11/06/2026
น้องเติมฝัน" ลูกชายคนเดียวที่พ่อแม่เฝ้ารอคอย ยอมทำทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยที่เป็นดั่งดวงใจ แต่ต้องมาจบชีวิตลงในวัยเพียง 2 ขวบ จากคน "เมาแล้วขับ" จนกลายเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลายคน
ดวงใจที่พ่อแม่เฝ้ารอคอยมาแสนนาน
คุณเมย์-คุณดุ๊ก สองสามีภรรยาที่พยายามมีลูกกันมาแล้วหลายปี แต่ด้วยฝ่ายชายอายุ 50 กว่าแล้ว ยิ่งทำให้มีลูกยากกว่าเดิม แต่ไม่ได้ทำคุณเมย์หมดกำลังใจ พยายามกินของดีๆ บำรุงร่างกายทุกอย่าง เพื่อตั้งใจมีน้องให้ได้ ส่วนคุณดุ๊กถึงขั้นยอมเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ เพื่อพยายามที่จะมีลูกด้วยเช่นกัน
แม้จะพยายามมานาน แต่ก็ยังไร้วี่แวว ทั้งสองจึงตัดสินใจเดินทางไปขอลูกที่วัดป่าดวงแก้วโพธิญาณ ซึ่งคุณดุ๊กยอมบนบานว่า "ถ้าได้ลูกจะอดบุหรี่ 3 ปี" จนในที่สุดก็ได้ให้กำเนิดลูกชาย ผู้เข้ามาเติมเต็มความสุขให้ครอบครัว จนเป็นที่มาของ "น้องเติมฝัน"
อุบัติเหตุที่พรากชีวิตเด็กน้อย 2 ขวบไปตลอดกาล
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ขณะที่พ่อเอารถยนต์ไปซ่อม แม่และน้องเติมฝันก็เข้าไปซื้อน้ำรอในร้านกาแฟ กระทั่งรถซ่อมเสร็จ พ่อก็เดินไปรับลูกเมีย แต่เดินมาได้เพียงแป๊บเดียว จู่ๆ ก็มีรถยนต์เข้ามาชนรถเก๋งสีขาว ก่อนพุ่งชนแม่เมย์กับน้องเติมฝัน ต่อหน้าต่อตาคนเป็นพ่อ
เมื่อคนเป็นพ่อได้สติ ก็รีบเข้าไปช่วยลูกเมียทันที ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้แม่เมย์บาดเจ็บขาหัก ส่วนน้องเติมฝันวัย 2 ขวบ เจ็บหนักหัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ต้องเร่งทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปาง
แต่สุดท้ายเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจครอบครัว เมื่อ "น้องเติมฝัน" เสียชีวิตลงอย่างสงบที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความเสียใจของทุกคน ที่ต้องสูญเสียเด็กน้อยไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้อาการล่าสุดแม่เมย์ กระดูกขาหัก ผ่าตัดไปแล้วครั้งแรกแต่ขายังไม่รู้สึก หมอแจ้งญาติต้องเข้าผ่าตัดอีกครั้ง
"เมาแล้วขับ" พรากชีวิตเด็กน้อยไปจากอกพ่อแม่"นายเดช" ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลพิชัย คนขับกระบะสีดำที่พุ่งชนรถเก๋งสีขาว จนกระเด็นมาชน 2 แม่ลูก ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน โดยกู้ภัยนำส่งรพ.ลำปาง พร้อมส่งตรวจเลือดวัดปริมาณแอลกอฮอล์
หลังเข้าทำแผลที่โรงพยาบาล นายเดชอ้างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ ยืนยันไม่ได้เมา แต่เกิดอาการวูบเนื่องจากโรคประจำตัว ทั้งเบาหวาน, ความดัน ยินดีรับผิดชอบทุกอย่างแต่แล้วความจริงก็ปรากฏ เมื่อผลการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของนายเดช พบแอลกอฮอล์ในเลือด 104 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าค่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ผกก.สภ.เมืองลำปาง เตรียมแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุ คือ ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์, ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเมาแล้วขับนายอำเภอเมืองลำปาง ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ภายในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เพื่อสรุปความเห็นในการพิจารณาลงโทษให้พ้นจากตำแหน่ง
งานศพ "น้องเติมฝัน" พ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ครอบครัวนำร่างน้องเติมฝัน มาบำเพ็ญกุศลที่ วัดศรีเกิด ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง ท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกคนงานศพน้องเติมฝัน จะสวดอภิธรรม 1 คืน ก่อนเก็บร่างน้องไว้รอแม่เมย์อาการดีขึ้น เพื่อมาร่วมฌาปนกิจศพ
"ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายกำลังหัดพูดและชอบบอกรักพ่อรักแม่อยู่เสมอ ยังทำใจไม่ได้ ตอนนี้ไม่พร้อมเจอหน้าผู้ก่อเหตุ แม้จะติดต่อเข้ามาแล้วก็ตาม ยังรับไม่ได้จริงๆ ที่ลูกเสียชีวิต ภรรยาขาหัก ขอเวลาทำใจก่อน" พ่อดุ๊ก กล่าวทั้งน้ำตา.
เครือข่ายงดเหล้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ "น้องเติมฝัน" เด็กน้อยวัย 2 ขวบ และขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เกินกว่าคำพูดใดจะบรรยาย
การสูญเสียชีวิตจากเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเมาแล้วขับ ไม่ได้พรากเพียงชีวิตหนึ่งชีวิต แต่ยังทิ้งบาดแผลไว้กับครอบครัว คนที่รัก และสังคมโดยรวม
ขอร่วมไว้อาลัยแด่น้องเติมฝัน และขอให้เหตุการณ์อันน่าเศร้านี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบอันร้ายแรงของการดื่มแล้วขับ เพื่อไม่ให้ต้องมีครอบครัวใดต้องสูญเสียคนที่รักไปเช่นนี้อีก
ขอให้น้องเติมฝันไปสู่ภพภูมิที่สงบ และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาอันแสนยากลำบากนี้
้องเติมฝัน #ไว้อาลัยน้องเติมฝัน #หยุดเมาแล้วขับ #ดื่มไม่ขับ #เครือข่ายงดเหล้า
@ผู้ติดตาม
10/06/2026
การตัดสินใจที่ดีที่สุดบางครั้ง ไม่ได้เป็นสิ่งที่รู้สึกดีในตอนนั้น
สำหรับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (เกิด 4 เมษายน ค.ศ. 1965) การตัดสินใจเลิกดื่มและเลิกพึ่งพาสารเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย... แต่การตัดสินใจครั้งนั้นได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
“สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำให้กับอาชีพการงาน ครอบครัว และตัวผมเอง คือการตัดสินใจครั้งยากนั้น... การตัดสินใจที่จะเลิกดื่มและใช้ชีวิตอย่างมีสติ”
การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวนี้ ไม่ได้แค่ช่วยกอบกู้อาชีพของเขาแต่มันช่วยให้เขาได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมาการมีสติและการเลิกดื่ม ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียอะไรบางอย่างแต่มันคือการได้ทุกสิ่งที่สำคัญกลับคืนมาหากวันนี้คุณกำลังอยู่ในจุดที่รู้ว่าชีวิตจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง...
ขอให้รู้ไว้ว่า คุณไม่ได้เดินอยู่ลำพังและการตัดสินใจครั้งนั้น คุ้มค่ากับทุกความพยายาม
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เป็นนักแสดงชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงจากบทบาทในภาพยนตร์ Iron Man และ Sherlock Holmes รวมถึงเป็นตัวอย่างของการกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง หลังจากเคยเผชิญปัญหาการเสพติดและมรสุมชีวิตมาอย่างยาวนาน
ปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องไม่เพียงจากความสามารถทางการแสดง แต่ยังรวมถึงความเข้มแข็ง ความอดทน และการรักษาชีวิตที่ปราศจากการเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก : mendetails
#เครือข่ายงดเหล้า
10/06/2026
เด็กดื่มเหล้าอันตรายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า เสี่ยงพัฒนาการทางสมอง กรมการแพทย์ย้ำ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เด็กดื่มเหล้าอันตรายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า เสี่ยงพัฒนาการทางสมอง
กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ย้ำ พ่อ แม่ และผู้ปกครอง ไม่ควรให้ลูกดื่มเหล้า อันตราย มากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า ทำลายสมองและระบบต่างๆ ในร่างกายส่งผลระยะยาวต่อพัฒนาการทางสมอง
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากกรณีข่าวแม่ตั้งวงดื่มเหล้า ให้ลูกยกหมดแก้วจนลูกอ้วก เป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าเป็นห่วงอย่างมาก สุรา หรือเหล้า คือ เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อดื่มสุราเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที ซึ่งในผู้ใหญ่ เมื่อมีการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก จะทำให้ร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด
อยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน มากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ ซึ่งการก่อพิษของแอลกอฮอล์ในเด็กกับผู้ใหญ่ไม่ต่างกัน เพียงแต่ในปริมาณการดื่มที่เท่ากันความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดของเด็กจะมากกว่าเนื่องจากน้ำหนักตัวเด็กที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ และโครงสร้างที่ป้องกันสารพิษในระบบไหลเวียนเลือดไปสู่สมองของเด็กพัฒนาการยังไม่เต็มที่ ทำให้สารพิษเข้าสู่สมองได้มากกว่าผู้ใหญ่ รวมไปถึงอวัยวะต่างๆ ตับและไต
ที่พัฒนายังไม่เต็มที่ ทำให้การขับสารพิษออกจากร่างกายได้ช้ากว่าผู้ใหญ่ แต่ที่สำคัญคือมีผลระยะยาวต่อพัฒนาการทางสมอง จะทำให้เด็กสูญเสียความสามารถในการจดจำ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถูกทำลายไปด้วยแอลกอฮอล์
นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า การดื่มสุราจะส่งผลต่อการหลั่งสารโดปามีน (dopamine) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสารนี้จะมีผลต่อการกดและทำลายสมองส่วนคิด ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องพัฒนาการของสมอง อาจส่งผลให้เด็ก คิดวิเคราะห์ไม่ได้ รวมทั้งส่งผลต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย ตับ ไต จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่
ซึ่งตับเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตกลูโคสไปเลี้ยงสมอง หากมีผลกระทบต่อตับ กลไกเหล่านี้ก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ย้ำ พ่อ แม่ และ ผู้ปกครอง สุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ควรให้เด็กดื่ม แม้แต่ในผู้ใหญ่เองก็ไม่ควรจะดื่ม ด้วยร่างกายของเด็กหากมีการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะมีอันตรายมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่าเมื่อเทียบกับขนาดตัว เด็กควรจะได้รับอาหาร หรือเครื่องดื่ม
ที่มีประโยชน์ เช่น นม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบและพัฒนาการของเด็ก ทั้งนี้การที่สมาชิกในครอบครัวดื่มสุราให้เด็กเห็นเป็นประจำ แนวโน้มที่เด็กจะโตขึ้นมาเป็นนักดื่มที่มีปัญหามีมากกว่าปกติถึง 4 เท่า ยิ่งพ่อแม่ผู้ปกครองยุยงให้ลองดื่ม ยิ่งเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ลูกกลายเป็นนักดื่มเร็วยิ่งยิ่งขึ้นไปอีก
ที่มา : กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณะสุข
#เครือข่ายงดเหล้า #เด็กดื่มเหล้าอันตราย
09/06/2026
นักวิชาการ และภาคประชาชน แสดงความกังวลปลดล็อกขายเหล้าเบียร์ 11:00 น.ถึงเที่ยงคืน หลังพบธุรกิจน้ำเมาใช้เป็นโอกาสออกกลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ขณะที่การสำรวจจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตัวเมืองเชียงใหม่ ล่าสุดมีมากถึง 878 จุด
บางโรงเรียนแต่มีจุดป้ายประกาศ "นโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" ถูกนำไปติดบริเวณหน้าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เพื่อกำหนดเขตปลอดบุหรี่และแอลกอฮอล์ 100% ห้ามสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณโรงเรียน รวมถึงห้ามซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือแจกจ่ายโดยเด็ดขาด ครอบคลุมพื้นที่รอบนอกประตูโรงเรียนระยะ 5 เมตร
นโยบายนี้บังคับใช้กับทุกคน ทั้งนักเรียน ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ประกอบการร้านค้าในโรงเรียน รวมถึงบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานที่มาขอใช้สถานที่ พร้อมมีระบบตรวจค้น คัดกรอง และช่วยเหลือนักเรียนที่ติดบุหรี่หรือแอลกอฮอล์ หากพบการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามระเบียบวินัยของโรงเรียน รวมทั้งจะร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล และตำรวจ เพื่อช่วยกันรณรงค์และขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างจริงจัง
นี้เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อควบคุม บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง แวดล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจพิกัดจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ปี 2569 โดยหน่วยสารเสพติด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งพบว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย มีจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรัศมี 1 กิโลเมตร มากถึง 95 จุด ส่วนใหญ่เป็นร้านของชำ และ ร้านสะดวกซื้อ
ส่วนจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเขตเมืองเชียงใหม่ พบว่า มีมากถึง 878 แห่ง เป็นสถานบันเทิง ผับบาร์ 370 แห่ง ร้านของชำ/สะดวกซื้อ 237 แห่ง และ ร้านอาหาร 184 แห่ง ขณะที่สถานศึกษาในพื้นที่มีจำนวน 160 แห่ง
กนิษฐา ไทยกล้า หน่วยสารเสพติด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า สภาพแวดล้อมเช่นนี้ อาจเอื้อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายขึ้น โดยมาตรการโซนนิ่ง หรือการกำหนดระยะห่างขั้นต่ำ เช่น 500 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร อาจจะไม่สอดคล้องต่อการใช้ควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากในพื้นที่เมืองมีปริมาณร้านค้าหนาแน่นเกินกว่าจะบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่การปลดล็อกขายเหล้าเบียร์ 14.00-17.00 น.ให้ทดลองขายได้เป็นระยะเวลา 180 วัน ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีก่อน และ ล่าสุดวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการปลดล็อกอย่างเป็นทางการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 11.00 น.ถึง เที่ยงคืน รวม 12 ชั่วโมงติดต่อกัน โดยไม่มีการงดขายในช่วงบ่ายเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นั่งดื่มต่อในร้านเดิมได้อีก 1 ชั่วโมง จนถึงเวลา 01.00 น.แต่ห้ามซื้อเพิ่ม
นักวิชาการระบุว่า การขายแอลกอฮอล์แบบไร้รอยต่อ กลายเป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจแอลกอฮอล์ นำมาใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภค กระตุ้นความอยากดื่มและการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการกระตุ้นยอดขายผ่านสื่อออนไลน์ มีการโพสต์คอนเทนต์และข้อความ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน ไปจนถึง 17.00 น. และใช้เทคนิคหลบเลี่ยงการตรวจจับ เช่น การใช้รูปอิโมจิแทน ภาพโลโก้ หรือ เครื่องหมายการค้า ทำให้การควบคุมและกำกับดูแลทำได้ยากขึ้น
ภาครัฐไม่สามารถเน้นการควบคุมเฉพาะหน้าร้านในโลกความจริงได้ แต่จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมทั้ง "โลกออฟไลน์และออนไลน์" ควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ การแก้ไขปัญหาแอลกอฮอล์ในภาคเหนือ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ต้องทำลายระบบนิเวศที่สร้างความเสี่ยง ซึ่งหมายรวมถึง "จุดจำหน่าย หน้าร้าน/ผับ/บาร์" และ "ร้านค้าบนโลกออนไลน์" เพื่อลดจำนวนจุดจำหน่ายลงให้ได้มากที่สุด
กัญญานันท์ ตาทิพย์ ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน ระบุว่า การปรับเปลี่ยนเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า สถิติอุบัติเหตุในเชียงใหม่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุบัติเหตุที่มาจากการดื่มแล้วขับ จึงเห็นว่าการเว้นช่วงห้ามขายในเวลา 14.00-17.00 น. จะช่วยคุ้มครองเยาวชนในช่วงเวลาเลิกเรียนและเดินทางกลับบ้าน ให้มีความปลอดภัย มากกว่าการปล่อยให้มีการขายได้ตั้งแต่ 11:00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน
ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน ระบุว่า ไม่ได้ขัดขวางการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ประกอบการ แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อย หรือผู้ประกอบการระดับประเทศ จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเน้นปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
หน่วยสารเสพติด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำรวจพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 6,318 ตัวอย่าง เมื่อปี 2567 พบว่าผู้มีประสบการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ในชีวิตสูงถึง 608 ต่อ 1000 ประชากร โดยกลุ่มเพศชายมีอัตราการดื่มสูงกว่าเพศหญิงอย่างชัดเจน
ส่วนการเริ่มต้นการดื่ม พบว่า อายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มอยู่ที่ 19.9 ปี โดยกลุ่มเยาวชนอายุ 12-17 ปี เป็นกลุ่มที่น่ากังวลที่สุด เนื่องจากอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มเพียง 14.2 ปีเท่านั้น
ข่าวจาก : Thaipbs
#เครือข่ายงดเหล้า
09/06/2026
นักวิชาการ วอนหน่วยงานรับทบทวนกฎหมาย คุมเข้ม “น้ำท่อม” หลังพบหนุ่มสองแถวซดไป ขับไป พุ่งชนคนดับ บี้ “อย.” อย่าปัดพ้นหน้าที่
จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถสองแถวโดยสารสีส้ม สายบางบ่อ-สำโรง พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอย่างรุนแรงบนถนนเทพารักษ์ กม.17 จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้สองสามีภรรยาที่นั่งมาด้วยกันบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นายสมคิด อายุ 27 ปี คนขับรถสองแถวคันดังกล่าว อยู่ในสภาพตาเยิ้มแดงกล่ำ
พูดจาสับสน สภาพเหมือนคนเมา ยอมรับว่าดื่มน้ำกระท่อมระหว่างขับรถ และเพิ่งพ้นโทษใน “ข้อหาขับเสพ” ออกมาได้เพียง 2 เดือน ก่อนมาเช่ารถสองแถวขับและเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า แม้ตรวจร่างกายไม่พบแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด แต่จากพฤติการณ์และเจ้าตัวให้การยอมรับเรื่องดื่มน้ำกระท่อม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า น้ำต้มใบกระท่อมมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หากเสพในปริมาณน้อยจะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้กระปรี้กระเปร่า ไม่รู้สึกหิว ทำให้สามารถทำงานได้นาน แต่หากเสพในปริมาณมาก จะมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงซึม มึนเมา
การตอบสนองช้าลง และปัญหาคือ ตาม พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 เน้นการส่งเสริมให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่ขาดมาตรการควบคุมการขายน้ำกระท่อมที่เหมาะสม ส่งผลทำให้มีการขายน้ำกระท่อมอย่างแพร่หลายในชุมชน ทำให้เด็ก เยาวชน คนวัยทำงานสามารถเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ ยังไม่มีการควบคุมการผลิตหรือจำหน่ายสารสกัดจากใบกระท่อมซึ่งมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท จึงทำให้พบการโฆษณา ส่งเสริมการขายน้ำกระท่อมผ่านทางออนไลน์จำนวนมาก
นายไพศาล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เคยทำหนังสือเวียนถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเมื่อเดือนเมษายน 2567 ที่อ้างถึงความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความว่า “น้ำต้มใบกระท่อมที่ไม่มีการปรุงหรือผสมสิ่งอื่น อยู่ภายใต้บังคับของพ.ร.บ.พืชกระท่อม
โดยไม่ถือเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สุขภาพ น้ำต้มใบกระท่อมจะไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ อย.” ซึ่งตนมองส่าแนวทางการตีความของ อย.ข้างต้นไม่สอดคล้องกับคำตัดสินของศาลในหลายคดี ซึ่งมีการตัดสินว่าผู้ผลิตหรือขายน้ำต้มใบกระท่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร ประกอบกับในข้อเท็จจริงแล้ว น้ำต้มใบกระท่อมที่ผลิตหรือขายทั้งในชุมชนและออนไลน์ มักพบส่วนประกอบอื่น เช่น น้ำตาล สารให้ความหวาน น้ำอัดลม ยาแก้ไอ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิด ยาเสพติด การเติมสี ปรุงแต่งกลิ่นรส
ดังนั้น ตนขอให้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข ปรับปรุง ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ.2568 ใน 2 ประเด็นคือ 1.ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมผ่านสื่อออนไลน์ 2.ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมในบริเวณตลาด ปั๊มน้ำมัน สถานีขนส่งสาธารณะ ร้านอาหาร และห้ามขายริมทาง ทางเท้า
และขอเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งควรตีความว่า การดื่มน้ำกระท่อมถือเป็นของเมาอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เพื่อป้องกันปัญหาคนใช้รถใช้ถนนมีการดื่มน้ำกระท่อมจนมีอาการมึนเมาซึ่งนำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ยกเว้นกรณีผู้ขับขี่ที่เคี้ยวใบกระท่อมไม่ควรถือเป็นการบริโภคของเมาอย่างอื่น เพราะมีปริมาณสารไมทราไจนีนน้อยกว่าน้ำต้มกระท่อมมาก
“อย.ควรมีบทบาทในการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาพของประชาชนที่บริโภคน้ำต้มใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์กระท่อม ไม่ควรตีความกฎหมายว่าน้ำต้มกระท่อมไม่ถือเป็นอาหารตาม พ.ร.บ.อาหาร ไม่อยู่ในความดูแลของ อย. และ อย.ไม่ควรอนุญาตให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกระท่อมทุกกรณี และไม่ควรอนุญาตให้มีการผลิต จำหน่ายขนมขบเคี้ยว ลูกอมที่มีส่วนประกอบของกระท่อมหรือไมทราไจนีน เพราะเสี่ยงที่เด็กอาจจะบริโภคได้”นายไพศาล กล่าว
นายไพศาล ยังกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอระยะยาว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกระทรวงสาธารณสุข ควรทบทวนแก้ไข พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 และศึกษาผลดี ผลเสีย หรือผลกระทบของพืชกระท่อม และ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 อย่างรอบด้าน เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในประเด็นเหล่านี้ โดยควรกำหนดให้การออกใบอนุญาตผลิต ขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์กระท่อมที่รัดกุม ห้ามการโฆษณา การส่งเสริมการขายน้ำต้มกระท่อม ผลิตภัณฑ์กระท่อมทุกกรณี
#เครือข่ายงดเหล้า
08/06/2026
ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องประกาศจุดยืน "เมาแล้วขับในองค์กรต้องเป็นศูนย์"
การยกมือไหว้ขอโทษของข้าราชการระดับสูงหลังจากการสอบปากคำคดีเมาแล้วขับ อาจเป็นภาพที่เห็นจนชินตา แต่น้ำตาและคำขอโทษเหล่านั้นไม่เคยชดเชยชีวิตของผู้สูญเสียได้ ไม่ว่าจะเป็นหญิงวัย 62 ปี หรือคนหาเช้ากินค่ำอย่างพนักงานไรเดอร์ส่งอาหาร
สถิติสะสมจากเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 เผยตัวเลขที่น่าตกใจ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกว่า 1,538 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 253 ราย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการดื่มแล้วขับ แต่สิ่งที่สังคมรับไม่ได้ยิ่งกว่า คือการที่บุคคลในภาครัฐซึ่งควรรู้กฎหมายดีที่สุด กลับร่วมเป็นหนึ่งในตัวเลขสถิติอันโหดร้ายนี้ด้วย
การสั่งให้ออกจากราชการหรือการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว เป็นเพียงมาตรการ "ตามเช็ด" ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ประชาชนและสังคมกำลังทวงถามอย่างจริงจังในตอนนี้คือ "มาตรการเชิงรุก" ของแต่ละองค์กรอยู่ที่ไหน? ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานราชการทุกแห่ง ตั้งแต่สถานีตำรวจ กองทัพ ไปจนถึงองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. จะต้องประกาศจุดยืนร่วมกันอย่างหนักแน่นว่า "เมาแล้วขับ ต้องเป็นศูนย์" (Zero Driving Under the Influence)
ภาครัฐต้องมีระบบคัดกรอง สอดส่อง และลงโทษขั้นเด็ดขาดในเชิงป้องปราม ไม่ปล่อยให้วัฒนธรรมการดื่มฉลองในเวลางานหรือนอกเวลางานลุกลามจนกลายเป็นการทำลายชีวิตประชาชน เพราะ "เมาแล้วขับ" ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นภัยความมั่นคงสาธารณะที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการทั้งระบบ
#เครือข่ายงดเหล้า
#เมาไม่ขับ
#ชีวิตคนเดินถนนก็มีค่า
#หยุดวงจรสูญเสียซ้ำซาก
08/06/2026
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่ยอมให้ใครแตะต้อง ไม่เปิดใจรับคำเตือน หรือปิดกั้นทุกเสียงที่เห็นต่าง เพราะเชื่อว่าตัวเองถูกเสมอ เก่งเสมอ และรู้ดีที่สุด
เมื่อนั้น "อีโก้" กำลังพาคุณเดินห่างจากความจริง
คำว่า "กูแน่ กูเก่ง" อาจฟังดูมั่นใจ แต่หากดังเกินกว่าจะได้ยินเสียงของคนรอบข้าง มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดครั้งใหญ่
เพราะหายนะของชีวิต ไม่ได้เริ่มจากการไม่รู้
แต่เริ่มจากการคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างแล้ว
#เครือข่ายงดเหล้า @ผู้ติดตาม
07/06/2026
สังคมไทยจะเลือกรับปรับใช้ได้หรือไม่ เพื่อ #ป้องกันเยาวชนเป็นเหยื่อเมาขับ และตายเป็นอันดับต้นๆเสมอมา
บทความเรื่อง **"Ways Parents Can Help Prevent Teen Drinking and Driving This Summer"** (วิธีที่ผู้ปกครองสามารถช่วยป้องกันไม่ให้วัยรุ่นดื่มแล้วขับในช่วงฤดูร้อนนี้) มีสาระสำคัญที่เน้นย้ำว่า ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่วัยรุ่นมีเวลาว่าง มีอิสระ และมีโอกาสรวมตัวกันสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการขับขี่ขณะมึนเมา
ผู้ปกครองสามารถมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงและคุ้มครองความปลอดภัยของลูกหลานได้ผ่าน 5 แนวทางหลัก ดังนี้ครับ
---
# # # 5 แนวทางสำหรับผู้ปกครองในการป้องกันวัยรุ่นดื่มแล้วขับ
1. **เริ่มบทสนทนาตั้งแต่เนิ่นๆ และพูดคุยอย่างต่อเนื่อง**
ไม่ควรปฏิบัติเรื่องการดื่มเหล้าและการขับรถเป็นเรื่องที่ตักเตือนเพียงครั้งเดียว แต่ควรชวนคุยเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้โอกาสจากข่าวสาร รายการทีวี หรือโพสต์ในโซเชียลมีเดียเป็นตัวจุดประเด็น เป้าหมายคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกกล้าเข้ามาปรึกษา ไม่ใช่การเทศน์หรือสั่งสอนฝ่ายเดียว
2. **ชี้ให้เห็นถึง "ผลกระทบที่แท้จริง" ของการดื่มแล้วขับ**
วัยรุ่นส่วนใหญ่รู้ว่ามันอันตราย แต่ มักจะประเมินผลกระทบต่ำเกินไป ควรพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาว่าแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการตัดสินใจ และความสามารถในการควบคุมรถอย่างไร รวมถึงผลกระทบในชีวิตจริงที่ตามมา เช่น การบาดเจ็บ การสูญเสียชีวิต คดีความทางกฎหมาย ภาระทางการเงิน และบาดแผลทางใจของครอบครัว
3. **ตั้งนโยบาย "ไปรับกลับบ้านโดยไม่ซักไซ้ไล่เลียง" (No Questions Asked)**
สร้างข้อตกลงกับลูกว่า หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าลูกจะดื่มเอง หรือเพื่อนที่ขับรถให้ดื่ม หรือรู้สึกไม่สบายใจในงานปาร์ตี้ ลูกสามารถโทรหาพ่อแม่ให้ไปรับได้ตลอดเวลา "โดยที่พ่อแม่จะยังไม่ถามหรือดุดันในตอนนั้น" เพื่อให้ลูกมั่นใจว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนเรื่องบทลงโทษค่อยคุยกันวันหลังเมื่อปลอดภัยแล้ว
4. **ช่วยลูกวางแผนล่วงหน้าก่อนไปร่วมงานสังคม**
การตัดสินใจที่ดีย่อมทำได้ง่ายกว่าหากวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีสติและไม่มีแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน ชวนลูกคิดและวางแผนก่อนไปปาร์ตี้หรืองานคอนเสิร์ต เช่น จะเดินทางอย่างไร ใครเป็นคนขับ และจะกลับบ้านวิธีไหน หากแผนแรกมีปัญหาจะมีแผนสำรองอย่างไร
5. **สอนและฝึกซ้อมวิธีรับมือกับแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน (Peer Pressure)**
แม้เด็กจะรู้ดีว่าการดื่มแล้วขับเป็นเรื่องอันตราย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนอาจปฏิเสธได้ยาก ผู้ปกครองควรช่วยลูกซ้อมบทพูดหรือวิธีปฏิเสธที่ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ เช่น *"ฉันไม่ขึ้นรถหรอกถ้าเธอส่งเสียงดื่มมา"* หรือ *"พ่อแม่ฉันรออยู่ที่บ้านแล้ว เดี๋ยวฉันเรียกอูเบอร์/โทรให้คนที่บ้านมารับเอง"*
---
> **ข้อคิดสำคัญ:**
> วัยรุ่นมักจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ดังนั้น นอกเหนือจากการตั้งกฎเกณฑ์และสร้างข้อตกลงร่วมกันแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ **การเป็นแบบอย่างที่ดีของภาพลักษณ์ที่รับผิดชอบ** โดยการไม่ขับรถหลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ลูกเห็น เพื่อเป็นการปลูกฝังค่านิยมความปลอดภัยที่ยั่งยืนจากภายในบ้านครับ
ways-parents-can-help-prevent-teen-drinking-and-driving-this-summer
https://www.wvgazettemail.com/metrokanawha/ways-parents-can-help-prevent-teen-drinking-and-driving-this-summer/article_3c3f1ff9-470e-49ca-9c6c-b2011a9ae547.html
สรุปโดย https://gemini.google.com/share/3de1009fbed4
07/06/2026
เวทีการประชุมภาคีเครือข่ายคณะทำงานขับเคลื่อนมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพจังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้โครงการกำแพงเพชรเมืองสุขภาวะปลอดปัจจัยเสี่ยง "สุขสร้างได้ด้วยฅนกำแพงเพชร" ระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2569
ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ภาพกิจกรรมการประชุมภาคี วันที่ 6 มิถุนายน 2569
การนำเสนอภาพรวม สถานการณ์และผลการดำเนินงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดกำแพงเพชรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
แนะนำตัวภาคีเครือข่ายในที่ประชุม ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนกิจกรรมและบูรณาการภายในจังหวัด พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
นำเสนอวัตถุประสงค์การจัดทำโครงการปี 69-70 ร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหา แนวทางการจัดทำข้อมูลและขยายผลหาภาคีร่วม สนับสนุนงานในโครงการ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนอำเภอสร้างสุข
ทีมวิชาการภาคนำเสนอข้อมูล วิธีการประเมินด้วยเครื่องมือในการประเมิน ( มีการปรับแก้ไขตามข้อเสนอในที่ประชุมเพิ่มเติม )และแลกเปลี่ยนพูดคุยกับภาคีเครือข่ายของจังหวัดกำแพงเพชร
วางแนวทางการขับเคลื่อน การประสานงาน ของภาคีเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนโครงการทั้งในส่วนหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอำเภอสร้างสุขต่อไป
#เครือข่ายงดเหล้า
#สุขสร้างได้ด้วยฅนกำแพงเพชร
#ภาคีบูรณาการอำเภอสร้างสุข
06/06/2026
ุขภาพมากกว่าที่คิด
ไม่มีเกณฑ์ที่ปลอดภัย
ก่อมะเร็งหลายอวัยวะ
ฯลฯ
บทความจาก Healthline (เผยแพร่เมื่อ 4 มิถุนายน 2026) อ้างอิงรายงานวิจัยชิ้นใหม่ในวารสาร *Nature Health* ซึ่งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จาก 843 การศึกษา เพื่อประเมินความเชื่อมโยงระหว่าง
**การดื่มแอลกอฮอล์**กับ**ปัญหาสุขภาพ 20 ประการ**
สาระสำคัญและประเด็นหลักจากบทความ มีดังนี้ครับ
# # # 1. บทสรุปที่สำคัญที่สุด (Key Takeaway)
* **ไม่มีเกณฑ์ที่ปลอดภัย:** การดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงปริมาณเล็กน้อยหรือปานกลาง (Moderate drinking) ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดได้
* **สอดคล้องกับแนวทางของ WHO:** ผลวิจัยนี้สนับสนุนคำเตือนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า **"ไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ"** และโต้แย้งเกณฑ์ของบางหน่วยงาน (เช่น CDC ของสหรัฐฯ) ที่เคยแบ่งเกณฑ์การดื่มที่ปลอดภัยตามเพศชาย/หญิง เพราะข้อมูลปัจจุบันไม่พบหลักฐานสนับสนุนว่าเพศที่ต่างกันจะมีเกณฑ์ความปลอดภัยที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
---
# # # 2. ระดับความเสี่ยงของโรคทั้ง 20 ชนิด
งานวิจัยจำแนกความเสี่ยงของโรคและปัญหาสุขภาพออกเป็นกลุ่มตามระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น ดังนี้ครับ:
* **กลุ่มที่ความเสี่ยงพุ่งสูงที่สุด (เพิ่มขึ้น 105%):**
* มะเร็งคอหอย (Pharyngeal cancer) — เป็นโรคที่มีความเชื่อมโยงกับการดื่มแอลกอฮอล์รุนแรงที่สุดในบรรดาทุกโรคที่ศึกษา
* **กลุ่มที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง (เพิ่มขึ้น 15% ถึง 50%):**
* มะเร็งช่องปากและริมฝีปาก
* มะเร็งกล่องเสียง
* ตับแข็งและโรคตับเรื้อรังอื่นๆ
* ตับอ่อนอักเสบ
* มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
* **กลุ่มที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (เพิ่มขึ้น 0% ถึง 15%):**
* มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งเต้านม, มะเร็งตับ, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งต่อมลูกหมาก
* โรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมอื่นๆ
* ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation and flutter)
* โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
* **กลุ่มที่หลักฐานยังไม่ชัดเจนหรือขัดแย้งกัน:**
* มะเร็งกระเพาะอาหาร, โรคหลอดโรคสมองตีบ/แตก, วัณโรค และโรคหัวใจขาดเลือด
> **ข้อสังเกตเกี่ยวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2:** งานวิจัยพบข้อมูลว่า การดื่มในปริมาณที่ *ต่ำมาก* อาจช่วยลดความเสี่ยงได้เล็กน้อย (0-13%) แต่ความเสี่ยงจะดีดตัวสูงขึ้นทันทีหากดื่มในปริมาณที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่เป็นเพียงผลจากการสังเกตการณ์และอาจมีปัจจัยอื่นแฝงอยู่ **ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการเริ่มดื่มแอลกอฮอล์**
---
# # # 3. คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในบทความ
* **การไม่ดื่มเลย (Abstinence) คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด** ทั้งในแง่ของสุขภาพร่างกายและการลดความเสี่ยงระยะยาว
* **กฎ 2-2-2 สำหรับผู้ที่ยังเลือกจะดื่ม:** หากต้องการจำกัดปริมาณให้ปลอดภัยกว่าเกณฑ์ทั่วไป ดร. Matt Glowiak ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดสารเสพติดแนะนำให้ใช้สูตรนี้:
* ดื่มไม่เกิน **2 แก้ว**ต่อครั้ง
* ดื่มไม่เกิน **2 วันติดต่อกัน**
* ดื่มไม่เกิน **2 วันต่อสัปดาห์** (รวมแล้วไม่เกิน 4 แก้วต่อสัปดาห์ ซึ่งเข้มงวดและปลอดภัยกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป)
Drinking Alcohol Can Raise Your Risk of These 20 Health Conditions https://www.healthline.com/health-news/drinking-alcohol-raises-risk-20-health-conditions
สรุปโดย https://gemini.google.com/share/d267450ed5f1