยากรธรรมชาติทำได้อย่างเป็นระบบและแม่นยำยิ่งขึ้น
เพราะสุดท้ายแล้ว การอนุรักษ์ที่ดีไม่ได้เริ่มจากการ “เห็นป่า” เท่านั้น แต่เริ่มจากการ “เข้าใจป่า” ให้ลึกพอที่จะดูแลได้อย่างถูกต้อง
Biodiversity protection starts with better understanding. Satellite data, LiDAR, and camera traps help us read the forest in layers, from landscape change to forest structure and wildlife presence.
The better we understand nature, the better we can protect it.
#มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง #ดอยตุง
20/05/2026
หากไม่ได้เดินสำรวจป่าทุกตารางเมตรด้วยตัวเอง เราจะรู้ได้อย่างไรว่า จุดใดของป่ากำลังเปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปเร็วแค่ไหน
ความเปลี่ยนแปลงของป่าไม่ได้เกิดขึ้นแบบเห็นชัดในวันเดียว แต่มักเริ่มจาก “สัญญาณเล็กๆ” ที่ค่อยๆ สะสม ไม่ว่าจะเป็นความต่อเนื่องของผืนป่า ความทึบของพืชพรรณ โครงสร้างของป่าที่เปลี่ยนไป หรือพื้นที่ที่เริ่มเผชิญแรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์และสภาพอากาศ
ยิ่งในวันที่โลกยังสูญเสียป่าไม้จากการตัดไม้ทำลายป่าราว 62 ล้านไร่ต่อปี การมองเห็นสัญญาณเหล่านี้ให้เร็วพอจึงยิ่งสำคัญ เพราะหากเราเห็นช้า การดูแลก็อาจไม่ทันการณ์
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการอนุรักษ์ในวันนี้ต้องอาศัย “ข้อมูล” มากพอๆ กับความตั้งใจ เพราะข้อมูลช่วยให้เราเห็นภาพใหญ่ ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ต่อเนื่อง และตัดสินใจได้ว่าจุดไหนควรเฝ้าระวังก่อน จุดไหนควรฟื้นฟูก่อน และจุดไหนยังเป็นพื้นที่ที่ต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด
อีกไม่กี่วัน ก็จะถึงวันความหลากหลายทางชีวภาพสากล เราจะเล่าต่อว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่กำลังช่วยให้การดูแล biodiversity ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ “อยากรักษา” แต่ก้าวไปสู่การ “รู้จริง วัดได้ และดูแลได้แม่นขึ้น” อย่างไร
Better protection starts with better visibility. The earlier we see change, the earlier we can act to protect what still matters.
#มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง #ดอยตุง